วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พท.ขอให้ศาลช่วย

ให้ได้สิทธิ์ลงสมัคร-แถมด่ากกต.ละเว้น

เด็กเพื่อไทย 29 คน ที่ลงสมัครเลือกตั้งไม่ได้ยืนยันเดินหน้าพึ่งศาลปกครอง ขอออกมาตรการคุ้มครองชั่วคราว ให้ได้สิทธิ์ลงสมัครเลือกตั้ง ส.ส. พร้อมฉะ กกต.ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ทีมกฎหมายสำทับพร้อมช่วยต่อสู้ทุกศาล ขณะที่ กกต.ยืนกรานไม่ขยายวันรับสมัคร อ้างไม่มีกฎหมายอำนาจ เล็งใช้พื้นที่ทหารเป็นหน่วยเลือกตั้ง พร้อมแนะจับตาวันลงคะแนนล่วงหน้า 26 ม.ค. ป่วนแค่ไหน ระบุอาจเป็นวันชี้ชะตา กกต. ภูมิใจไทยติดป้ายหาเสียงปาร์ตี้ลิสต์ที่กระบี่

กรณีที่ กกต.ไม่ออกมาตรการเยียวยาช่วยเหลือผู้ที่ไม่สามารถไปลงสมัครเลือกตั้ง ส.ส.เขต เนื่องจากถูกมวลชนปิดล้อมสถานที่รับสมัคร แต่กลับแนะนำให้ไปยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาเอาเองเพื่อรักษาสิทธินั้น ล่าสุดคนของพรรคเพื่อไทยที่ไม่สามารถสมัครเลือกตั้งจำนวน 29 คนจะไปยื่นคำร้องต่อศาลปกครองเพื่อขอให้ออกมาตรการคุ้มครองชั่วคราว ให้ได้สิทธิในการลงสมัครเลือกตั้ง

เด็ก พท.ขอศาล ปค.คุ้มครองชั่วคราว

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 5 ม.ค. ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย พร้อมผู้ที่จะลงสมัคร ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย 29 คนแต่ไม่สามารถลงสมัครเลือกตั้งได้ ร่วมแถลงว่า วันที่ 6 ม.ค. เวลา 10.00 น. ผู้สมัครพรรคเพื่อไทย 29 คนประกอบด้วยผู้ที่จะลงสมัครใน 28 เขตที่ไม่มีผู้สมัครเลย เนื่องจากถูกมวลชน กปปส.ปิดล้อมสถานที่รับสมัคร และอีกคนคือนายอัครพงษ์ นิลสุวรรณ ผู้ที่จะลงสมัคร ส.ส.ชุมพร เขต 3 ซึ่งเป็นเขตที่มีผู้สมัครพรรคอื่นลงสมัครได้เพียงแค่คนเดียว แต่ผู้สมัครพรรคเพื่อไทยถูกขัดขวางจนเข้าไปสมัครไม่ได้ จะมอบอำนาจให้ทนายความไปยื่นเรื่องต่อศาลปกครองสูงสุด เพื่อให้ออกมาตรการคุ้มครองชั่วคราวให้ผู้สมัครได้สิทธิการลงสมัคร โดยใช้สิทธิตามมาตรา 22 พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว. และ พ.ร.บ.การจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาทางปกครอง เพราะถือเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วน หากไม่ได้รับสมัคร การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.อาจมิชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดการเลือกตั้งต้องทำพร้อมกันในวันเดียว ดังนั้น กกต.ต้องรับสมัครผู้สมัครทั้งหมด จึงไม่เห็นด้วยที่ กกต.จะโยนภาระไปให้ศาลฎีกา รัฐบาล หรือผู้สมัคร ทั้งที่ กกต.มีอำนาจดำเนินการได้อยู่แล้ว เมื่อ กกต.โยนภาระ เราก็ต้องอาศัยช่องทางกฎหมายมาช่วยเหลือเป็นช่องทางแรกก่อน

