วันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปิดใจ 'หัวหน้าโครงการกุญชร' ปมกระทิง18ตัวตายปริศนา

เปิดใจ "หัวหน้าโครงการกุญชร" หลังตกเป็นเป้าหมาย ปมปริศนาการตายของกระทิง เชื่อเกิดจากโรคระบาด พร้อมยอมรับเป็นพื้นที่แสวงหาผลประโยชน์...

จากกรณีกระทิงในป่ากุยบุรีตายปริศนา 18 ตัว ในพื้นที่โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าบริเวณป่าสงวนฯ กุยบุรี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ (โครงการกุญชร) ติดกับพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ใกล้หมู่บ้านรวมไทย ต.หาดขาม ตั้งแต่วันที่ 2–23 ธ.ค.ที่ผ่านมา จนนำมาสู่การไขปมการตายปริศนาของกระทิงโดยตั้งประเด็นไปที่การถูกสารพิษ และการเกิดโรคระบาดในกระทิง จนนำมาสู่การตั้งปมความขัดแย้งในพื้นที่ ทำให้นายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้ นายนิพนธ์ โชติบาล รักษาการอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้สั่งย้ายหัวหน้าอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และหัวหน้าโครงการกุญชร เพื่อตรวจสอบปมขัดแย้งให้ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย    

ล่าสุด นายกมล อุ่นใจ อดีตหัวหน้าโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าบริเวณป่าสงวนฯ กุยบุรี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ (โครงการกุญชร) เปิดใจว่า ภายหลังจากตกเป็นเป้าหมายของปมปริศนาที่อาจจะนำไปสู่ปมการตายของกระทิง โดยยอมรับว่า เป็นผู้ฝังกระทิงตัวที่พบเป็นตัวที่ 18 ไว้ห่างจากด้านหลังโครงการกุญชร 300 เมตร เพราะไม่ต้องการให้เกิดภาพลบกับโครงการพระราชดำริ ที่ตัวเองพยายามสร้างมากว่า 15 ปี และประกอบกับเวลานั้น จะมีผู้เข้ามาเยี่ยมโครงการ จึงจำเป็นต้องทำการฝั่งทำลายซากกระทิง โดยชี้แจงว่ากระทิงที่ถูกฝังนั้น เป็นซากกระทิงตัวที่ 2 ที่ในพื้นที่โครงการกุญชร

"ผมก็ยอมรับกับคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงไปว่า ผมเป็นคนฝังเอง เพราะไม่อยากให้เกิดภาพลบกับโครงการของในหลวง และก็ยอมรับผิดที่ไม่ได้แจ้งกับทางอุทยานแห่งชาติกุยบุรี เนื่องจากคิดว่าเป็นการตายปกติ หรือหมดอายุไขของมัน แต่ภายหลังพบว่า มีการตายมาก จึงจำเป็นต้องเร่งหาสาเหตุ ส่วนที่ฝ่ายปกครองเข้ามาขุดเอาหัวและซากตัวที่ 18 ก็เป็นเรื่องที่สามารถทำได้ แต่ส่วนนี้ก็ยอมรับผิดอย่างลูกผู้ชาย เพียงเพราะไม่ต้องการให้โครงการของในหลวงเกิดภาพลบที่ไม่ดี" นายกมล กล่าว

อดีตหัวหน้าโครงการกุญชร กล่าวต่อว่า ส่วนสาเหตุการตาย ก็ต้องว่าไปตามหลักฐาน และผลการตรวจทางวิทยาศาสตร์ ตัวเองไม่สามารถบอกอะไรได้ แต่ความเห็นส่วนตัวเชื่อว่า เกิดจากโรคระบาดในกระทิง และไม่คิดว่า ใครจะมาสั่งฆ่ากระทิง เพียงเพราะหวังตำแหน่ง เนื่องจากตนอยู่ที่นี่มา 15 ปี เป็นหัวหน้าโครงการคนแรก และคนเดียวที่ดูแลโครงการมาตลอดตั้งแต่ปี 2541 ซึ่งขณะนั้นได้ร่วมกับชาวบ้าน เจ้าหน้าที่ทหารเป็นผู้เข้ามาริเริ่มโครงการและฟื้นฟูป่าไม้ ตั้งแต่ยังเป็นพื้นที่ทำการเกษตร ได้ของบประมาณจ้างชาวบ้านในพื้นที่เข้ามาช่วยฟื้นฟูป่า จนชาวบ้านทุกคนเกิดความรักในทรัพยากรธรรมชาติ ใช้เวลากว่า 10 ปีกว่าที่ป่าจะอุดมสมบูรณ์ มีสัตว์ป่า มีกระทิงฝูงใหญ่เข้ามาอาศัยอยู่จำนวนมาก แต่หลังๆ เกิดธุรกิจท่องเที่ยวบูมมากขึ้น แต่ในพื้นที่ก็ยังขาดการบริหารจัดการที่ดี

