วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แก้28เขตยังไม่สรุป

กกต.นัดถกใหม่3ม.ค. เผยผลคุย2พรรคไม่ดีี...

กกต.ยังไร้ข้อสรุปวิธีแก้ปัญหา 23 เขตเลือกตั้งไม่มีผู้สมัคร อ้างต้องรวบรวมเอกสารและข้อกฎหมายให้ชัดเจนก่อนนัดหารือใหม่3 ม.ค. “สมชัย” เผยผลการเจรจาลับบิ๊ก พท.-ปชป. ไม่ค่อยดี ชี้ทั้ง 2 ฝ่ายคิดต่างกันมาก โบ้ยสถานการณ์ส่อเค้ารุนแรงเกินกำลัง กกต. “มาร์ค” ฉุน พท.เปลี่ยนตัวแทนมาเจรจาเลยไม่เข้าร่วมหารือด้วย แต่สอนรัฐบาลต้องยอมรับความจริง ขืนเดินหน้าเลือกตั้งยิ่งวุ่น ขณะที่กลุ่ม กวป.บีบ กกต.ลุยจัดเลือกตั้ง ขู่ถ้าไม่ทำหน้าที่จะนำมวลชนไปบุกบ้าน พรรคเพื่อไทยคิกออฟ 4 ม.ค. จัดปราศรัยใหญ่ 5 จังหวัด “ปู” ผวา ไม่ร่วมหาเสียงเต็มตัว “ป๋าเปรม” เปิดบ้านให้พรปีใหม่ แนะคนไทยน้อมนำพระราชดำรัสไปปฏิบัติ

หลังจากปิดการรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขตไปแล้ว แต่มีปัญหาเกิดขึ้นเนื่องจากมีถึง 28 เขตเลือกตั้งใน 8 จังหวัดภาคใต้ที่ยังไม่มีผู้สมัครเลือกตั้ง ส.ส.เขต เพราะถูกมวลชนปิดล้อมสถานที่เปิดรับสมัคร ทำให้ กกต.ต้องหาวิธีแก้ไขและเยียวยาปัญหานั้น ปรากฏว่าในการประชุม กกต.ล่าสุดก็ยังไม่สามารถหาข้อสรุปแนวทางแก้ปัญหาได้ เนื่องจากต้องรวบรวมเอกสารข้อมูลและข้อกฎหมายให้มีความชัดเจนก่อน

กวป.บุกจี้ กกต.เดินหน้าจัดเลือกตั้ง

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 2 ม.ค. ที่สำนักงานกกต. นายศรรักษ์ มาลัยทอง โฆษกกลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (กวป.) พร้อมมวลชนจำนวนหนึ่ง เดินทางไปชุมนุมเพื่อเรียกร้องให้ กกต.เดินหน้าจัดการเลือกตั้ง โดยนายศรรักษ์กล่าวว่า วันนี้จะรอฟังความชัดเจนจาก กกต.ว่าจะมีการเลือกตั้งหรือไม่ ถ้าไม่มีความชัดเจน จะปักหลักชุมนุมหน้าสำนักงาน กกต.ต่อไป และถ้า กกต.ลาออก จะบุกจับตัว กกต.ส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ เพราะไม่ทำหน้าที่ของตัวเอง นอกจากนี้จะนำมวลชนบุกไปบ้าน กกต.ทุกคนด้วย ถ้าเดินหน้าเลือกตั้งพวกเราก็จะให้กำลังใจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าก่อนหน้านี้ นายสุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ เดินทางมามอบดอกไม้ พร้อมออกแถลงการณ์ให้กำลังใจ กกต.กลางและ กกต.ประจำจังหวัดโดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ ให้จัดการเลือกตั้งได้อย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม

เด็ก พท.ขอขยายเวลา–ย้ายสถานที่

ต่อมาเวลา 13.00 น. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย พร้อมผู้ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต พรรคเพื่อไทย จำนวน 28 เขตจาก 8 จังหวัดภาคใต้ เดินทางมายื่นหนังสือพร้อมหลักฐานการขอคุ้มครองสิทธิในการรับสมัครให้กับ กกต. หลังจากแจ้งความลงบันทึกประจำวันในสถานีตำรวจท้องที่แล้ว โดยนายพร้อมพงศ์กล่าวว่า ขอให้ กกต.มีมติเปิดรับสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต 8 จังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ที่ได้ถูกขัดขวางการรับสมัคร โดยขอให้เปิดรับสมัครในส่วนกลางเพื่อลดการเผชิญ หน้า หน้าที่ กกต.ควรจัดสถานที่รับสมัครให้เรียบร้อย ถ้าไม่ยอมจัดสถานที่ให้เรียบร้อยแสดงว่ามีส่วนรู้เห็นกับกลุ่ม กปปส.ไม่ให้มีการเลือกตั้ง นอกจากนี้ ขอตั้งข้อสังเกตว่า การที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ไม่เอาผิดกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.นั้นจะทำให้เป็นการเหิมเกริม และจะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อไป หากไม่ดำเนินการผู้สมัครจำเป็นต้องใช้สิทธิตามกฎหมายฟ้องร้องเอาผิด กกต. ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

นายพร้อมพงศ์กล่าวอีกว่า พรรคเพื่อไทยยึดมั่นใน 1 สิทธิ 1 เสียง หากนายสมชัยไปพบเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ อาจจะมีนัยและถูกมองว่าเป็นการเลือกปฏิบัติได้ พรรคการเมืองจะต้องมีความเสมอภาคกัน ไม่ใช่มาคุยเฉพาะ 2 พรรค ควรจะมีการพูดคุยกับ 50 พรรคที่เหลือด้วย

กกต.นัดอีกถกหาช่องผ่าทางตัน

ต่อมาเวลา 14.30 น. นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต. แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการ กกต.ว่า ตนและผู้อำนวยการสำนักต่างๆได้รายงานสรุปสถานการณ์การเปิดรับสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง มีพรรคการเมืองลงสมัคร 53 พรรค ผู้สมัครจำนวน 1,272 คน ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคเพื่อไทย พรรคทวงคืนผืนป่าประเทศไทย ยื่นข้อเสนอให้ กกต.ขยายระยะเวลารับสมัคร ย้ายสถานที่รับสมัคร เพื่อเยียวยาผู้ประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้งที่ไม่สามารถเข้าไปสมัครได้จำนวน 123 คน กกต.จะดำเนินการอย่างไร นายภุชงค์ตอบว่า กกต.ทั้ง 5 คนเห็นว่าข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายยังไม่ครบถ้วน จึงสั่งให้เจ้าหน้าที่สำนักต่างๆรวบรวมเอกสารและข้อกฎหมายมาเสนอที่ต่อประชุม กกต.อีกครั้งในวันที่ 3 ม.ค. เวลา 10.00 น. คาดว่าจะมีความชัดเจนในทุกเรื่อง

ดึงเกมหาหลักฐานมัดแกนนำม็อบ

เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยเรียกร้องให้ กกต.ดำเนินคดีกับแกนนำ กปปส.ที่ขัดขวางการรับสมัครเลือกตั้ง นายภุชงค์ตอบว่า กกต.ตระหนักดีว่าหากไม่ดำเนินการใดๆจะถูกดำเนินคดีฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ จึงขอทำความเข้าใจว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด การจะเอาผิดทางอาญา กกต.ต้องรวบรวมข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายให้ชัดเจน หากแจ้งความไม่ถูกข้อหา กกต.จะมีความผิดเสียเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการแถลงข่าวนายวรัญชัย โชคชนะ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรคเพื่อแผ่นดิน ได้สอบถามว่า กกต.สามารถเลือกใช้วิธีการเปิดรับสมัครเลือกตั้งทางออนไลน์ได้หรือไม่ นายภุชงค์ตอบว่า ระเบียบ กกต.ยังไม่เปิดช่องให้สามารถปฏิบัติได้ เนื่องจะมีปัญหาในด้านการยืนยันตัวบุคคล อาจมีบุคคลอื่นมาใช้สิทธิแทนได้ และที่ผ่านมา กกต.ไม่เคยมีประสบการณ์