ปัดอาศัยเลือกตั้งฟอกผิดรัฐบาล

นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า ส่วนการโจมตี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง กรณีมอบเงิน 5 ล้านบาท ช่วยเหลือตำรวจที่เสียชีวิตระหว่างเหตุปะทะกับผู้ชุมนุมนั้น นายกฯไม่ได้กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง เพราะไม่ได้เป็นผู้มอบเงินดังกล่าว แต่นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่เป็นผู้มอบ ซึ่งเป็นเงินบริจาคที่มาจากทุกภาคส่วน ขอให้ฝ่ายตรงข้ามหยุดได้แล้ว หากไม่หยุดจะดำเนินคดีตามกฎหมาย เพราะทำให้นายกฯเสียคะแนนนิยมช่วงเลือกตั้ง ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์ระบุว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการฟอกขาวให้รัฐบาลเพื่อจะกลับมาสานต่อ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม โครงการเงินกู้ 2 ล้านล้านบาทนั้น ไม่เป็นความจริง เป็นการดูถูกประชาชน เราให้สัตยาบันฝังกฎหมายนิรโทษกรรมไปแล้ว ทั้งนี้กำลังรวบรวมหลักฐานเอาผิดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค และนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรค ที่บิดเบือนใส่ร้ายพรรคเพื่อไทย

เฉ่ง กกต.ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

นายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ ผู้ที่ต้องการจะลงสมัคร ส.ส.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า การปฏิบัติตัวของ กกต. ชุดนี้ โดยเฉพาะนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารจัดการเลือกตั้ง ถือว่าละเว้นปฏิบัติหน้าที่ในการรับสมัคร เพราะทั้ง กกต.กลาง และ กกต.จังหวัดละเลยไม่เอาจริงเอาจังให้มีการรับสมัครระหว่างวันที่ 28 ธ.ค.-1 ม.ค. ทำให้สมัครไม่ได้ ถือว่า กกต.ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ขณะที่กลุ่มกปปส.ขัดขวางการรับสมัครทุกวิถีทาง เป็นการแสดงความไม่จงรักภักดีหรือไม่ เพราะขณะนี้มีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งแล้ว จึงเป็นการไม่เคารพกฎหมาย ไม่เคารพเสียงประชาชน และไม่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย อยากฝากถึงนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ว่าเลิกเป็นอันธพาลการเมืองได้แล้ว อย่างไรก็ตาม หากคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุดและศาลฎีกาออกมาว่าอย่างไร ผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยทั้ง 29 คนก็พร้อมยอมรับคำตัดสิน

ทีมกฎหมายลั่นพร้อมสู้ทุกศาล

นายพิชิต ชื่นบาน ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ทีมทนายความของพรรคเพื่อไทยจะไปยื่นร้องต่อศาลปกครองสูงสุดในวันที่ 6 ม.ค. เพื่อให้ศาลพิจารณากำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวให้กับผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 29 คน ให้ได้สิทธิในการลงสมัคร ส.ส. มั่นใจว่าศาลปกครองจะคุ้มครองสิทธิให้ผู้สมัครทั้งหมด ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยรวมทั้งผู้สมัครทำหน้าที่ตามกฎหมายกำหนดครบถ้วน ขณะที่รัฐบาลได้เสนอเปลี่ยนสถานที่รับสมัครเพื่อให้การเลือกตั้งดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย แต่ กกต.ไม่รับข้อเสนอ และไม่ใช้อำนาจที่มีอยู่ตามกฎหมายเลือกตั้ง ถือว่าจงใจละเว้นหรืองดเว้นการรับสมัคร ไม่ปฏิบัติหน้าที่คุ้มครองสิทธิผู้สมัครอย่างเต็มความสามารถ  อย่างไรก็ตาม  หากศาลปกครองสูงสุดไม่รับคำร้อง  เราจะใช้สิทธิทางกฎหมายต่อสู้ทุกศาลที่สามารถให้การคุ้มครองสิทธิผู้สมัครได้

