วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มติ5เสือกกต.ลุยจัดเลือกตั้ง

แนะผู้สมัครฟองศาล‘ปู’พบสื่อโชว์‘ปฏิรูป’

มติ กกต.ลุยไฟจัดเลือกตั้ง 2 ก.พ.ผ่าทางตัน 28 เขต ไม่มีผู้สมัครให้หย่อนบัตรระบบปาร์ตี้ลิสต์ อย่างเดียว แนะ 123 ว่าที่สมัครร้องศาลฎีการักษาสิทธิรอศาลสั่งให้รับสมัคร แจงไม่มีกฎหมายรองรับขยายเวลาสมัคร หวั่นกระทบเลือกตั้งล่วงหน้า-กาบัตรต่างแดน ดับข่าวลือ กกต.ถอดใจลาออก พท.ไล่บี้ กกต.เร่งรณรงค์คนแห่ใช้สิทธิเลือกบัญชีรายชื่อให้ครบ 125 คน ขู่ยึกยักยื่นหลักฐานฟัน ม.157 “อภิสิทธิ์” สับ “ปู” ทำผิด ก.ม.เลือกตั้ง ทัวร์อีสาน-แจกเงิน ตร. “นิพิฏฐ์” ชี้เป้าความผิดสำเร็จแล้วภาคประชาชนยื่นเชือดได้เลย รู้แกวเลือกตั้งล่มปากอ่าว กก.ประจำหน่วยภาคใต้ แห่ถอนตัว “ยิ่งลักษณ์” เดินสายพบผู้บริหารสื่อชี้แจงแนวทางจัดตั้งสภาปฏิรูปประเทศ

ท่ามกลางความวิตกกังวลของหลายฝ่ายว่าการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.อาจสะดุดปัญหาจนเลือกตั้งไม่ได้ ในที่สุด กกต.ก็มีมติให้เดินหน้าจัดการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.57 ต่อไป แต่ในพื้นที่ 28 เขตเลือกตั้งใน 8 จังหวัดภาคใต้ ที่มีปัญหาไม่มีผู้สมัคร ส.ส.เขต ให้มีการลงคะแนนเฉพาะ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อไปก่อน พร้อมแนะนำให้ 123 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ไปร้องต่อศาลฎีกา เพื่อรักษาสิทธิและคุณสมบัติการเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเอาไว้

แดงบุกจี้ กกต.จัดเลือกตั้งโปร่งใส

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 3 ม.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นางสุดสงวน สุดธีสร แกนนำกลุ่มปวงชนชาวไทย พร้อมคณะเข้ายื่นหนังสือถึง กกต.ผ่านนายอำนวย น้อยโสภา รอง ผอ.สำนักเลขานุการ กกต.เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ปฏิบัติหน้าที่จัดการเลือกตั้งอย่างเป็นกลาง ตรงไปตรงมาตามที่กฎหมายกำหนด ขณะเดียวกัน พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ ประธานชมรมคนรักษ์ประชาธิปไตย เข้ายื่นหนังสือถึง กกต.ผ่าน น.ส.สุรณี ผลทวี ผอ.สำนักเลขานุการ กกต.ขอให้ กกต.ปฏิบัติหน้าที่จัดการเลือกตั้งโดยเคร่งครัด พร้อมขอให้ขยายเวลารับสมัคร และพิจารณาปรับย้ายสถานที่รับสมัครให้ปลอดภัยเหมาะสม ดำเนินการเลือกตั้งตามกำหนดตาม พ.ร.ฎ. และขอให้ กกต.ตรวจสอบพรรคการเมืองที่สนับสนุนสมาชิกพรรคเคลื่อนไหวคัดค้านการเลือกตั้งหรือไม่  พรรค การเมืองได้รับเงินสนับสนุนจาก กกต.แต่ขัดขวางการ เลือกตั้ง จะมีความผิดหรือไม่

