วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปฏิรูปโครงสร้างภาษีเพื่ออนาคตชาติ "สรรพากร"กับภารกิจอุดรูรั่วระบบจัดเก็บรายได้

เป็น​ข่าว​ดี​เพียง​ชิ้น​เดียว​ใน​ท่ามกลาง​วิกฤติ​ประเทศ​ใน​ขณะ​นี้...

กับ​การ “ปฏิรูป” โครงสร้าง​ภาษี​ครั้ง​ใหญ่​ของ​กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง ผล​งาน “ชิ้น​โบ​แดง” สุดท้าย​ของ​รัฐบาล น.ส.​ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก่อนที่​นายกฯ จะ​ตัดสินใจ “ยุบ​สภา–คืน​อำนาจ​ให้​ประชาชน”

และ​ดู​จะ​เป็น​ผล​งาน​เดียว​ที่​ทุก​ฝ่าย “ขาน​รับ”...

สาระ​หลัก ไม่​เพียง​จะ “ปรับ​ลด” อัตรา​ภาษี​เงิน​ได้​บุคคล​ธรรมดา​ใน​ขั้น​สูง​สุด​จาก 37% ลง​มา​เหลือ 35% แล้ว ยัง “ซอย​ย่อย” โครงสร้าง​ภาษี​จาก 5 อัตรา คือ 5% 10% 20% 30% และ 37% เป็น 7 อัตรา คือ 5% 10% 15% 20% 25% 30% และ 35% เพื่อ​ช่วย​ให้​ผู้​เสีย​ภาษี​ได้​รับ​ความ​เป็น​ธรรม​ยิ่ง​ขึ้น และ​เสีย​ภาษี​ใน​อัตรา​ที่ “ต่ำ​ลง” อีก​ด้วย

แต่​การ​ปฏิรูป​โครงสร้าง​ภาษี​เงิน​ได้​บุคคล​ธรรมดา​ครั้ง​ประวัติศาสตร์ หลังจาก​ที่​ไม่ได้​มี​การ​ปรับ​โครงสร้าง​มา​เป็น​ระยะ​เวลา​กว่า 40 ปี จะ​ส่ง​ผล​ดี​ต่อ​ประชาชน​ผู้​เสีย​ภาษี​อย่างไร ผู้​มี​เงิน​ได้ หรือ​ผู้​เสีย​ภาษี​ต้อง​ปฏิบัติ​ตน​อย่างไร “ทีม​เศรษฐกิจ” จึง​เปิด​เวที​ให้ “นาย​สุทธิ​ชัย สัง​ขม​ณี อธิบดี​กรมสรรพากร” ได้​แจกแจง​รายละเอียด​โครงสร้าง​ภาษี​เงิน​ได้​ใหม่​ตาม​ประกาศ​กรมสรรพากร​ข้าง​ต้น​ดังนี้....

“อัตรา​ภาษี​ใหม่​ที่​เริ่ม​มี​ผล​บังคับ​ใช้​ตั้งแต่​วัน​ที่ 1 ม.ค.57 เป็นต้น​มา​นั้น จะ​ทำให้​กรมสรรพากร​สูญเสีย​ราย​ได้​ประมาณ 26,000 ล้าน​บาท แต่​เม็ด​เงิน​เหล่า​นี้ ไม่ได้​ตกหล่น​ไป​ไหน เพราะ​การ​ที่​ประชาชน​เสีย​ภาษี​น้อย​ลง​ก็​เท่ากับ​ว่า มี​เม็ด​เงิน​ใน​กระเป๋า​มาก​ขึ้น มี​การ​ออม​เพิ่ม​ขึ้น   แต่​หาก​ประชาชน​นำ​เงิน​ดัง​กล่าว​ออก​มา​
ใช้​จ่าย​ก็​ถือ​เป็น​การ​กระตุ้น​เศรษฐกิจ”

ปรารภ​แรก​ของ “นาย​สุทธิ​ชัย สัง​ขม​ณี” อธิบดี​กรมสรรพากร กล่าว​ถึง​ภาพ​รวม​กับ​ปฏิรูป​โครงสร้าง​ภาษี​เงิน​ได้​บุคคล​ธรรมดา​ของ​กรมสรรพากร​ที่​เริ่ม

“ดี​เดย์” มา​ตั้งแต่​วัน​ที่ 1 ม.ค.2557 โดย​ผู้​มี​เงิน​ได้​ตลอด​ปี​ภาษี 2556 ที่​จะ​เริ่ม​ยื่น​แบบ​แสดง​รายการ​เพื่อ​เสีย​ภาษี​เงิน​ได้​จนถึง 31 มี.ค. 2557 จะ​ได้​รับ “อานิสงส์” จาก​กฎหมาย​ใหม่​นี้​ทันที


