วันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ธุรกิจความงามก้าวรับเออีซี

ก้าวพ้นข้ามเทศกาลปีใหม่ 2557 นับถอยหลังกับการเปิดประชาคมอาเซียน หรือเออีซี เหลือเพียงอีกไม่ถึงปี หลายๆธุรกิจของไทยได้เตรียมพร้อมรับการเปิดตลาดอย่างเต็มที่  โดยเฉพาะวงการศัลยกรรมเพื่อความงามที่ไทยเราตั้งความหวังว่าจะเป็นศูนย์กลางในภูมิภาค

ทั้งในด้านการให้บริการ และตอบโจทย์ลูกค้าต่างชาติ  ด้วยเทคนิคและความเชี่ยวชาญ ในด้านธุรกิจความงามระดับพรีเมียม ที่สั่งสมจากผู้บริโภคชาวไทยที่มีความสนใจดูแลตัวเองมากขึ้น และหน้าตามีบทบาทต่ออาชีพการงาน หรือแม้แต่การเข้าสังคมที่ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า


นายแพทย์พุฒิพงศ์ ภูมิสุวรรณ ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมความงามกรุงเทพ AIC กล่าวว่า ภาพรวมของวงการแพทย์ไทยเกี่ยวกับเรื่องศัลยกรรมเพื่อความสวยความงามนั้น มีอัตราเติบโตอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะเมื่อประเทศเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี 2558 แม้จะไม่ได้เติบโตแบบก้าวกระโดดในช่วงแรก แต่เมื่อมองดูภาพรวมของตลาดแล้วนั้น มีความเชื่อมั่นว่า ตัวเลขการเติบโตจะเพิ่มสูงขึ้นในปีถัดๆไป เนื่องจากการมีเทคโนโลยีและเทคนิคใหม่ๆเกิดขึ้น อีกทั้งการแข่งขันในเรื่องความรู้ ความเชี่ยวชาญของแพทย์ และบริการที่ดีขึ้น โดยเฉพาะจุดเด่นของประเทศไทยที่ขึ้นชื่อเรื่องการให้บริการและการดูแลหลังรับบริการ ซึ่งกลุ่มแพทย์หรือผู้บริหารคลินิก ควรให้ความสำคัญ

เพราะการสร้างความประทับใจทั้งในแง่ผลการรักษาที่ดี และบริการที่ดี จะช่วยดึงลูกค้าให้กลับมาใช้บริการซ้ำ และต่อยอดการใช้บริการ ลูกค้าที่สนใจเข้ามารับบริการ หลังการรวมกลุ่มเออีซีนั้น น่าจะเป็นกลุ่มผู้มีรายได้สูง และทำการศึกษามาอย่างดี มีความพร้อมด้านการเงินที่สามารถจ่ายเพื่อเข้ามาใช้บริการในสถาบันความงามที่ได้มาตรฐานของไทย ซึ่งจะส่งผลดีต่อเนื่องให้กับภาพรวมเศรษฐกิจของตลาดความงามแน่นอน

สำหรับบทบาทของวงการแพทย์ศัลยกรรมความงามในประเทศไทยที่พร้อมจะเดินหน้าก้าวเข้าสู่เออีซี ในช่วงแรกๆสิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นก่อนคือ ตลาดเครื่องมือแพทย์ ซึ่งจะมีการแข่งขันเพื่อแย่งส่วนแบ่งของตลาดทั้งในและต่างประเทศ เพราะขณะที่บริษัทไทยที่ขายเครื่องมือแพทย์และเวชภัณฑ์ ให้กับคลินิกในไทยและประเทศในกลุ่มสมาชิกเออีซี

“ในขณะเดียวกันจะต้องมีบริษัทใหญ่จากต่างชาติ ที่ได้เปรียบเรื่องเงินทุน สามารถรุกเข้ามาทำธุรกิจ แย่งส่วนแบ่งตลาดได้เช่นกัน อีกเรื่องที่ต้องพึงระวังหลังการรวมตลาดอาเซียนแล้วคือ หากหน่วยงานภาครัฐโดยเฉพาะส่วนที่มีหน้าที่ควบคุมการนำเข้าสินค้าประเภทเครื่องมือแพทย์และเวชภัณฑ์ ยังไม่ปรับตัว หากขั้นตอนการอนุมัติต่างๆยังยุ่งยากซับซ้อน และเชื่องช้าดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน การพัฒนาของวงการแพทย์ไทยก็อาจสู้เพื่อนบ้านไม่ได้อีกต่อไป เราอาจต้องเห็นคนไทยบินไปรักษาที่ประเทศเพื่อนบ้าน ด้วยเหตุผลว่าเครื่องมือทันสมัยกว่าของบ้านเราก็เป็นได้”

ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมความงาม กรุงเทพ AIC มองการเปิดตลาดความงามของแพทย์ไทยสู่วงกว้างว่า เป็นการเปิดตลาดที่ใหญ่ขึ้น มั่นใจว่ามีผลที่ดีต่อภาพเศรษฐกิจโดยรวม ส่งผลดีโดยตรงต่อผู้ผลิตสินค้า และ ต่อยอดให้กับธุรกิจบริการ ในด้านของผู้บริโภคเอง ก็จะได้รับประโยชน์เช่นกัน เนื่องจากผู้บริโภคจะมีตัวเลือกที่มากขึ้น ได้ราคาที่เหมาะสม โดยศูนย์นวัตกรรมความงามกรุงเทพ AIC มีข้อได้เปรียบคือ ความน่าเชื่อถือ ประสบการณ์ของแพทย์ และชื่อเสียงของตัวแพทย์ ซึ่งจะมีผลต่อการตัดสินใจเข้ารับบริการมากกว่าเรื่องของราคา

“ผู้บริโภคส่วนใหญ่ที่เข้ามารับบริการ คือ เน้นการยกกระชับ-แก้ไขริ้วรอยเหี่ยวย่น ที่เกิดจากวัย และสภาวะแวดล้อม พร้อมกับบริการปรับแก้ไขโครงกระดูกใบหน้า แบบไม่ต้องผ่าตัด โดยบริการของเราเริ่มต้นที่ราคา 2,000 บาท/ครั้ง เป็นการให้บริการทำทรีตเมนต์ บำรุงผิว แต่หากผู้บริโภค หรือผู้ที่สนใจอยากเข้ารับคำปรึกษาในด้านการแก้ไขปรับโครงกระดูกใบหน้า แก้ไขริ้วรอยเหี่ยวย่น และการหย่อนคล้อยด้วยเทคนิคพิเศษ ราคาจะมีระดับการให้บริการ ตั้งแต่ 100,000-400,000 บาท/ครั้ง”

ในส่วนที่โดดเด่น และผู้บริโภคเข้ามาปรึกษาเพื่อขอเข้ารับบริการจากทางศูนย์นวัตกรรมความงามกรุงเทพ AIC มากที่สุด คือการแก้ไขปัญหาใต้ตา เกี่ยวกับร่องลึกและถุงใต้ตา โดยไม่พึ่งการผ่าตัด ค่าบริการเริ่มต้นที่ 30,000 บาท/ครั้ง เหตุผลที่เป็นบริการที่นิยมมาก เพราะการรักษาบริเวณใต้ดวงตานั้น ทำได้ยากต้องอาศัยความชำนาญขั้นสูง และเกี่ยวข้องกับการฉีดฟิลเลอร์ หรือร้อยไหมใต้ดวงตา จึงควรอยู่ในการดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจริงๆในด้านนี้ ซึ่งนับเป็นโอกาสดี เพราะตอนนี้เราก็เริ่มมีลูกค้าจากต่างประเทศ แถบประเทศเพื่อนบ้าน

ปัจจุบันทัศนคติของคนรุ่นใหม่ต่างจากเดิม คือกล้าจ่าย และยอมรับการรักษาแบบใหม่ๆ โดยเฉพาะการรักษาแบบกึ่งศัลยกรรม ที่ไม่มีการลงมีดผ่าตัด ความเสี่ยงต่ำ และไม่ต้องพักฟื้น จึงทำให้ภาพรวมของธุรกิจความงามในประเทศไทย มีอัตราที่เติบโตทุกปี ถือเป็นอีกธุรกิจที่น่าสนใจ ที่จะมีผลต่อการยกระดับประเทศไทยก้าวสู่ผู้นำของเออีซีอย่างแน่นอน.

วานิชหนุ่ม
wanich@thairath.co.th

3 ม.ค. 2557 09:40