Thairath Logo
กีฬา

"แม่วัยใส" ปม...ไอคิวต่ำ

Share :

สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นฯ สะท้อนปัญหาซ้ำซากยุคสังคมเปราะบาง

กตัญญู รู้หน้าที่ เป็นเด็กดี มีวินัย สร้างไทยให้มั่นคง

คำขวัญวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2557 ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มอบให้เด็กไทยทุกคน

โดยวันเด็กปีนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ 11 ม.ค. ซึ่งเป็นวันเสาร์ที่สองของเดือน ม.ค. และเป็นประจำทุกปีที่ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนจะจัดกิจกรรมเพื่อเป็นของขวัญให้กับเด็ก ซึ่งเป็นอนาคตของชาติ อย่างยิ่งใหญ่ทั่วประเทศ

และเนื่องในวันเด็กแห่งชาติที่กำลังจะมาถึง “ทีมข่าวสาธารณสุข” ขอเป็นกระจกสะท้อนถึงปัญหาของเด็กที่ยังถูกมองข้าม เพื่อนำไปสู่การแก้ไข

เริ่มตั้งแต่ในกลุ่ม เด็กปฐมวัย ที่พบว่ายังขาดการดูแลให้เด็กมีพัฒนาการที่สมวัยโดยเฉพาะในศูนย์เด็กเล็กซึ่งอยู่ในการดูแลของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โดยข้อมูลจาก สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข พบว่ามี อปท.เพียงร้อยละ 30 เท่านั้น ที่เห็นความสำคัญในการพัฒนาศูนย์เด็กเล็ก

ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว การดูแลเด็กปฐมวัยมีความสำคัญมาก เพราะต้องคอยติดตามพัฒนาการของเด็ก และหากพบว่ามีพัฒนาการที่ไม่สมวัย จะได้ปรึกษาแพทย์เพื่อหาทางแก้ไขได้ทันท่วงที

ซึ่งกลุ่มอาการที่อาจพบได้ในเด็กปฐมวัยคือ ภาวะออทิสซึม (Autism) หรือ “เด็กออทิสติก” ที่เป็นโรคหรือกลุ่มอาการที่เกิดขึ้นในเด็ก เนื่องจากสมองผิดปกติ โดย ข้อมูลจากกรมสุขภาพจิต ระบุว่า เด็กในศูนย์เด็กเล็ก จะพบเด็กที่มีอาการดังกล่าวอยู่ประมาณร้อยละ 1
และในเด็กออทิสติก จำนวนดังกล่าวมีเพียง ร้อยละ 20 เท่านั้น ที่เข้า ถึงระบบการบริการ สาธารณสุข ซึ่งยังถือ ว่าเป็นตัวเลขที่ต่ำมาก
ขณะที่ในกลุ่ม เด็กระดับประถมศึกษา ข้อมูลจาก กรมสุขภาพจิต ที่สำรวจเมื่อปี 2554 พบว่า เฉลี่ยระดับเชาวน์ปัญญา หรือ ไอคิว ของเด็กระดับประ-ถมศึกษาทั่วประเทศอยู่ที่ 98.55 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์มาตร- ฐานที่จะต้องอยู่ที่ไม่ต่ำกว่า 100

อีกหนึ่งปัญหาสำคัญที่ถือว่าเป็นปัญหาซ้ำซาก คือ ปัญหาท้องไม่พร้อมในกลุ่มเด็กวัยรุ่นหญิง ซึ่งข้อมูลล่าสุดจาก สำนักงานสถิติแห่งชาติ ที่สำรวจกลุ่ม “แม่วัยใส” คือ เด็กอายุไม่ถึง 18 ปี ที่ไปทำคลอดตามโรงพยาบาลต่างๆ พบว่ามีอัตราส่วนสูงถึง 54 คน ต่อ 1 แสนประชากรวัยรุ่น ขณะที่เกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก หรือ WHO กำหนดไว้ที่ 15 คน ต่อ 1 แสนประชากรวัยรุ่นเท่านั้น

ซึ่งจากสถิติดังกล่าวของไทยถือว่าสูงเป็นอันดับ 2 ของอาเซียนเลยทีเดียว จะมีเพียงลาวประเทศเดียวเท่านั้นที่มีตัวเลขของ “แม่วัยใส” สูงกว่าประเทศไทย

ส่วนเด็กวัยรุ่นชายปัญหาที่พบในอันดับต้นๆ คือ ปัญหาเรื่องความรุนแรง เนื่องจากสามารถเข้าถึงอาวุธได้ง่าย ประกอบกับยังมีปัญหาในการควบคุมอารมณ์ จึงนำมาซึ่งสาเหตุแห่งการทะเลาะวิวาท และเสียชีวิตในที่สุด

