วันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วางตัว'ธนะศักดิ์' ผอ.ศอฉ. จ่อใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

รับมือม็อบกปปส.ปิดกรุง ‘เทือก’ย้ำอยู่ยาวจน‘ปู’ออก ผบ.ตร.ชี้คนบนตึกเป็นตร...


“ยิ่งลักษณ์” ถกนอกรอบฝ่ายมั่นคง หยิบ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯหารือ หวั่นม็อบ กปปส.ทะลักรับมือยาก จับตา “บิ๊กเจี๊ยบ” อาจนั่ง ผอ.ศอฉ. หลัง “ประยุทธ์” บอกปัด สมช.เสนอเพิ่มกำลังอารักขานายกฯ  “ชัชชาติ” ตั้งวอร์รูมเคลียร์จราจรวันเคลื่อนพล นัด “สุขุมพันธุ์” ถกแก้ปัญหาร่วมกัน ผบ.ตร.รับชายชุดดำบนตึกกระทรวงแรงงานเป็นตำรวจจริง “วรพงษ์”แจงเป็นยุทธวิธีมุมสูง ด้าน นปช.นัดชุมนุม 13 ม.ค.ต้าน “ม็อบเทือก” แต่ไม่ยกทัพเข้ากรุง “จตุพร” ประกาศแตกหักเดือนมกราคม “สุเทพ” ย้ำชัตดาวน์กรุงเทพฯจนกว่าระบอบทักษิณจะหมดไป ระดมมวลชนปิดแยกสำคัญ ตัดน้ำตัดไฟบ้านนายกฯ-ครม. คปท.โวยการ์ดโดนมือมืดลอบยิงกลางดึกอีก

หลังจากที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. ประกาศนัดชุมนุมชัตดาวน์กรุงเทพฯ ในวันที่ 13 ม.ค. โดยจะเริ่มเดินสายปิดถนนทั่วกรุงเพื่อเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมปฏิบัติการยึดเมืองตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค. ล่าสุดที่ประชุม ศอ.รส.หารือวางแนวทางรับมือการชุมนุม โดยมีการหยิบยกการประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้นมาหารือ อาจประกาศใช้หากมีสถานการณ์รุนแรง

ศอ.รส.ถกรับมือชัตดาวน์

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 ม.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและ รมว.กลาโหม เดินทางเข้าร่วมประชุม ศอ.รส. เพื่อประเมินสถานการณ์การชุมนุมและติดตามความคืบหน้าการตั้งสภาปฏิรูปประเทศ โดยมีนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะกำกับดูแล ศอ.รส. นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.คลัง พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯ นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกฯและ รมช.เกษตรและสหกรณ์ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี และพล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เข้าร่วมประชุม

สมช.เผยเล็งใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการ สมช. เปิดเผยว่า การประชุม ศอ.รส.เมื่อวันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา มีการประเมินสถานการณ์การประกาศชุมนุมชัตดาวน์กรุงเทพฯวันที่ 13 ม.ค. เห็นว่าอาจมีความ จำเป็นที่จะต้องยกระดับการบังคับใช้กฎหมายเป็นการประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้น เพื่อขอให้ทหารเข้ามามีส่วนร่วมบริหารสถานการณ์ที่เข้มข้นขึ้น และถือเป็นกติกาในการเข้าระงับยับยั้งสถานการณ์ ทั้งนี้ ยังอยู่ในระหว่างหารือกับทางเหล่าทัพ ยังไม่ได้ข้อสรุป ต้องจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพราะเริ่มมีการระดมคนจากต่างจังหวัดเข้ามาแล้ว โดยเฉพาะวันที่ 5 ม.ค. จะดูว่าเป็นไปตามที่แกนนำประกาศไว้หรือไม่ ถ้าเป็นไปตามนั้นก็เข้าเงื่อนไขการยกระดับการใช้กฎหมาย

เสริมทีม รปภ.คุ้มกันนายกฯ

พล.ท.ภราดรกล่าวว่า การประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเป็นอำนาจของนายกฯที่สามารถประกาศใช้ได้เลย มีกำหนดระยะเวลา 3 วันในการประกาศใช้ หากจะต่ออายุต้องให้ ครม.เป็นผู้พิจารณา ทั้งนี้ การสั่งการทั้งในส่วนของกองทัพ พลเรือน ผู้บังคับบัญชาแต่ละหน่วยงานจะเป็นผู้บังคับบัญชาสั่งการ แต่ต้องเป็นระดับผู้บัญชาการ อธิบดี แม่ทัพภาค ส่วนที่แกนนำออกมาสื่อสารทำนองว่ามีความพยายามจะควบคุมตัวนายกฯ ถือเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ซึ่งจะมีชุดรักษาความปลอดภัยและเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปเสริม

“ปู” ร่วมงานศพ “ดาบณรงค์”

ต่อมาเวลา 15.00 น. ภายหลังการประชุมศอ.รส. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมกล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า รัฐบาลจะขอกำลังกองทัพมาช่วยเหลือตำรวจดูแลสถานการณ์ว่า ขอให้ทีมความมั่นคงหารือก่อน เมื่อถามว่ามีแนวโน้มจะออก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯหรือไม่ นายกฯไม่ตอบและเดินขึ้นรถทันที หลังจากนั้นนายกฯเดินทางมาวัดตรีทศเทพวรวิหาร เพื่อร่วมงานพระราชทานเพลิงศพ ด.ต.ณรงค์ ปิติสิทธิ์ ผบ.หมู่งานจราจร สน.ตลาดพลู ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในเหตุปะทะกับกลุ่มชุมนุม กปปส. ที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. ทั้งนี้ นายกฯได้แสดงความเสียใจกับครอบครัว ด.ต.ณรงค์ โดยกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและมีน้ำตาคลอเบ้าว่าความสูญเสียมันไม่มีอะไรมาทดแทนได้

