วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นายแบงก์ คาดบาทอ่อนแตะ 34 บ./$ ใน 3 ด.

นายแบงก์ ชี้บาทอ่อนค่าต่อเนื่อง จากปัญหาการเมือง-นักลงทุนเทขายย้ายเงินกลับประเทศ ในขณะที่ผู้บริหาร “กลุ่มจาวลา เชียงใหม่ กรุ๊ป” เชื่อบาทมีโอกาสอ่อนค่าแตะ 40 บาท/ดอลลาร์...

เมื่อวันที่ 3 ม.ค.57 นายธิติ ตันติกุลานันท์ ผู้บริหารสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยไทยรัฐออนไลน์ว่า สาเหตุที่เงินบาทอ่อนค่าลงมาอย่างรวดเร็วและอ่อนค่ามากกว่าสกุลเงินของ ประเทศในภูมิภาคอาเซียนด้วยกันเป็น เพราะปัญหาการเมืองภายในประเทศกับ เศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัวลงให้น้ำหนักถึง 80% ส่วนที่เหลืออีก 20% มาจากการลดขนาดมาตรการคิวอีของสหรัฐฯ

โดยปัจจัยภายในประเทศ ทำให้ความเสี่ยงในการลงทุนเพิ่มสูงขึ้น นักลงทุนจึงโยกย้ายเงินจากตลาดหุ้นไปซื้อพันธบัตรในตลาดตราสารหนี้แทน ซึ่งธนาคารกสิกรไทยมองว่าภายใน 3 เดือน มีโอกาสได้เห็นเงินบาทอ่อนค่าลงมาที่ 34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนผลกระทบที่ตามมา ในแง่ดีจะเป็นปัจจัยบวกช่วยผู้ส่งออกให้แลกเงินบาทได้เพิ่มขึ้น แต่ผู้นำเข้าจะมีต้นทุนเพิ่มขึ้น

ดังนั้น ควรปิดความเสี่ยงด้วยการทำประกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งเรื่องนี้ทางทีมงานของธนาคารได้ติดต่อลูกค้าอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ขณะเดียวกันผู้ประกอบการก็ได้ปรับตัวมาตั้งแต่ปี 2556 ที่ค่าเงินบาทอ่อนลงจาก 28.50 บาท มาอยู่ที่ 32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งหากไม่ทำประกันความเสี่ยงกำไรจะน้อยลง

ทั้งนี้ จากข้อมูลของศูนย์วิจัยกสิกรไทยพบว่า ช่วงเช้าวันที่ 3 ม.ค. 2557 เงินบาทอ่อนค่าสุดอยู่ที่ 33.03 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นระดับอ่อนค่าที่สุดนับตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2553 หรือเกือบ 4 ปีที่ผ่านมา และตั้งแต่เปิดทำการในปี 2557 เงินบาทยังอ่อนค่ามากกว่าเงินสกุลอื่นหลายสกุลในภูมิภาค โดยเงินบาทอ่อนค่าลงมา 0.5%

ค่าเงินดอลลาร์สิงคโปร์อ่อนค่า 0.3% ค่าเงินรูเปียห์อินโดนีเซียอ่อนค่า 0.3% ค่าเงินดอลลาร์ไต้หวันอ่อนค่า 0.2% ส่วนริงกิตมาเลเซียอ่อนค่าเท่ากันที่ 0.5% ทางศูนย์วิจัยกสิกรไทยให้กรอบการเคลื่อนไหวระยะสั้นคืือ 32.75 - 33.25 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ


ขณะที่นายพิชัย จาวลา กรรมการบริหาร กลุ่มจาวลา เชียงใหม่ กรุ๊ป เจ้าของทฤษฎีระบบผลประโยชน์  เปิดเผยไทยรัฐออนไลน์ว่า ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าอย่างรวดเร็ว เป็นไปตามที่ประเมินไว้ก่อนหน้านี้ และมีโอกาสที่เงินบาทจะอ่อนค่าอีกมาก อาจแตะ 40 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ โดยยังไม่สามารถระบุเงื่อนไขระยะเวลาที่ชัดเจนได้ อาจจะเกิดขึ้นในปีนี้ หรืออีก 2-3 ปีข้างหน้า แต่มั่นใจว่าทิศทางเงินบาทจะอ่อนค่าลงอีกแน่นอน

“ในปีที่ผ่านมา หลายคนมองว่าค่าเงินบาทมีทิศทางแข็งค่าขึ้น แต่จริงๆ ส่วนตัวมองว่าในระยะยาวเงินบาทมีทิศทางอ่อนค่าลงแน่นอน เพราะแม้จะมีปัจจัยที่เอื้อให้เงินบาทแข็งค่าจากสภาพคล่องที่ไหลเข้าสู่ระบบ ในประเทศไทยจำนวนมาก แต่ก็จะพบว่าเงินบาทยังคงอ่อนค่าอย่างต่อเนื่อง จนมาถึงต้นปี 2557 ที่อ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว”

ดังนั้น การลงทุนในอัตราแลกเปลี่ยน แนะนำว่าต้องปรับกลยุทธ์หลัก คือ หน่วยงานที่จำเป็นต้องถือครองสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ควรทยอยซื้อสะสมเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ ยืนยันว่าในระยะยาวค่าเงินบาทจะอ่อนค่าอีกมาก

“จังหวะนี้ต้องเริ่มเฉลียวใจและให้ระมัดระวัง อย่ายึดติดกับวงจรเดิมที่ว่า เมื่อค่าเงินเริ่มอ่อนค่าก็จะเข้าแทรกแซงเพื่อทำให้ค่าเงินกลับมาแข็งค่าตามปกติ เพราะตามทฤษฎีระบบผลประโยชน์มีสาระสำคัญ คือ ในระยะยาวเงินสกุลเอเชีย ซึ่งรวมทั้งเงินบาทของไทยจะอ่อนค่าลงอีก จึงเป็นห่วงว่าหากเงินบาทอ่อนค่า และแบงก์ชาติตัดสินใจเข้าแทรกแซงอาจทำให้เงินทุนสำรองลดลงและขาดทุนโดยเปล่าประโยชน์” นายพิชัย กล่าว.

 

นายแบงก์ ชี้บาทอ่อนค่าต่อเนื่อง จากปัญหาการเมือง-นักลงทุนเทขายย้ายเงินกลับประเทศ ในขณะที่ผู้บริหาร “กลุ่มจาวลา เชียงใหม่ กรุ๊ป” เชื่อบาทมีโอกาสอ่อนค่าแตะ 40 บาท/ดอลลาร์... 3 ม.ค. 2557 12:40 ไทยรัฐ