วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'TDRI'วอนพรรคการเมือง แจงงบฯนโยบายหาเสียง

'TDRI'วอนพรรคการเมือง แจงงบฯนโยบายหาเสียง

  • Share:

"ทีดีอาร์ไอ" ชี้ ประชานิยมมีทั้งดี-ไม่ดี ของดีให้เอาไว้ ส่วนที่เป็นภาระต่อประเทศชาติให้เอาออก แจงประชานิยมเหมือนยาสเตียรอยด์ เลิกยาก พร้อมแนะ 2 แนวทางหากมีเลือกตั้ง 2 ก.พ. ...

นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวในหัวข้อ "เราจะอยู่กับประชานิยมกันอย่างไร ไม่ให้วิกฤติ" ว่า ประชานิยมกับเรื่องการกระจายรายได้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกันมาก โดยส่วนหนึ่งของนโยบายประชานิยม ก็เพื่อช่วยคนจนให้เกิดการกระจายราย ได้ ปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นกับประเทศที่กำลังเป็นประชาธิปไตย เพราะประชาธิปไตยจะมาพร้อมกับแรงกดดันให้เกิดการกระจายรายได้  

นโยบายที่เราเรียกกันว่า ประชานิยม ไม่ว่าจะเป็น จำนำข้าว รถคันแรก 30 บาทรักษาทุกโรค เช็คช่วยชาติ การอุดหนุนราคาพลังงาน ความจริงแล้วไม่ได้เหมือนกันไปทั้งหมด แต่ละนโยบายมีความแตกต่างกัน อาทิ 30 บาทรักษาทุกโรค จะเห็นว่าเป็นนโยบายที่มีความยั่งยืนทางการคลัง รัฐบาลเตรียมเงินไว้ว่าจะต้องใช้ในแต่ละปีต่อหัวคนไข้เท่าไร ไม่ทำลายกลไกตลาด เพราะเป็นการไปสู่ตลาดที่ช่วยคนจนและสร้างความสามารถ ทำให้คนมีสุขภาพดี

 


ส่วนนโยบายอย่างการอุดหนุนราคาพลังงานนั้นไม่ยั่งยืน การตั้งกองทุนพลังงานเพื่อมาอุดหนุน แต่ถ้าเกิดราคาน้ำมันในตลาดโลกสูงขึ้น กองทุนพลังงานก็จะเจ๊ง เพราะฉะนั้น นโยบายแบบนี้อยู่ได้ไม่นาน ไม่ยั่งยืน ทำลายกลไกตลาด และไม่สร้างความสามารถให้ภาคอุตสาหกรรม ให้ประชาชนใช้พลังงานอย่างประหยัด เพราะราคาพลังงานบางอย่างมันถูกเกินจริง ส่วนนโยบายจำนำข้าว รถคันแรก เช็คช่วยชาติ ก็ล้วนเป็นนโยบายที่ไม่ยั่งยืนเช่นกัน นโยบายที่ถูกเรียกว่า ประชานิยม ส่วนใหญ่จึงไม่ได้ช่วยคนจนอย่างแท้จริง


อย่างไรก็ตาม นโยบายดีๆ ก็ยังมีอยู่ เช่น 30 บาทรักษาทุกโรค ซึ่งทางวิชาการจะเรียกว่าเป็นนโยบายสวัสดิการสังคม มากกว่าจะเรียกว่าเป็นประชานิยม เราจึงไม่ควรเหมาว่า นโยบายประชานิยมทุกอย่างแย่ไปหมด เราจึงควรแบ่งว่านโยบายประชานิยมที่ดีก็มี ส่วนนโยบายประชานิยมที่สร้างปัญหาเป็นประชานิยมที่แย่จริงๆ ขอเรียกว่าเป็นนโยบายไร้ความรับผิดชอบ ประชานิยมที่ดีก็ควรคงไว้ อะไรไม่ดีก็ควรทบทวนให้เลิก และอย่าไปดูว่าเป็นนโยบายที่เริ่มจากรัฐบาลไหนแล้วจะต้องดี หรือแย่ทุกนโยบาย เพราะจะเห็นว่าทุกรัฐบาลมีทั้งนโยบายที่ดีและนโยบายที่ไม่ดี

"ประชานิยมไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทย ยกตัวอย่างประสบการณ์ของประเทศในอเมริกาใต้ ซึ่งมีความแตกต่างทางรายได้สูงมาก พอเริ่มเป็นประชาธิปไตยก็เกิดปัญหา เกิดเป็นวัฏจักรประชานิยม ซึ่งประชานิยมพอเริ่มใช้แล้วจะมีลักษณะคล้ายยาสเตียรอยด์ เหมือนยาเสพติดที่เลิกได้ยาก คือ เมื่อมีนโยบายประชานิยม พอใช้ไปนานๆ เกิดการใช้เงินไม่ระมัดระวัง ก็จะเกิดวิกฤติเศรษฐกิจในที่สุด ก็ต้องรัดเข็มขัด เมื่อรัดเข็มขัดคนก็เดือดร้อน สุดท้ายผู้นำประชานิยมก็กลับขึ้นมาอีกเมื่อเศรษฐกิจฟื้น มาหาเสียงว่าจะมีนโยบายลด แลก แจก แถม ให้ประชาชนมีความสุข แล้วก็กลับไปสู่วัฏจักรประชานิยมอีก" ดร.สมเกียรติ กล่าว

ดร.สมเกียรติ กล่าวอีกว่า ขอเสนอแนะทางออกนโยบายประชานิยมระยะกลาง-ระยะยาว คือ 1.ต้องลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ด้วยการให้สวัสดิการสังคมที่ดี และการศึกษาที่มีคุณภาพ ที่จะทำให้คนไม่ต้องรอพึ่งรัฐบาลอยู่ร่ำไป 2.สร้างวินัยทางการคลัง จำกัดการขาดดุลของรัฐ โดยออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญมาตรา 167 และ 3.ควรมีการตั้งสำนักงบประมาณของรัฐสภา ขึ้นมาสนับสนุนรัฐสภาในการพิจารณางบประมาณและให้ข้อมูลแก่สาธารณะ


สำหรับข้อเสนอแนะเฉพาะหน้า หากมีการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.นี้ อยากเห็น 1.เรียกร้องให้ พรรคการเมือง ต้องแถลงต้นทุนของนโยบายที่ใช้หาเสียง และแหล่งที่มาของรายได้ด้วยว่า นโยบายที่ใช้หาเสียงกันนั้นใช้เงินเท่าไร จะเอารายได้จากที่ไหนไปทำให้นโยบายนั้นเกิดขึ้นได้จริง อย่าให้เหมือนกับนโยบายจำนำข้าว ที่จนบัดนี้ยังไม่รู้ว่าขาดทุน หรือกำไรเท่าไร 2.นักวิชาการควรช่วยกันตรวจสอบต้นทุนของนโยบายพรรคการเมืองใหญ่ที่ใช้หาเสียง.

 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้