วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สุขสุขีพรปีใหม่ 2557 จะทำชั่วหรือดีให้เด็กดู

โดย

“ปีใหม่...ขอจงให้ชีวิตและโอกาสที่ดีแก่เด็กเถิด”เป็นคำกล่าวของ พระมหาสมัย จินฺตโฆสโก เลขานุการมูลนิธิกลุ่มแสงเทียน วัดบางไส้ไก่ กทม.

พระมหาสมัย บอกว่า ข่าวร้ายที่เกิดขึ้นกับเด็กในช่วงส่งท้ายปีเก่าที่มีฆาตกรฆ่าและข่มขืนเด็ก จนต้องสังเวยไปหลายชีวิตจากการกระทำของผู้คนเพียงคนเดียวได้กลายเป็นความหวาดผวาของพ่อแม่ผู้ปกครองไปทั่ว

ก่อนหน้านี้เคยมีปราชญ์ด้านเด็กเคยออกมาให้ความรู้และความเข้าใจแก่ผู้คนในสังคมว่าภัยที่เกิดขึ้นกับเด็กส่วนมากมักเกิดขึ้นจากคนที่อยู่ใกล้ชิดเด็ก นับตั้งแต่ญาติพี่น้อง เพื่อนบ้านใกล้เคียง ครูบาอาจารย์ รวมถึงพระสงฆ์องค์เจ้า จนมีหลายท่านออกมาโต้ว่าไม่เป็นความจริงและเป็นไปไม่ได้

แต่...เมื่อกาลเวลาได้ผ่านไป ความจริงเริ่มปรากฏให้เห็นว่าคำกล่าวนั้นเป็นความจริงเพียงใด

พระมหาสมัย

“เด็ก” คือ “อนาคตของชาติ” ถ้าเด็กไม่ถูกทำร้ายตั้งแต่วัยเยาว์พวกเขาได้เจริญเติบโตทั้งทางร่างกายและจิตใจรวมถึงสติปัญญาตามสมควรแก่วัยแล้ว ก็หวังได้เลยว่าในอนาคตอันไม่ไกลนี้สังคมเราและชาติบ้านเมืองเราก็จะมีความสุข เจริญก้าวหน้า เพราะลูกหลานของเราได้รับการเลี้ยงดูที่ดี อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี อยู่ในบรรยากาศที่มีแต่ความสุข ได้รับการศึกษาที่ดีจนเติบโตเบ่งบานขึ้นมาเป็นเยาวชนและพลเมืองที่ดีของสังคมเรา

“ปีเก่า...อาจเป็นปีที่มีแต่ความเลวร้ายของบุคคลบางคน เกิดการสูญเสีย พลัดพรากจากกัน ดำเนินกิจการอะไรก็ไม่เจริญก้าวหน้า ไม่ประสบความสำเร็จ พบแต่ความทุกข์ ความสิ้นหวัง จึงอยากให้ปีเก่าผ่านไปเสียเร็วๆ จะได้พบกับสิ่งที่ดีและใหม่ในวันปีใหม่...

แต่ในขณะเดียวกันสิ่งที่ดีงาม ความสุขที่ได้รับความเจริญก้าวหน้าที่มีขึ้นมากับผู้คนบางคนในปีเก่านี้ก็ไม่อยากให้ปีเก่าผ่านไปเพราะเป็นปีแห่งความสุขและความสมหวัง แต่กาลเวลาไม่เคยหยุดนิ่งย่อมเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ไม่มีใครสามารถฉุดรั้งให้มันหยุดอยู่กับที่ได้ ทุกสิ่งทุกอย่างจึงหมุนเวียนเปลี่ยนไป....”

มีเกิดขึ้น...ในเบื้องต้นแล้วแปรปรวนไปในท่ามกลาง และดับสลายไปในที่สุด มนุษย์เราจะเหลือไว้แต่ “ความดี” หรือ “ความชั่ว” เท่านั้นที่จะเป็นอนุสรณ์ให้อนุชนรุ่นหลังได้เจริญรอยตามหรือได้สาปแช่ง