พร้อม​คืน​ภาษีให้ประชาชน

อธิบดี​กรมสรรพากร เริ่ม​ต้น​สนทนา​กับ “ทีม​เศรษฐกิจ” โดย​ยืนยัน​ว่า สำหรับ​บุคคล ธรรมดา​ที่​มี​หน้าที่​ยื่น​แบบ​เสีย​ภาษี​นั้น หาก​ได้​เตรียมตัว​ยื่น​แบบ​ภาษี​แต่​เนิ่นๆ ระบบ​การ​ทำงาน​ของ​กรม​ก็​พร้อม​ให้​บริการ​ตลอด​เวลา

เนื่องจาก​ใน​ช่วง​ที่​ผ่าน​มา กรม​ได้​เชิญ บริษัท ห้างร้าน และ​บริษัท​ที่​ดูแล​เกี่ยว​กับ​เรื่อง​การ​ทำ​บัญชี​มา​ทำ​ความ​เข้าใจ​โครงสร้าง​อัตรา​ภาษี​ใหม่​ตั้งแต่​ช่วง​กลาง​ปี 56 โดย​บริษัท​ขนาด​ใหญ่​เกือบ​ทั้งหมด ได้​ปรับ​เปลี่ยน​วิธีการ​คำนวณ​ภาษี​เงิน​ได้​บุคคล​ธรรมดา​ตาม​โครงสร้าง​ภาษี​ใหม่​ไว้​แล้ว ดังนั้น เมื่อ​กฎหมาย​ใหม่​มี​ผล​บังคับ​ใช้​ทุก​อย่าง​ก็​เป็น​เรื่อง​ง่าย ไม่​มี​อะไร​ยุ่งยาก จึง​มี​ความ​มั่นใจ​ว่า มนุษย์​เงินเดือน จะ​ไม่​มี​ปัญหา​เรื่อง​การ​คำนวณ​อัตรา​ภาษี​ใหม่

“กรมสรรพากร​ได้​เตรียม​การ​เรื่อง​นี้ ไว้​นาน​แล้ว เรา​ถือ​เป็น​เรื่อง​ปกติ ไม่​มี​อะไร​ที่​แตก​ต่าง​ไป​จาก​เดิม ทั้ง​ใน​เรื่อง​การ​ยื่น​ภาษี​ผ่าน​เว็บไซต์ และ​การ​ยื่น​ภาษี​แบบ​ปกติ​กับ​เจ้าหน้าที่​สรรพากร แต่​สิ่ง​ที่​จะ​เปลี่ยน​ไป​ก็​คือ ประชาชน​ที่​เสีย​ภาษี​จะ​ได้​รับ​ภาษี​คืน​จาก​กรม​มาก​ขึ้น แต่​จะ​มาก​หรือ​น้อย​ก็​ขึ้น​อยู่​กับ​การ​หัก​ภาษี​ใน​แต่ละ​เดือน​ของ​ปี​ที่​แล้ว”

คน​ที่​ต้อง​เหนื่อย​จริงๆ สำหรับ​การ​ปรับ​โครงสร้าง​ภาษี​ครั้ง​นี้​นั้น ก็​คือ​เจ้าหน้าที่​ของ​กรมสรรพากร​เอง เนื่องจาก​ต้อง​เร่ง​คืน​ภาษี​ให้​ประชาชน​ให้​ทัน​ภายใน 90 วัน​ตาม​ที่​กฎหมาย​กำหนด ซึ่ง​ใน​ช่วง​ที่​ผ่าน​มา กรม​ได้​ออก​ระเบียบ​เป็น​ที่​รับ​รู้​กัน​ภายใน​ว่า กรณี​ที่​ประชาชน​ยื่น​แบบ​ภาษี​ทาง​อินเตอร์เน็ต หาก​ได้​รับ​ภาษี​คืน​จะ​คืน​ภาษี​ภายใน 15 วัน