ตีกรอบนักการเมืองร่วมงานวันเด็ก

นายภุชงค์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ที่ประชุม กกต.ได้พิจารณาข้อหารือของหน่วยราชการต่างๆตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 181 โดยมีความเห็นว่ากรณีการจัดงานวันเด็กของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ที่กำหนดจัดงานวันเด็ก โดยจะแจกของรางวัลเป็นรถจักรยานให้เด็กใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กกต.เห็นว่าหากในงานดังกล่าวดำเนินการโดยปลัดกระทรวง แต่ถ้ามีรัฐมนตรีหรือข้าราชการการเมืองอยู่ร่วมภายในงาน จะมีปัญหาถูกร้องเรียน กกต.จึงแนะนำให้ข้าราชการการเมืองงดเว้นกิจกรรมต่างๆ โดยมอบให้ปลัดกระทรวงหรืออธิบดีไปแทน ส่วนกรณีขึ้นป้ายข้อความสนับสนุนกีฬาชกมวย ที่มีรูปนายกฯและชื่อข้าราชการการเมือง หรือผู้สมัครรับเลือกตั้ง ติดอยู่ในป้าย ที่ผ่านมา กกต.แนะนำให้ปลดป้ายลง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการจัดการเลือกตั้ง

ไฟเขียว กตช.แต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ

นายภุชงค์กล่าวว่า ส่วนกรณีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอหารือถึงประเด็นการเสนอแต่งตั้งนายตำรวจระดับนายพล และระดับสารวัตรถึงรองผู้บังคับการ ว่าสามารถกระทำได้หรือไม่ เนื่องจากมีนายกฯดำรงตำแหน่งเป็นประธานคณะกรรมการตำรวจแห่งชาติ (กตช.) กรณีดังกล่าว กกต.เห็นว่าเป็นอำนาจของ กตช. ไม่เข้าข่ายตามรัฐธรรมนูญมาตรา 181 ส่วนประเด็นที่ทางกรุงเทพมหานคร (กทม.) ขอหารือเรื่องการจ่ายรางวัลเงินโบนัสประจำปี 2556 ให้แก่ข้าราชการและลูกจ้าง กทม. ว่าสามารถทำได้ หรือไม่ กรณีนี้ดำเนินการเป็นประจำทุกปี และไม่อยู่ ในอำนาจหน้าที่ของ กกต. แต่ขอให้ กทม.ดำเนินการด้วยความระมัดระวัง ไม่ให้เกิดคุณหรือโทษแก่พรรคการเมืองใด

“สมชัย” เผยผลหารือ 2 พรรคไม่ค่อยดี

ช่วงเย็นวันเดียวกัน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ให้สัมภาษณ์ภายหลังการหารือร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ที่โรงแรมแห่งหนึ่งใจกลางเมือง เกี่ยวกับแนวทางในการช่วยคลี่คลายสถานการณ์ทางการเมืองว่า ได้นำเสนอชุดความคิดที่หวังจะช่วยคลี่คลายสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันให้กับทางสองฝ่าย แต่ยังไม่มีข้อยุติว่าทั้งสองฝ่ายจะยอมรับชุดความคิดดังกล่าวหรือไม่ แนวโน้มเป็นไปในทิศทางที่ไม่ดีเท่าใดนัก เนื่องจากมุมมองทั้งสองฝ่ายยังมีความแตกต่างกันอยู่ จึงไม่ง่ายนักที่จะทำให้เป็นเนื้อเดียวกัน คงต้องรอให้สถานการณ์พัฒนาไปสู่อีกระดับหนึ่ง ซึ่งยังไม่รู้ว่าต้องรอคอยถึงเมื่อใด ทั้งนี้จะนำข้อหารือวันนี้เสนอให้ กกต.อีก 4 คน รับทราบในการประชุม กกต.วันที่ 3 ม.ค. จากนั้นจะแถลงข่าวให้สื่อมวลชนทราบว่าสิ่งต่างๆที่นำเสนอไปนั้นเป็นอย่างไร และผลตอบรับเป็นอย่างไร