กกต.ยันไม่ขยายวันรับสมัคร

ด้านแหล่งข่าวจาก กกต.กล่าวถึงแนวทางเยียวยาช่วยเหลือผู้ที่ไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตใน 28 เขตเลือกตั้ง ว่า การที่ กกต.เสนอให้ไปยื่นฟ้องต่อศาลฎีกา เห็นว่าเป็นแนวทางที่ดีที่สุดแล้ว โดยมองถึงข้อเท็จจริงว่าหากไม่มีการขัดขวางการรับสมัคร ส.ส. บุคคลเหล่านี้ต้องเป็นผู้สมัคร ส.ส.ได้ ส่วนศาลฎีกาจะพิจารณารับคำร้องหรือไม่รับ หรือจะพิจารณาอย่างใดนั้น เป็นอำนาจของศาลฎีกา กกต.คงไม่ก้าวล่วง อย่างไรก็ตามผู้ที่จะไปยื่นร้องศาลปกครองเพื่อรักษาสิทธิก็สามารถทำได้ แต่ต้องรีบดำเนินการ ยืนยันว่า กกต.คงไม่สามารถขยายวันรับสมัคร ส.ส.ออกไปได้ และ กกต.ก็ไม่มีอำนาจเปิดรับสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตที่ส่วนกลาง ทำไม่ได้เพราะไม่มีกฎหมายใดเขียนไว้ ถ้ามีกฎหมายรองรับ กกต.ทำไปแล้ว

เล็งใช้ที่ทหารเป็นหน่วยเลือกตั้ง

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่มีข้อเสนอให้ กกต.ไปใช้หน่วยเลือกตั้งในพื้นที่ทหาร เพื่อป้องกันการขัดขวางการลงคะแนนเลือกตั้งนั้น  กกต.อาจจะขอความร่วมมือกับทหารและตำรวจก็ได้ เพราะเป็นวันที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเดินทางไปลงคะแนนเลือกตั้ง หากถูกขัดขวางเท่ากับว่าจะต้องเสียสิทธิการเลือกตั้งไป ถ้า กกต.สามารถหาหน่วยเลือกตั้งที่มีความปลอดภัยก็จะเป็นการให้สิทธิกับผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.เท่านั้น แต่คงต้องให้ที่ประชุม กกต.พิจารณาร่วมกันก่อน ส่วนการที่ กกต.ไม่ใช้พื้นที่เขตทหารในการรับสมัคร ส.ส. เพราะเกรงว่าจะมีข้อครหา และกลัวจะมีการปะทะกันเกิดขึ้น

ลุ้นวันเลือกตั้งล่วงหน้าชี้ชะตา

แหล่งข่าว กกต.กล่าวด้วยว่า ขอให้ทุกคนจับตาวันอาทิตย์ที่ 26 ม.ค. ซึ่งเป็นการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า จะเป็นวันที่ชี้ชะตาของ กกต. ให้ดูว่าพื้นที่กรุงเทพฯและภาคใต้จะเป็นอย่างไร ถ้าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นจนไม่สามารถควบคุมได้ จะส่งผลกระทบให้กระบวนการเลือกตั้งเดินหน้าไปไม่ได้แล้ว ทั้งนี้ กกต.พยายามหาหนทางให้ทุกคนมาลงคะแนนให้ได้ ตรงนี้ใครจะโหวตโนก็ไม่ว่ากัน เพียงแต่อย่ามา สกัดกั้นหรือขัดขวางจนเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง หรือผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่สามารถเข้าไปที่หน่วยเลือกตั้งได้ เพราะเป็นวิธีการที่ไม่ถูกต้อง สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้  เราไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะมีผู้ออกมาใช้สิทธิจำนวนเท่าใด ต้องดูสถานการณ์ก่อน แต่ในทางปฏิบัติจะดูเกณฑ์การเลือกตั้งครั้งหลังสุด โดยการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2554 มีผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง 75% คราวนี้คงเป็นไปได้ยาก แต่ก็คาดหวังว่าจะมีผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ต่ำกว่า 60%

ปชป.บี้ “ปู” สางปัญหาจำนำข้าว

น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี อ้างว่าจะทำหน้าที่นายกฯโดยไม่หาเสียงแอบแฝงว่า หากเป็นเช่นนั้นก็ขอให้ทำหน้าที่ดังต่อไปนี้คือ จ่ายเงินจำนำข้าวให้กับชาวนาที่ค้างชำระมาแล้วสามรอบ ทำให้ความเดือดร้อนของชาวนาไทยขยายเป็นลูกโซ่กระทบครอบครัวเพิ่มพูนหนี้สิน เพราะต้องกู้ยืมนอกระบบมาใช้ก่อน ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่กระทบต่อวิถีชีวิตของชาวนา แต่กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง และนายกฯ กลับผลักภาระให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นไปรับหน้าเสื่อแก้แทน และเมื่อชาวนารวมตัวออกมาชุมนุมปิดถนนก็สั่งให้ฝ่ายปกครองไปข่มขู่คุกคาม ยัดข้อหาว่าเป็นขบวนการเดียวกับ กปปส. ถือเป็นการซ้ำเติมชาวนา กดหัวประชาชน ปิดกั้นสิทธิเสรีภาพการแสดงออก จึงขอให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ลงพื้นที่ไปรับฟังปัญหาของชาวนาเอง เพราะใบประทวนค้างจ่ายอยู่ 1.4 ล้านใบ ยอดเงินกว่าแสนล้านบาท