แต่​ใน​กรณี​ที่​มี​ความ​ผิด​ปกติ เช่น ปี​ก่อน​หน้า​ไม่ได้​หัก​ค่า​ลดหย่อน​ดอกเบี้ย​ซื้อ​บ้าน แต่​มา​ใน​ปี​นี้ มี​รายการ​หัก​ค่า​ลดหย่อน​เข้า​มา หรือ​ใน​ช่วง​ที่​ผ่าน​มา​ไม่​เคย​มี​ประวัติ​ว่า มี​ราย​ได้​จาก​เงินปันผล​กรณี​ลงทุนใน​ตลาด​หลัก​ทรัพย์ฯ แต่​ใน​ปี​นี้​กลับ​มี​รายการ​แปลกๆ เหล่า​นี้​เกิด​ขึ้น เจ้าหน้าที่​ที่​ตรวจสอบ​ก็​อาจ​เกิด​ข้อ​สงสัย อาจ​ติดต่อ​ขอ​ให้​ผู้​เสีย​ภาษี​ส่ง​เอกสาร​เพิ่มเติม จึง​อาจ​มี​ความ​ล่า​ช้า​เกิด​ขึ้น​บ้าง

หรือ​หาก​ตัวผู้​เสีย​ภาษี​เอง​กรอก​ข้อมูล​ไม่​ถูกต้อง ครบถ้วน เช่น กรณี​การ​ใช้​สิทธิ์ลดหย่อน​บิดา​มารดา​ที่​ไม่​มี​ราย​ได้​จาก​เงินเดือน​และ​ดอกเบี้ย​ไม่​เกิน 30,000 บาท​ต่อ​ปี ซึ่ง​บุตร​ที่​เลี้ยงดู​จะ​ได้​รับ​สิทธิ์​หัก​ลดหย่อน​นั้น บาง​ครั้ง​บิดา​และ​มา​ดา​รม​อบ​สิทธิ์ดัง​กล่าว​ให้​แก่​บุตร​ได้​ฝ่าย​ละ 1 คน แต่จาก​การ​ตรวจสอบ​พบ​ว่า มี​การ​ใช้​สิทธิ์ดัง​กล่าว​ซ้ำซ้อน​กัน อาจ​ทำให้​การ​คืน​ภาษี​เกิด​ความ​ล่า​ช้า​ตามไปด้วย

หรือ​ใน​กรณี​สามี-ภรรยา ใช้​สิทธิ์หัก​ลดหย่อน​ดอกเบี้ย​เงินกู้​ยืม​เพื่อ​ซื้อ​ที่​อยู่​อาศัย ที่​กฎหมาย​ให้​หัก​ลดหย่อน​ได้​ตาม​จำนวน​ที่​จ่าย​จริง แต่​ไม่​เกิน 100,000 บาท แต่​หาก​ผู้​มี​เงิน​ได้​มีชื่อ​เป็น​ผู้​กู้​ยืม หรือ​มี​การ​ยื่น​กู้​ร่วม ใน​การ​หัก​ลดหย่อน​นั้น สามารถ​หัก​ลดหย่อน​ได้​ตาม​จำนวน​ผู้​กู้​ได้​ตาม​ที่​จ่าย​จริง

แต่​รวม​ไม่​เกิน 100,000 บาท หรือ​สามี​และ​ภรรยา​ฝั่ง​ละ​ไม่​เกิน 50,000 บาท เป็นต้น

“ส่วน​ผู้​ที่​มี​เงิน​ได้​รวม​ตลอด​ทั้ง​ปี หลังจาก​หัก​ค่า​ใช้​จ่าย​และ​ค่า​ลดหย่อน​ต่างๆ แล้ว มีเงิน​ได้​สุทธิ​ไม่​เกิน 150,000 บาท กฎหมาย​ยัง​คง​ยกเว้น​ภาษี​ให้​เหมือน​เดิม ซึ่ง​จะ​ทำให้ประชาชน​ที่​มี​ภาระ​ที่​หนัก​อึ้ง​อยู่​แล้ว มี​ความรู้สึก​ที่​ผ่อนคลาย​จาก​การ​เสีย​ภาษี กฎหมาย​ฉบับ​นี้ จึง​ถือ​เป็น​การ​ให้​คุณ​ประโยชน์​แก่​ผู้​เสีย​ภาษี 10 ล้าน​คน​ทั่ว​ประเทศ”

เพิ่ม​มาตรการ​ลดหย่อน​ช่วย​ประชาชน


อธิบดี​กรมสรรพากร​ยัง​กล่าว​ด้วย​ว่า ใน​ปีงบประมาณ 2557 นี้กรม สรรพากร​ยัง​มี​แผน​เสนอ​ให้​กระทรวง​การคลัง​เพิ่ม​การ​หัก​ค่า​ใช้​จ่าย​ส่วนตัว​สำหรับ​ผู้​เสีย​ภาษี​จาก 60,000 บาท​เป็น 120,000 บาท แต่มี​เงื่อนไข​ว่า ต้อง​นำ​ใบ​กำกับ​ภาษี​มูลค่า​เพิ่ม​จาก​ร้าน​ค้า​ห้องแถว​หรือ เอส​เอ็ม​อี​มา​เป็น​หลักฐาน​ใน​การ​หัก​ค่า​ใช้​จ่าย​ส่วนตัว​ที่​เพิ่ม​ขึ้น​อีก 60,000 บาท โดย​จะ​มี​ผล​กับ​ผู้​ที่​มี​เงิน​ได้​ใน​ปี​ภาษี 2557 ที่​ต้อง​ยื่น​แบบ​ภาษี​ใน​ปี 2558