โบ้ยปัญหาวิกฤติรุนแรงเกินกำลัง

นายสมชัยกล่าวต่อว่า ส่วนการประสานขอหารือกับกลุ่ม กปปส. ขณะนี้ยังไม่มีการตอบรับมา ดังนั้น กกต.คงทำอะไรไม่ได้ แต่รู้สึกห่วงใยสถานการณ์บ้านเมือง เนื่องจากพัฒนาการของเหตุการณ์ต่างๆ ดูเหมือนจะเดินไปในทิศทางที่รุนแรงมากขึ้น ซึ่งทราบข่าวว่ากลุ่ม นปช.นัดรวมตัวกันวันที่ 13 ม.ค. ซึ่งตรงกับวันที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. นัดชุมนุมใหญ่ชัตดาวน์กรุงเทพฯ ดังนั้น ปัญหาเหล่านี้คงไม่ใช่ปัญหาการเลือกตั้งอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นปัญหาของบ้านเมืองที่ยังไม่มีทางออก โดยแต่ละฝ่ายพยายามใช้กำลังของตัวเองที่มีอยู่ออกมาแสดงและเคลื่อนไหว ตรงนี้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่จะดำเนินการแก้ไข คงไม่ใช่เป็นเรื่องของ กกต.แล้ว

ด้านนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า เป็นตัวแทนของรัฐบาลไปพบกับนายสมชัย เพื่อหาทางออกกรณีปัญหาการเลือกตั้ง แต่รายละเอียดทั้งหมดขอให้นายสมชัยเป็นผู้เปิดเผยเอง

“มาร์ค” ฉุนโดนเบี้ยวไม่ร่วมเจรจา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว เกี่ยวกับการไปพบนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. โดยระบุสั้นๆว่า “บ่ายนี้ไม่ได้พบกับ กกต.แล้ว เพราะการประสานงานไม่เรียบร้อย”

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ทราบว่าการนัดหมายตัวแทน 3 ฝ่ายคือ กกต. พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ ไปร่วมหารือทางออกเกี่ยวกับปัญหาในการเลือกตั้ง แต่เมื่อถึงเวลานัดหมาย ตัวแทนฝ่ายพรรคเพื่อไทยที่ระบุแจ้งมาแต่ต้นกลับมีการเปลี่ยน ตัวบุคคล ไม่เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ อีกทั้งพรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่ใช่คู่ขัดแย้งหรือคู่กรณี เพราะไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่จะไปเพื่อเสนอแนะทางแก้ไขปัญหา เมื่อไม่เป็นไปตามที่ตกลงกันแต่ต้นเรื่องตัวบุคคลที่จะเจรจา นายอภิสิทธิ์จึงไม่ได้เข้าร่วม

“มาร์ค” สอนรัฐบาลยอมรับความจริง

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ กกต.เชิญตัวแทนพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์หารือเกี่ยวกับปัญหาการเลือกตั้งว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่คู่กรณีหรือคู่ขัดแย้ง แต่ กกต.เห็นว่าเป็นพรรคการเมืองใหญ่ จึงอยากรับฟังความเห็น ทางออกที่ดีที่สุดคือยอมรับความจริงว่าหากเดินหน้าเลือกตั้งต่อไปจะเกิดความไม่สงบ และไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของการจัดการเลือกตั้งให้สุจริต เที่ยงธรรม ที่ผ่านมา กกต.เคยเสนออย่างไม่เป็นทางการให้เลื่อนการเลือกตั้ง แต่รัฐบาลไม่รับฟัง จึงไม่แน่ใจว่าครั้งนี้รัฐบาลจะฟัง กกต.หรือไม่ อยากให้รัฐบาลยอมรับข้อเท็จจริง มิเช่นนั้นก็แก้ปัญหาไม่ได้

ปัดสมคบ กปปส.–กกต.ล้มเลือกตั้ง

เมื่อถามว่า คนในรัฐบาลกล่าวหาว่ามีทฤษฎีสมรู้ร่วมคิดระหว่างพรรคประชาธิปัตย์ กปปส. และ กกต. เพื่อไม่ให้มีการเลือกตั้ง นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ข้อกล่าวหาไม่เป็นธรรมอย่างยิ่ง พรรคประชาธิปัตย์กับ กปปส. เป็นอิสระต่อกัน ส่วน กกต.ไม่ได้เกี่ยวข้องว่าจะเลือกข้างใคร เพียงแต่มีเป้าหมายที่ต้องการจัดการเลือกตั้งให้สงบ