กกต.เผย 28 เขตมีทางออก

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.เป็นประธานการประชุม โดยมี กกต.เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ต่อมาเวลา 14.00 น. นายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ กกต.ด้านกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ กล่าวภายหลังการประชุม กกต.ว่า ที่ประชุมมีความชัดเจนการแก้ปัญหา 28 เขตเลือกตั้งที่ยังไม่มีผู้ลงสมัคร เป็นทางออกตามกฎหมายที่เปิดช่องไว้ ส่วนการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง ต้องเดินหน้าจัดการเลือกตั้ง แต่จะเกิดขึ้นได้หรือไม่ สถานการณ์ลักษณะเช่นนี้ทุกคนเห็นว่าวิบาก นอกจากนี้ ในที่ประชุม นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้งได้รายงานถึงการไปหารือกับพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทยให้ที่ประชุมรับทราบ ซึ่งการพูดคุยเป็นกระบวนการราคาถูก ไม่ต้องซื้อด้วยมูลค่าชีวิตและทรัพย์สิน หวังว่าทุกคนจะหันมามีสติ ทบทวนและถอยกันคนละก้าว ถ้าทำได้บ้านเมืองจะดีขึ้น ส่วนจะต้องเจรจาไปถึงเมื่อใดขึ้นอยู่กับคู่ขัดแย้งจะยอมถอยคนละก้าวหรือไม่

พร้อมลาออกถ้าบ้านเมืองสงบ

เมื่อถามว่าหลายฝ่ายยังกังขากับบทบาทของ กกต. นายธีรวัฒน์ตอบว่า คุณค่าของ กกต.คือความเป็นกลาง เหมือนเรามีหน้าที่ถ้าขับเรือออกนอกทะเล ก็ขับออกไป เราไม่ได้ปฏิเสธการทำหน้าที่ แต่เมื่อรู้ว่าเจอมรสุมอยู่ข้างหน้าก็ออกมาตะโกนว่าเส้นทางข้างหน้าวิบาก และจะเกิดอะไรขึ้น ขณะนี้ถูกบี้อยู่ตรงกลางของ 2 ฝ่าย ซึ่งมีประโยชน์ทางการเมือง ใครมาทำหน้าที่ กกต.ก็ต้องโดน พระอรหันต์มาทำก็โดน เมื่อถามว่า กกต.ได้พูดคุยถึงการลาออกหรือไม่ นายธีรวัฒน์ตอบว่า ถ้าลาออกแล้วสถานการณ์สงบ ไม่มีใครปฏิเสธที่จะเสียสละ ถ้าลาออกแล้วกลายเป็นตัวตลก เพราะมีหน้าที่จัดเลือกตั้ง แต่ไม่ทำ มันไม่ใช่ทางแก้ปัญหา ไม่ใช่ประเด็นที่จะมาเล่นขายของ หรือต่อรอง เราทำในสิ่งที่ถูกต้อง ไม่หวั่นไหว เราหวั่นไหวเพียงบ้านเมืองจะเป็นอย่างไร ยืนยันกำลังใจเต็มร้อย

มติ กกต.ลุยไฟเลือกตั้ง 2 ก.พ.

กระทั่งเวลา 16.00 น. นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต.แถลงผลการประชุมโดยมีตัวแทนพรรคการเมือง 47 พรรคร่วมอยู่ด้วยว่า กกต.มีมติยืนยันจะเดินหน้าจัดการเลือกตั้งอย่างเต็มกำลังในวันที่ 2 ก.พ. เนื่องจากมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งและมีพระบรมราชโองการแล้ว โดยจะปฏิบัติหน้าที่โปร่งใสและเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ที่มีข่าวว่าจะถอดใจลาออกก็เป็นเพียงข่าวลือเท่านั้น ส่วนการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.ขอชี้แจงว่าในพื้นที่ปกติ 69 จังหวัดที่ไม่มีปัญหา จะจัดให้ลงคะแนนทั้ง 2 ประเภท คือ เลือกตั้ง ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อและแบ่งเขตเลือกตั้ง ส่วนอีก 28 เขต ใน 8 จังหวัด ที่ยังสมัครไม่ได้ กกต.จะเปิดให้ลงคะแนนเลือกตั้งแค่ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อไปก่อน