ผบ.เหล่าทัพเบรกใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพไทย พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.ทหารสูงสุด เชิญ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผบ.ทร. พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. เข้าประชุมติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวทางการเมือง หลังจากที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ประกาศชัตดาวน์กรุงเทพฯ โดยเชิญ พล.ท.ภราดร พัฒนถา–บุตร เลขาธิการ สมช. เข้าชี้แจงข้อมูลด้านการข่าวและประเมินสถานการณ์ รวมถึงแนวทางการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทั้งนี้ มีรายงานข่าวว่า  ผบ.ทหารสูงสุด และ ผบ.เหล่าทัพมีความเห็นตรงกันว่าสถานการณ์ขณะนี้ยังไม่จำเป็นต้องประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะยิ่งเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์ให้ดูรุนแรงขึ้น การประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง โดยใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นหลัก ก็น่าจะเพียงพอแล้ว ซึ่งให้ทหารเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน สนับสนุนภารกิจการดูแลสถานที่ราชการและสถานที่สำคัญ ตามที่ ศอ.รส.ร้องขอ

หวั่นนองเลือดซ้ำรอยปี 53

แหล่งข่าวทางทหารเปิดเผยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และ รมว.กลาโหม ได้นำข้อเสนอแนะการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไปหารือกับปลัดกระทรวงกลาโหม รอง ผบ.ทหารสูงสุด และ ผบ.เหล่าทัพ ที่สโมสรกองทัพบกเมื่อวันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา หลังเข้าอวยพรปีใหม่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ แต่การหารือยังไม่ได้ข้อสรุป เบื้องต้น ผบ.เหล่าทัพเห็นว่าการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ให้ทหารเป็นเจ้าพนักงานหลักในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยนั้น อาจซ้ำรอยเหตุการณ์เมื่อปี 2553 ที่ทหารจะต้องเผชิญหน้ากับประชาชน อีกทั้งยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องประกาศใช้ในตอนนี้ ทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องแจ้งให้ พล.ท.ภราดรไปเข้าชี้แจงกับผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ ผบ.เหล่าทัพอีกครั้ง

นายกฯถกนอกรอบใช้ ก.ม.ฉุกเฉิน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงบ่ายวันเดียวกัน ที่สตช. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้หารือนอกรอบกับฝ่ายความมั่นคง อาทิ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะกำกับดูแล ศอ.รส. พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกฯ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.ท.อักษรา เกิดผล เสธ.ทบ. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ร่วมหารือถึงการชุมนุมของ กปปส.ในวันที่ 13 ม.ค. หากมีผู้มาชุมนุมเป็นจำนวนมาก และถ้าสถานการณ์รุนแรง รัฐบาลจำเป็นต้องประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่ โดยที่ประชุมประเมินแบ่งเป็น 2 ประเด็น คือ มองว่าการเลื่อนการชุมนุมจากวันที่ 5 ม.ค.ไปเป็นวันที่ 13 ม.ค.ไม่สามารถระดมคนได้ และแม้มีคนมาชุมนุมมาก แต่ยังไม่สามารถล้มรัฐบาล ทหารยังไม่ปฏิวัติ ดังนั้นการเคลื่อนไหววันที่ 5 ม.ค. จึงหยั่งเชิงว่าคนกรุงเทพฯเอาด้วยหรือไม่

จับตา “บิ๊กเจี๊ยบ” นั่ง ผอ.ศอฉ.

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า อีกกรณีถ้าจำเป็นต้องประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะให้ ผบ.ทบ.หรือ ผบ.ทหารสูงสุดนั่งตำแหน่ง ผอ.ศอฉ.แต่ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. เคยยืนยันไม่รับตำแหน่ง ผอ.ศอฉ. เพราะกลัวตกเป็นจำเลยสังคมเหมือนเหตุการณ์สลายการชุมนุมคนเสื้อแดงในปี 53 ที่ประชุมจึงรายงานให้นายกฯรับทราบว่าหากมีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่มีใครนั่งตำแหน่งผอ.ศอฉ. เรื่องนี้ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.ทหารสูงสุด หรือ “บิ๊กเจี๊ยบ” เคยหารือกับนายกฯว่าพร้อมเป็นผู้ดำเนินการตรงนี้ แต่ต้องดูวิธีการปฏิบัติต่อไป

ลุ้นอีก 3 วันก่อนตัดสินใจ

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการ สมช. กล่าวว่า ชั้นต้นประเมินแล้วยังใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯได้ เพียงแต่ต้องเพิ่มความเข้มข้นขึ้น ไม่จำเป็นต้องขยายพื้นที่ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ แต่จะออกคำสั่งห้ามเป็นจุดๆไป โดยคำสั่ง ศอ.รส. หากจำเป็นต้องใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินจะประเมินสถานการณ์อีกครั้งขอรอดูสถานการณ์ไปอีก 3 วัน ส่วนการตั้งหัวหน้าผู้รับผิดชอบอยู่ที่นายกฯพิจารณา โดยมีรองนายกฯด้านความมั่นคงเป็นผู้กำกับ

มท.1 บี้ผู้ว่าฯ กทม.วางตัวเป็นกลาง

นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าฯ กทม. เรื่องซักซ้อมการปฏิบัติหน้าที่ของ กทม. เนื่องจากกลุ่ม กปปส.นัดชุมนุมใหญ่ใน กทม. โดยเฉพาะวันที่ 13 ม.ค. จะปิดเส้นทางจราจรใน กทม.ทุกเส้นทาง กระทรวงมหาดไทยเห็นว่าเพื่อให้การปฏิบัติต่อกลุ่มผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ในฐานะ รมว.มหาดไทย อาศัยอำนาจตามมาตรา 123 และมาตรา 89 (1) (4) และ (8) พ.ร.บ.ระเบียบบริหาร ราชการกรุงเทพมหานคร แจ้งซักซ้อมให้ กทม.พิจารณาดำเนินการดังนี้ 1. การปฏิบัติต่อกลุ่มมวลชนที่เข้ามาประท้วงในกรุงเทพฯ ขอให้ กทม.ปฏิบัติอยู่ภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายของ กทม. และให้สนับสนุนการปฏิบัติงานของ ศอ.รส. และเจ้าหน้าที่รัฐ ในการรักษาความสงบเรียบร้อยในเขตกรุงเทพฯที่มีการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง พร้อมทั้งให้สนับสนุนสถานที่ ยานพาหนะ อุปกรณ์และสาธารณูปโภคทุกประเภท ในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย และขอให้วางตัวเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วย