“ปัจจุบัน​กฎหมาย​กำหนด​ให้​ผู้มี​เงิน​ได้​สามารถ​หัก​ค่า​ใช้​จ่าย​ส่วนตัว​ได้ 60,000 บาท หมายความว่า ทุก​คน​ที่​มี​เงิน​ได้​จะ​ได้​รับ​สิทธิ์​ใน​การ​หัก​ค่า​ใช้​จ่าย​ตัว​เท่า​กัน​หมด เรียก​ว่า​แบบ​ยก​เข่ง แต่​ใน​ส่วน​ที่​จะ​เพิ่ม​อีก 60,000 บาท กรมสรรพากร​มี​เงื่อนไข​ว่า​จะ​ต้อง​มี​ใบเสร็จ​ใบ​กำกับ​ภาษี​มูลค่า​เพิ่ม​จาก​ร้าน​ค้า หรือ​เอส​เอ็ม​อี​มา​เป็น​หลักฐาน ทำให้​ต้อง​มี​การ​ออก​แบบ​ซอฟต์แวร์​จัด​เก็บ​ข้อมูล​ทั้ง​ระบบ”

ใน​เบื้องต้น​กรมสรรพากร​ได้​หารือ​ศูนย์​เทคโนโลยี​อิเล็กทรอนิกส์​และ​คอมพิวเตอร์​แห่งชาติ (NECTEC : เนค​เท​ค) ที่​มี​บริษัท​ลูก​คือ “เน็ต​เบย์ จำกัด” (NETBAY) ที่​ให้​บริการ​ซอฟต์แวร์​อยู่​แล้ว​ให้​ช่วย​ออก​แบบ​อุปกรณ์​และ​ซอฟต์แวร์​ใน​การ​จัด​เก็บ​ข้อมูล​ภาษี​มูลค่า​เพิ่ม (VAT: แวต) ระหว่าง​ผู้​ซื้อ​กับ​ร้าน​ค้า เพื่อ​เชื่อม​โยง​ข้อมูล​เหล่า​นี้​มายัง​กรมสรรพากร

ด้วย​วิธีการ​เชื่อม​โยง​ข้อมูล​ข้าง​ต้น​นั้น จะ​ทำให้​ผู้​เสีย​ภาษี​ต้อง​มี​การ​เรียก​เก็บ​ใบ​กำกับ​ภาษี​จาก​ร้าน​ค้า​ทุก​ครั้ง อัน​จะ​ทำให้​กรมสรรพากร​สามารถ​ตรวจสอบ​ย้อน​กลับ และ​ทราบ​ยอด​ซื้อ-ขาย​ที่แท้​จริง​ของ​บรรดา​ร้าน​ค้า​ทั่วไป​ได้​ด้วย​เนื่องจาก​ที่​ผ่าน​มา กรมสรรพากร​เคย​มี​แคมเปญ​จับ​ใบ​กำกับ​ภาษี​มี​รางวัล ผล​ปรากฏ​ว่า มี​แต่​ห้าง​สรรพสินค้า หรือ​ร้าน​ค้า​ขนาด​ใหญ่​เท่านั้น​ที่​ออก​ใบ​กำกับ​ภาษี​มูลค่า​เพิ่ม ส่วน​ร้าน​ค้า​เอส​เอ็ม​อี​หายหน้า​หาย​ตา​ไป​หมด

ดังนั้น หาก​ผู้​ที่​มี​เงิน​ได้​หาก​ต้องการ​เพิ่ม​ค่า​ใช้​จ่าย​ส่วนตัว​ขึ้น​เป็น 120,000 บาท เมื่อ​สินค้า​อุปโภค​บริโภค เช่น พัดลม หรือ​ของกิน​ของใช้​ทั่วไป​จาก​ร้าน​ค้า​หน้า​ปาก​ซอย​ก็​ต้อง​ขอ​ใบ​กำกับ​ภาษี​มูลค่า​เพิ่ม​มา​เป็น​หลักฐาน​ด้วย

