วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
คดีควรศึกษา

คดีควรศึกษา

โดย สหบาท
8 ม.ค. 2557 05:00 น.
  • Share:

เป็นคดีฆาตกรต่อเนื่องสะท้านเมืองส่งท้ายปี 56

นายหนุ่ย หรือติ๊งต่าง ไม่มีนามสกุล ข่มขืนฆ่าน้องการ์ตูน เด็กหญิงเคราะห์ร้ายวัย 6 ขวบ หมกป่าหญ้าใกล้ซอยแบริ่ง เขตบางนา กทม. เมื่อถูกจับได้ ตำรวจขยายผลรับว่า ก่อคดีทำนองเดียวกันกับเด็กอีกหลายราย หลายท้องที่

พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก.มองเห็นความสำคัญจึงทำหนังสือถึงผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครที่คุมขังผู้ต้องหาระหว่างการสอบสวน ขอการดูแลผู้ต้องหาเป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาอาจถูกทำร้าย หรือมีแนวโน้มทำร้ายตัวเองเนื่องจากภาวะความเครียดที่เกิดขึ้น

ขอให้ทางเรือนจำพิจารณาแยกตัวผู้ต้องหาไปควบคุมต่างหาก และอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ตลอดเวลา

นอกจากนี้ ยังทำหนังสือด่วนที่สุดถึง พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. เสนอแนวทางการสืบสวนคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง สรุปใจความสำคัญได้ว่า

เนื่องจาก บช.ก.ได้มีการจัดตั้ง หน่วยวิเคราะห์พฤติกรรมศาสตร์ เคยสืบสวนคดีฆาตกรต่อเนื่องมาแล้วหลายคดี ขณะนี้กำลังพัฒนาหน่วยให้เป็น Profiling Unit และเมื่อเกิดคดีดังกล่าวขึ้นก็ได้นำข้อมูลคดีไปหารือกับผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศเห็นตรงกันว่า คดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่เกิดขึ้นในทวีปเอเชียที่มีเค้าโครงสมบูรณ์เช่นคดีนี้มีอยู่น้อย

ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้ศึกษา เรียนรู้ และได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อวงการตำรวจไทย สังคมไทย และสังคมโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องพฤติกรรมผู้ต้องหาที่ตรงตามหลักเหยื่อวิทยา เริ่มตั้งแต่พบเหยื่อ จูงเหยื่อ ข่มขืนฆ่า นำศพไปทิ้ง สามารถนำมาเป็นกรณีศึกษาได้ว่าผู้ต้องหามีพฤติกรรมล่าเหยื่อและดื่มด่ำกับเหยื่ออย่างไร

หนังสือระบุด้วยว่า จากเหตุผลดังกล่าวจึงมีข้อเสนอให้พิจารณา หยุดการสืบสวนสอบสวนที่ไม่จำเป็นตามข้อกฎหมาย หรือหยุดรบกวนพยานหลักฐานต่างๆทันทีเพื่อไม่ให้เป็นการทำลายหลักฐานที่มีอยู่ โดยขอยืนยันว่า คดีนี้ไม่จำเป็นต้องเร่งรัดทำอย่างร้อนรนจนทำลายโอกาสที่ดี อีกทั้งการสืบสวนนั้นไม่จำเป็นต้องหาพยานหลักฐานจากสถานที่เกิดเหตุเพียงอย่างเดียว

เห็นควรให้ประสานผู้เชี่ยวชาญคดีจากต่างประเทศมาร่วมดำเนินการ

เป็นการพัฒนาวงการตำรวจให้เป็นมืออาชีพไปในตัว.

 

สหบาท

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้