สั่งเช็กกล้องวงจรปิดพร้อมใช้งาน

นายจารุพงศ์กล่าวว่า 2. ให้ กทม.ตรวจสอบกล้องทีวีวงจรปิดที่ กทม.ติดตั้งไว้ทั้งหมด เพื่อให้ใช้บันทึกภาพได้ตามปกติ โดยเฉพาะในพื้นที่การชุมนุม และพื้นที่กลุ่มมวลชนใช้เป็นเส้นทางเคลื่อนกำลัง และในสถานที่สำคัญทางราชการ เช่น พระบรม– มหาราชวัง เขตพระราชฐาน รัฐสภา ทำเนียบรัฐบาล หากเจ้าหน้าที่รัฐในการรักษาความสงบเรียบร้อยต้องการตรวจสอบการบันทึกภาพจากกล้องทีวีวงจรปิด ให้ กทม.ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ด้วย 3. ในการปฏิบัติหน้าที่ตามข้อ 1 และ 2 โดยเฉพาะในส่วนที่ผู้ชุมนุมประกาศปิดเส้นทางจราจร จะก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนในกรุงเทพฯและจังหวัดใกล้เคียง ขอให้ กทม.เตรียมแผนดำเนินการด้านการจราจรและขนส่ง เพื่อรองรับการปิดเส้นทางจราจรของผู้ชุมนุม โดยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และให้ กทม.จัดเจ้าหน้าที่สนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับตำรวจจราจรเมื่อมีการร้องขอ ทั้งนี้ ให้ประสานการปฏิบัติดังกล่าวกับ ศอ.รส. 4. ผลการประสานการปฏิบัติตามข้อ 3 เป็นประการใด ให้รายงานกระทรวงมหาดไทยทราบเป็นระยะ จนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ เชื่อว่าผู้ว่าฯ กทม.จะปฏิบัติตามกฎหมาย เมื่อเขาเป็นคนของพรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องใช้วิธีเกลือจิ้มเกลือ

กำชับห้าม จนท.ตัดน้ำตัดไฟ

นายจารุพงศ์กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และ รมว.กลาโหม เป็นห่วงกรณีที่ม็อบ กปปส.จะปิดกรุงเทพฯ จึงได้โทรศัพท์สั่งการตนให้ทำความเข้าใจกับผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ผู้ว่า-การการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ผู้ว่าการการ-ประปานครหลวง (กปน.) และผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ให้ควบคุมเจ้าหน้าที่ให้ดี ไม่ให้มีการตัดน้ำตัดไฟ ซึ่งผู้ว่าการการไฟฟ้าและการประปายืนยันว่าจะดูแลเจ้าหน้าที่ไม่ให้มีการตัดน้ำตัดไฟ หากอยากจะตัดก็ให้นายสุเทพไปตัดเอง ขอเตือนเรื่องการล่วงละเมิดสิทธิส่วนบุคคลที่จะไปปิดล้อมและตัดน้ำตัดไฟบ้านรัฐมนตรีว่า  จะเป็นการสร้างประเพณีทางการเมืองขึ้นมาใหม่ ที่พูดเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่าทีใครทีมัน แค่อยากฝากว่า อย่าสร้างเป็นประเพณีทางการเมืองขึ้นมาใหม่

“ชัชชาติ” ตั้งวอร์รูมรับมือปิดกรุง

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงมาตรการบรรเทาผลกระทบด้านการจราจร กรณีกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.ประกาศจะปิดถนนในกรุงเทพฯในวันที่ 13 ม.ค.ว่า สั่งการให้กระทรวงคมนาคมตั้งศูนย์บัญชาการ (วอร์รูม) ติดตามและแก้ไขปัญหาการจราจรในช่วงการชุมนุม โดยมอบให้นายสมชัย ศิริวัฒนโชค  ปลัดกระทรวงคมนาคม  เป็นประธาน ให้ติดตามการชุมนุมอย่างใกล้ชิด นำข้อมูลมาบริหารจัดการแก้ไขปัญหาการจราจรและอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับประชาชน และยังแต่งตั้งให้นายธีระพงษ์ รอดประเสริฐ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลข่าวสารโดยกระทรวงจะร่วมกับกองบังคับการตำรวจจราจร เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารผ่านข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์ www.mot.go.th สายด่วนคมนาคม 1356 และสถานีวิทยุ สวพ.91

เพิ่มเที่ยวรถเมล์–รถไฟ–เรือ

นายชัชชาติกล่าวอีกว่า ได้มอบหมายให้นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เก็บรวบรวมหลักฐานการกระทำความผิด รวมถึงเตรียมประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการชุมนุมปิดถนนด้วย ขณะที่นายชูศักดิ์ เกวี รองปลัดกระทรวงคมนาคม จะรับผิดชอบดูแลและแก้ไขปัญหาด้านการขนส่งสินค้าไปยังท่าเรือและท่าอากาศยานสุวรรณภูมิที่อาจหยุดชะงัก อย่างไรก็ตาม อยากขอร้องประชาชนให้ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวและหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะแทน ซึ่งจะเพิ่มเที่ยววิ่ง รถไฟ รถเมล์ รถไฟฟ้าใต้ดิน เรือคลองแสนแสบ เรือด่วนเจ้าพระยา ให้เพียงพอที่จะรองรับกับการเดินทางของประชาชนแล้ว โดยสัปดาห์หน้าจะเริ่มทดลองเพิ่มเที่ยววิ่ง นอกจากนี้ วันที่ 3 ม.ค.จะเชิญ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในฐานะหนึ่งในอนุกรรมการแก้ไขปัญหาจราจรเร่งด่วนในเขตกรุงเทพมหานครมาหารือ เพื่อบูรณาการแก้ไขปัญหาเพื่อไม่ให้การเดินทางใน กทม.เป็นอัมพาต

