วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ผู้สมัครส.ส.8 จว.ใต้ แห่ร้องศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง

ผู้สมัครส.ส.8 จว.ใต้ แห่ร้องศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง

  • Share:

ผู้สมัคร ส.ส. พื้นที่ 8 จว.ภาคใต้ ที่ลงสมัครไม่ได้ แห่ร้องศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ขอศาล สั่ง ให้รับรองสิทธิ์ลงสนามเลือกตั้งได้ ขณะโฆษกอัยการ นัดสุเทพส่งฟ้องศาล 8 ม.ค.เหมือนเดิม

วันที่ 6 ม.ค.ที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ นายไชยศักดิ์ แสงทอง ผู้สมัครเขต 7 กับพวกซึ่งเป็นผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคชาติพัฒนา เขต 3,4,6 มายื่นคำร้อง

โดยมีคณะกรรมการเลือกตั้งจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง เป็นผู้ถูกกล่าวหา เพื่อขอให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งวินิจฉัยว่า การเข้าไปลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2556 ตามกำหนดที่ กกต.เปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 28 ธ.ค. 56 - 1 ม.ค. 57 แต่ผู้สมัครไม่สามารถสมัครได้ เนื่องจากถูกกลุ่มผู้ชุมนุม เข้าไปปิดล้อมสถานที่รับสมัครเลือกตั้ง

โดยทางผู้สมัครได้แจ้งความไว้ที่ สภ.ชะเมา จังหวัดนครศรีธรรมราช ไว้เป็นหลักฐานแล้ว โดยคำร้องระบุว่า ขอให้ศาลฎีกาฯ พิจารณาวินิจฉัยว่า การเข้าไปสมัครรับเลือกตั้งดังกล่าวนั้น ให้มีผลเสมือนว่า ผู้สมัครได้รับสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งแล้ว และขอให้ศาลฎีกาฯ มีคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องทั้งสอง ทำหน้าที่การรับสมัคร รับชำระเงินค่าสมัครและตรวจสอบเอกสารประกอบการสมัคร เพื่อให้คณะกรรมการการเลือกตั้งกลางประกาศรับรองว่า เป็นผู้ได้รับการสมัครรับเลือกตั้งด้วย

ขณะเดียวกันผู้สมัครจากพรรคการเมืองอื่นได้มายื่นคำร้องเพื่อให้ศาลฎีกาฯ วินิจฉัย กรณีเดียวกันนี้เช่นเดียวกัน อาทิ ผู้สมัครจาก ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 3,7,8,9 พรรคภูมิใจไทย , ผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดกระบี่ เขต 3 พรรคประชาธิปไตยใหม่ , ผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดนครศรีธรรมราชเขต 7 พรรคประชาสามัคคี , ผู้สมัคร ส.ส. จังหวัดนครศรีธรรมราช เขต 3 พรรคพลังประเทศไทย ซึ่งผู้สมัครดังกล่าวเป็นกลุ่มของผู้สมัคร ส.ส. ใน 28 เขต ใน 8 จังหวัด พื้นที่ภาคใต้

ต่อมาเวลา 15.30 น. นายนิกร จำนง ผอ.พรรคชาติไทยพัฒนา นายเกษม สรศักดิ์เกษม ประธานคณะกรรมการกฎหมายและกิจการรัฐสภา พรรคชาติไทยพัฒนา พร้อมด้วยผู้สมัคร ส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนาจำนวน 15 คน ที่ไม่สามารถเข้าสมัครเป็นผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในจังหวัดภาคใต้ ได้เข้ายื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 219 วรรคสาม เพื่อให้ศาลฎีกาพิจารณาและมีคำสั่งใน 3 ประเด็น

ประกอบด้วย 1. ขอให้ศาลฎีกาสั่งให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งนั้นๆ รับสมัครสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนาทั้ง 15 คน เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2. ขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งให้สมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนาทั้ง 15 คน เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 3. ขอให้ศาลฎีกาพิจารณาตามที่เห็นสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความผาสุกของบ้านเมือง สำหรับคำร้องของสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนามี 5 คำร้อง ตามจำนวนจังหวัดที่สมาชิกพรรคเข้าสมัครไม่ได้ ได้แก่ จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดสงขลา จังหวัดพัทลุง จังหวัดกระบี่ และจังหวัดชุมพร โดยจังหวัดนครศรีธรรมราชมีผู้ไม่สามารถสมัครได้ใน 5 เขตเลือกตั้ง จังหวัดสงขลา 5 เขตเลือกตั้ง จังหวัดพัทลุง 3 เขตเลือกตั้ง จังหวัดกระบี่และจังหวัดชุมพรจังหวัดละ 1 เขตเลือกตั้ง ทั้งนี้ภายหลังจากที่ผู้สมัครได้ยื่นคำร้องต่อเจ้าหน้าที่ศาลฏีกาฯ แล้ว จะมีการรวบรวมคำร้องและเอกสารหลักฐานประกอบคำร้องเสนอศาลฎีกาฯ เพื่อพิจารณาวินิจฉัย จากนั้นจะมีการมอบสำนวนให้องค์คณะผู้พิพากษาพิจารณาโดยเร็ว ตามกรอบระยะเวลากำหนดการเลือกตั้ง เพื่อมีคำสั่งต่อไปว่าจะรับคำฟ้องดังกล่าวไว้วินิจฉัยหรือไม่ และให้เสร็จโดยเร็ว

อย่างไรก็ตาม สำหรับการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา สามารถยื่นได้โดยไม่มีกรอบระยะเวลาเพื่อให้ศาลพิจารณาเสร็จสิ้นก่อนวันเลือก ตั้งในวันที่ 2 ก.พ. นี้ สำหรับวันนี้ถือว่าเป็นการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเป็นวันแรก ของผู้สมัครเลือกตั้งพรรคต่างๆ ภายหลังจากที่ กกต.แนะนำให้ผู้สมัครที่ไม่สามารถลงสมัครได้ เพื่อให้มายื่นคำร้องต่อศาลฎีกาดังกล่าว

ด้าน นายนันทศักดิ์ พูลสุข โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยถึงกรณีนัดนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาฯ กปปส. ส่งตัวฟ้องคดีร่วมกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ฐานร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่าและพยายามฆ่า จากกรณีออกคำสั่ง ศอฉ. ขอคืนพื้นที่การชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ปี 2553 เพื่อฟ้องต่อศาลอาญาในวันที่ 8 ม.ค. นี้ ว่า ทางอัยการยังคงนัดหมายให้นายสุเทพมาพบในวันที่ 8 ม.ค. เหมือนเดิม ซึ่งขณะนี้ นายสุเทพ ก็ยังไม่ได้ประสานขอเลื่อนแต่อย่างใด โดยคงจะต้องรอดูในวันดังกล่าวว่า นายสุเทพ จะเดินทางมาพบตามที่อัยการนัดหมาย หรือไม่

ทั้งนี้ หากนายสุเทพ จะขอเลื่อนนัดส่งตัวฟ้องศาล ทางอัยการก็คงจะต้องพิจารณาอีกครั้งว่ามีเหตุอันควรหรือไม่

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้