"โครงการกุญชรในวันนี้ ถือว่าประสบความสำเร็จ ไม่เคยมีปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า ไม่เคยมีปัญหาการล่าสัตว์ และเราอยู่มาไม่เคยมีปัญหากับใคร มีหน้าที่ปลูกป่าเราก็ปลูกป่า มีหน้าที่เพาะกล้าไม้เราก็เพาะไป และไม่เคยมีปัญหากับหัวหน้าอุทยานกุยบุรี เพราะต่างคนต่างทำงาน ต่างคนต่างมีหน้าที่ งานของอุทยานก็อีกอย่าง งานของโครงการก็อีกอย่าง แต่ก็ต้องยอมรับว่ามีคนที่แฝงอยู่ในอุทยานและมีอำนาจ และมีองค์กรใหญ่ที่เข้ามาแสวงผลประโยชน์ในพื้นที่โครงการกุญชร เพราะอนาคตพื้นที่นี้จะต้องถูกผนวกรวมกับพื้นที่ของอุทยานกุยบุรี อาจจะมีผู้หวังผลประโยชน์จากพื้นที่โครงการ เพราะผมอยู่ใครก็เข้ามาทำอะไรไม่ได้ แต่ก็ไม่สามารถบอกได้ว่ากลุ่มบุคคลเหล่านี้ จะเกี่ยวข้องกับการตายของกระทิงทั้ง 18 ตัวหรือไม่ ก็ต้องรอผลพิสูจน์ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร" นายกมล กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า หลังจากถูกสั่งย้าย และแต่ตั้งให้นายสาธิต ปิ่นกุล หัวหน้าสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง จ.ราชบุรี มาเป็นหัวหน้าโครงการกุญชรแทนนั้น นายกมล กล่าวว่า นายสาธิตก็ต้องมาทำหน้าที่ต่อไป แต่ก็แค่รู้สึกเสียใจ แต่ก็พร้อมยอมรับในความผิดพลาดของตัวเอง และเชื่อว่าคงเป็นเวรเป็นกรรม

ด้าน นายปรีชา วิทยพันธ์ อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี กล่าวว่า กรณีกระทิงตาย ตัวเองก็ตอบไม่ได้ว่าเพราะสาเหตุใดถึงตายจำนวนมาก เพราะไม่เคยเกิดขึ้นมากก่อน ส่วนกรณีการตั้งประเด็นว่าเป็นความขัดแย้งระหว่าง 2 หัวหน้านั้น เป็นไปไม่ได้ เพราะไม่เคยมีความขัดแย้งกันเลย ตัวเองยังไปมาหาสู่กับนายกมลตลอด และชาวบ้านในพื้นที่ก็ไม่เคยมีความขัดแย้งกับเจ้าหน้าที่ของอุทยานฯ รวมถึงโครงการกุญชร เนื่องจากคนที่เข้ามาทำงานก็เป็นชาวบ้านที่อุทยานจ้างมาทำงาน จึงไม่คิดว่ากระทิงที่ตายจะเกี่ยวข้องกับประเด็นความขัดแย้งนี้

"ยอมรับว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์กระทิงตายจำนวนมาก ก็เครียด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ต้องมองโลกของความเป็นจริง และมองเรื่องต่างๆ ในทางที่ดี ชีวิตจึงไม่เครียด ส่วนสาเหตุการตายของกระทิงก็ต้องว่ากันไปตามผลตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ของกรมปศุสัตว์ และทีมกรมควบคุมโรค และกรมควบคุมมลพิษว่าผลตรวจจะออกมาว่าอย่างไร" นายปรีชา กล่าว   

