วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปปช.แจ้งข้อกล่าวหา 308 ส.ส.,ส.ว.ปมที่มาส.ว.แต่'ยิ่งลักษณ์'รอด!

ป.ป.ช. แจ้งข้อกล่าวหา 308 ส.ส.สว. รอด 73 คนนายกฯรวมด้วย เมิน พท.เอาผิดม.157

วันที่ 7 ม.ค. เมื่อเวลา 16.40 น. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยนายวิชา มหาคุณ ในฐานะโฆษกปปช. และนายประสาท พงษ์ศิวาภัย รองโฆษกปปช. ร่วมแถลงข่าวความคืบหน้า การไต่สวนคดี การถอดถอนสมาชิกรัฐสภา จำนวน 381 คน ที่ลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นที่มา ส.ว.โดยมิชอบ

โดย นายวิชา กล่าวว่า ที่ป.ป.ช.ประชุมพิจารณาในวันนี้ ช้ากว่าเวลาที่นัดแถลงข่าวนานนั้น เพราะเมื่อวานมีผู้ร้องต่อ ป.ป.ช. หลายประเด็น ซึ่งทำให้ ป.ป.ช.นำประเด็นเหล่านั้น มาพิจารณาก่อน ซึ่งมีผล ดังนี้ 1.มีผู้ร้องว่าตนและนายภักดี โพธิศิริ กรรมการ ป.ป.ช. ไม่ควรที่จะร่วมเป็นกรรมการในการรับผิดชอบสำนวนคดีนี้ เพราะเกรง ว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม ซึ่งป.ป.ช.ได้พิจารณาตามมาตรา 46 ของกฎหมายป.ป.ช.ว่า เข้าเหตุ หรือไม่ ที่สุดแล้วที่ประชุม ป.ป.ช.ยกเว้นตน และนายภักดี มีมติเป็นเอกฉันท์เห็นตรงกันว่า ไม่เข้าเหตุ ตามมาตราดังกล่าว  2.คำร้องที่ว่า สมาชิกรัฐสภาไม่ใช่เจ้าพนักงานตาม ป.วิอาญา นั้น ป.ป.ช.ได้พิจารณาตามมาตรา 123/1 ซึ่งสมาชิกรัฐสภา มีฐานะที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ส่วนที่บอกว่า การทำหน้าที่ของป.ป.ช. เร่งรีบในการไต่สวนนั้น เป็นเพราะรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ที่ระบุว่า การไต่สวนต้องทำให้รวดเร็ว

“การพิจารณาการร้องถอดถอนเฉพาะหน้าที่ของ ป.ป.ช. คือ การไต่สวนตามคำร้องที่ประธานวุฒิสภา ส่งมา ว่า มีการกล่าวหาบุคคลว่า มีใครได้บ้าง ป.ป.ช.ไม่สามารถที่จะไปไต่สวนเพิ่มเติม จากที่วุฒิสภา ส่งมาได้ ซึ่งรัฐธรรมนูญได้กำหนดเอาไว้ชัดเจน” นายวิชากล่าว

ด้านนายประสาท กล่าวว่า จากพยานหลักฐานที่ได้จากศาลรัฐธรรมนูญ และพยานหลักฐานจากสำนักงานเลขาธิการสภา และพยานหลักฐานอื่นๆ ป.ป.ช.ที่มีองค์คณะจำนวน 9 คน ได้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงมีมติแจ้งข้อกล่าวหาแบ่งตามกลุ่มดังนี้

กลุ่มแรกเห็นว่า กลุ่มแรก ส.ส.และส.ว. ที่ร่วมกันเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่เข้าร่วมประชุมพิจารณาลงมติให้ความเห็นชอบทั้ง 3 วาระ จำนวน 293 คน อยู่ในข่าย ที่จะแจ้งข้อกล่าวหา

กลุ่มที่ 2 ส.ส.และส.ว. ที่ร่วมเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ร่วมลงมติในวาระที่ 1 2 หรือ 3 หรือ 3 วาระ แต่ไม่ได้ร่วมอยู่ในกระบวนการทั้งหมด ซึ่งก็คือไม่ได้ร่วมเสนอญัตติ จำนวน 15 คน อยู่ในข่ายแจ้งข้อกล่าวหา เช่นกัน ดังนั้น ป.ป.ช.จะแจ้งข้อกล่าวหา รวมจำนวน 308 คน ส่วน ส.ส.และส.ว. อีกจำนวน 73 คนนั้น ไม่อยู่ในข่ายที่จะแจ้งข้อกล่าวหา เพราะใช้เอกสิทธิ์ตามมาตรา 130 ที่ส.ส.และส.ว.สามารถใช้ดุลพินิจดำเนินการได้

“แต่เหตุที่ดำเนินการ 308 ท่าน เพราะมีส่วนในการรับรู้ เรื่องการเสนอ ร่างรธน.ในเบื้องต้น และมาพิจารณาในวาระที่ 1-2-3 หรือ 3 วาระ ซึ่งถือว่า พฤติกรรมมีมูลเพียงพอ ที่จะแจ้งข้อกล่าวหา ไม่สามารถ อ้าง มาตรา 130 มาหักล้างได้”

นายวิชา กล่าวว่า ส.ส.และ ส.ว.ที่ไม่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา แยกเป็น 2 กลุ่ม คือ ส.ส.และส.ว.จำนวน 65 คนที่ลงมติเฉพาะวาระที่ 3 เท่านั้น ไม่ได้ร่วมเสนอร่าง ไม่ได้ลงวาระที่ 1 และ 2 ซึ่งปปช.มีมติ 7 ต่อ 2 ว่า กลุ่มนี้ไม่ปรากฏพฤติกรรมการกระทำความผิดชัดเจนเพียงพอ ประกอบกับเอกสิทธิ์ รัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 130 จึงถือว่า คำร้องไม่มีมูลและตกไป ซึ่งในส่วนนี้ มีนายกรัฐมนตรี ด้วย ขณะที่อีกจำนวน 8 คน ที่ป.ป.ช. มีมติเอกฉันท์ว่า ส.ส.และส.ว.ไม่ได้ร่วมเสนอร่างนี้เลย และไม่ได้ลงมติในวาระที่ 3 ด้วย ซึ่งถือว่าบริสุทธิ์ผุดผ่อง

นายวิชา กล่าวว่า การพิจารณาของป.ป.ช.มีพื้นฐานมาจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะประเด็น การปลอมเอกสารตามที่ศาลรัฐธรรมนูญ ได้ชี้ขาดไว้ ซึ่งผู้ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา จำนวน 308 คนจะต้องมาแก้ข้อกล่าวหา ต่อปปช.ต่อไป เบื้องต้น ในวันที่ 15-17 มกราคมนี้ ป.ป.ช.จะตั้งโต๊ะ เพื่อให้ผู้ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา มารับฟังข้อกล่าวหา ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทย จะดำนินการเอาผิดตามมาตรา 157 กับกรรมการ ป.ป.ช.นั้น สุดแล้วแต่ใครมีหน้าที่อะไรก็ทำไป