แนะผู้สมัครไม่ได้ฟ้องศาลฎีกา

นายภุชงค์กล่าวอีกว่า ส่วนขยายเวลารับสมัครออกไม่สามารถทำได้ ไม่มีกฎหมายกำหนด และยังจะกระทบปฏิทินต่างๆที่กำหนดไว้แล้ว เช่น การเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรประมาณ 150,000 คน รวมทั้งการเลือกตั้งล่วงหน้าและนอกเขตจังหวัด 2,500,000 คน ดังนั้น กกต.แนะนำให้ผู้ที่ลงสมัครไม่ได้ทั้ง 123 คน นำเอกสาร หลักฐาน และใบแจ้งความ ไปยื่นร้องต่อศาลฎีกาเพื่อให้มีคำสั่งโดยเทียบเคียงตัวบทมาตรา 39 ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว. กรณีผู้สมัครไม่มีรายชื่อเป็นผู้สมัครในประกาศของ ผอ.ประจำเขตเลือกตั้ง หากศาลฎีกามีคำสั่งให้รับสมัคร ผอ.ประจำเขตก็ต้องประกาศชื่อผู้นั้นตามมาตรา 37 อย่างไรก็ตาม เป็นเพียงคำเสนอแนะจะทำตามหรือไม่ก็ได้ เพื่อความรวดเร็วขอแนะนำให้มาร้องที่ศาลฎีกากลางโดยตรง ทั้งนี้การเลือกตั้งในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2476 ยังไม่เคยเกิดเหตุการณ์เข้าไปสมัครไม่ได้ เป็นกรณีประวัติศาสตร์ และ กกต.ไม่ใช่หน่วยรบ และจะพยายามไม่ใช้พื้นที่ตำรวจ ทหาร เราหลีกเลี่ยงการปะทะ

“สมชัย” เข็ดสองขั้วตั้งแง่ใส่กัน

ช่วงค่ำวันเดียวกัน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้งให้สัมภาษณ์ว่า จะไม่เสนอเป็นตัวกลางประสานเจรจาคู่ขัดแย้งเพื่อหาทางออกให้ประเทศอีก จนกว่าทุกฝ่ายจะต้องการเจรจาจริงๆ เพราะนัดหมายเจรจากับ 2 พรรคการเมืองใหญ่ เมื่อวันที่ 2 ม.ค.ที่ผ่านมา ปรากฏว่าคนสำคัญของฝ่ายหนึ่งไม่มาอ้างติดธุระ ทำให้คนสำคัญอีกฝ่ายหนึ่งไม่มาบ้าง การนัดพูดคุยจึงเป็นการสนทนาธรรม ไม่ได้ข้อสรุป การเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. แม้จะมีปัญหาอุปสรรคและหนักใจ แต่ต้องทำให้สำเร็จ ซึ่งอยู่ในวิสัยที่ทำได้ ปัญหาการทุจริตอาจไม่รุนแรง แต่อาจมีสถานการณ์รุนแรงจากกลุ่มที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย จึงขอให้รณรงค์เลือกตั้งอย่างสันติ สำหรับการเยียวยาให้ผู้ที่เข้าไปสมัครไม่ได้นั้น ได้แนะนำให้ไปร้องศาลฎีกา หากศาลฎีกาสั่งให้เป็นผู้สมัคร จะทำให้ 28 เขตมีผู้สมัคร เราจะมีการเลือกตั้งทั้งระบบบัญชีรายชื่อและระบบแบ่งเขต ครบทุกเขตทั่วประเทศ

เมืองคอนไม่จบไล่บี้ กกต.ไขก๊อก

ส่วนบรรยากาศการเลือกตั้ง ส.ส.นครศรีธรรมราช แม้จะปิดรับสมัครไปแล้วเมื่อวันที่ 1 ม.ค. แต่ในพื้นที่ยังวุ่นวายไม่เลิก ล่าสุดกลุ่ม กปปส.รวมตัวกันหน้าสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 (สทท.11) นครศรีธรรมราช ถนนสายนครศรีธรรมราช-หัวไทร ต.ท่าเรือ อ.เมืองนครศรีธรรมราช เรียกร้องให้นายวิรัตน์ นิ่มวิจิตร ผอ. สทท.11 นครศรีธรรมราช ลาออกจากตำแหน่ง กกต.นครศรีธรรมราช เพราะก่อนหน้านี้ กกต.นครศรีธรรมราช 4 คน ได้ยื่นหนังสือลาออกไปแล้วเหลือเพียง นายวิรัตน์ ที่ยังไม่ลาออกจาก กกต.นครศรีธรรมราช แต่ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่านายวิรัตน์ลาพักร้อนช่วงปีใหม่ ผู้ชุมนุมจึงยื่นหนังสือฝากไว้ และจะปักหลักชุมนุมประท้วงต่อไป