สธ.จัดทีมกู้ชีพรับม็อบ

เมื่อเวลา 12.00 น. ที่โรงพยาบาลสงฆ์ นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ ในฐานะ ผอ.ศูนย์ส่วนหน้า แถลงภายหลังประชุมศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาสาธารณภัย ด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีชุมนุมทางการเมือง กระทรวงสาธารณสุข (ส่วนหน้า) ว่า ศูนย์ส่วนหน้าประเมินสถานการณ์วันต่อวัน สถานการณ์จะใกล้เคียงกับที่ผ่านๆมา อาจมีการปะทะกันเกิดขึ้นที่บริเวณชายขอบการชุมนุม ดังนั้นทีมกู้ชีพขั้นพื้นฐานได้เตรียมพร้อมบริเวณทางด่วนยมราชไม่น้อยกว่า 8 ทีม พร้อมมีทีมกู้ชีพชั้นสูงอีก 7 ทีม และมีทีมที่พร้อมออกปฏิบัติการได้อีกถึง 30 ทีม รวมไปถึงจะมีทีมจากสภากาชาดไทย ศูนย์เอราวัณ กทม. ทีมจาก รพ.วชิรพยาบาล พร้อมให้การสนับสนุนตามแผนเอราวัณ 2

เอกชนหวั่นชัตดาวน์ กทม.

นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า กรณี กปปส.จะชัตดาวน์ กทม.ในวันที่ 13 ม.ค.นั้น จะเกิดผลกระทบด้านลบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยอย่างแน่นอน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จะทำให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกอาจชะลอดูสถานการณ์หรือยกเลิกการเดินทางเข้าประเทศไทย ส่วนผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมการผลิตของภาคเอกชนในด้านการส่งออก เชื่อว่าลูกค้าต่างชาติกำลังจับตาการชุมนุมว่าจะกระทบต่อการขนส่งสินค้า ที่ต่างชาติสั่งซื้อจากประเทศไทยหรือไม่ หากการชุมนุมยืดเยื้อ มีความรุนแรง มีการปิดถนน ปิดท่าเรือที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งสินค้า ปัจจุบันตัวแทนขนส่งทางเรือรายใหญ่ของประเทศ มีสำนักงานอยู่ย่านถนนสีลม อาจทำให้ลูกค้าลดคำสั่งซื้อจาก 100% เหลือ 50% เพื่อกระจายความเสี่ยงไปซื้อจากประเทศอื่น

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการ– ค้าไทย กล่าวว่า คาดว่าการชุมนุมจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในด้านการจับจ่ายใช้สอยและการท่องเที่ยวประมาณ 5,000-20,000 ล้านบาท หากปิดในระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน หรือจนถึงวันเลือกตั้ง
aผบ.ตร.ชี้ตำรวจทุบรถทำเกินกว่าเหตุ

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 2 ม.ค. ที่สโมสรกองทัพบก เทเวศร์ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขา– ธิการ กปปส. ประกาศขีดเส้น 7 วันให้หาตัวกลุ่มบุคคลที่แต่งกายชุดตำรวจทุบรถของประชาชนบริเวณสนามไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง และชายชุดดำที่อยู่บนตึกกระทรวงแรงงานว่า ทราบแล้ว กำลังตรวจสอบอยู่ ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ขณะนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกยิงเสียชีวิตและบาดเจ็บหลายนาย และมีตำรวจส่วนหนึ่งผลักดันผู้ชุมนุมโดยใช้เพียงโล่และกระบอง ทำให้ผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งวิ่งไปบริเวณรถ ส่วนกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทุบรถของประชาชนเป็นการดำเนินการเกินกว่าเหตุหรือไม่นั้น ตนก็ยอมรับ

รับชายชุดดำบนตึก ก.แรงงานเป็น ตร.

พล.ต.อ.อดุลย์กล่าวว่า สำหรับชายชุดดำที่อยู่บนตึกของกระทรวงแรงงาน หลังจากการตรวจสอบแล้ว จะชี้แจงรายละเอียดให้ทราบต่อไป ผู้สื่อข่าวถามว่าทั้ง 2 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยืนยันหรือไม่ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ดำเนินการ พล.ต.อ.อดุลย์กล่าวว่า “ใช่ครับ อะไรที่เป็นจริงก็ต้องจริง ผมยอมรับ ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบเรื่องวินัย แต่สถานการณ์ในขณะนั้นมีความรุนแรงเกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องถอยไปจุดตั้งรับ และมีผู้ชุมนุมเข้าไปยิงตำรวจจนได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก และเสียชีวิตหนึ่งราย ทั้งนี้ผมจะชี้แจงรายละเอียดทั้งหมด แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ซึ่งจะใช้เวลาไม่นาน คนบนตึกกระทรวงแรงงานเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้บัญชาการเหตุการณ์เป็นคนส่งขึ้นไป ส่วนคนที่ทุบรถก็ทราบแล้วว่าเป็นใคร”

“วรพงษ์” แจงขึ้นตึกเป็นยุทธวิธีมุมสูง

พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา (สบ 10) และพล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.ร่วมกันแถลงข่าวกรณีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงชายชุดดำบนชั้นดาดฟ้าอาคารกระทรวงแรงงานในวันปะทะหน้าสนามไทย-ญี่ปุ่น พล.ต.อ.วรพงษ์กล่าวว่า ข้อเท็จจริงแล้วเราไม่เคยพูดถึงชายชุดดำ เพราะจริงๆแล้วคือ ตำรวจ ในภาพทั้งหมดที่มีอยู่ก็เห็นชัดอยู่แล้ว ในฐานะที่เป็นผู้รับผิดชอบเป็นผู้บังคับบัญชาเหตุการณ์ ขอยืนยันว่าคือ ตำรวจที่ขึ้นไปรักษาพื้นที่เพื่อปฏิบัติการทางด้านยุทธวิธีในมุมสูง จะทำให้สังเกต และเห็นทิศทางเหตุการณ์ได้ดี ส่วนประเด็นที่ว่าชายชุดดำเหล่านี้ถูกให้ขึ้นไปสร้างสถานการณ์เพื่อยิง ด.ต.ณรงค์ ปิติสิทธิ์ ผบ.หมู่ จร.สน.ตลาดพลู และนายวสุ สุฉันทบุตร ผู้ชุมนุม เราสามารถชี้แจงได้ตามหลักวิทยาศาสตร์ เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย จะส่งสำนวนการชันสูตรพลิกศพจะนำเข้าสู่กระบวนการไต่สวนของศาล
พล.ต.อ.วรพงษ์กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีภาพตำรวจทุบรถประชาชนขอชี้แจงว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่า ทำไมตำรวจต้องไปทุบรถอาจเป็นไป ได้ว่า ตำรวจเข้าใจว่า คนร้ายอยู่ในรถหรือไม่ แต่เหตุการณ์ขณะนั้นชุลมุนมาก หลังจากนี้จะตั้งศูนย์รับแจ้งความที่ สน.ดินแดง กรณีที่ประชาชน ผู้ชุมนุม และตำรวจ ได้รับความเสียหายจากการชุมนุม