ส่วนนายพงษ์พันธ์ วิเชียรสมุทร นายอำเภอกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า กรณีกระทิงตาย 18 ตัวในพื้นที่โครงการกุญชร ไม่ใช่เรื่องปกติธรรมชาติ เพราะหลังจากที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบซากกระทิงทั้งหมด สามารถตั้งข้อสังเกตได้ว่า ซากของกระทิงไม่มีการถูกล่า เพราะมีเนื้อและเขาของกระทิงอยู่ครบ ส่วนกรณีที่ตั้งข้อสังเกตว่าเป็นโรคระบาดนั้น ก็เป็นไปไม่ได้ เนื่องจากหากเกิดโรคระบาดจริง สัตว์อื่นๆ ต้องติดโรคด้วย และหากเป็นโรคระบาดจริง กระทิงต้องผอมและซึมก่อนตาย แต่กระทิงทั้ง 18 ตัวมีสภาพสมบูรณ์ก่อนตาย โดยมีลักษณะการตายแบบฉับพลัน ส่วนประเด็นการวางยา หรือถูกสารพิษเป็นประเด็นที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด โดยสามารถแยกได้ว่า อาจเป็นสารพิษที่เกิดจากการชะล้างของน้ำฝน ที่ตกก่อนหน้านี้ อาจนำพาสารพิษลงมาสู่แหล่งน้ำ แต่ถ้าเป็นประเด็นนี้ สัตว์ป่าอื่นๆ ต้องตายไปด้วย แต่กลับไม่มีสัตว์ป่าชนิดอื่นตายไปด้วย

นายอำเภอกุยบุรี กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่มีการสันนิษฐานว่าอาจจะเกิดจากสารไนเตรสหรือยูเรีย ก็เป็นไปไม่ได้ เนื่องจากพื้นที่เกษตรกรรมเดิมที่ปลูกสับปะรด ไม่มีการใช้สารเคมีดังกล่าว และในพื้นที่ไม่มีความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่ของทั้งอุทยานกุยบุรีและโครงการกุญชร รวมถึงชาวบ้านในพื้นที่ จึงเชื่อได้ว่ากระทิงที่ตายทั้ง 18 ตัว ไม่ได้เกิดจากทั้งสารพิษ โรคระบาด และความขัดแย้ง แต่อาจจะเกิดจากการถูกวางยา จากผู้หวังประโยชน์จากพื้นที่โครงการกุญชร เนื่องจากอนาคตถูกกำหนดแผนพัฒนาให้เป็นพื้นที่ควบรวมระหว่างโครงการกุญชรกับพื้นที่อุทยานกุยบุรี และเตรียมพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ซึ่งหมายถึงการทุ่มงบประมาณมหาศาลลงมาในพื้นที่นี้

อย่างไรก็ตาม การหาสาเหตุการตายของกระทิง ยังไม่สามารถสรุปได้ เพราะต้องรอผลการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จปลายเดือน ม.ค.นี้ ส่วนการดำเนินงานต่อจากนี้ ทางฝ่ายปกครองจะร่วมกับอุทยานแห่งชาติกุยบุรีและโครงการกุญชร รวมถึงชาวบ้านปุยบุรีจัดพิธีทำบุญและตั้งศาลให้กับกระทิงที่ตายทั้ง 18 ตัว โดยจะนำหัวกะโหลกและเขาของกระทิงจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ เพื่อสร้างความตระหนักให้ประชาชนได้เห็นถึงความสำคัญของสัตว์ป่าสงวนและเป็นเครื่องย้ำเตือนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น.

เปิดใจ "หัวหน้าโครงการกุญชร" หลังตกเป็นเป้าหมาย ปมปริศนาการตายของกระทิง เชื่อเกิดจากโรคระบาด พร้อมยอมรับเป็นพื้นที่แสวงหาผลประโยชน์... 7 ม.ค. 2557 17:43 ไทยรัฐ