“ตอน​นี้ เน็ต​เบย์​ได้​ออก​แบบ​อุปกรณ์​และ​ซอฟต์แวร์​เสร็จ​เรียบร้อย​แล้ว และ​กำลัง​อยู่​ระหว่าง​ทดสอบ​ก่อน​นำ​มา​ใช้​งาน​จริง ซึ่ง​หาก​สามารถ​ใช้ได้​จริง กรมสรรพากร​จะ​นำ​ไป​ติดตั้ง​ให้​ฟรี​กับ​ทุก​ร้าน​ค้า เหมือนกับ​เครื่อง​ยิง​บาร์​โค้ดที่​ใช้​ตาม​ร้าน​ค้า​ขนาด​ใหญ่ โดย​มั่นใจ​ว่า​ผลลัพธ์​ที่​เกิด​จาก​การ​ลงทุน​ใน​ครั้ง​นี้ จะ​ทำให้​การ​จัด​เก็บ​ภาษี​ของ​กรมสรรพากร​มี​เพิ่ม​มาก​ขึ้น​อย่าง​แน่นอน”

จัด​เต็ม​ความ​เข้มงวด​ไล่​กวด​ภาษี

เมื่อ​กรมสรรพากร “จัด​เต็ม” กับ​การ​ปฏิรูป​โครงสร้าง​ภาษี​ครั้ง​ประวัติศาสตร์ ใน​ทาง​กลับ​กัน​กรม​ก็​เพิ่ม​ความ​เข้มงวด​เอา​กับ​ผู้​หลบ​เลี่ยง​ภาษี​ควบคู่​ไป​ด้วย​เช่น​กัน โดย​อธิบดี​กรมสรรพากร​กล่าว​กับ​เรา​ว่า ปัจจุบัน​กรมสรรพากร​เก็บ​ภาษี​โดย​ตั้ง​อยู่​บน​พื้นฐาน​ที่​ให้ “ผู้​มี​ราย​ได้​ประเมิน​ภาษี​ด้วย​ตน​เอง” โดย​คน​ไทย​มี​หน้าที่​ต้อง​เสีย​ภาษี​กัน​ทุก​คน หาก​ไม่​รู้​ว่า​เมื่อ​ขาย​สินค้า​ไป​แล้ว​ต้อง​เสีย​ภาษี​เป็น​เงิน​จำนวน​เท่า​ไหร่ ก็​ฟัน​ธง​ได้​ว่า​คนคนนั้น “เสีย​ภาษี​ไม่​ครบถ้วน”

“ที่​ผ่าน​มา​เรา​ก็​มุ่ง​ตรวจ​คน​ที่​เสีย​ภาษี​ไม่​ครบถ้วน แบบ​ที่​เรียก​ว่า “ซัด​กัน​เต็มเหนี่ยว” จึง​ทำให้​ยอด​ผู้​เสีย​ภาษี​เงิน​ได้​บุคคล​ธรรมดา​เพิ่ม​ขึ้น​เป็น 10 ล้าน​คน และ​มั่นใจ​ว่า ใน​อนาคต​จะ​เพิ่ม​ขึ้น​อีก​มาก บริษัท ห้างร้าน หรือ​คน​ที่​เสีย​ภาษี​ไม่​ครบถ้วน​เหล่า​นี้ เมื่อ​ถูก​จับ​ได้ ก็​มัก​อ้างว่าไม่รู้หรือ​ไม่​ทราบ แต่​จาก​การ​ตรวจสอบ​ของ​เรา​เมื่อ​เอา​เอกสาร​หลักฐาน​ต่างๆ ออก​มา​ยืนยัน พบ​ว่า 98% มี​เจตนา​หลบ​เลี่ยง​ภาษี​กัน ซึ่ง​ถือ​เป็น​ธรรมชาติ​ของ​คน​ทั่ว​โลก หาก​มี​โอกาส​หลบ​ภาษี​ได้​ก็​หลบ​กันหมด”

คำ​ถาม​จึง​อยู่​ที่​การ​บังคับ​ใช้​กฎหมาย และ​มาตรการ​ของ​แต่ละ​ประเทศ​ว่า ใคร​เข้มงวด​มาก​กว่า​กัน ทำไม​คน​อเมริกัน​ถึง​กลัว​สรรพากร​มาก ก็​เพราะ​มี​การ​ใช้​กฎหมาย​อย่าง​เข้มงวด