ถ้าทำดีแล้วความดีย่อมปรากฏจนกลายเป็นแบบอย่างที่ดี ถ้าทำชั่วก็ล้วนแต่ถูกตำหนิติเตียนจากอนุชนรุ่นหลัง ดังนั้น... “บุญ” และ “บาป” เท่านั้นจะติดตัวเราไปตลอดทั้งชาตินี้และชาติหน้า ขอจงมุ่งหน้าทำแต่ความดีและหันหลังให้กับความชั่ว มาสร้างความสุขให้กับตนเองและครอบครัวในวันนี้กันเถิด

“...มาสร้างความรักความอบอุ่นให้เกิดขึ้นกับครอบครัวของเรากับชุมชนและหมู่บ้านของเรากับสังคมของเราในวันนี้กันเถิด ในวันข้างหน้าส่วนรวมก็จะได้รับอานิสงส์จากการเริ่มต้นที่ดีของเรานี่เอง”

ทุกอย่างขอให้เริ่มต้นที่ตัวเรา การมีนิสัยใจคอที่ดี การรู้จักเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้กับคนอื่น การรู้จักใช้เมตตาแก่ผู้ที่อยู่รอบข้าง การเห็น อกเห็นใจซึ่งกันและกัน การรู้จักให้อภัยกัน การรู้จักเป็นผู้ให้มากกว่าการเป็นผู้รับ การประพฤติตนให้เป็นตัวอย่างที่ดีเสมอต้นเสมอปลาย

เหล่านี้ย่อมเป็นแนวทางที่เราควรนำมาประพฤติปฏิบัติตั้งแต่ปีใหม่เป็นต้นไปเพราะเป็นธรรมะง่ายๆ ที่ทุกคนสามารถปฏิบัติได้ อยู่ที่ตัวเราและรอบๆ ตัวเรานี่เอง แล้วความสุข ความสดชื่น ความสมหวังก็จะติดตามมาอย่างไม่ต้องสงสัยเลย....

พระมหาสมัย ย้ำว่า ปีเก่าเป็นปีแห่งความโชคร้ายและฝันร้ายของเด็กอยู่มากทีเดียว คดีความต่างๆ ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับเด็กมีมาตลอดทั้งปี จึงอยากจะขอบิณฑบาตจากผู้คนในสังคมไทยเราว่าปีใหม่เป็นต้นไปขอให้เกิดแต่สิ่งที่ดีงามและความสดใสได้เกิดขึ้นกับเด็กๆ ซึ่งเป็นลูกหลานของสังคมเรา โดยเริ่มต้นที่...“ผู้ใหญ่”

“ผู้ใหญ่ในสังคมมาร่วมมือร่วมใจกันสร้างชีวิต สร้างอนาคตให้กับลูกหลานของเรา การพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กจะหวังเพียงการได้มีโอกาสทางการศึกษาเพียงอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ จำเป็นต้องมีองค์ประกอบอื่นๆ เข้ามาสมทบด้วย”

องค์ประกอบที่ว่านี้ นับตั้งแต่การกำจัดขอบเขตไม่ให้อบายมุขเข้ามาครอบงำชีวิตและจิตใจลูกหลานของเรา นับตั้งแต่การดื่มน้ำเมา...เสพยาเสพติด การเที่ยวกลางคืน การเที่ยวดูการละเล่น การเล่นการพนัน การคบคนชั่วเป็นมิตร การเกียจคร้านการงาน เหล่านี้เป็นทางแห่งความเสื่อมและความฉิบหายของชีวิต


“บุคคลใดเข้าไปเกี่ยวข้องล้วนแต่จะพบกับความหายนะทั้งทางโลกและทางธรรม ทางโลก...ก็เป็นการประพฤติผิดกฎหมายและกติกาของสังคม ทางธรรม...ก็เป็นการแสดงถึงความเป็นคนไม่มีศีล ไม่มีธรรมะครองใจ...ถูกความชั่วครอบงำจิตใจ”

สิ่งชั่วร้ายข้างต้นทั้ง 6 ชนิด เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “อบายมุข” ครอบงำแล้ว จะมีปีใหม่กี่ครั้ง จะมีอายุเพิ่มขึ้นกี่ปีก็คงเปล่าประโยชน์กับการไม่รู้จักใช้เวลาให้มีคุณค่าต่อตนเอง ต่อครอบครัวและต่อสังคม

