วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คมนาคม เตรียมแผนรับมือปิดกรุง ลดปัญหาได้ 50%

คมนาคม หาจุดจอดรถเชื่อมขนส่งสาธารณะ รับมือชัตดาวน์กรุงเทพฯ คาดกระทบผู้ใช้รถใช้ถนนมากกว่า 1 ล้านคน หวังลดปัญหาได้ 50%...

นายสมชัย ศิริวัฒนโชค ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกับหน่วยงานด้านการขนส่งว่า มาตรการที่จะใช้รับมือช่วงที่มีการชุมนุมชัตดาวน์กรุงเทพฯ วันที่ 13 ม.ค. นี้ กระทรวงคมนาคมได้จัดหาจุดจอดรถบริเวณชานเมือง เพื่อเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนเข้าพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน แบ่งเป็น โซนทิศเหนือ ที่ลานจอดรถสนามบินดอนเมือง ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต โซนทิศตะวันออก ที่ลานจอดรถสนามบินสุวรรณภูมิ, ไบเทคบางนา และกำลังเจรจากับศูนย์การค้าเมกาบางนาเพิ่มเติม โซนทิศใต้ ที่ลานจอดรถเซ็นทรัลพระราม 2, บิ๊กซี เคหะธนบุรี, บิ๊กซี ราษฎร์บูรณะ, เดอะมอลล์บางแค และโซนตะวันตก ที่ลานจอดรถของขสมก. 10 ไร่, พาต้าปิ่นเกล้า, แนวสถานีรถไฟสายใต้ โดยจะจัดรถชัตเติลบัสรับ-ส่ง ในจุดที่มีปัญหาด้านการเดินทาง

ทั้งนี้ การบริการดังกล่าว จะไม่เสียค่าใช้จ่าย และจะประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบรายละเอียดอีกครั้ง หลังวางมาตรการทั้งหมดแล้วเสร็จ ซึ่งกำหนดให้ทุกหน่วยงานจัดทำรายละเอียดการดำเนินการให้เสร็จภายในเย็นวันนี้

นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม แบ่งหน้าที่รับผิดชอบดูแลอำนวยความสะดวกการเดินทางของประชาชนเป็น 5 โซน ประกอบด้วย โซนกรุงเทพฯ ชั้นใน ที่ผู้ชุมนุมประกาศเคลื่อนไหว 20 จุด โซนกรุงเทพฯ ฝั่งเหนือ ย่านดอนเมือง รังสิต โซนกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ย่านถนนพระราม 9 แอร์พอร์ตลิงค์ สนามบินสุวรรณภูมิ ถนนบางนา-ตราด โซนกรุงเทพฯ ฝั่งใต้ ย่านถนนพระราม 2 ถนนเพชรเกษม สถานีขนส่งสายใต้ และโซนกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก ย่านนนทบุรี ปทุมธานี และแม่น้ำเจ้าพระยา

สำหรับการประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นในด้านคมนาคม จะมีผู้โดยสารและผู้ใช้รถใช้ถนนได้รับผลกระทบมากกว่า 1 ล้านคน โดยเฉพาะผู้ใช้บริการรถขสมก. ประมาณ 856,250 คน/วัน และมีถนนสายต่างๆได้รับผลกระทบอีก 151 เส้นทาง, สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน 9 สถานี, สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส 13 สถานี, ท่าเรือ 14 ท่า, ทางด่วน 1 เส้นทาง, สถานีรถไฟ 5 สถานี, แอร์พอร์ตลิงค์ 2 สถานี และกระทบเส้นทางรถเมล์ 137 เส้นทาง

ส่วนผลกระทบต่อสถานที่ต่างๆ ประกอบด้วย โรงเรียนและมหาวิทยาลัย 149 แห่ง, โรงพยาบาล 21 แห่ง, สถานที่ราชการและสถานีตำรวจ 85 แห่ง, สถานทูต 12 แห่ง และศูนย์การค้า 88 แห่ง แต่เชื่อว่า หากทุกอย่างเป็นไปตามที่ประเมินไว้ มาตรการที่ออกมาทั้งหมดจะช่วยลดผลกระทบได้ 50%.