ยันบนดาดฟ้าไม่มีกระสุนจริง

พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนเป็น ผบ.เหตุการณ์ มีกองร้อยควบคุมฝูงชน จ.นครสวรรค์ รักษาความเรียบร้อยภายในสนามกีฬา กลุ่มผู้ชุมนุมบุกรุกเข้ามาใช้ประทัดยักษ์ หนังสติ๊ก ยิงใส่ตำรวจ มีการผลักดันกันอยู่ระยะหนึ่ง แต่เมื่อเห็นว่าไม่ไหวได้ร้องขอกำลังเสริม และยังได้รับการประสานจาก ผบ.ร้อย ควบคุมฝูงชน จ.นครสวรรค์ ให้ขึ้นไปอยู่ที่สูง 1 หมู่ จำนวน 10 คน จึงมีการขึ้นไปอยู่บนชั้นดาดฟ้าอาคารกระทรวงแรงงาน โดยมีอุปกรณ์ปืนยิงแก๊ส 1 กระบอก ปืนลูกซองสำหรับยิงกระสุนยาง 1 กระบอก พร้อมแก๊สขว้างชนิดแป้งและชนิดควัน ยืนยันว่า ไม่มีปฏิบัติการมากไปกว่านี้ ไม่มีการใช้กระสุนจริง

ชี้ 2 ศพดินแดงถูกยิงแนวราบ

พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ชี้แจงประกอบคลิปวีดิโอ และภาพแผนผังจำลองสถานที่เกิดเหตุ พบว่า จุดที่นายวสุถูกยิงอยู่ที่บริเวณบนถนนตรงทางเข้าประตู 5 หน้าสำนักงานประกันสังคม การชันสูตรพลิกศพเบื้องต้นถูกยิงเข้าบริเวณลิ้นปี่ทะลุไปด้านหลังเป็นแนวค่อนข้างขนาน เพราะฉะนั้นโอกาสที่จะยิงจากมุมสูงเป็นไปไม่ได้ จะต้องถูกยิงจากแนวราบ สำหรับกรณี ด.ต.ณรงค์ เป็นการถูกยิงขณะนั่ง แนววิถีกระสุนมาจากประตู 3 ใกล้ๆต้นไทร ตรวจสอบบริเวณรั้วพบปลอกกระสุน .32 มม. ขนาดเดียวกับที่พบในศพของ ด.ต.ณรงค์ มีการนำน้ำยาเคมีไปเช็ดตามแนวรั้วปรากฏว่า พบรอยตะกั่ว ยืนยันว่า ทิศทางเป็นการยิงจากข้างนอกเข้าข้างใน เป็นไปไม่ได้เลยที่จะยิงมาจากดาดฟ้ากระทรวงแรงงาน

“แจ๊ด” ห่วงมือที่ 3 ป่วนม็อบ

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ บช.น. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. รับมอบเงินบริจาคเพื่อช่วยเหลือ ด.ต.ณรงค์ ปิติสิทธิ์ ผบ.หมู่ (จร.) สน.ตลาดพลู ที่ถูกยิงเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในเหตุปะทะกลุ่มผู้ชุมนุมที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น  ดินแดง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 4,169,900 บาท พล.ต.ท.คำรณวิทย์กล่าวว่า จะนำเงินดังกล่าวมอบให้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิง-แก้ว ผบ.ตร. เพื่อนำไปสมทบทุนช่วยเหลือครอบครัวของ ด.ต.ณรงค์ ในงานพิธีพระราชทานเพลิงศพ ด.ต.ณรงค์ ที่วัดตรีทศเทพ

พล.ต.ท.คำรณวิทย์กล่าวว่า กรณี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ออกมายอมรับว่าชายชุดดำที่อยู่บนดาดฟ้ากระทรวงแรงงานและบุคคลที่ทุบรถย่านดินแดงเป็นตำรวจ เท่าที่ทราบ พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร. เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ เชื่อว่า พล.ต.อ.วรพงษ์ จะชี้แจงได้ อย่างไรก็ตามยังไม่ได้รับรายงานว่าทั้ง 2 เหตุการณ์เป็นตำรวจ นครบาลหรือไม่ เมื่อถามถึงกรณีนายสุเทพ เทือก–สุบรรณ  เลขาธิการ กปปส.พามวลชนเดินเรียกแขกในวันที่ 5 ม.ค.ก่อนชัตดาวน์กรุงเทพฯ วันที่ 13 ม.ค. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ตอบว่า อยากให้แกนนำประสานมาที่ตนก่อนว่าจะเคลื่อนขบวนไปในเส้นทางใดเพื่อดูแลความปลอดภัย เพราะกังวลการสร้างสถานการณ์ของมือที่ 3 เพื่อให้เกิดความรุนแรง มีโมเดลให้เห็นมาแล้วทั้งที่หน้ารามคำแหง ดินแดง ทำให้เสียชีวิตกันทั้งสองฝ่าย