สุราษฎร์ขึ้นป้ายต้าน “เทือกตั้ง”

ที่ จ.สุราษฎร์ธานี หลังจากกลุ่ม กปปส.ปิดล้อมกดดันจน กกต.ไม่สามารถรับสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตทั้ง 6 เขต ได้ ทำให้มีกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยนำป้ายไวนิลเขียนข้อความโจมตีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. มีข้อความว่า “เทือกตั้งหรือเลือกตั้ง” มาติดตามริมถนนบริเวณที่ติดป้ายโฆษณาสินค้าหลายจุด และกำแพงวัดในเขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี และบางป้ายมีร่องรอยฉีกขาด ขณะที่การทำงานของ กกต.สุราษฎร์ธานี ยังคงเป็นไปตามปกติ บางส่วนจัดเตรียมเอกสารบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้ง 6 เขตเลือกตั้ง รอคำสั่งจาก กกต.กลาง

พท.บี้รณรงค์คนเลือกปาร์ตี้ลิสต์

วันเดียวกัน นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้ตนยังเชื่อว่าจะยังมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น ทุกพรรคการเมืองที่ลงสมัครยังคงเดินหน้าหาเสียงเลือกตั้ง สิ่งที่เป็นห่วงคือเขตที่ไม่สามารถรับสมัคร ส.ส.ระบบเขต 28 เขต กกต.จะต้องรณรงค์ให้คนออกมาใช้สิทธิเลือก ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อให้ได้ เพื่อให้สามารถคำนวณคะแนนลำดับ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อได้ครบทั้ง 125 คน

รวมหลักฐานฟ้อง กกต.ฟัน ม.157

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่าทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทยกำลังรอดูท่าที กกต.ว่าจะขยายวันรับสมัคร ส.ส.เขต และย้ายสถานที่รับสมัคร ส.ส.พื้นที่ภาคใต้ที่ไม่สามารถรับสมัคร ส.ส.ได้ช่วงที่ผ่านมาหรือไม่ หาก กกต.ไม่มีมาตรการเยียวยา จะรวบรวมหลักฐานต่างๆ ฟ้องศาลเพื่อเอาผิด กกต.ในวันที่ 6 ม.ค.ข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ส่วนที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หารือกับประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน เสนอมาตร– การกำจัดการคอร์รัปชันก่อนการเลือกตั้งเป็นการสร้างภาพ สร้างเงื่อนไขทางการเมืองให้สอดคล้องกับ กปปส. เป็นทฤษฎีสมคบคิดเล่นการเมือง 2 ขา

นายกฯใช้ศูนย์ราชการแทนทำเนียบฯ

เมื่อเวลา 09.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เดินทางถึงศูนย์ประชุมวายุภักษ์ ในศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ สถานที่ทำงานชั่วคราวของส่วนราชการทำเนียบรัฐบาล เพื่อเปิดโอกาสให้รัฐมนตรี ปลัดกระทรวงหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการสังกัดทำเนียบรัฐบาลและสังกัดต่างๆ ทยอยเข้าอวยพรเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ อาทิ กระทรวงคมนาคม สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) สำนักงานข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) สำนักข่าวกรองแห่งชาติ และสภา พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยนายกฯ มีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส โดยช่วงหนึ่งนายกฯได้ฝากนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม ให้ช่วยดูแลระบบการจราจรในวันที่ 13 ม.ค. ให้คนกรุงเทพฯด้วย เพื่อให้ใช้ชีวิตตามปกติสุขได้ ขณะที่นายอำพน กิตติ–อำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี อวยพรให้นายกฯและครอบครัวมีสุขภาพแข็งแรง ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ถวายสัตย์ปฏิญาณตนจะทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ เพื่อรักษาความมั่นคงของบ้านเมืองให้เกิดความสงบร่มเย็น

