วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หุ้นได้-เสียปิดกรุง!!

ดัชนีหุ้นวันที่ 6 ม.ค.57 ปิดที่ 1,230.84 จุด เพิ่มขึ้น 6.22 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย 33,822.19 ล้านบาท ต่างชาติซื้อสุทธิ 1343.53 ล้านบาท

หุ้นที่ซื้อขายสูงสุด KBANK ปิด 157 บาท เพิ่มขึ้น 6 บาท, ADVANC ปิดที่ 201 บาท บวก 5 บาท, JAS ปิดที่ 6.35 บาท บวก 0.35 บาท, INTUCH ปิด 66 บาท บวก 0.50 บาท และ SCB ปิด 140 บาท บวก 7.50 บาท บล.เอเชียพลัส ชี้ตลาดหุ้นไทยผันผวน หลังสถานการณ์การเมืองในประเทศมีท่าทียุติได้ยากและมีผลกระทบเศรษฐกิจมีการปรับลดจีดีพี ทำให้มีความเสี่ยงให้บริษัทจดทะเบียนมีการปรับลดประมาณการกำไรในปี 57 ลง อีกทั้งการไหลออกของเงินทุนต่างชาติจากตลาดหุ้นไทยที่ต่อเนื่องมาจากปี 56 โดยโยกเงินไปลงทุนในตลาดหุ้นอื่น ยังเป็นปัจจัยกดดันตลาด

แนวโน้มตลาดระยะสั้น คาดยังคงแกว่งตัวผันผวนเช่นนี้จนกว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะคลี่คลายลง ส่วนการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ที่จะเกิดขึ้นช่วงปลายเดือนนี้จะส่งผลกระทบต่อตลาดแน่นอน เพราะต่างชาติยังขายสุทธิทั้งในหุ้นและตลาดพันธบัตรอยู่ ตามการปรับลด QE ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯฟื้นตัวดีขึ้น

กลยุทธ์ลงทุนแนะซื้อสะสมหุ้นในพอร์ต 50 % สำหรับการลงทุนระยะยาว ไม่แนะนำ Trading ในระยะสั้น ด้านเทคนิคให้แนวรับที่ 1,200 จุด ส่วนแนวต้านที่ 1,240 จุด

มีบทวิเคราะห์ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ประเมินหุ้นที่จะได้และเสียประโยชน์โดยตรงจากการ “ชัตดาวน์ กรุงเทพฯ” โดยหุ้นที่เสียประโยชน์ คือ BECL, SUSCO, CPN, ROBINS, ERW, CENTEL, MINT โดยประเมินการเดินทางในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะบนท้องถนนจะลดลง คาดหุ้น BECL (ทางด่วน) และ SUSCO (ปั๊มน้ำมัน) จะได้รับผลกระทบเชิงลบ รวมทั้งการชุมนุมจะส่งผลกระทบต่อการจับจ่ายใช้สอยตามห้างสรรพสินค้าทั้ง CPN, ROBINS และคาดหุ้นกลุ่มโรงแรม ERW, CENTEL, MINT จะได้รับผลกระทบเชิงลบจากนักท่องเที่ยวที่จะหลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงเกิดเหตุชุมนุมฯ ส่วนหุ้นได้ประโยชน์ คือ BTS, BMCL และ CPALL โดย BTS (รถไฟฟ้า) และ BMCL (รถไฟฟ้าใต้ดิน) คาดจะได้ประโยชน์จากการที่ประชาชน เลือกใช้เดินทางแทนการเดินทางด้วยรถยนต์ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง

นอกจากนี้  เราประเมินร้านสะดวกซื้ออย่าง CPALL จะได้อานิสงส์เชิงบวกไปด้วย เพราะมีสาขากระจายอยู่หลายแห่งใกล้ที่อยู่อาศัย!!

อินเด็กซ์ 51

7 ม.ค. 2557 00:42