หาก​ถูก​จับ​ได้​ว่า​เสีย​ภาษี​ไม่​ครบถ้วน ก็​จะ​มี​การ​ลงโทษ​ทาง​อาญา​ด้วย

“ขณะ​ที่​ประเทศไทย การ​เสีย​ภาษี​ไม่​ครบถ้วน หรือ​ไม่​ถูกต้อง​นั้น แม้​กฎหมาย​กำหนด​ให้มีทั้ง​โทษ​ทาง​แพ่ง และ​อาญา​เหมือน​ใน​สหรัฐฯ แต่​กรมสรรพากร​ก็​มัก​ผ่อนปรน ไม่ค่อย​ได้​ใช้บทลงโทษ​ทาง​อาญา เพราะ​สังคม​ไทย​เรา​มัก​จะ​ใช้​โทษ​ทาง​แพ่ง คือ การ​เสีย​ค่า​ปรับ​มาก​กว่า​การ​ลงโทษทางอาญา”

ตัวอย่าง​เช่น การ​ใช้​ใบ​กำกับ​ภาษี​ปลอม ที่​ผู้​ออก​ใบ​กำกับ​ภาษี​ปลอม​สมควร​มี​โทษ​ทาง​อาญา แต่​ใน​ฝั่ง​ของ​ผู้​ใช้​บาง​ครั้ง​ได้​ใบ​กำกับ​ภาษี​มา​ก็​ไม่​รู้​ที่มา​ที่​ไป เพราะ​มี​คน​มา​เสนอ​ขาย​ให้​ใน​ราคา​ถูก​ก็​ซื้อ​ไว้ เพราะ​เห็น​ว่า​มี​ใบ​กำกับ​ภาษี​ตรง​กับ​ยอด​เงิน​ที่​จ่าย​ไป เมื่อ​กรมสรรพากร​ตรวจสอบ​ได้​กรม​ก็​มัก​จะ​เรียก​มา​จ่าย​แค่​เบี้ยปรับ 2 เท่า หรือ​ประมาณ 200% ของ​ภาษี​ที่​ขาด​หาย​ไป​บวก​เงิน​เพิ่ม​อีก 15% ต่อ​เดือน​นับ​ตั้งแต่​วัน​ที่​ทำ​ผิด​จนถึง​วัน​ที่​ชำระ​เงิน ส่วน​โทษ​ทาง​อาญา ก็​บอก​แค่​ว่า เมื่อ​เสีย​ค่า​ปรับ​ให้​ครบ​แล้ว​ก็​ชะลอ​หรือ​ระงับ​ไป

“แต่​จาก​นี้​ไป​ได้​สั่ง​ให้​เจ้าหน้าที่​หัน​มา​ใช้​บทลงโทษ​ทาง​อาญา​ให้​เด็ดขาด​มาก​ขึ้น” อธิบดี​กรมสรรพากร กล่าว​ถึง​การ​บังคับ​ใช้​กฎหมาย​ที่​จะ​เพิ่ม​ความ​เข้มงวด​มาก​ขึ้น เพื่อ​ให้การ​จัด​เก็บ​ภาษี​เต็ม​เม็ด​เต็ม​หน่วย และ​เป็น​ธรรม ทุก​คน​เข้า​มา​อยู่​ใน​ระบบ​และ​อยู่ “บน​โต๊ะ”

พร้อม​กับ​ย้ำ​ว่า กรม​ไม่​อยาก​ใช้​มาตรการ​นี้ และ​ไม่​อยาก​ทำให้​ห่าน​ตาย เพราะ​ยัง​ต้องการ​ถอน​ขน​ห่าน แต่​เพื่อ​ให้​มาตรการ​ของ​กรม​มี​ความ​เด็ดขาด​จึง​จำเป็น​ต้อง​เพิ่ม​ความ​เข้มงวด​มาก​ขึ้น “จากนี้​ไป​ห่าน​ก็​อาจ​มี​บาดเจ็บ​กัน แต่​คง​ไม่​ถึง​กับ​ตาย ผู้​บริหาร​สูง​สุด​ของ​บริษัท​ใน​อนาคต​อาจ​ต้อง​ติด​คุก​กัน​บ้าง เพราะ​กรมสรรพากร​จะ​ดำเนินคดี​ทั้ง​ทาง​แพ่ง​และ​อาญา​ไป​พร้อมๆ กัน ผู้​บริหาร​ที่​ติด​คุก​อาจ​ทำให้​บริษัท​เสีย​กำลัง​พล​ไป​บ้าง แต่​ก็​มี​คน​อื่น​ขึ้น​มา​ทำ​ธุรกิจ​แทน​ได้ แต่​หาก​กรม​ปล่อย​ให้​บ้านเมือง​เป็น​อย่าง​นี้​ต่อ​ไป ผล​การ​จัด​เก็บ​ภาษี​ก็​ต้อง​เป็น​แบบ​นี้”

