วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หวังบาทอ่อนฟื้นส่งออก


นายวิศิษฏ์ ลิ้มประนะ รองประธานและประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า การที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงมาใกล้ระดับ 33 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ ถือเป็นโอกาสของผู้ส่งออก โดยเฉพาะกลุ่มผู้ส่งออกสินค้าเกษตรซึ่งส่วนใหญ่มีกำไรต่ำ อัตราแลกเปลี่ยนเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยก็กระทบต่อกำไร ทั้งนี้ระดับค่าเงินบาทที่ 31-32 บาทต่อเหรียญฯ ถือว่าเปิดช่องให้ผู้ส่งออกแข่งขันกับคู่แข่งได้ เทียบกับช่วงที่เงินบาทอยู่ที่ 29-30 บาทต่อเหรียฐฯที่อาจแข่งขันราคาไม่ได้เลย แต่ก็อาจส่งผลให้ราคาสินค้านำเข้าสูงขึ้น อาจทำให้สินค้าที่นำเข้าเพื่อมาขายในประเทศอาจจะมียอดขายลดลง “หากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สามารถดูแลเสถียรภาพเงินบาทให้อยู่ในระดับปัจจุบันได้ในระยะยาวจะเป็นโอกาสที่ดีมากของผู้ส่งออกที่จะส่งออกได้มากขึ้นเข้ามาชดเชย ยอดขายในประเทศที่ลดลงเนื่องจากการบริโภคที่ซบเซาจากผลกระทบจากความขัดแย้งทางการเมือง”

สำหรับการส่งออกอาหารปีนี้ เชื่อว่าจะมีมูลค่าถึง 1 ล้านล้านบาทได้ หลังจากกลุ่มที่เคยมีปัญหากลับมาส่งออกได้มากอีกครั้ง เช่น กุ้ง ที่เริ่มฟื้นตัวจากโรคตายด่วน (อีเอ็มเอส) ขณะที่ตลาดยังมีความต้องการสูงทั้งในสหภาพยุโรปและสหรัฐฯ ขณะที่ไก่ ล่าสุด ญี่ปุ่นก็กลับมานำเข้าจากไทย

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ส.อ.ท. กล่าวว่า ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงจะช่วยหนุนการส่งออกกลุ่มยานยนต์ให้ดีขึ้น และเป็นจังหวะที่เหมาะเนื่องจากขณะนี้ผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศ ได้ปรับแผนการผลิตที่เน้นขายในประเทศไปเป็นเพื่อส่งออกมากขึ้น.