ถ้าเป็นเช่นนี้ก็อย่าหวังเลยว่าลูกของเราเองและสังคมเราจะมีชีวิตและอนาคตที่ดีขึ้นมา ดังนั้นทุกอย่างจะเป็นไปในทางทิศใดจึงอยู่ที่ “ตัวเรา” นี่เอง....เป็นผู้กำหนดและเป็นผู้เริ่มต้น

“การสร้างครอบครัวให้เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักความอบอุ่น ใช้ชีวิตตามสมควรแก่ตน ไม่ลืมสถานะของตนเอง ไม่ยกเอาคนอื่นมาเป็นที่ตั้งแล้วดำเนินชีวิตให้เหมือนพวกเขาโดยขาดความเป็นตัวของตนเองโดยการกู้หนี้ยืมสินมาบริโภคจนกลายเป็นลูกหนี้ตลอดกาล... อย่างนี้ก็ใช้ไม่ได้”

ควรจะดำรงชีวิตอย่าง “พอเพียง” แสวงหาทรัพย์มาได้เท่าใดก็ควรมีส่วนเหลือเก็บเอาไว้เพื่อใช้จ่ายในวันข้างหน้าบ้าง อย่าได้คิดว่าหามาได้เท่าใดก็ใช้จ่ายอย่างเต็มที่ เมื่อหมดไปในวันใดก็ออกไปแสวงหามาใช้ใหม่

มิเช่นนั้นเราก็จะกลายเป็นคนที่ตรงกับสำนวนว่า “ข้าวสารกรอกหม้อ” อยู่ร่ำไป หาความเจริญ...ความมั่นคงมิได้เลย

“ชุมชน” หรือ “หมู่บ้าน” ถ้าดูแลปกครองอย่างมีธรรมะเป็นใหญ่ ให้ความเสมอภาคกันของผู้คนในหมู่บ้าน ดูแลขจัดทุกข์บำรุงสุขให้เกิดขึ้นอย่างทั่วถึง มิให้อบายมุข ยาเสพติดเข้ามาครอบงำ มีแต่ความสุขและความสามัคคีกันแล้วก็หวังได้เลยว่าชุมชนและหมู่บ้านนั้นๆ ย่อมเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข

ผู้ใหญ่ในชุมชนและในหมู่บ้านจึงเป็น “แม่แบบ” ที่มีความสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงพัฒนาลูกหลานของเราอย่างมาก ขอจงลุกขึ้นมาเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูกหลานของเราในวันนี้กันเถิด

“ปีใหม่...เป็นต้นไปขอจงให้ชีวิต ให้โอกาสที่ดีแก่เด็กๆ มาใส่ใจให้การเลี้ยงดูที่ดี ให้ความรักความอบอุ่นแก่พวกเขาอย่างทั่วถึง ไม่ว่าจะเป็นลูกหลานของเรา หรือเด็กๆในส่วนใดของสังคมเรา...

ช่วยกันหยิบยื่นโอกาสที่ดีทางการศึกษาแก่พวกเขา มาสนับสนุนให้เด็กได้เรียนรู้สิ่งที่ดีที่เกิดขึ้นรอบข้างพวกเขา ให้พวกเขาได้พบเห็นแต่สิ่งที่ดีงาม ปราศจากความขัดแย้งชิงดีชิงเด่นกันต่อไป ให้พวกเขาเติบโตขึ้นมาบนบรรยากาศของสังคมที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขกันเถิด...”

ประการสำคัญอย่าลืมสร้างบรรยากาศความไว้วางใจซึ่งกันและกัน รู้จักสามัคคีและปรองดองซึ่งกันและกัน รู้จักเสียสละเพื่อผู้อื่น รู้จักลด “ตัวกู...ของกู” รู้จักลดคำว่า “พวกเรา” หรือ “พวกเขา” จงหันมาสำนึกว่าทั้งหมดล้วนเป็นเพื่อนร่วมโลกเดียวกันทั้งนั้น

พระมหาสมัย จินฺตโฆสโก เลขานุการมูลนิธิกลุ่มแสงเทียน วัดบางไส้ไก่ กทม.กล่าวทิ้งท้ายว่า “ทุกชีวิตต่างต้องการความสุข เกลียดความทุกข์ เรายังจะมุ่งไปสร้างความทุกข์ให้กับเพื่อนร่วมโลกในปีใหม่ไปทำไมกัน?”

 

3 ม.ค. 2557 10:32 ไทยรัฐ