ขยาย​ฐาน “ร้าน​ทอง–รถ​มือ​สอง–เอส​เอ็ม​อี”

ทั้งนี้ อธิบดี​กรมสรรพากร กล่าว​ว่า ใน​ปีงบประมาณ 2557 (ต.ค.2556-ก.ย.2557) กรมฯ ได้​รับ​มอบ​เป้าหมาย​ใน​การ​จัด​เก็บ​ราย​ได้ 1.9 ล้าน​ล้าน​บาท หรือ​ประมาณ 80% ของ​ประมาณ​ราย​ได้​ทั้งหมด 2.52 ล้าน​ล้าน​บาท

อย่างไรก็ตาม ผล​จาก​ปัญหา​ทางการ​เมือง​ได้​กดดัน​ให้​ภาวะ​เศรษฐกิจ​ใน​ปี​ที่​แล้ว ขยาย​ตัว​เพียง 2.8% ของ​ผลิตภัณฑ์​มวล​รวม​ภายใน​ประเทศ (จี​ดี​พี) และ​ใน​ปี​นี้ สำนักงาน​เศรษฐกิจการคลัง (สศค.) คาด​ว่า เศรษฐกิจ​จะ​ขยาย​ตัว​เพียง 3.5-4% ของ​จี​ดี​พี ซึ่ง​เป็น​อัตรา​ที่​ต่ำ​กว่า​คาด​การณ์​เดิม​ที่​คาด​ว่า เศรษฐกิจ​ใน​ปี​ที่​แล้ว​จะ​ขยาย​ตัว 3.7% และ​ใน​ปี​นี้​คาด​ว่า​จะ​ขยาย​ตัว 5% ของ​จี​ดี​พี

แต่​ใน​ส่วน​ของ​ผล​การ​จัด​เก็บ​ราย​ได้​ใน​ช่วง 2 เดือน​ที่​ผ่าน​มา (ต.ค.-พ.ย.56) สามารถจัดเก็บ​ราย​ได้ 230,390 ล้าน​บาท สูง​กว่า​ประมาณการ 2,562 ล้าน​บาท โดยเฉพาะ​ใน​ช่วง​เดือน ต.ค.ก่อน​เกิด​วิกฤติ​ทางการ​เมือง​นั้น กรมสรรพากร​จัด​เก็บ​ราย​ได้​สูง​กว่า​ประมาณการ​ถึง 8,000 ล้าน​บาท

“เป้าหมาย​การ​จัด​เก็บ​ราย​ได้ที่​ตั้ง​ไว้ 1.9 ล้าน​ล้าน​บาท​นั้น หาก​มี​การ​บังคับ​ใช้กฎหมาย​อย่าง​เข้มงวด แม้​ใน​ช่วง​วิกฤติ​ทางการ​เมือง​เช่น​นี้ ทาง​กรม​ยัง​คง​ยืนยัน​ว่า จะ​สามารถ​ทำได้​ตาม​เป้าหมาย​อยู่​เช่น​เดิม”

ทั้งนี้ อธิบดี​กรมสรรพากร​ยืนยัน​ว่า ใน​การ​เพิ่ม​ความ​เข้มงวด​ใน​การ​ตรวจสอบ​ภาษี​เงิน​ได้​บุคคล​ธรรมดา​นั้น กรมสรรพากร​ไม่​จำเป็น​ต้อง​ใช้​เทคโนโลยี หรือ​ลงทุน​ระบบ​คอมพิวเตอร์​ให้​มากมาย​อีก แค่​ส่ง​เจ้าหน้าที่​ไป​เยี่ยม​บ้าน​ของ​ผู้​เสีย​ภาษี​บาง​ราย เพื่อ​ตรวจสอบ​ว่า เจ้าของ​บ้าน​มี​รถยนต์​กี่​คัน มี​บ้าน​กี่​หลัง มี​ลักษณะ​การ​ใช้​ชีวิต​ที่​โก้​หรู​หรือ​ไม่ เดินทาง​ไป​ท่องเที่ยว​ต่าง​ประเทศ​ปี​ละ​กี่​ครั้ง​เพื่อ​ประเมิน​ราย​ได้ แล้ว​นำ​มา​เปรียบเทียบ​กับ​รายการ​ยื่น​ราย​ได้​เพื่อ​เสีย​ภาษี​ก็​จะ​ทราบ​ผล​ที่แท้​จริง​ออก​มา​ทันที

