วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ประชาธิปไตยหนึ่งนาที

ไม่ใช่แค่ประเทศไทยเท่านั้น แต่ประเทศที่ไม่ใกล้ไม่ไกลไม่ว่าจะเป็นเขมร  บังกลาเทศ ก็เกิดปัญหาขัดแย้งทางการเมือง มีการชุมนุมขับไล่รัฐบาลไม่ต่างกันและดูท่าว่าจะขยายวงบานปลายโดยที่ยังไม่รู้ว่าจุดจบจะเป็นอย่างไร

แต่ที่พม่าซึ่งเพิ่งเปิดประเทศได้ไม่นานหลังจากที่รัฐบาลทหารปกครองประเทศด้วยระบอบเผด็จการมาอย่างยาวนาน ก็มีการปฏิรูปประเทศครั้งสำคัญด้วยการเขียนรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่จัดให้มีการเลือกตั้ง

ทว่ารัฐธรรมนูญที่ทหารเขียนขึ้นมานั้นยังแฝงไปด้วยการคงอำนาจทหารเอาไว้ พูดง่ายๆว่าเปลือกเป็นประชาธิปไตย

แต่แก่นในยังผูกขาดอำนาจเอาไว้

ด้วยนัยนี้ หลายส่วนในรัฐธรรมนูญจึงยังไม่เปิดกว้างเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง แม้ว่าในการดำเนินการทางการเมืองจะให้มีการเลือกตั้ง เปิดประเทศ ยอมรับที่จะให้มีการลงทุนที่เปิดกว้างมากขึ้น

ชัดเจนที่สุดก็คือพม่าได้รับการยอมรับจากนานาชาติมากขึ้น จากการที่เคยถูกบอยคอตถูกระงับความช่วยเหลือจากประเทศมหาอำนาจยักษ์ใหญ่หลายประเทศ แม้จะมีบางประเทศแอบเข้าไปลงทุนมีผลประโยชน์กันมากพอสมควรก็ตาม

สุดท้ายก็เป็นประโยชน์ต่อพม่าแบบครบวงจร

“ออง ซาน ซูจี” ชื่อเสียงและการต่อสู้เพื่อประชาชนชาวพม่าตัวจริงของจริงก็มีโอกาสเข้าสู่สนามการเมืองด้วยการได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้งเป็นผู้นำฝ่ายค้าน แต่เนื่องจากรัฐธรรมนูญที่เขียนขึ้นมานั้นได้กีดกันไม่ให้เข้าสู่ตำแหน่งผู้นำประเทศได้

นั่นคือห้ามบุคคลที่มีสามี-ภรรยาเป็นชาวต่างชาติ

จริงๆแล้วคุณสมบัตินี้ที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญนั้นก็คือมาตรการที่มีเจตนากีดกันนางซูจีชัดเจนที่สุดเนื่องจากมีสามีเป็นชาวอังกฤษ ว่ากันตรงไปตรงมาก็คือเล่นการเมืองได้แต่ไม่มีสิทธิเป็นประธานาธิบดี

นางซูจีได้เรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นนี้ ทีแรกก็นึกว่าไม่เป็นผล แต่ปรากฏว่าประธานาธิบดีเต็ง เส่ง กลับขานรับและยินยอมที่จะให้มีการแก้ไขเพื่อเปิดทางให้  แต่ยังไม่รู้ว่าฝ่ายทหารจะว่ายังไง

เหนืออื่นใดในความเป็นจริงทางการเมืองของพม่านั้นการเปลี่ยนผ่านประเทศไปสู่วิถีประชาธิปไตยคงเป็นเรื่องยากที่ทหารจะเอาคืนไปสู่ระบอบเก่าได้ แล้วมีแต่จะต้องยอมรับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

และจะต้องเดินหน้าไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

วกกลับมาสู่การเมืองประเทศไทยที่ปูฐานประชาธิปไตยมานานพอสมควร แต่ก็เป็นอย่างไม่ต่อเนื่องกระท่อนกระแท่นมาตลอด

เป็นประชาธิปไตยแค่รูปแบบเท่านั้นจึงเกิดปัญหามาตลอด

แม้จะมีการเลือกตั้ง แต่อำนาจทุกอย่างตกไปอยู่ในมือของ “นักการเมือง” ทั้งหมด ประชาชนมีอำนาจเพียงแค่นาทีเดียวในการหย่อนบัตรเลือกตั้ง หรือที่พูดกันว่าประชาธิปไตยนาทีเดียว ยิ่งระยะหลังการเมืองไทยเข้าสู่รูปแบบ “ธุรกิจการเมือง” เต็มตัว

มีการซื้อเสียง ซื้อนักการเมือง ซื้อพรรคการเมือง ประชานิยมเต็มรูป และทำท่าว่าจะซื้อประเทศไปครอบครองกันเลย

จึงเป็นประชาธิปไตยแบบซื้อทุกอย่างที่ขวางหน้า

ปัญหาที่ตามมาก็คือการใช้อำนาจอย่างเต็มพิกัด การทุจริตคอร์รัปชัน การครอบงำระบบราชการอย่างที่เห็นกันอยู่

เป็นผลพลวงสำคัญที่ทำให้ประชาธิปไตยแบบไทยๆเกิดปัญหาจนนำไปสู่ความขัดแย้ง.

“สายล่อฟ้า”