วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

การเมืองไทยอนาคตที่ยังมืดมน

แม้ กกต.จะยืนยันว่าต้องเดินหน้าเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. 57 ต่อไปไม่มีการขยายวันรับสมัครอย่างที่มีเสียงเรียกร้องกัน แต่ในสถานการณ์อย่างนี้ก็ยังไม่แน่ใจว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นหรือไม่ เนื่องจากมี “กับดัก” รออยู่ข้างหน้าอย่างที่รู้ๆกันอยู่

ที่ว่าอย่างนี้ก็เพราะนับแต่วันสุดท้ายของการรับสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ ปรากฏว่ามีผู้สมัคร 347 เขตเท่านั้น จากทั้งหมด 375 เขต

สมัครรับเลือกตั้งไม่ได้ 24 เขต ไม่มีผู้สมัคร 28 เขต และสมัครคนเดียว 22 เขต ในเขตที่มีผู้สมัครคนเดียวนั้นผู้ที่จะได้รับการเลือกตั้งเป็น ส.ส. จะต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่า 20% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และมากกว่าคะแนนโนโหวต

“ทุ่นระเบิด” ลูกแรกรออยู่ข้างหน้าแล้ว

อีกทั้งการลงคะแนนเลือกตั้งในเขตพื้นที่ต่างๆก็ยังไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นจะมีการก่อกวนป่วนเลือกตั้งจนวุ่นวายหรือไม่ ซึ่งไม่มีใครคาดการณ์ได้ว่าจะสงบเรียบร้อยราบรื่น

ในส่วนการหาเสียงครั้งนี้ดูท่าว่าจะไม่เข้มข้นเหมือนที่ผ่านมาอย่างพรรคเพื่อไทย คงไม่ทะลุทะลวงในพื้นที่ต่างๆ เพราะอาจจะเกิดปัญหาในพื้นที่ได้ นอกจากจะจัดให้มีการปราศรัยใหญ่ในจุดสำคัญๆมากกว่า

พรรคการเมืองระดับกลางหรือพรรคเล็กที่หวังว่าจะพอมีพื้นที่ที่ทำให้สามารถได้รับการเลือกตั้งมากขึ้น เนื่องจากพรรคประชาธิปัตย์ไม่ส่งผู้สมัคร ทำให้ฐานเสียงเกิดช่องว่างจึงมีโอกาสที่จะแทรกเข้ามาได้

สนาม กทม.จึงมีการส่งผู้สมัครกันอย่างเต็มที่ แต่ฐานเสียงของประชาธิปัตย์ในสถานการณ์อย่างนี้มีท่าว่าจะ “โนโหวต” มากกว่า

นอกจากการเลือกตั้งครั้งนี้ ถ้าเกิดขึ้นจริงแต่ก็รู้กันดีว่าคงจะอยู่ไม่ได้นาน เพราะปัจจัยทางการเมืองว่าด้วยการปฏิรูปประเทศจะเป็นตัวแปรสำคัญ

นักการเมืองระดับหัวกะทิจึงยังไม่ลงสมัครเพราะรู้ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้น

ปัญหาที่จะตามมาอีกก็คือ เมื่อมีการเลือกตั้งแล้วจะได้ ส.ส.ไม่ครบจำนวน 95% ก็จะเปิดประชุมสภาไม่ได้ ตั้งนายกฯไม่ได้ ตั้งรัฐบาลไม่ได้ แม้ว่าจะจัดให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.เพื่อให้ครบจำนวนก็ไม่รู้ว่าจะเป็นไปอย่างราบรื่นหรือไม่

เพราะในแต่ละพื้นที่ที่ลงสมัครไม่ได้นั้น แม้จะจัดให้มีการลงสมัครอีกก็จะเกิดการต่อต้านอย่างที่เคยทำกันมาแล้ว

ปัญหาก็จะเกิดขึ้นซ้ำรอยเดิม

ต่างๆเหล่านี้คือสิ่งที่ กกต.อ่านเกมทะลุว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น จึงมีความพยายามที่จะยื่นข้อเสนอให้รัฐบาลเลื่อนการเลือกตั้งออกไปก่อน แล้วหันหน้ามาเจรจากันเพื่อหาทางออกของประเทศโดยมุ่งไปที่ประเด็นการปฏิรูปประเทศ

การที่ กกต.พยายามเป็นตัวกลางด้วยการติดต่อพรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ และ กปปส. ในขั้นแรกมีการส่งตัวแทนเจรจาไปรอบหนึ่งแล้ว โดย กกต.ได้ชี้ให้เห็นถึงปัญหาต่างๆที่จะเกิดขึ้นโดยทิ้งให้เป็นการบ้านเพื่อให้ไปตัดสินใจกันเอง โดย กปปส.ไม่ส่งตัวแทนมาเจรจา

แต่การเจรจาครั้งที่ 2 ซึ่งมีการตกลงกันว่าจะส่งตัวแทนระดับสูงที่สามารถตัดสินใจได้ ซึ่งก็มีการรับปากกันแล้ว พอถึงเวลานัดหมาย ปรากฏว่าพรรคเพื่อไทยที่ระบุตัวบุคคลเอาไว้ไม่ยอมมาร่วมเจรจาด้วย ทำให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค จึงไม่ยอมไปนั่งเจรจาด้วย

นั่นก็หมายความว่า การเจรจาระหว่าง 2 พรรค จึงไม่สามารถ ดำเนินการต่อไปได้ หนทางนี้จึงต้องจบลงไปโดยปริยาย

สิ่งหนึ่งที่ กกต.เน้นย้ำก็คือ แนวทางที่จะเลื่อนการเลือกตั้งออกไปนั้น มีแน่ แต่ไม่มีอำนาจกระทำได้ต้องให้รัฐบาลเป็นผู้ดำเนินการ แต่ปรากฏว่ารัฐบาลให้เลือกตั้งต่อไป

อนาคตการเมืองไทยคงจะมืดมนต่อไป.


“สายล่อฟ้า”

5 ม.ค. 2557 09:22 5 ม.ค. 2557 09:22 ไทยรัฐ