ตร.ภาค 3 โชว์พลังปกป้องเกียรติ

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ถนนราชดำเนิน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา มีกลุ่มพลังของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ข้าราชการตำรวจภูธรภาค 3 และครอบครัว รวมกว่า 500 นาย แต่งกายตำรวจ ไม่พกปืนประจำกาย มีป้ายข้อความอาทิ “ขอเชิญร่วมแสดงพลัง ปกป้องเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีตำรวจไทย” พร้อมเปิดเวทีปราศรัยย่อยขอเชิญเพื่อนข้าราชการ รวมแสดงพลัง โดยมีนายตำรวจภูธรภาค 3 อาทิ พล.ต.ท.ธีระศักดิ์ กลิ่นพงษา ผบช.ภ.3 ผกก.สภ.ทั้ง 32 อำเภอของ จ.นครราชสีมา เข้าร่วมด้วย และมีประชาชน นักธุรกิจ ผู้ประกอบกิจการ และกลุ่มคนเสื้อแดง นำโดย พล.ต.ท. เชิด ชูเวช อดีต ผบช.ภ. 3 มาร่วมมอบดอกไม้ให้กำลังใจ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ผ่าน ผบช.ภ.3 เพื่อนำไปมอบให้เป็นกำลังใจให้ปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยการชุมนุมของ  กปปส. และเป็นขวัญกำลังใจให้ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ จากนั้นได้ตัดริบบิ้นสีดำเป็นการไว้ทุกข์และยืนไว้อาลัยกับตำรวจที่เสียชีวิตกรณีถูกยิงในการปฏิบัติหน้าที่ การชุมนุมใช้เวลา 1 ชม. จึงสลายตัวเดินทางกลับอย่างสงบ

นปช.นัดชุมนุมต้าน กปปส.

อีกด้านหนึ่ง ที่ศูนย์การค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช.กล่าวว่า สถานการณ์ขณะนี้ เครือข่ายอำมาตย์สมคบคิดกับทุกองค์กร โดยมีนายสุเทพเป็นหน้าฉาก การประกาศด้วยท่าทีอหังการว่าจะปิด กทม.และประเทศ ทำจริงคงได้เฉพาะภาคใต้ และเมื่อนายสุเทพคิดปิดประเทศ 13 ม.ค. นปช.ก็จะนัดเปิดประเทศในวันที่ 13 ม.ค.เช่นกัน โดยจะประสานไปยังเครือข่ายคนเสื้อแดงทุกจังหวัดทั่วประเทศ ให้นัดหมายคนเสื้อแดง รวมตัวกันทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ต่อต้านการปิดประเทศของกปปส.พร้อมกันทุกจังหวัด เบื้องต้นคิดไว้ว่าจะเป็นกิจกรรมในลักษณะเวทีปราศรัย เดินขบวนภายในจังหวัด แต่จะนัดหมายเวลาและสถานที่ที่พร้อมๆกันทั่วประเทศ ส่วนใน กทม.จะไม่จัดกิจกรรม เพราะไม่ต้องการให้เกิดการเผชิญหน้ากับม็อบนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.

ลั่นมกราคมเดือนแตกหัก

นายจตุพรกล่าวว่า สิ่งที่น่าห่วงที่สุดคือการรัฐประหารไม่ใช่นายสุเทพ ใครคิดสนับสนุนรัฐประหาร ขอให้ทราบว่าประชาชนที่รักประชาธิปไตย มีมากกว่าคนที่สนับสนุนนายสุเทพไม่รู้เท่าไร การเลือกตั้งเป็นเรื่องเล็ก เพราะผลการเลือกตั้งรู้อยู่แล้วถึงอย่างไรก็ชนะ แต่ถ้าประชาธิปไตยไม่มี ไม่รู้จะเกิดเหตุการณ์อะไร อาจถึงขั้นสงครามกลางเมือง อย่างไรก็ตามในระหว่างนี้ขอให้คนเสื้อแดงติดตามการแถลงข่าวของ นปช. เตรียมตัวเตรียมขวัญกำลังใจอารมณ์รุกรบ เพื่อรักษาระบอบประชาธิปไตยเอาไว้ ให้เริ่มต้นปีใหม่เป็นปีแห่งการต่อสู้ และเดือน ม.ค.นี้เป็นเดือนแตกหัก ทั้งนี้เชื่อว่าคน กทม.จะทนการสร้างความเดือดร้อนของ กปปส.ไม่ได้ และต้องออกมาขับไล่ในที่สุด

ทปอ.ดูเชิง ป.ป.ช.ก่อนนัดถก

นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กล่าวถึงกรณีที่นายสุเทพ  เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ประกาศจะตั้งเวที 20 เวทีในแยกต่างๆ พร้อมเชิญชวนสถาบันการศึกษาเข้าร่วมว่า ทปอ.ยังไม่ได้มีการหารือกัน แต่ได้ติดตามสถานการณ์การเมืองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการประชุมของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าจะมีมติเช่นไร อีกทั้งจะขอรอดูท่าทีของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งจะมีการชี้มูลกรณี 381 ส.ส.และ ส.ว. ในวันที่ 7 ม.ค.เมื่อเห็นทิศทางที่ชัดเจนขึ้น ทปอ.จะนัดประชุมและพิจารณาว่าจะออกแถลงการณ์ในนาม ทปอ.หรือไม่

แกนนำม็อบเลื่อนนัดทราบข้อหา

ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายวิโรจน์ ภูมิศิริสวัสดิ์ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากแกนนำกปปส.เข้ายื่นหนังสือต่อ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ ผู้เชี่ยวชาญคดีพิเศษเฉพาะด้านระดับ 9 ดีเอสไอ เพื่อขอเลื่อนนัดรับทราบข้อกล่าวหาของแกนนำผู้ชุมนุมประกอบด้วย น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร นายเสรี วงษ์มณฑา นายสาธิต ปิตุเตชะ นายถนอม อ่อน–เกตุพล และนายสกลธี ภัททิยกุล หลังถูกออกหมายเรียกให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ตามมาตรา 116 และ มาตรา 215 ตามประมวลกฎหมายอาญา ฐานร่วมกันกระทำการยุยงปลุกปั่นให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน และชุมนุมมั่วสุมให้เกิดเหตุความไม่สงบในบ้านเมือง โดยให้เหตุผลว่าไม่ได้กระทำความผิดตามข้อกล่าวหา และติดภารกิจจึงขอเลื่อนกำหนดเข้ารับทราบข้อกล่าวหาออกไป ขณะเดียวกันมีทนายความของนายแก้วสรร อติโพธิ และนายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง เข้ายื่นหนังสือขอเลื่อนนัดรับทราบข้อกล่าวหาเช่นกัน

