วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"ฮีโร่" รอจังหวะอยู่?

จะเอายังไงก็เอาซะที เบื่อเต็มทนแล้ว

ว่ากันตามอารมณ์ของผู้คนในสังคมที่รู้สึกเอียนกับวิกฤติการเมืองลากยาวข้ามปี เริ่มมาก็ประเดิมศักราชใหม่ด้วยฉากเก่าๆที่ “กำนันเทพ” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.นำม็อบนกหวีดเดินสาย “เรียกแขก” เร้ากระแสไปถึงคิวชุมนุมใหญ่เผด็จศึกนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในวันที่ 13 ม.ค.นี้

ตามแนวโน้มสถานการณ์ที่ต่างชาติมองจากข้างนอกเห็นทะลุปรุโปร่งกว่าคนใน

ด้วยมุมมองของสำนักข่าวระดับโลกอย่างเอเอฟพีและรอยเตอร์ รายงานความเคลื่อนไหวการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กลับมาคึกคักอีกครั้ง เพื่อเตรียมการปิดกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 13 มกราคมเป็นต้นไป

ขณะที่นายกรัฐมนตรีไทยดูเหมือนจะยิ่งถูกโดดเดี่ยวมากขึ้นตามระยะเวลาของการชุมนุมประท้วง ซึ่งทำให้การแทรกแซงจากกระบวนการยุติธรรม

และการก่อรัฐประหารโดยทหารในกองทัพยังคงมีความเป็นไปได้อยู่เสมอ

ต่างชาติอ่านสถานการณ์ขาด ขยาดวิกฤติม็อบเมืองไทย

และที่เจ๊งไปก่อนเลยก็คือเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว ล่าสุดสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ได้ยกเลิกเที่ยวบินมายังกรุงเทพฯ ในช่วงกลางเดือนมกราคมไปแล้ว 19 เที่ยวบิน เพราะความต้องการของผู้โดยสารลดน้อยลง สืบเนื่องจากการชุมนุมประท้วงและการประกาศปิดกรุงเทพฯ

ตามตัวเลขที่นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร นายกสมาคมโรงแรมไทย ยืนยันยอดจองโรงแรมหายไป 15 เปอร์เซ็นต์ จากสถานการณ์ทางการเมืองที่ยืดเยื้อไม่สามารถประเมินผลได้

ขณะที่นายสมชาย พรจินดารักษ์ นายกสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ ยอมรับว่า การชุมนุมอย่างต่อเนื่องได้สร้างผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอัญมณี ขณะนี้มีผู้ประกอบการต่างชาติขอยกเลิกการเข้าร่วมแสดงสินค้าอัญมณีในไทยแล้ว ทั้งสหรัฐฯ ยุโรป จีน และฮ่องกง

มันคือผลเสียหายอย่างใหญ่หลวงที่เกิดขึ้นให้เห็นกันตรงหน้า

ขณะที่การบริหารราชการแผ่นดินอยู่ในห้วงสุญญากาศ สถานการณ์กำลังไหลไปสู่สภาวะ “รัฐล้มเหลว” กฎหมายไร้ความศักดิ์สิทธิ์

มีรัฐบาลรักษาการก็เหมือนไม่มี

นักการเมืองทำได้แค่เล่นเกมชิงกระแส ในเหลี่ยมเชิงการตลาดที่นายกฯยิ่งลักษณ์เดินสายพบสื่อมวลชน เข้าพบหนังสือพิมพ์ฉบับใหญ่ โชว์พิมพ์เขียว

แผนปฏิรูปประเทศไทยหลังเลือกตั้ง ในขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ก็เดินตามรอย จัดเวทีพบสื่อมวลชน ตีปี๊บแผนปฏิรูปประเทศไทยในปี 2557

ช่วงชิงความชอบธรรม บลัฟอำกันไปรายวัน

ขณะที่มองไปข้างหน้าก็เจอแต่หนทางตัน แม้จะเดินหน้าเลือกตั้งต่อไปในวันที่ 2 ก.พ. ในสถานการณ์ที่ 28 เขตเลือกตั้ง ยังไร้ผู้สมัคร ตามเงื่อนไขนั่น

หมายความว่า หลังเลือกตั้งได้ ส.ส.ไม่ครบร้อยละ 95 แน่ๆ อย่างไรเสียก็ไม่สามารถเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้

ต้องจัดเลือกตั้งใหม่ซ้ำอีกไม่รู้กี่รอบ ยังไม่นับปรากฏการณ์แทรกซ้อน กับคิวที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จ่อลงดาบ 383 ส.ส. ส.ว.ไปจนถึงรัฐมนตรี ในคดีแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มา ส.ว.

ส่อล้างบางพรรคเพื่อไทยและเครือข่าย หายไปครึ่งค่อนพรรค

โดนดักสกัดไม่รู้กี่ด่านต่อกี่ด่าน

งานนี้แทบมองไม่เห็นหนทางที่พรรคเพื่อไทยจะฝ่าแนวต้านกลับสู่เกมอำนาจได้ ซึ่งนั่นก็ทำให้จำเป็นต้องเดินยุทธศาสตร์ตื๊อ ยื้อถืออำนาจรัฐบาลรักษาการต่อไปพลางๆ

ท่ามกลางดีกรีความอึดอัดของสังคมไทย หันซ้ายหันขวาพึ่งใครไม่ได้

คำตอบสุดท้ายก็มุ่งไปที่กองทัพ

กับเสียงเรียกร้องให้ทหารออกมาเป็น “ฮีโร่” พังทลายสถานการณ์ขึงพืดให้รู้แล้วรู้รอดไป

แต่ก็เป็นอะไรที่ไม่ใช่จะเคลื่อนรถถังกันง่ายๆ กับการเคลื่อนไหวของแนวร่วมคนเสื้อขาวในนามเครือข่าย “พอกันที!หยุดสร้างเงื่อนไขไปสู่ความรุนแรง” ที่เริ่มนัดจุดตะเกียง จุดเทียนกันกลางกรุง ปล่อยลูกโป่งขาวหนุนให้เดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง

ในจังหวะที่กลุ่มเสื้อแดง นปช.ก็นัดรวมพล รอต้านการปฏิวัติรัฐประหาร

สถานการณ์ยังสุ่มเสี่ยงพลิกได้ ระหว่าง “ฮีโร่” กับ “ผู้ร้าย”

ทีมข่าวการเมือง