วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สมเด็จโตจุดไต้

ผมได้หนังสือดีๆ เป็นของขวัญวันปีใหม่ จากเครืออมรินทร์ มาเต็มกระเช้าใหญ่ เล่ม ลำธาร ริมลานธรรม 2 รวมเกร็ดชีวิตและปฏิปทาของพระดีพระแท้ เขียนโดยพระไพศาล วิสาโล ขายดีจนพิมพ์เป็นครั้งที่ 6

สมัยที่ขรัวโต วัดระฆัง ยังมีสมณศักดิ์เป็นพระเทพกวี

ได้รับนิมนต์ไปเทศน์ที่จวน สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค)

สมเด็จเจ้าพระยาฯ  พระองค์นี้ รู้กันดีท่านมีอำนาจมาก แม้แต่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็ทรงเกรงใจ

ขึ้นธรรมมาสน์แล้ว ให้ศีลแล้ว พระเทพกวีก็เริ่มแสดงธรรมเทศนา

ขุนนางใหญ่น้อย และพวกที่มาจากหัวเมือง พากันหมอบกับพื้นฟังธรรม ตรงข้ามกับสมเด็จเจ้าพระยาฯ ที่นั่งเอกเขนกอยู่บนเก้าอี้ ไขว่ห้างรินน้ำชา

พระเทพกวี...เหลือบมาเห็น ก็เปลี่ยนเรื่องเทศน์ เป็นบทเป็นกลอน

“สัมมามัวรินกินน้ำชา มิจฉาหมอบก้มประนมมือ”

สมเด็จเจ้าพระยาฯ รู้ตัวว่าสมเด็จเทศน์แขวะ ก็โกรธ ลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินหายเข้าไปในเรือน ส่วนพระเทพกวี ก็ไม่น้อยหน้า เลิกเทศน์ทันที ลุกขึ้นจากธรรมาสน์ กลับวัดระฆัง

ร่ำลือกันอยู่นาน ว่าสมเด็จโตวัดระฆัง กับสมเด็จเจ้าพระยาฯ ไม่กินเส้นกัน

เวลาผ่านไป ปลายรัชกาลที่ 4 พระเทพกวี ได้เลื่อนเป็นสมเด็จพระพุฒาจารย์ ถึงตอนนั้นท่านก็หง่อมมากแล้ว เพราะอายุปาเข้าไปถึง 78 ปี

สามปีต่อมา รัชกาลที่ 4 สวรรคต พระราชโอรส ขึ้นครองราชย์ เป็นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะที่ทรงมีพระชนมายุเพียง 15 พรรษา

พระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่ ยังทรงพระเยาว์ อำนาจตัดสินใจในการบริหารราชการแผ่นดิน อยู่ในมือสมเด็จเจ้าพระยาฯ ซึ่งเป็นผู้สำเร็จราชการ

มีข่าวลือ จะมีการก่อกบฏ ชิงอำนาจจากพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่

วันหนึ่ง เวลากลางวันแสกๆ สมเด็จพระพุฒาจารย์โต ก็จุดไต้ถือตาลปัตรไปที่จวนสมเด็จเจ้าพระยาฯ เดินวนอยู่รอบบ้าน

สมเด็จเจ้าพระยาฯ รู้ ก็เดินออกมา ถาม “ท่านเจ้าคุณจุดไต้ทำไม”

“อาตมภาพ ได้ยินว่า ทุกวันนี้ แผ่นดินมืดมัวนัก” สมเด็จโตตอบ “ได้ยินข่าวว่า จะมีคนคิดร้ายจะเอาแผ่นดิน ไม่ทราบว่าเท็จจริงจะเป็นเช่นไร”

“ถ้าแม้เป็นความจริงแล้วไซร้ อาตมภาพก็ใคร่จะขอบิณฑบาตเขาไว้ เสียสักครั้ง”

“โยมว่า ไม่สู้มืดดอก เจ้าคุณ” สมเด็จเจ้าพระยาฯตอบ“โยม มีใจแน่นแฟ้นในพุทธศาสนาแน่นอนมั่นคง โยมทะนุบำรุงแผ่นดิน ตั้งใจประคับประคองสนองพระเดชพระคุณโดยตรงสุจริต อยู่เป็นนิตย์”

ขอเจ้าคุณอย่าปริวิตกให้ยิ่งกว่าเหตุ

สมเด็จพระพุฒาจารย์โต ดับขันธ์เมื่อปี 2415 สมเด็จเจ้าพระยาฯทิวงคต ปี 2425

เวลาได้พิสูจน์ว่า สมเด็จเจ้าพระยาฯ  ท่านมีวาจาสัจ ไม่ได้ทำปฏิวัติยึดแผ่นดิน ตามวิถีของผู้มีอำนาจมากทั่วๆไป แต่ประการใด

บ้านเมืองเราแต่โบราณ เวลามีปัญหา สมัยรัตนโกสินทร์ มีสมเด็จโต...สมัยอยุธยาพม่ามาประชิดติดเมือง มหานาคก็เกณฑ์ชาวบ้านขุดคลองช่วย...

ส่วนบ้านเมืองสมัยใหม่ พระท่านก็มีใจช่วยเหมือนกัน...เพียงแต่ปฏิกิริยาที่พระเจอ ไม่ใช่ดอกไม้ธูปเทียนบูชา

เจอท่าน โพธิรักษ์ สำนักสันติอโศก หลวงปู่พุทธอิสระ สำนักอ้อน้อย ก็ลองถามท่านดูนะครับ...รสชาติระเบิดแก๊สน้ำตา ที่ตำรวจเขาประเคนถวาย เปรี้ยวหวานมันเค็มแค่ไหน.

กิเลน ประลองเชิง