จวกรัฐบาลซ้ำเติมชาวนา 3 เด้ง

น.ส.มัลลิกากล่าวต่อว่า ล่าสุดทราบว่าความอำมหิตของรัฐบาลนี้ยังไม่เลิกจองเวรกับชาวนาไทย พยายามสร้างภาพเพื่อไม่ให้เกิดม็อบชาวนามากระทบฐานอำนาจและการหาเสียงของรัฐบาลในช่วงเลือกตั้ง คือมีการสั่งให้ ธ.ก.ส.ไปเจรจากับเกษตรกรโดยเฉพาะชาวนา ให้สามารถมาขอกู้เงินใหม่ได้ โดยจะอนุมัติให้ไม่เต็มวงเงินที่รัฐบาลค้างจ่ายค่าใบประทวนชาวนา แถมต้องเสียดอกเบี้ยให้ ธ.ก.ส.อีก แต่เงินที่ค้างจ่ายชาวนากลับไม่มีดอกเบี้ยชดใช้ให้ชาวนา ถือเป็นการแก้ผ้าเอาหน้ารอด สร้างทุกข์ซ้ำเติมชาวนาสามเด้งคือ หนี้ ธ.ก.ส. หนี้นอกระบอบ และกลับมาเป็นหนี้ ธ.ก.ส.อีกรอบ ทั้งที่ ธ.ก.ส.ติดเงินค่าจำนำข้าวของชาวนา สิ่งเหล่านี้จะทำให้ชีวิตชาวนากลายเป็นชีวิตบัดซบที่อยู่ในวังวนติดหนี้สินล้นพ้นตัว และจะเป็นตราบาปของรัฐบาลจนเป็นที่กล่าวขานไปอีกนาน

เด็ก ภท.ติดป้ายหาเสียงที่กระบี่

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.กระบี่ ว่า ถึงแม้ จ.กระบี่จะไม่มีผู้ใดสามารถไปลงสมัครเลือกตั้งได้ทั้ง 3 เขต เนื่องจากมีกลุ่มมวลชน กปปส.ไปปิดล้อมสถานที่รับสมัครเลือกตั้งตลอดในช่วงที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่า กลับมีการติดป้ายหาเสียงของพรรคภูมิใจไทย โดยนายปรีชา ศรีชาย ผู้ที่ต้องการลงสมัคร ส.ส.กระบี่ เขต 1 ได้ติดป้ายหาเสียงตามจุดต่างๆภายในเขตอำเภอเมืองกระบี่ อำเภอเหนือคลอง ระบุข้อความ “ไม่เอาระบอบทักษิณ ไม่เลือกเราแดงมาแน่” คู่กับป้ายหาเสียงของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่ออันดับ 1

ถกหาคนแทน กกต.เมืองคอน

ที่สำนักงาน กกต.นครศรีธรรมราช ภายในหมู่บ้านเมืองทอง ถนนพัฒนาการคูขวาง ต.ในเมือง อ.เมืองนครศรีธรรมราช กกต.นครศรีธรรมราชได้ ประชุมหัวหน้างานทุกฝ่าย เพื่อสรุปผลการเปิดรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.56-1 ม.ค.57 รวมทั้งชี้แจงปัญหาและอุปสรรคที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกัน ที่ประชุมได้หารือถึงตำแหน่ง กกต.นครศรี-ธรรมราช ที่ก่อนหน้านี้ได้ลาออก 4 คน โดยมีการเสนอรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิจาก 5 สาขาอาชีพคือ ฝ่ายปกครอง ฝ่ายกฎหมาย ฝ่ายการศึกษา ฝ่ายความมั่นคง และฝ่ายสื่อมวลชน มาทำหน้าที่แทน ซึ่งได้ทาบทามไว้แล้ว รอการตรวจสอบคุณสมบัติก่อนเสนอ กกต.กลางพิจารณา

แกนนำแดงขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ พท.