ย้ำ ขรก.ยึดมั่นพระราชดำรัส

ทั้งนี้นายกฯได้กล่าวขอบคุณข้าราชการที่ทำงานร่วมกันมาจนทำให้ประเทศชาติก้าวหน้า เราไม่ได้แยกการเมืองกับราชการ แต่หวังทำงานร่วมกันเพื่อให้ประเทศเดินหน้าไปได้ แม้การบริหารบ้านเมืองอาจมีความยากลำบาก ขอให้เป็นเพียงการติดขัดเรื่องสถานที่ อย่ายึดติดกับตึก ให้มองเป็นเพียงสัญลักษณ์เท่านั้น ให้เดินหน้าดูแลประชาชนอย่างเท่าเทียม ยึดมั่นในพระราชดำรัสที่จะทำให้ประเทศสงบสุข ประคองสถานการณ์กลับมาสงบอีกครั้งหนึ่ง ทำด้วยใจที่เป็นธรรม ช่วยกันทำให้สถานการณ์คลี่คลาย แม้จะไม่ใช่ช่วงระยะเวลาอันสั้น แต่เชื่อว่าสักวันจะดีขึ้น ลุล่วงไปได้

ตร.สิงห์บุรีเชียร์ลั่นนายกฯสู้ๆ

จากนั้นนายกฯได้เป็นประธานประชุมหัวหน้าส่วนราชการ โดยใช้เวลาประชุมเพียง 15 นาที นอกจากนี้ นายกฯ ยังถือโอกาสให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองร้อยควบคุมฝูงชน จ.สิงห์บุรี จำนวน 320 นาย ที่มาปฏิบัติหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยที่ศูนย์ราชการฯ โดยกล่าวขอบคุณที่เสียสละและอดทน ขณะที่ตำรวจตะโกนให้กำลังใจสู้ๆ และเยี่ยมผู้ประกอบการร้านค้าศูนย์ราชการที่ได้รับผลกระทบกรณีกลุ่ม กปปส.เข้ายึดด้วย

เดินสายแจงสื่อดันตั้งสภาปฏิรูป

จากนั้นเวลา 11.45 น. นายกฯพร้อมด้วยนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯ นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและ รมช.เกษตรฯ นายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางมายังสำนักพิมพ์มติชน ข่าวสด เข้าพบผู้บริหารเพื่อชี้แจงแนวทางการตั้งสภาปฏิรูปประเทศ และรับฟังข้อเสนอจากองค์กรสื่อ ทั้งนี้ นายกฯได้ชี้แจงหลักการปฏิรูปประเทศเพื่อแก้ไขกฎหมาย ทำให้ประชาชนทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการปฏิรูปประเทศไทย การดำเนินการของกลุ่ม กปปส. โดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.เป็นการดำเนินการเพียงแค่คนกลุ่มเดียวที่อาจมีความคิดเห็นที่ไม่หลากหลายเพียงพอ ขณะที่ ช่วงเย็นวันเดียวกัน นายกฯเดินทางเข้าพบผู้บริหารหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ และหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ยืนกรานไม่ลาออกทิ้งเก้าอี้

ทั้งนี้เมื่อเวลา 19.00 น. นายกฯพร้อมคณะเดินทางมาถึง นสพ.ไทยรัฐ และได้เข้าพบหารือกับคณะกองบรรณาธิการ เพื่อชี้แจงเน้นย้ำแนวทางการจัดตั้งสภาปฏิรูปประเทศ และเปิดรับฟังข้อเสนอจากองค์กรสื่อ ทั้งนี้ นายกฯขอเชิญชวนทุกฝ่ายมาเป็นคนกลางในเวทีปฏิรูป ล่าสุดองค์กรเอกชนได้เสนอตัวเข้ามาเป็นคนกลาง ซึ่งรัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุน เพื่อทำให้ความคิดเห็นต่างๆตกผลึกเร็วที่สุด ขณะที่แนวทางของ กปปส.ยังเป็นแนวทางที่ไม่มีกฎหมายรองรับ จึงอยากให้มีเวทีกลางนำเนื้อหาของ กปปส.มาพูดคุย ร่วมกับแนวทางของกลุ่มต่างๆ โดยยืนยันต้องให้มีการเลือกตั้ง เพื่อได้ รัฐบาลใหม่เข้ามาสานต่อสภาปฏิรูป

