วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ฮั่วเซ่งเฮง'แนะ สัปดาห์หน้า ติดตามตัวเลข ตลาดแรงงานของสหรัฐ

ราคาทองคำเปิดตลาดปีใหม่ค่อนข้างสดใสโดยปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องติดต่อกัน 2 วันทำการ โดยสามารถทะลุแนวต้าน 1,235 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อ ออนซ์ และขึ้นไปสูงสุดที่ 1,238 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อ ออนซ์ เป็นผลจากแรงซื้อทองแท่งในแถบเอเชียที่แข็งแกร่งหลังจากที่มุมมองของนักลงทุนมองว่าราคาทองคำมีการปรับตัวลงมามากและค่อนข้างถูก ซึ่งในปี 2556 เป็นปีแรกที่ทองคำเริ่มเป็นขาลงและให้ผลตอบแทนติดลบ 28% ซึ่งก่อนหน้านี้ราคาทองคำเป็นสินทรัพย์เดียวที่เป็นขาขึ้นและให้ผลตอบแทนเป็นบวกติดต่อกันยาวนานถึง 12 ปี โดยให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 17%

ส่วนราคาทองแท่งในประเทศปี 2556 ให้ผลตอบแทนติดลบ 22% เนื่องจากค่าเงินบาทในปี 2556 ที่อ่อนค่าลงจาก 30.57 บาท/ดอลลาร์ เป็น 32.68 บาท/ดอลลาร์ หรืออ่อนค่าลง 7%  ถึงแม้ว่าดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI)  ภาคการผลิตของจีนและดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของจีนเดือนธันวาคมที่ประกาศออกมาในสัปดาห์นี้อ่อนแอลงก็ตาม ซึ่งในปีนี้เศรษฐกิจจีนคาดเติบโตชะลอตัวลงเหลือ 7% จากที่ปี 2556 คาดการณ์เติบโตประมาณ 7.5%  เนื่องจากเศรษฐกิจของจีนยังคงอยู่ในช่วงของการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของจีนที่เป็นประเทศที่บริโภคทองคำรายใหญ่ที่สุดในโลกชะลอตัวลงมีผลกระทบทางลบต่อราคาทองคำ แต่ไม่มากนัก

ในสัปดาห์หน้าประเด็นที่ต้องติดตามคือตัวเลขตลาดแรงงานของสหรัฐทั้งการจ้างงานภาคเอกชนทั่วประเทศเดือนธันวาคมของ ADP ที่จะประกาศในวันพุธ การจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานเดือนธันวาคมที่จะประกาศในวันศุกร์ คาดการณ์ว่าการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนธันวาคมจะเพิ่มขึ้นราว 190,000 ตำแหน่ง จากที่เดือนพฤศจิกายนเพิ่มขึ้น 203,000 ตำแหน่ง ส่วน อัตราการว่างงานเดือนธันวาคมคาดทรงตัวที่ระดับ 7.0% ซึ่งตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐที่ยังคงแข็งแกร่งคาดอาจส่งผลลบต่อราคาทองคำบ้าง แต่ตลาดตอบรับประเด็นที่ธนาคารกลางสหรัฐจะเริ่มมีการปรับลดวงเงินมาตรการ QE ในเดือนมกราคมและจะต้องมีการทยอยปรับลดวงเงินในการประชุมครั้งถัดไป

ส่วนภาพเทคนิคของราคาทองหากสามารถผ่านแนวต้านบริเวณ 1,235 ดอลลาร์ ต่อ ออนซ์ ขึ้นไปได้ จะเป็นสัญญาณซื้อในทางเทคนิค และคาดว่าราคาทองจะฟื้นตัวขึ้นสู่แนวต้านบริเวณ 1,245-1,250 ดอลลาร์ ต่อ ออนซ์ ต่อไป โดยมีแนวรับสำหรับกลับเข้าซื้อเก็งกำไรอยู่ที่บริเวณ 1,200-1,210 ดอลลาร์ ต่อ ออนซ์.