วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แฉโล้นฉาว หนีเข้าลาว

ชอบหากฐินเข้าวัด แต่ขอดูแลเงินเอง...

ลากไส้โล้นหื่นกามอดีตเจ้าคณะตำบลถ่ายคลิปเซ็กซ์ฉาวเสพเมถุนกับสีกา ผู้ใหญ่บ้านแฉเป็นพระนักพัฒนาชอบหา กฐิน ผ้าป่าจากผู้ศรัทธาต่างถิ่นมาที่วัดเป็นประจำ แต่ตัวเองจะดูแลเรื่องการเงินทั้งหมดคนเดียว โดยไม่ให้คณะกรรมการวัดคนอื่นเข้ามายุ่ง แถมทำตัวลึกลับไม่ค่อยอยู่วัด มักจะนั่งรถยนต์ส่วนตัวไปรับกิจนิมนต์นอกวัดตลอด หลังทราบเรื่องตอนแรกไม่เชื่อพอไปเห็นหลักฐานคลิปฉาวจากตำรวจถึงกับผงะจนสิ้นศรัทธา ด้านเจ้าคณะอำเภอเผยเรียกเจ้าตัวมาสอบถามเปิดปากรับสารภาพก่อนยอมลาสิกขา ลูกศิษย์ใกล้ชิดระบุออกไปอยู่ประเทศลาวแล้ว...

จากเรื่องราวอื้อฉาววงการสงฆ์ กรณีพระสมพร กิตติสาโร เจ้าคณะตำบลคำเขื่อนแก้ว เจ้าอาวาสวัดห้วยไฮ ต.คำเขื่อนแก้ว อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี เสพเมถุนกับสีกามากหน้าหลายตาทั้งในกุฏิ ห้องเช่า หรือแม้แต่ในรถยนต์ แล้วบันทึกภาพวีดิโอไว้ แต่กรรม ตามทันขับรถยนต์หนีด่านตรวจ สภ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี จนถูกตำรวจตามสกัดจับตรวจค้นภายในรถพบคลิปวีดิโอที่ตัวเองถ่ายไว้มาเป็นหลักฐานมัดตัว เหตุเกิดเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 25 ธ.ค. ที่ผ่านมา กลายเป็นเรื่องฉาวโฉ่แปดเปื้อนวงการผ้าเหลืองจนชาวบ้านสุดทนพฤติกรรม ร้องเรียนสื่อมวลชนช่วยตรวจสอบ นั้นความคืบหน้าเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 2 ม.ค. นายนิมิต ขันคำ อายุ 42 ปี ผู้ใหญ่บ้านห้วยไฮ ต.คำเขื่อนแก้ว อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี เปิดเผยว่า พระสมพร เดิมบวชอยู่ที่วัดศรีอุดม ผัง 14 ชุมชนนิคม 1 ต.นิคมสร้างตนเอง อ.สิรินธร ก่อนที่ชาวบ้านจะได้ นิมนต์เข้ามาจำพรรษาที่วัดห้วยไฮ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2537 จากนั้น 2 ปี ได้เลื่อนชั้นขึ้นเป็นเจ้าอาวาสวัดห้วยไฮ และต่อมาก็ได้เป็นเจ้าคณะตำบลคำเขื่อนแก้ว สำหรับพฤติกรรมของพระสมพรเป็นพระนักพัฒนา ชอบหา กฐิน ผ้าป่า จากชาวบ้านผู้เลื่อมใสศรัทธาต่างถิ่นมา ร่วมสร้างและพัฒนาวัดจนใหญ่โต แต่จะไม่ให้คณะกรรมการวัดเข้ามาดูแลเรื่องการเงินที่ได้มา เมื่อมีการ ท้วงติง พระสมพรก็จะแสดงความไม่พอใจ อ้างว่า เป็นคนหาคณะกฐิน ผ้าป่า มาด้วยตนเอง หากคนอื่น เข้ามายุ่งจะนำเงินไปลงที่วัดอื่นแทน ทำให้ไม่มีใครกล้าเข้าไปยุ่ง นอกจากนี้พระสมพรก็ไม่ค่อยอยู่จำวัด มักจะมีกิจนิมนต์เดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวตลอดโดยไม่มีใครทราบว่าไปที่ไหนอย่างไร