“ผม​ไม่​ใช่​นัก​วิชาการ​ที่นั่ง​ทำ​งาน​อยู่​บน​โต๊ะ แต่​ผม​เติบโต​มา​จาก​สาย​จัด​เก็บ​ราย​ได้​ของ​กรมสรรพากร จึง​รู้​ดี​ว่า กิจการ​บาง​อย่าง พวก​เราๆ ทำ​ไม่ได้​แน่นอน จะ​มี​ก็​แต่​พวก​เศรษฐี​ที่​ทำ​ธุรกิจ เช่น ทองคำ เจ้าของ​ร้าน​ทอง​มี​ราย​ได้​จาก​การ​รับ​ซื้อ​และ​ขาย​ทองคำ​จน​ร่ำรวย แต่​สูตร​ที่​ใช้​คำนวณ​ราย​ได้​เพื่อ​เสีย​ภาษี​ที่​คิด​จาก​ส่วน​ต่าง​ของ​ราคา​ทอง​ที่​รับ​ซื้อ​และ​ขาย​ออก​ไป​ใน​แต่ละ​วัน​นั้น ร้าน​ทอง​ใหญ่ๆ โตๆ ที่​ขาย​ทอง​เส้น​ละ​หลาย​แสน​บาท​ต่อ​วัน แต่​มี​กำไร​แค่​หลักร้อยบาท”

จุด​นี้​เอง​ที่​ทำให้​กรมสรรพากร สั่ง​การ​ให้​สำนักงาน​แผน​ภาษี​ลง​ไป​ตรวจสอบสาย​สน​กล​ใน และ​ไม่​เพียง​แต่​กิจการ​ร้าน​ทอง​เท่านั้น​ที่​กรม​เตรียม​เพิ่ม​ความ​เพ่งเล็ง​ใน​การ​ไล่เบี้ย​ภาษี ยัง​มี​อีก​หลาย​กิจการ​ที่​กรม​เห็น​ว่า เสีย​ภาษี​น้อย​กว่า​ที่​ควร​จะ​เป็น หรือ​บาง​ประเภท​ก็​ไม่​เคย​เสีย​ภาษี​เลย เช่น ธุรกิจ​จิวเวลรี่ ธุรกิจ​รถยนต์​มือ​สอง และ​โรงเรียนกวดวิชา เป็นต้น

“อย่าง​ธุรกิจ​รถยนต์​มือ​สอง ที่​ใน​แต่ละ​ปี​ประเมิน​กัน​ว่า มี​การ​ซื้อ-ขาย​รถยนต์​สูง​ถึง 3 ล้านคัน สมมติ​ว่า มี​ภาระ​ที่​ต้อง​จ่าย​ภาษี 1,000 บาท​ต่อ​คัน รถยนต์ 3 ล้าน​คน คิด​เป็น​เงิน​ภาษี​ปี​ละ 30,000 ล้าน​บาท แต่​เม็ด​เงิน​ภาษี​จาก​การ​ซื้อขาย​รถยนต์​เหล่า​นี้ เรา​แทบ​ไม่ได้​รับ​เลย เพราะ​กฎหมาย​เปิด​ช่อง​ให้​มี​การ​โอน​ลอย​ได้ คนกลาง​หรือ​ตัวกลาง​ที่​เป็น​เจ้าของ​เต็นท์​รถยนต์​มือ​สอง​เลย​ไม่ได้​เสีย​ภาษี เพราะ​ไม่​มีชื่อ​ปรากฏ​เป็น​หลักฐาน จึง​ไม่​มี​ใคร​รู้​ว่า​เขา​คือ​ใคร ซึ่ง​ทั้งหมด​นี้ ได้​สั่ง​ให้​เจ้าหน้าที่​ลง​เก็บ​ข้อมูล​และ​ศึกษา​ใน​รายละเอียด​เพื่อ​หา​หนทาง​ใน​การ​เก็บ​ภาษี​ต่อ​ไป โดย​ยืนยัน​ว่า​ธุรกิจ​เหล่า​นี้ สมควร​ที่​จะ​เสีย​ภาษี​ให้​ถูกต้อง และ​ต้อง​ขึ้น​มา​อยู่​บน​โต๊ะ”

*******

ทั้งหมด​คือ​ภารกิจ​หลัก​ของ​กรมสรรพากร กระทรวง​การคลัง​ กับ​การ​ปฏิรูปโครงสร้าง​ภาษี​เงิน​ได้​บุคคล​ธรรมดา​ครั้ง​ประวัติศาสตร์​ที่​มี​ทั้ง “ไม้นวม​และ​ไม้แข็ง” ควบคู่กันไป.


ทีมเศรษฐกิจ

5 ม.ค. 2557 10:05 ไทยรัฐ