คปท.โดนลอบยิงตอนตีสามอีก

ด้านบรรยากาศการชุมนุมของเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ถนนพิษณุโลก ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตลอดทั้งวันที่ 2 ม.ค.การชุมนุมยังคงเป็นไปความเรียบร้อย ผู้ชุมนุมบางส่วนได้ทยอยกลับบ้านและภูมิลำเนาเนื่องในเทศกาลปีใหม่ ขณะที่ช่วงสายผู้ชุมนุมได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ กทม.จากสำนักงานเขตดุสิต ร่วมกันทำความสะอาดบริเวณพื้นที่ชุมนุม ต้อนรับเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัยรอบพื้นที่ชุมนุมนั้นได้ทวีความเข้มงวดมากขึ้น ทั้งนี้นายนัสเซอร์ ยีหมะ หัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัย คปท. เปิดเผยว่า  เมื่อคืนนี้เวลาประมาณ สามนาฬิกาเศษ เกิดเหตุมีการยิงปืนเข้าใส่กลุ่มการ์ดที่รักษาความปลอดภัยบริเวณหน้าโรงเรียนราชวินิต– มัธยม แยกสนามม้านางเลิ้ง แต่ไม่มีใครบาดเจ็บ

จ่อยื่น ป.ป.ช.เอาผิด ผบ.ตร.

ต่อมาเวลา 15.30 น. นายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษา คปท. พร้อมด้วยนายอุทัย ยอดมณี ผู้ประสานงาน คปท.แถลงว่า เตรียมให้ฝ่ายกฎหมายคปท.ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบ ปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เอาผิด พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ฐานะโฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ภายหลัง ผบ.ตร.ออกมายอมรับว่า กลุ่มชายชุดดำบนตึกในกระทรวงแรงงาน เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจกลุ่มตำรวจทุบรถผู้ชุมนุมจริง เพราะเป็นการใช้อำนาจโดยไม่ชอบ

นายนิติธรกล่าวอีกว่า ตนอยากฝากไปถึง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ถ้ายังให้ความปลอดภัยกับผู้ชุมนุมไม่ได้ควรลาออกไป หากยังอยู่ในตำแหน่งต่อไปจะเป็นเพียงคนรับใช้นักการเมือง ไม่ใช่ผู้พิทักษ์สินติราษฎร์ นอกจากนี้ กำลังให้ฝ่ายกฎหมายเตรียมไปดำเนินการแจ้งความที่ สน.พญาไท กรณีที่มีกลุ่มชายฉกรรจ์บุกจู่โจมจะมาอุ้มตนกับนายอุทัย ยอดมณี ระหว่างเดินทางกลับที่พัก เมื่อคืนวันที่ 29 ธ.ค.ผ่านมาด้วย

บี้ “ปู” ตอบชายชุดดำให้กระจ่าง

ส่วนความเคลื่อนไหวของกลุ่ม กปปส. เมื่อเวลา 15.00 น. ที่เวทีหลักอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษกกปปส.แถลงว่า ตามที่ กปปส.เรียกร้องให้หน่วยงานรัฐให้คำตอบใน 4 กรณี แต่ได้คำตอบมาเพียงกรณีเดียว คือ กรณีชายชุดดำบนดาดฟ้าอาคารกระทรวงแรงงานในวันที่มีการปะทะกันที่หน้าศูนย์กีฬาเยาวชน ไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง เป็นตำรวจจริง แต่คำตอบที่ได้รับจากหน่วยงานรัฐไปในทิศทางที่ต่างกัน หากชายชุดดำเป็นตำรวจจริงตาม พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ระบุ กปปส.อยากได้คำตอบว่ามาจากหน่วยงานใด สังกัด บช.น.หรือภูธร ขึ้นไปปฏิบัติภารกิจอะไรบนหลังคาตึก ที่สำคัญใครคือคนสั่งการและมีคำสั่งอย่างเปิดเผยหรือไม่ หรือกระทำการโดยทางลับ ต้องชี้แจงต่อสังคมไทย ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ควรออกมาแสดงความรับผิดชอบและให้ข้อมูลที่ถูกต้องด้วยตัวเอง กปปส.รอฟังคำตอบอยู่

ยังอุบเส้นทางตระเวนปิดกรุง

นายเอกนัฏกล่าวอีกว่า ส่วนการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในวันที่ 13 ธ.ค. ตามที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ได้ประกาศไปแล้ว อยากเชิญชวนให้ประชาชนมาร่วมปฏิบัติการยึดกรุงเทพฯ ด้วยกัน เราได้ประกาศล่วงหน้าถึง 12 วัน เพราะต้องการใช้เวลาต่อจากนี้ในการวางแผน และซักซ้อมตามมาตรการที่วางไว้ ส่วนรายละเอียดของเส้นทาง หากมีความชัดเจนก็จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง และที่มีข่าวว่าจะมีจัดชุดปฏิบัติการพิเศษคอยอารักขาของตำรวจควบคุมฝูงชนนั้น อยากถามว่าจัดชุดปฏิบัติการพิเศษมาเพื่อดูแลใคร  เพราะประชาชนชุมนุมอย่างสันติ  อหิงสา ปราศจากอาวุธตามสิทธิในรัฐธรรมนูญ

กปปส.เก็บเครื่องเล่นปีใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่ม กปปส.จากเวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลาง ตลอดทั้งวันมีกิจกรรมบนเวทีอย่างต่อเนื่อง ส่วนกิจกรรมในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่แกนนำ กปปส.จัดมาให้ประชาชนที่นำลูกหลานมาร่วมชุมนุมได้เล่นสนุก อาทิ ชิงช้าสวรรค์ และปาเป้า ม้าหมุนและหนังกลางแปลงในช่วงวันส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่นั้น ถูกเก็บเป็นที่เรียบร้อย ขณะที่เวลาหลัง 18.00 น. เริ่มมีบรรดาพนักงานบริษัทเอกชน ข้าราชการรวมถึงนักเรียน นักศึกษาเดินทางมาร่วมชุมนุมค่อนข้างหนาตา

