วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พิษการเมือง! เอส แอนด์ พี เล็งลดอันดับความน่าเชื่อถือไทย

คลังเผย เอสแอนด์พีเตรียมปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือไทย หากปัญหาการเมืองยังไม่คลี่คลาย ชี้เป็นจุดอ่อนหลักต่อความน่าเชื่อถือตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา แม้ล่าสุดเอสแอนด์พีจะยืนยันว่า ไทยถูกจัดอันดับความน่าเชื่อถือในเกณฑ์ที่ดี...

เมื่อวันที่ 3 ม.ค. 57 น.ส.จุฬารัตน์ สุธีธร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวว่า Standard and Poor’s หรือ S&P’s ซึ่งเป็นสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำของโลก จัดอันดับความน่าเชื่อถือตราสารหนี้ระยะยาวและระยะสั้นสกุลเงินตราต่างประเทศ (Long-term/Short-term Foreign Currency Rating) ของไทยที่ระดับ BBB+/A-2 และอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ระยะยาวและระยะสั้นสกุลเงินบาท (Long-term/Short-term Local Currency Rating) ที่ระดับ A-/A-2 รวมทั้งได้ยืนยันแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยที่ระดับมีเสถียรภาพ (Stable Outlook)

นอกจากนี้ ยังยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยบน ASEAN Regional Scale ระยะยาวที่ axAA และระยะสั้นที่ axA-1 ตามลำดับ และการประเมินการเคลื่อนย้ายและความคล่องตัวในการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ 1 ยังอยู่ในระดับ A  

อย่างไรก็ตาม เอสแอนด์พีมองว่า ความไม่แน่นอนทางการเมืองเป็นจุดอ่อนหลักของความน่าเชื่อถือของไทยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา การเปลี่ยนรัฐบาลบ่อยครั้งตั้งแต่ปี 2549 ทำให้การปฏิรูปโครงสร้างต้องล่าช้าออกไป รวมทั้งเป็นอุปสรรคต่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล ความไม่แน่นอนดังกล่าวเป็นข้อจำกัดต่อการเติบโตของเศรษฐกิจ ในขณะที่การชุมนุมคัดค้านร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฯ ที่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง ทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อภาคการท่องเที่ยวของประเทศ

แนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือที่มีเสถียรภาพสะท้อนถึงการคาดการณ์ว่า ไทยจะสามารถรักษาความแข็งแกร่งของภาคต่างประเทศ ภาคการคลัง และภาคการเงินภายใต้เหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองในปัจจุบันไว้ได้ใน 2 ปีข้างหน้า โดยเอสแอนด์พีอาจจะปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของไทยลง ถ้าความสามารถในการปกครองประเทศ (เสถียรภาพทางด้านการเมืองและสถาบัน) ถดถอยลงไปมากกว่าที่สังเกตการณ์ไว้ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา หรือหากตัวชี้วัดทางด้านเศรษฐกิจหรือการคลังอ่อนแอลงอย่างมีนัยสำคัญ ในทางกลับกัน หากผู้นำทางการเมืองของประเทศไทยทำให้เกิดเสถียรภาพทางการเมืองที่ดีขี้น เชื่อว่า แนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจไทยจะดีขึ้น และส่งผลให้สถานะความน่าเชื่อถือของประเทศแข็งแกร่งขึ้นตามไปด้วย

อย่างไรก็ตาม เอสแอนด์พีมองว่า สถานะภาคต่างประเทศของไทยที่แข็งแกร่ง หนี้รัฐบาลที่อยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ และประวัติการดำเนินนโยบายการเงินที่มีประสิทธิภาพ เป็นปัจจัยสนับสนุนต่ออันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย ในขณะที่ความไม่แน่นอนทางการเมืองที่มีอย่างต่อเนื่อง และการที่เศรษฐกิจมีรายได้ต่ำ โดยเปรียบเทียบเป็นข้อจำกัดต่ออันดับความน่าเชื่อถือของประเทศ

โดยปัจจัยที่ยังคงเป็นจุดแข็งของอันดับความน่าเชื่อถือของไทย ได้แก่ สถานะการลงทุนระหว่างประเทศที่แข็งแกร่ง และสภาพคล่องที่เพียงพอ การเกินดุลการชำระเงินเป็นเวลานาน ทำให้มีทุนสำรองสำหรับรองรับดุลบัญชีเดินสะพัดได้ 7.5 เดือน และแม้ว่าเอสแอนด์พีจะคาดการณ์ว่า ไทยจะขาดดุลบัญชีเดินสะพัดเล็กน้อยในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า แต่จะสามารถชดเชยการขาดดุลดังกล่าวได้ โดยอาศัยการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ และเงินทุนที่ไหลเข้ามาในตลาดทุน ทำให้หนี้ต่างประเทศที่เป็นสกุลเงินต่างประเทศยังคงอยู่ในระดับที่เหมาะสม ภาระหนี้ต่างประเทศสุทธิอยู่ในระดับปานกลางที่ 26%​ ของจีดีพี

เอสแอนด์พี ยังระบุอีกด้วยว่า การเกินดุลขั้นต้นของรัฐบาล ช่วยรักษาระดับหนี้ของรัฐบาลให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ในขณะที่การดำเนินนโยบายรับจำนำข้าว และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ที่เป็นผลจากเหตุการณ์ไม่คาดคิดทางเศรษฐกิจ ทำให้หนี้ของรัฐบาลเพิ่มขึ้น เอสแอนด์พีคาดว่า หนี้ของรัฐบาลสุทธิจะยังอยู่ในระดับที่ไม่น่ากังวลที่ประมาณ 26% ของจีดีพี ภาระดอกเบี้ยของรัฐบาลอยู่ที่ 7%​ ของรายได้ ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยที่ 3%​ ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา.

คลังเผย เอสแอนด์พีเตรียมปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือไทย หากปัญหาการเมืองยังไม่คลี่คลาย ชี้เป็นจุดอ่อนหลักต่อความน่าเชื่อถือตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา แม้ล่าสุดเอสแอนด์พีจะยืนยันว่า ไทยถูกจัดอันดับความน่าเชื่อถือในเกณฑ์ที่ดี... 3 ม.ค. 2557 15:29 ไทยรัฐ