“ปัญหาในเด็กแต่ละวัยยังคงต้องได้รับการแก้ไข ตั้งแต่ระดับปฐมวัย ไปจนถึงวัยรุ่น ซึ่งในกลุ่มเด็กปฐมวัยที่ส่วนใหญ่จะอยู่ในการดูแลของศูนย์เด็กเล็กของ อปท. แต่ละพื้นที่ ยังไม่ค่อยได้รับความสนใจจาก อปท.แต่ละแห่ง เนื่องจาก อปท. มักมองไปที่งบประมาณการก่อสร้างเป็นหลัก ทั้งที่ความจริงแล้วพัฒนาการของเด็กปฐมวัยเป็นสิ่งที่สำคัญมาก และทางกรมสุขภาพจิตก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือ เพราะหากพบเด็กที่มีอาการออทิสติก และส่งเข้ารับการดูแลตามระบบสาธารณสุขได้เร็วเท่าใด ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสให้เด็กกลุ่มนี้สามารถใช้ชีวิตร่วมกับคนทั่วไปได้มากขึ้น” พญ.มธุรดา สุวรรณโพธิ์ ผอ.สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กล่าวถึงปัญหาในกลุ่มเด็กปฐมวัยที่มักถูกมองข้าม

ขณะที่ปัญหาในกลุ่มเด็กระดับประถมศึกษา ไปจนถึงวัยรุ่น ผอ.สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ บอกด้วยว่า ทุกหน่วยงานจำเป็นต้องให้ความสำคัญ ซึ่งในส่วนของการพัฒนาไอคิวเด็กไทย ทางกรมสุขภาพจิต ได้ร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ ปรับระบบการเรียนการสอน และให้เด็กเก่งจับคู่กับเด็กไม่เก่งเพื่อให้คอยช่วยเหลือกัน และจะมีการประเมินไอคิวเด็กทั่วประเทศอีกครั้งในปี 2558 ส่วนในกลุ่มเด็กวัยรุ่น ทางสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ ได้เริ่มดำเนินการโครงการ Love Say Play ตั้งแต่ปี 2555 เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ที่ถูกต้อง ขณะที่เรื่องปัญหาความรุนแรงก็มีการนำเด็กกลุ่มเสี่ยงมาเข้าค่ายร่วมกัน เพื่อให้เห็นคุณค่าในตัวตน คุณค่าในชีวิต โดยจะมีการจัดค่ายดังกล่าวทั้ง 12 เขตบริการสุขภาพทั่วประเทศ

“ทีมข่าวสาธารณสุข” มองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในเด็กวัยต่างๆ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นที่จะต้องมีมาตรการแก้ไขที่ต่อเนื่อง เพื่อหล่อหลอมให้เด็กไทยเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่ดี มีคุณภาพ

โดยส่วนสำคัญที่สุดที่มองข้ามไปไม่ได้ คือ ครอบครัว จะต้องใส่ใจในตัวเด็ก ดูว่าเด็กต้องการอะไร แต่ต้องไม่ใช่การตามใจจนมากเกินไป ทั้งต้องเข้าใจพฤติกรรมของเด็กในแต่ละวัยด้วย

เพราะ “เด็ก” เปรียบเสมือน “ผ้าขาว” ที่ “ผู้ใหญ่” คือหัวใจสำคัญในการแต่งแต้มสีต่างๆลงไปเพื่อบ่มเพาะเด็ก

และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคสังคมเปราะบางเช่นปัจจุบันนี้ หากเราไม่สนใจว่าเด็กจะเป็นอย่างไร ปล่อยเด็กไปตามมีตามเกิดให้อยู่กับสภาพที่เต็มไปด้วยการแก่งแย่ง ชิงดีชิงเด่น เห็นแก่ตัวเต็มไปด้วยการทุจริต การไม่พัฒนาการศึกษา ขณะที่ครอบครัวก็ขาดความอบอุ่น ขาดการดูแลเอาใจใส่ในตัวเด็ก หรือใช้เงินเป็นปัจจัยหลักในการเลี้ยงลูก

นั่นเท่ากับการแต้ม “สีดำ” ลงบนผ้าที่ขาวสะอาด ให้กลายเป็นผ้าที่สกปรกจนยากที่จะเยียวยาให้คืนสภาพความสวยงามดั่งเดิม...


ทีมข่าวสาธารณสุข

อ่านเพิ่มเติม...
ปัญหาท้องไม่พร้อมเด็กหญิงวันเด็กเด็กปฐมวัยศูนย์เด็กเล็กสถาบันสุขภาพจิตเด็กวัยรุ่นภาวะออทิสซึมAutismเด็กออทิสติก