พท.คิกออฟปราศรัยใหญ่ 5 จังหวัด

ที่พรรคเพื่อไทย นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นประธานการประชุมศูนย์อำนวยการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย เพื่อเตรียมความพร้อมการเลือกตั้ง ภายหลังการประชุม นายจารุพงศ์แถลงว่า ที่ประชุมยืนยันเดินหน้าสู่การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. ภายใต้คำขวัญ “2 กุมภาฯเข้าคูหา รักษาประชาธิปไตย” โดยตั้งแต่วันที่ 4-30 ม.ค.จะเปิดเวทีปราศรัยทุกจังหวัด เริ่มคิกออฟวันที่ 4 ม.ค. ปราศรัยใหญ่ 5 จังหวัดคือ กทม. เชียงใหม่ อุบลราชธานี ขอนแก่น และนครสวรรค์

“ปู” ผวาไม่ร่วมหาเสียงสุดตัว

นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเริ่มติดป้ายหาเสียงแล้ว มีป้ายหาเสียง 3 ลักษณะคือ 1. ป้ายยึดมั่นกติกา รักษาประชาธิปไตย เคารพการตัดสินใจของประชาชน 2. ป้ายปฏิรูปประเทศไทย ขจัดภัยคอร์รัปชัน 3. ป้ายขอโอกาสพรรคเพื่อไทยเดินหน้าสานต่อนโยบายให้สำเร็จ โดยในเวลา 16.00 น. วันที่ 4 ม.ค. จะเริ่มคิกออฟตั้งเวทีปราศรัยใหญ่ 5 จังหวัดพร้อมกัน ได้แก่ 1. กทม.ที่ลานกีฬาอเนกประสงค์ ข้างสนามกีฬาเมืองทองธานี 2. หน้าศาลากลาง จ.ขอนแก่น 3. ลานห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี จ.อุบลราชธานี 4. ลานโรงเรียนอนุบาลลาดยาว จ.นครสวรรค์ 5. ลานจอดรถหน้าสนามกีฬา 700 ปี จ.เชียงใหม่ หลังจากนั้นวันที่ 5-30 ม.ค.จะเดินหน้าปราศรัยตามจุดต่างๆให้ครบทั้ง 77 จังหวัด อย่างไรก็ตาม การหาเสียงครั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะนายกฯรักษาการ มีภารกิจต้องดูแลทั่วประเทศ คงไม่สามารถมาช่วยหาเสียงได้มากนัก ศูนย์อำนวยการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยต้องทำหน้าที่กันเอง

แบ่งงาน 7 ทีมรับผิดชอบหาเสียง

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผอ.ศูนย์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ที่ประชุมได้แบ่งภารกิจออกเป็น 7 ด้านได้แก่ 1. สำนักงานอำนวยการเลือกตั้ง มีนายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค รับผิดชอบ 2. สำนักงานประชาสัมพันธ์ มีนายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย รับผิดชอบ 3. ฝ่ายวิชาการ มีนายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ เป็นผู้รับผิดชอบ 4. ฝ่ายบริหารดูเรื่องคะแนนนิยม การลงพื้นที่ มีนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ อดีต ส.ส.เชียงใหม่ นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ รมช.เกษตรฯ รับผิดชอบ 5. ฝ่ายกฎหมาย มีนายชูศักดิ์ ศิรินิล และนายพิชิต ชื่นบาน รับผิดชอบ 7. ฝ่ายกิจการพิเศษ มี พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบ

เลี่ยงหาเสียงพื้นที่สุ่มเสี่ยงขัดแย้ง

เมื่อถามว่า 28 เขตเลือกตั้งที่ไม่มีผู้สมัคร ทำให้ ส.ส.ได้ไม่ครบ 95% ในการเปิดสภาฯ จะมีผลกระทบต่อการเลือกตั้งหรือไม่ นายจารุพงศ์ตอบว่า ให้เป็นความรับผิดชอบของ กกต. พรรคไม่เข้าไปก้าวก่าย ที่ผ่านมาพรรคเสนอแนวทางแก้ปัญหา แต่กกต.ไม่รับข้อเสนอ จึงให้ กกต.แก้ปัญหาเอง แต่วันที่ 2 ก.พ.นี้ กกต.ต้องจัดเลือกตั้งให้ได้ครบทั้ง 500 เขต โดยเฉพาะ 28 เขตที่ไม่มีผู้สมัคร กกต.ต้องแก้ปัญหาเอง ไม่ใช่ว่าพอ 28 เขตไม่มีผู้สมัครแล้ว จะไม่เปิดลงคะแนนในเขตเลือกตั้งเหล่านี้ เพราะต้องมีการลงคะแนน ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อด้วย ถ้าไม่เปิดหน่วยเลือกตั้ง ถือว่าจงใจไม่ให้ได้ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อครบ 125 เขต ไม่รู้ว่า กกต.ซ่อนเงื่อนปมอะไรไว้หรือไม่

ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรควางแผนหาเสียงอย่างไรในพื้นที่สุ่มเสี่ยงต่อความขัดแย้ง เช่น กรุงเทพฯ และภาคใต้ นายสมพงษ์ตอบว่า เราไม่ได้หวั่นเกรงการหาเสียง แต่คงไม่ไปหาเสียงในพื้นที่สุ่มเสี่ยง เช่นถนนราชดำเนิน จะไปหาเสียงในจุดที่ไปได้ เชื่อว่าคงไม่เกิดอันตรายในการหาเสียง

“โอ๊ค” ชี้ ปชช.รอวันชำระแค้น ปชป.

นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์เฟซบุ๊กว่า ม็อบ ประชาธิปัตย์ประกาศปิดกรุงเทพฯ ถ้าทำด้วยความหวังดีกับประเทศชาติ คนที่เดือดร้อนยังพอเข้าใจได้ แต่เหตุผลที่บอกว่าแพ้เพราะเพื่อไทยโกง จึงไม่ลงเลือกตั้ง ขอให้ดูสถิติว่า 20 ปีที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยยังเป็นวุ้นอยู่เลย แล้วพรรคประชาธิปัตย์ เคยชนะใครบ้าง การเลือกใช้ยุทธศาสตร์รวมกันเดิน-แยกกันตี อย่าคิดว่าคนไทยโง่ รู้ไม่ทันความเจ้าเล่ห์ของนักการเมือง เอาสมองส่วนไหนคิดว่าม็อบยิ่งทำให้ประชาชนเดือดร้อนเท่าไร คนจะออกมากดดันให้นายกฯลาออกมากขึ้น เป็นความคิดที่โง่มาก คนจะยิ่งเกลียดประชาธิปัตย์ และเห็นใจนายกฯปูมากขึ้น ที่ผ่านมาถ้าไม่ใช่นายกฯปูที่แก้ไขสถานการณ์ทันท่วงที ไม่รู้จะเสียเลือดเสียเนื้ออีกเท่าไร นายกฯปูยอมถอยจนจะไม่มีที่ยืนแล้ว อย่าลืมว่าคนไทยเป็นคนขี้สงสาร เห็นใจคนโดนรังแก กระแสตีกลับแรงและเร็วแน่นอน ต่อให้ขัดขวางการเลือกตั้งสำเร็จ แต่เมื่อใดที่ประเทศกลับเข้าสู่การเลือกตั้ง และประชาธิปัตย์กลับมาลงสนาม ประชาชนจะออกไปเลือกตั้งอย่างมืดฟ้ามัวดิน จะไปสั่งสอนพรรคประชาธิปัตย์ที่หาเสียงด้วยวิธีป่วนเมือง โตแล้วทำตัวเป็นลูกแหง่ขี้แพ้ชวนตี ต้องได้รับบทเรียน