เมื่อถามว่า ยืนยันหรือไม่ว่าจะไม่ตัดสินใจลาออกจากรักษาการนายกรัฐมนตรี ตามที่ กปปส.เรียกร้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า หากตนลาออกไปตามข้อเรียกร้องดังกล่าว จะมีใครรับประกันหรือยืนยันได้หรือไม่ว่า จะไม่มีคนมาฟ้องร้องดำเนินคดีฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตาม ม.157 เพราะไม่มีกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญมาตราใดเลยที่บัญญัติให้นายกฯต้องลาออกจากตำแหน่งรักษาการ มีเพียงบทบัญญัติชัดเจนว่าเมื่อประกาศยุบสภา นายกฯและ ครม.จะต้องอยู่ปฏิบัติหน้าที่รักษาการไปจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่เข้ามาทำหน้าที่ ดังนั้น ยืนยันจะไม่ลาออก

“สุวัจน์” แนะคนกลางจัดเวทีหย่าศึก

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่บ้านถนนราชวิถี นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา นายประเสริฐ บุญชัยสุข รมว.อุตสาหกรรม พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร อดีตแม่ทัพภาค 2 ผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคชาติพัฒนา เข้าพบนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี แกนนำพรรคชาติพัฒนา เพื่อเชิญให้ดำรงตำแหน่งประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา โดยนายสุวัจน์กล่าวว่า ยินดีและหวังเข้าร่วมแก้ไขความขัดแย้งของประเทศขณะนี้ ทุกฝ่ายโดยเฉพาะพรรคการเมืองและนักการเมืองต้องมีส่วนร่วมหาทางออกวิกฤติความขัดแย้ง ยึดหลักสันติ ไม่ใช้ความรุนแรง เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ลุกลามบานปลาย ทุกฝ่ายควรร่วมกันสร้างความชัดเจนในการเลือกตั้งและการปฏิรูปประเทศ เห็นใจ กกต.ต้องเจอศึกหนัก แต่ กกต.ต้องแสดงความชัดเจนทางใดทางหนึ่ง เพราะขณะนี้ยังคลุมเครือ ทางออกที่ดีที่สุดต้องมีเวทีให้ทุกฝ่ายมาคุยกันอย่างจริงใจ ให้คนกลางจัดเวที อาทิ อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตประธานรัฐสภาที่สังคมยอมรับ ประสานให้มาพูดคุยกัน

“อภิสิทธิ์” สับ “ปู” ทำผิด ก.ม.เลือกตั้ง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ในรายการฟ้าวันใหม่ สถานีโทรทัศน์บลูสกาย แชแนลว่า เมื่อวันที่ 2 ม.ค. ตนไม่ได้เข้าร่วมหารือกับ กกต. เพราะพรรคเพื่อไทยเปลี่ยนตัวบุคคลที่มาคุยด้วย จึงมอบให้นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ รองหัวหน้าพรรค และนายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคไปแทน ซึ่งทั้งสองฝ่ายประเมินสถานการณ์ไม่ตรงกัน พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันความไม่เรียบร้อยไม่น่าจะจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปได้ตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ ส่วนพรรคเพื่อไทยยังยืนอยู่จุดเดิมต้องเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. และพยายามเรียกร้องให้ กกต.ไปแก้ปัญหา 28 เขตที่ไม่มีผู้สมัคร ขณะที่นายกฯพยายามหลบเลี่ยงปัญหา เลยไปทำผิดกฎหมายเลือกตั้งหลายกรณีน่าจะมีปัญหาตั้งแต่ไปลงอีสานหรือการที่ไปมอบเงินตำรวจช่วงการเลือกตั้ง จะดูว่า กกต.จะวินิจฉัยอย่างไร