นายนิมิตเผยต่อไปว่า กรณีที่เป็นข่าวอื้อฉาวนี้ ตนมาทราบเรื่องเมื่อช่วงค่ำ วันที่ 25 ธ.ค. ที่ผ่านมา เนื่องจากมีคนโทรศัพท์เข้ามาสอบถามหาเจ้าคณะตำบล ด้วยความสงสัยจึงสอบถามกลับไปจนทราบเรื่องดังกล่าว ตอนแรกยังไม่ปักใจเชื่อ จึงพาคณะกรรมการวัดเดิน ทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ สภ.พิบูลมังสาหาร เมื่อ ตำรวจเล่าพฤติกรรมพร้อมโชว์หลักฐานต่างๆ โดย เฉพาะคลิปวีดิโอ พวกตนถึงกับผงะในพฤติกรรมของ มารศาสนารายนี้จนสิ้นศรัทธาและต้องการสึกพระสมพร พ้นผ้าเหลือง พร้อมขับไล่ให้ออกจากหมู่บ้าน ซึ่งขณะนี้ อดีตพระสมพรสึกและออกจากวัดห้วยไฮไปแล้ว โดย ไม่ทราบว่าหลบหนีไปอยู่ที่ใด หรือจะกลับมาบวช อีกหรือไม่ จึงอยากให้ประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตาหากพบมารศาสนาเช่นนี้ควรขับไล่ออกจากวัดจะได้ ไม่ทำให้ศาสนาอันบริสุทธิ์ต้องแปดเปื้อน

ด้านพระมหาบุญเฮ็ง ปญฺญาสิริ เจ้าคณะอำเภอ สิรินธร กล่าวว่า หลังทราบพฤติกรรมอันไม่เหมาะสมดังกล่าวได้เรียกพระสมพรมาสอบถามข้อเท็จจริง โดยพระสมพรยอมรับว่าเสพเมถุนกับสีกาจริง พร้อมรับผิดยอมลาสิกขาบทกับตนไปตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 26 ธ.ค. แล้ว โดยไม่ทราบว่าไปอยู่ที่ใด เพราะพระ สมพรเป็นคน 2 สัญชาติ คือ สัญชาติไทยและสัญชาติลาว มีเพียงลูกศิษย์คนสนิทพูดกันว่าพระสมพรออกไป อยู่ที่ประเทศลาวแล้ว แต่เท็จจริงไม่ยืนยัน

นายชยพล พงษ์สีดา ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดอุบลราชธานี เผยว่า วันที่เกิดเหตุนาย ประกิต ตันติวาลา นายอำเภอพิบูลมังสาหาร ประสานมายังตนเพื่อขอคำแนะนำ เนื่องจากไม่ใช่ความผิดทางกฎหมายบ้านเมือง แต่เป็นกรณีพระสงฆ์ประพฤติตนไม่เหมาะสม จึงแจ้งให้นำหลักฐานทั้งหมดไปถวาย พระมหาบุญเฮ็ง ปญฺญาสิริ เจ้าคณะอำเภอสิรินธร เนื่องจากพระสมพรเป็นพระในสายปกครองท่าน ตาม ระเบียบของสงฆ์ สำนักงานพระพุทธศาสนาไม่มีอำนาจ จะดำเนินการลงโทษใดๆได้ เนื่องจากไม่มีอำนาจและ กฎหมายรองรับ ซึ่งพระมหาบุญเฮ็งได้เรียกพระสมพร เข้ามาสอบถามก็ยอมรับผิดและยอมลาสิกขาบทในช่วงค่ำ วันที่ 26 ธ.ค.แล้ว โดยมีการถ่ายภาพและ บันทึกปากคำไว้เป็นหลักฐานด้วย หลังมีภาพข่าวเผยแพร่ ออกไป สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดอุบลราชธานี ได้ทำหนังสือรายงานข้อเท็จจริงส่งไปยังผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับคลิปฉาวของอดีตพระสมพร เบื้องต้นยังไม่พบว่ามีการเผยแพร่ไปในโลกออนไลน์หรือสื่อต่างๆแต่อย่างใด คาดว่าคลิปทั้งหมดที่ตำรวจ สภ.พิบูลมังสาหาร ตรวจยึดไว้นั้น อดีตพระสมพรตั้งกล้องถ่ายเก็บไว้ดูเองจน มาถูกจับได้และกลายเป็นหลักฐานมัดตัวจนต้องยอม สึกและออกจากวัด

3 ม.ค. 2557 08:01 ไทยรัฐ