25 คนโวย กกต.นครฯไม่มารับสมัคร

ที่โรงแรมทวินโลตัส จ.นครศรีธรรมราช ช่วงเที่ยงวันเดียวกัน ผู้ที่จะลงสมัคร ส.ส.จำนวน 25 คนจาก 9 พรรคการเมืองที่ไม่สามารถเข้าไปสมัครรับเลือกตั้งได้ ร่วมกันแถลงว่า กกต.มีพฤติกรรมที่ซ่อนเร้น ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ พวกตนทั้ง 25 คนพยายามทุกวิถีทางที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 1 ม.ค.ก็ไปนั่งรอเจ้าหน้าที่ กกต.ในค่าย ตชด.42 ทุ่งสง แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่ กกต.เข้าไปแม้แต่คนเดียว อ้างว่าเดินทางเข้าไปในค่าย ตชด.ไม่ได้เพราะถูกปิดล้อมหน้าค่าย แต่ทำไมเมื่อวันที่ 31 ธ.ค.56 กกต.จึงนั่งเฮลิคอปเตอร์ลำเดียวกับผู้สมัครบางพรรคไปเปิดรับสมัครในค่ายได้อย่างสะดวก ทีพวกตนเข้าไปนั่งรอสมัคร แต่เจ้าหน้าที่ กกต.กลับไม่ยอมเข้าไปรับสมัคร ดังนั้นจะให้เวลากับ กกต. 1 สัปดาห์ หากไม่ให้คำตอบ พวกตนจะยื่นเอกสารหลักฐานฟ้องศาลปกครอง ก่อนหน้านี้ได้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.ทุ่งสงแล้ว และจะเดินทางไปยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมกับ กกต.กลาง

3 กกต.เมืองคอนยื่นใบลาออก

ต่อมาเวลา 14.00 น. ที่ สนง. กกต.นครศรีธรรมราช นายทรงพล โสภณ นายจำเนียร ชูคลี่ พ.ต.อ.เสริมศักดิ์ ผ่องโชค กกต.นครศรีธรรมราช ทำหนังสือลาออกจากตำแหน่งส่งถึงประธาน กกต. โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 2 ม.ค. นายทรงพลให้สัมภาษณ์ว่า พวกเรา 3 คนไม่เห็นด้วยกับที่ ผอ.กกต.เขตทั้ง 7 เขต ย้ายสถานที่รับสมัครไปใช้พื้นที่ภายในค่าย ตชด.42 ทุ่งสง เพราะน่าจะเป็นการไม่ชอบด้วยระเบียบและกฎหมาย ทำให้ผู้ประสงค์จะสมัครและประชาชนจำนวนมากแสดงความคิดเห็นคัดค้านกันโดยทั่วไป และเพื่อป้องกันความเห็นแตกต่างกัน อันอาจทำให้เกิดความแตกแยกในทางความคิด และเพื่อให้เกิดความสงบสุขและความรักสามัคคีของประชาน ตน นายจำเนียร และ พ.ต.อ.เสริมศักดิ์ จึงยื่นใบลาออก ส่วนที่กลุ่ม กปปส.นครศรีธรรมราชเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.ชะเมา ให้ดำเนินคดีกับ 4 กกต.นครศรีธรรมราช ที่ย้ายสถานที่รับสมัครโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้านั้น ขอยืนยันว่าพวกตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการย้ายสถานที่รับสมัคร คนที่ดำเนินการคือ ผอ.กกต.ทั้ง 7 เขต

“ป๋าเปรม” เปิดบ้านให้พรปีใหม่

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เปิดบ้านให้คณะนายทหาร ตำรวจ บุคคลทั่วไป และภาคเอกชน เข้าอวยพรและขอพรเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ อาทิ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหม ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง ผบ.ทบ. พล.อ.มงคล อัมพรพิสิฏฐ์ ประธานมูลนิธิรักเมืองไทย พร้อมคณะกรรมการ เช่น พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ทั้งนี้ พล.อ.เปรมให้โอวาทกับคณะของ พล.อ.ยุทธศักดิ์ว่า คณะโอลิมปิกต้องจารึกว่าเราได้เหรียญทองมา 100 กว่าเหรียญ ทำให้คนทั้งประเทศเกิดความภาคภูมิใจเพียงอย่างเดียว เราสามารถยกระดับความสามารถของนักกีฬาให้สูงขึ้น ซึ่งน่าชมเชยและน่ายินดี การให้เด็กมาเล่นกีฬากันมากๆเป็นการช่วยเหลือประเทศชาติ เพื่อให้เด็กโตขึ้นมามีคุณภาพ การแข่งขันกีฬาจะต้องมีกติกาอย่างไร ขอให้ทุกคนรู้ว่าการอยู่ด้วยกันต้องมีกฎเกณฑ์ซึ่งกันและกัน