“นิพิฏฐ์” ชี้เป้าร้อง กกต.เชือด

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯแจกเงิน 5 ล้านบาทให้ญาติตำรวจที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ปะทะกับกลุ่มผู้ชุมนุมว่า นายกฯเป็นผู้สมัครบัญชีรายชื่อเบอร์ 1 ของพรรคเพื่อไทย แม้อ้างว่าทำหน้าที่ก็สุ่มเสี่ยงผิดกฎหมาย เพราะอยู่ในช่วง พ.ร.ฎ.เลือกตั้งมีข้อห้ามชัดเจน ส่อว่าเป็นการหาเสียงทำไปโดยมองเห็นผลประโยชน์จากการเลือกตั้ง หรือหวังผลในคะแนนนิยมจากกลุ่มข้าราชการตำรวจหรือไม่ คาดว่าจะมีองค์กรภาคประชาชน หรือ ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปร้องกับคณะ กกต. เพราะถือว่าความผิดสำเร็จแล้ว

ฟันธง กก.ประจำหน่วยใต้ถอนยวง

นายนิพิฏฐ์กล่าวว่า การจัดการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ไม่น่าจะเรียบร้อยโดยเฉพาะการลงคะแนนเลือกตั้งระบบบัญชีรายชื่อ ที่มี 28 เขตเลือกตั้งไม่มีผู้รับสมัคร รัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนดให้ต้องลงคะแนนในคราวเดียวกัน และแม้ นับคะแนนก็ไม่สามารถประกาศรายชื่อ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อทั้ง 125 คนได้ เพราะจะมีปัญหาเรื่อง 28 เขตที่ไม่มีคนลงรับสมัคร ที่สำคัญภาคใต้อาจเกิดปัญหากรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง จะถูกกดดันจากญาติพี่น้องหรือคนในตำบล หมู่บ้าน จนมีปัญหา 1.พื้นที่ส่วนใหญ่ของภาคใต้จะไม่มีกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง หรือ 2.คนที่รับปากไว้แล้วว่าจะทำหน้าที่พอใกล้วันเลือกตั้งอีก 1-2 วันจะขอถอนตัว

“มาร์ค” เดินสายพบองค์กรต้านโกง

ต่อมาเวลา 10.00 น. ที่หอการค้าไทย ถนนราชบพิธ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมกรรมการบริหารพรรค เข้าพบนายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน เพื่อหารือถึงแนวทางการปฏิรูปประเทศไทย ภายหลังการหารือร่วมกว่า 2 ชั่วโมง นายประมนต์กล่าวว่า ได้ส่งข้อเสนอมาตรการกำจัดคอร์รัปชันให้พรรคประชาธิปัตย์ นำไปรวบรวมเป็นข้อมูลปฏิรูปประเทศ อาทิ การตรวจสอบการเสียภาษีย้อนหลัง การผลักดันมาตรการความโปร่งใสให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลด้านต่อต้านคอร์รัปชัน จากนี้จะเสนอให้พรรคการเมืองใหญ่อีก 2-3 พรรค ส่วนปัญหาการเมืองไม่ได้หารือ แต่กระทบต่อเศรษฐกิจแล้ว ยิ่งยืดเยื้อออกไปจะยิ่งสร้างความเสียหายมากขึ้น แต่นักธุรกิจน่าจะยอมรับได้ถ้าทำให้เกิดแนวทางนำประเทศไปสู่หนทางที่ดีขึ้น ถือว่าเจ็บแล้วจบ

7 ม.ค.โชว์แผนปราบโกงผ่านสื่อ

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เตรียมสรุปประเด็นการแก้ปัญหาคอร์รัปชันที่เป็นหนึ่งในประเด็นการปฏิรูปประเทศ คาดวันที่ 7 ม.ค.จะนำเสนอผ่านสื่อได้แผนการปฏิรูปที่กำลังดำเนินการอยู่จะเป็นพิมพ์เขียวให้ผู้ที่เข้ามาเป็นรัฐบาลนำไปใช้ปฏิบัติได้จริง ไม่ว่ารัฐบาลจะมาจากความสำเร็จของ กปปส. หรือจากการเลือกตั้ง หรือจากทางเลือกทอื่น ก็สามารถนำไปใช้ได้

4 ม.ค. 2557 07:40 4 ม.ค. 2557 07:40 ไทยรัฐ