“สุเทพ” ชม ผบ.ตร.เป็นลูกผู้ชาย

ต่อมาเวลา 19.50 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ขึ้นปราศรัยบนเวทีว่า วันนี้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ออกมาตอบชัดเจนว่าเป็นตำรวจจริงที่อยู่บนตึกกระทรวงแรงงานยิงใส่ผู้ชุมนุมและตำรวจ แต่ยังไม่ตอบว่าใครสั่งให้ขึ้นไปและใครต้องรับผิดชอบ ข้อมูลที่ตำรวจมาเล่าให้ตนฟังมีคนรู้เห็นและต้องรับผิดชอบคือ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน และ พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร. แต่ พล.ต.อ.อดุลย์ไม่ได้รับรายงานว่าส่งกำลังขึ้น ขอยอมรับ พล.ต.อ.อดุลย์เป็นลูกผู้ชาย ยืนยันว่าฝ่ายประชาชนไม่มีอาวุธ และขึ้นที่สูงเพื่อทำร้ายตำรวจ ตำรวจจึงไม่มีสิทธิขึ้นดาดฟ้าแล้วยิงใส่ประชาชน พล.ต.อ.อดุลย์ต้องไปสอบสวน พล.ต.อ.วรพงษ์ และ ร.ต.อ.เฉลิมอาศัยอำนาจอะไรส่งตำรวจขึ้นไปบนตึกแล้วทำร้ายประชาชนและตำรวจด้วยกัน

ยึดกรุงจนกว่าระบอบทักษิณกระเจิง

นายสุเทพกล่าวว่า ได้นัดหมายว่าเช้าวันจันทร์ที่ 13 ม.ค. ตั้งแต่ 09.00 น. เราจะรวมพลังวันมวลมหาประชาชน ชัตดาวน์กรุงเทพฯ การที่พวกเราจะปฏิบัติการยึดกรุงเทพฯ ปิดกรุง ตั้งแต่ 13 ม.ค.เป็นต้นไป เพื่อให้รัฐบาลล้มเหลวในสายตาชาวโลก เราไม่ต้องการให้ประเทศเป็นรัฐล้มเหลว แต่อยากให้ชาวโลกเห็นว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ล้มเหลวต่อชาวโลก เราทำมาหลายอย่าง ชุมนุมใหญ่หลายครั้งแต่ยังดื้อด้านรักษาอำนาจ เที่ยวนี้เราจึงต้องปฏิบัติ– การครั้งใหญ่ ยึดกรุงเทพฯไปตลอด จนกว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและ รมว.กลาโหม จะพ้นจากนายกฯรักษาการ วันที่ 13 ม.ค. มวลมหาประชาชนจะรวมตัวกัน กลายเป็นถนนคนเดินทุกสาย ประชาชนจะตั้งเวทีต่อต้านรัฐบาล ทุก 3 แยก 4 แยก เป็นการรวมตัวของนักเรียน นักศึกษา ครูอาจารย์ เป็นเจ้าของเวที สนทนาการปฏิรูปประเทศไทย ชาวจุฬาฯ รุ่นพี่รุ่นน้อง อาสาสี่แยกปทุมวัน นักธุรกิจสีลม อาสาเวทีสวนลุมพินี นิด้าดูแลเวทีอโศก 5 แยกลาดพร้าวครูอาจารย์จากเกษตรศาสตร์และพี่น้องภาคอีสานรับผิดชอบ เวทีราชประสงค์นายเสรี วงษ์–มณฑา จะนำดารารับผิดชอบ ดังนั้นข้าราชการไปทำงานไม่ได้ ไม่ให้ไป ประชาชนจะเอารถยนต์มาขวางทุก 3 แยก 4 แยก ชุมนุมกันที่นั่น

ย้ำตัดน้ำตัดไฟบ้านนายกฯ–ครม.

นายสุเทพกล่าวอีกว่า นอกจากนี้สถานที่ราชการจะไม่มีน้ำ ไม่มีไฟใช้ระหว่างยึด รวมทั้งบ้านนายกฯ และ ครม. ไม่ต้องมาบิดเบือนว่าประชาชนคนอื่นจะเดือดร้อน เราไม่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน จะมีน้ำมีไฟใช้ รถเมล์ รถไฟ รถไฟฟ้าบนดิน ใต้ดิน ยังใช้ได้ เพื่อมาร่วมชุมนุมกับเราโดยสะดวก แต่รถราชการห้ามผ่าน เมื่อระบอบทักษิณยอมจำนน เราจึงจะเลิก ส่วนต่างจังหวัด กปปส.จังหวัดจะร่วมแพทย์พยาบาลลุกฮือปิดสถานที่ราชการคู่ขนานกับ กทม.อย่าเอาการเลือกตั้ง 2 ก.พ. มาต่อรอง ประชาชนไม่สนใจเรื่องเลือกตั้ง เขาสนใจปฏิรูปประเทศขจัดระบอบทักษิณ อย่ามาชวนให้ไขว้เขว 13 ม.ค. ลงมือยึดอำนาจปฏิวัติโดยประชาชน

นายสุเทพกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม สื่อมวลชนอย่าด่วนวิจารณ์ กปปส.ว่าคุกคามสื่อ พวกเราประสงค์ที่จะเห็นสื่อฯทำหน้าที่อย่างเป็นกลาง โดยเฉพาะสถานีช่องต่างๆ การที่สถานีโทรทัศน์ปล่อยให้รัฐบาลใช้บิดเบือนใส่ร้ายประชาชนต้องหาวิธีแก้ไข สถานีที่ยอมให้ฝ่ายรัฐบาล ทำลายภาพพจน์มวลมหาประชาชนนั้นก็ขอเรียกร้องให้นักวิชาการฝ่ายมวลมหาประชาชนชี้แจงได้ด้วย

3 ม.ค. 2557 07:28 ไทยรัฐ