วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตั้งสติรับ "ชัตดาวน์"

โดย ซูม

วันนี้ตรงกับวันพุธที่ 8 มกราคม 2557 ยังเหลืออีก 5 วันเต็มๆ สำหรับวัน “ชัตดาวน์ กทม.” ที่กำนันสุเทพขีดเส้นตายเอาไว้

ขณะที่ผมเขียนต้นฉบับวันนี้ ยังไม่มีวี่แววหรือไม่มีแนวโน้มว่าจะ “เลื่อน” หรือ “เลิก” การชัตดาวน์แต่ประการใด

รวมทั้งที่ผมเคยเขียนขอร้องให้มีการ “ชัตอัพ” คือยุติการพูดจาว่ากล่าวกัน หรือหยุดการทะเลาะกันลงบ้าง ก็ยังไม่เกิดขึ้น มีแต่จะทะเลาะกันมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก...เฮ้อ!

ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการชัตดาวน์ เริ่มปรากฏตัวขึ้นที่โน่นที่นี่...แต่ก็ยังดีที่ทุกกลุ่มออกมาค้านหรือไม่เห็นด้วยอย่างสุภาพ อย่างสันติและพยายามที่จะไม่เผชิญหน้าซึ่งกันและกัน

แม้แต่มวลชนที่สนับสนุนรัฐบาล ก็พยายามหลบเลี่ยงการเผชิญหน้าโดยไปตั้งกลุ่มชุมนุมแถวๆต่างจังหวัดหรือชานเมือง ไม่เข้าใกล้กลุ่มของกำนันสุเทพ

ขอให้รักษาแนวทางนี้ต่อไปทั้ง 2 ฝ่ายนะครับ เมื่อยังเลิกทะเลาะกันไม่ได้ ก็ขอให้ทะเลาะกันอย่างนุ่มนวลไปเรื่อยๆ อย่าถึงขั้นลงมือปะทะกันเด็ดขาด

อาจจะเป็นผลเสียในทางเศรษฐกิจบ้างก็ช่างเถอะ ถึงอย่างไรก็ยังดีกว่ามีการบาดเจ็บล้มตาย สูญเสียชีวิตคนไทยด้วยกันเอง

ที่ผมจะขออนุญาตเขียนกราบเรียนบรรดาแกนนำของทุกๆฝ่ายที่กำลังขัดแย้งกันอยู่ในขณะนี้ รวมไปถึงพี่น้องประชาชนที่จะได้รับผลกระทบทั้งโดยตรงและโดยอ้อมจากการชัตดาวน์อีกครั้งหนึ่งในวันนี้ก็เห็นจะเป็นคำขอร้องให้ท่องคาถาบทเดิมต่อไป

นั่นก็คือ “อดทน” “อดกลั้น” ตั้ง “สติ” และใช้ “ปัญญา”

ความอดทนและอดกลั้นจะทำให้เราได้สติและเมื่อมีสติแล้วก็จะเกิดปัญญาในการแก้ไขปัญหา

ในระดับ “แกนนำ” (ของทั้ง 2 ฝ่าย) นั้น สติและปัญญาจะทำให้ท่านคิดอ่านหาทางออกให้แก่ประเทศชาติได้ในที่สุด

แม้จะดูมืดมนเหลือเกิน แต่ถ้าใช้สติใช้ปัญญาไปเรื่อยๆเดี๋ยวก็สว่างขึ้นมาจนได้แหละน่า

สำหรับพวกเราระดับประชาชนคนทำมาหากิน และอยากให้คนไทยเลิกทะเลาะกัน ก็คงต้องท่องคาถาทั้ง 4 ข้อด้วยเช่นกัน

เริ่มตั้งแต่อดทน อดกลั้น เพื่อไม่ให้เราเกิดความวิตกเกิดความกลัวเกิดความหวั่นไหวจนกลายเป็นโรคประสาทไปเสียก่อน

ที่สำคัญสติและปัญญาจะช่วยให้พวกเราเอาตัวรอดได้คือสามารถจะใช้ชีวิตได้อย่างไม่เดือดร้อนนัก และยังคงไปทำมาหากินได้ตามปกติ ซึ่งแม้จะติดขัดหรือมีปัญหาบ้างที่มีการชัตดาวน์ แต่ก็จะผ่อนหนักเป็นเบาได้ เมื่อเราเตรียมตัวล่วงหน้าให้พร้อม

ท่านผู้อ่านคงได้ยินข่าวแล้วว่า ประชาชนไม่น้อยลงมือกักตุนข้าวปลาอาหาร และข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นต่างๆ

บ้างก็เริ่มหาข้อมูลกันว่า เขาจะปิดตรงไหน อย่างไร ใกล้ที่ทำงานเราหรือเปล่า? ถ้าใกล้เราจะเดินทางไปทำงานอย่างไร?

เดินไปได้ไหม? ขี่จักรยานดีไหม? นั่งมอเตอร์ไซค์ดีไหม? ไปรถใต้ดินได้หรือเปล่า? รถบีทีเอสล่ะ...ผ่านที่ทำงานเราใกล้สุดตรงไหน?

จะขนงานไปทำที่บ้านได้ไหม? จะใช้คอมพิวเตอร์ ใช้ออนไลน์ ได้หรือเปล่า? หรือจะถือโอกาสลาพักร้อนไปเสียตอนนี้เลย? ฯลฯ และ ฯลฯ

ก็ดีครับ ที่เริ่มคิดอ่านหาทางเอาตัวรอด หรือผ่อนหนักเป็นเบา สำหรับพวกเราระดับชาวบ้านตั้งแต่บัดนี้

โดยเฉพาะเรื่องการคิดอ่านในการเดินทางไปทำงานนั้น อยากจะฝากไว้เลยเป็นพิเศษ ว่าอย่าหลงลืมเป็นอันขาด

จะทะเลาะกันแค่ไหนไปร่วมกับม็อบบ่อยแค่ไหน...แต่ถึงเวลาต้องกลับไปทำงานของเรา และพยายามทำให้ดีที่สุด เพื่อให้ผลผลิตโดยรวมของชาติ ไม่ถดถอยจนเกินไป

ที่จะต้องย้ำก็คือ ต้องเอาตัวรอดอย่างมีสตินะครับ นั่นก็คืออย่าแตกตื่น หรืออย่าตระหนกตกใจเกินควร โดยเฉพาะการกักตุนอาหารหรือเครื่องใช้ไม้สอยที่จำเป็นต่างๆ

อย่าให้เหมือนตอนน้ำท่วมปลายปี 2554 เป็นอันขาด เรากักตุนกันเยอะมาก จนข้าวของขาดตลาด อย่างผมเองก็ตุนทั้งน้ำทั้งมาม่า กว่าจะดื่มหมด กินหมดเกือบสิ้นปี 2555 ถัดมา

คราวนี้ก็เลยตั้งสติ ตุนแค่พอกินพอใช้ 1 เดือนไปก่อน คิดว่าชัตดาวน์คงไม่เกินเดือนนะครับ แต่ถ้าเกินค่อยหาโอกาสตุนเพิ่มอีกทีก็แล้วกัน.

 

“ซูม”

7 ม.ค. 2557 10:15 7 ม.ค. 2557 10:15 ไทยรัฐ