วันเดียวกัน พรรคเพื่อไทยตั้งเวทีปราศรัยใหญ่พร้อมกัน 4 จังหวัดได้แก่ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม กาฬสินธุ์ และเพชรบูรณ์ โดยที่สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด ติดกับบึงพลาญชัย อ.เมืองร้อยเอ็ด บรรดาผู้สมัคร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย รวมทั้งแกนนำพรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงกันอย่างคึกคัก นายนิสิต สินธุไพร ผอ.โรงเรียน  นปช.แดงทั้งแผ่นดิน กล่าวว่า การเลือกตั้งที่ จ.ร้อยเอ็ด มีเขต 1 เขต 3 และเขต 4 ที่ผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยต้องต่อสู้กับอดีต ส.ส.พรรคอื่น ดังนั้นขอให้ชาวเสื้อแดงไปเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคอีสานคือเมืองหลวงของคนเสื้อแดง ต้องแสดงพลังให้เต็มที่ และในเร็ววันนี้คนเสื้อแดงต้องติดตามเหตุการณ์ที่ ป.ป.ช.จะพิจารณาชี้มูลดำเนินคดีกับ ส.ส. ส.ว.และนายกรัฐมนตรี อีกทั้งต้องให้ความสนใจกับทหาร เพราะมีบางสิ่งบางอย่างเป็นสิ่งบอกเหตุทำให้ไม่น่าสบายใจ

รณรงค์ชวนคนไปเลือกตั้ง

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่บริเวณสกายวอล์ก หน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร กลุ่ม ANTs’ POWER จัดกิจกรรมรวมพลคนไปเลือกตั้ง โดยเชิญชวนคนที่เห็นด้วยกับการเลือกตั้งภายใต้กติกาประชาธิปไตย รวมตัวกันโดยใช้สีขาวเป็นสัญลักษณ์ ให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสวมเสื้อสีขาวอย่างพร้อมเพรียง แล้วเดินลงจากสกายวอล์ก ปล่อยลูกโป่งสีขาวร่วมกัน เพื่อแสดงถึงความต้องการสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานในการแสดงออกอย่างเท่าเทียมกัน โดยใช้เวลาราว 30 นาที ก่อนแยกย้ายกันไปอย่างสงบ

“นพดล”จี้“มาร์ค”ตอบปัญหาคาใจ

นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เคยทำงานกับนายสุเทพ  เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. มานาน อีกทั้งฐานเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ในกทม. และภาคใต้สนับสนุน กปปส. จึงมีคำถามถึง นายอภิสิทธิ์ 6 ข้อ คือ 1.นายอภิสิทธิ์ทราบหรือไม่ว่าการบอยคอตการเลือกตั้งจะเติมเชื้อความขัดแย้งทางการเมืองให้มากขึ้น 2.พรรคประชาธิปัตย์ประกาศไม่ขัดขวางการเลือกตั้ง แต่ได้ทำอะไรกับการขัดขวางการสมัครเลือกตั้งในจังหวัดที่เป็นฐานเสียงพรรคประชาธิปัตย์ 3.นายอภิสิทธิ์เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงในการเคลื่อนไหวของกลุ่ม กปปส.หรือไม่ 4.นายอภิสิทธิ์เห็นด้วยกับการประกาศปิดกทม.หรือไม่ และจะเตือนนายสุเทพอย่างไร 5.นายอภิสิทธิ์ต้องการปฏิรูปประเทศเรื่องใด ทำไมเป็นนายกฯเกือบ 3 ปี ไม่ปฏิรูปอะไรเลย 6.นายอภิสิทธิ์พร้อมนำพรรคประชาธิปัตย์เข้าสู่การเลือกตั้งเมื่อบ้านเมืองปฏิรูปเรื่องใด และถ้าเลือกตั้งแพ้อีกจะยอมรับผลการเลือกตั้งหรือไม่

6 ม.ค. 2557 07:30 6 ม.ค. 2557 07:30 ไทยรัฐ