แนะคนไทยนำพระราชดำรัสไปปฏิบัติ

จากนั้น พล.อ.เปรมให้สัมภาษณ์ว่า ขอน้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานเมื่อคืนวันที่ 31 ธ.ค. 2556 มาแทนคำอวยพรปีใหม่ แม้จะเป็นพระราชดำรัสที่สั้น แต่มีความหมายยาว จะรู้ความหมายต้องอ่านพระราชดำรัสนี้หลายเที่ยว ถ้าทุกคนอ่านและเข้าใจอย่างน้อยจะช่วยให้คนไทยรู้ว่า จะทำให้เกิดความรักความสามัคคีในหมู่คนไทยอย่างไรบ้าง ตนขอบอกกับคนไทยทุกคนขอให้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมนำพระราชดำรัสนั้นไปปฏิบัติตาม นอกจากทุกคนจะมีความสุข บ้านเมืองก็จะมีความสุขด้วย

ต่อข้อถามว่า มีความเป็นห่วงบ้านเมืองอย่างไรบ้าง พล.อ.เปรมกล่าวเพียงว่า ขอพูดแค่นี้พอ ผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้รัฐบาลควรจะทำอย่างไรบ้าง พล.อ.เปรมตอบว่า ไม่ทราบ เมื่อถามว่าอยากเป็นตัวกลางในการพูดคุยระหว่าง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและ รมว.กลาโหม กับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. หรือไม่ เพราะตอนนี้ไม่มีใครเป็นคนกลางได้แล้ว พล.อ.เปรมกล่าวว่า “ไม่มีคำตอบ”

“มาร์ค” ชูธงแก้กฎหมายปราบทุจริต

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวหลังหารือร่วมกับเลขาธิการองค์การความโปร่งใสแห่งชาติว่า ได้มีการพิจารณาสภาพปัญหาและข้อเสนอขององค์กรต่างๆที่มีการนำเสนอต่อสาธารณะแล้ว เห็นว่ามีเรื่องที่ต้องทำมาก ทั้งเรื่องกฎหมาย การบริหาร การรณรงค์เพื่อแก้ไขพฤติกรรม วันที่ 3 ม.ค.จะไปพบกับภาคีองค์กรเครือข่ายที่เกี่ยวกับการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน จะมีภาพเป็นรูปธรรมมากขึ้น เบื้องต้นต้องดูเนื้อหาสาระ จากนั้นมาพิจารณาว่าต้องตรากฎหมายแก้ระเบียบ หรือใช้มาตรการในเชิงบริหารอย่างไร เพื่อที่จะผลักดันให้เป็นผล เช่นที่พรรคเคยผลักดันให้แก้กฎหมายการทุจริตไม่มีอายุความมาแล้ว แต่ยังไม่สำเร็จ เพราะรัฐบาลชุดนี้ไม่ยืนยันร่างในสภา รวมถึงยังมีพันธะกรณีกับต่างประเทศในเรื่องการต่อต้านคอร์รัปชันที่จะต้องออกกฎหมายเพิ่มเติม

“ปู” ขอเวลาตกผลึกสภาปฏิรูป

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าตั้งสภาปฏิรูปว่า กำลังรอฟังความเห็นจากภาคเอกชนและทุกหน่วยงาน อยู่ระหว่างรวบรวมความคิดเห็นคงต้องใช้เวลาอีกสักพักหนึ่ง แต่ความจริงแล้วไม่ควรจะตั้งเวลา เพราะต้องนำข้อมูลทุกโมเดลมารวมกัน และให้หน่วยงานกลางหรือใครก็ได้ที่จะมาพูดคุยกันว่าจะเดินหน้ากันอย่างไร เพราะไม่อยากให้กลายเป็นว่ารัฐบาลตั้งเป้าแล้วเดินหน้า จริงๆแล้วรัฐบาลเป็นแค่กลไกอำนวยความสะดวกให้เกิดกระบวนการเวทีกลางของสภาปฏิรูป อยากเชิญชวนทุกภาคส่วนในการแสดงความคิดเห็น และรัฐบาลจะพยายามรวบรวมข้อมูลตกผลึกออกมาหนึ่งโมเดลที่เป็นกลาง และคนส่วนใหญ่ยอมรับได้ วันนี้เราพร้อมเสนอคณะรัฐมนตรีได้ เมื่อถามว่านายกฯต้องลงนามคำสั่งตั้งสภาปฏิรูปหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบว่า โดยเบื้องต้นดำเนินการเร็วที่สุดภายใต้คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี