วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สิวและการรักษาให้ถูกวิธี

สิวเกิดจากการอุดตันของรูขุมขน ทําให้ไขมันจากชั้นผิวหนังไม่สามารถระบายออกมาได้ ลักษณะโดยมากจะเป็นตุ่มเม็ดเล็กๆ มีไตสีขาวฝังข้างใน หากมีตัวกระตุ้น เช่น เชื้อแบคทีเรีย จะทําให้เกิดการอักเสบ ซึ่งอาจก่อให้เกิดเป็นตุ่มหนอง สิวหัวช้างหรือเป็นซีสต์ได้

สําหรับสาเหตุของสิว เกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งการเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนในร่างกาย พันธุกรรม อารมณ์ อาหาร อากาศ หรือยา แต่โดยรวมแล้วสามารถแบ่งหลักๆ ได้ 2 ปัจจัย ได้แก่ ปัจจัยภายในร่างกาย หรือจากร่างกายเราเอง เช่น ระดับฮอร์โมน การตอบสนองของร่างกายต่อฮอร์โมน กรรมพันธุ์ พื้นผิวดั้งเดิม รวมทั้งอารมณ์และความเครียด อีกปัจจัยเกิดขึ้นจากภายนอกร่างกาย เช่น ยา ครีม และเครื่องสําอางบางชนิด สภาพแวดล้อม แสงแดด อุณหภูมิ และอาหาร ซึ่งเราสามารถป้องกันและหลีกเลี่ยงได้

สิวมีหลายชนิด สามารถแบ่งได้ 2 กลุ่ม ตามลักษณะที่พบ ได้แก่ สิวไม่อักเสบและสิวอักเสบ โดยสิวไม่ อักเสบ เช่น สิวอุดตันหัวขาว และ สิวอุดตันหัวดํา ส่วนสิวอักเสบ เช่น สิวที่เป็นตุ่มแดง สิวที่มีหนอง สิวอักเสบขนาดใหญ่ (สิวหัวช้าง) และสิวที่มีการทําลายของผิวข้างในจนเป็นโพรงคล้ายซีสต์

วิธีการรักษาสิวสามารถทําได้ง่ายๆ เริ่มจากหยุดสาเหตุที่ทําให้เกิดสิว รวมทั้งหลีกเลี่ยงสิ่งที่ทําให้สิวเป็นมากขึ้น เช่น หากเป็นสิวจากเครื่องสําอาง ควรงดใช้เครื่องสําอางที่ไม่จําเป็น และงดบีบสิว เพราะอาจทําให้สิวอักเสบมากขึ้น และเป็นรอยดํา และแผลเป็นมากขึ้นได้

อีกวิธี ได้แก่ การใช้ยา ไม่ว่าจะเป็นยาทาหรือยารับประทาน ทั้งนี้การเลือกใช้ยาขึ้นอยู่กับชนิด และความรุนแรงของสิว จึงควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง ไม่ควรซื้อยามาใช้เอง เพราะอาจทําให้ดื้อยาได้

นอกจากนี้ อาจเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เสริมการรักษา เช่น ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของซาลิซัยลิค แอซิด (Salicylic acid) และไฮดรอกซี่แอซิด (Hydroxyacid) เพื่อลดการอุดตันของรูขุมขน โดยเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทําให้เกิดสิว หรือที่มีเขียนข้างฉลากว่า "ไม่ทําให้เกิดสิว หรือนอนโคมิโดเจนิก (Non-comedogenic)" สุดท้าย คือ ต้องใจเย็น และเข้าใจการเกิดสิว รวมทั้งการรักษา ส่วนมากอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ และสิวบางชนิดเมื่อหายแล้ว อาจเป็นซ้ํา แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสาเหตุของสิว

ส่วนคําแนะนําสําหรับผู้เป็นสิว นอกจากควรปฏิบัติตนตามข้อแนะนําข้างต้นแล้ว ที่สําคัญคือ ไม่ควรซื้อยาใช้เอง เนื่องจากสิวมีหลายชนิด การซื้อยาใช้เองอาจเป็นการรักษาที่ไม่ตรงจุด ทําให้เสียค่าใช้จ่าย และเสียเวลาโดยไม่จําเป็น นอกจากนี้ ก็ไม่ควรใจร้อน รักษารอยสิวและแผลเป็น เพราะตราบใดที่สิวยังไม่หาย จะมีสิวใหม่ขึ้นเรื่อยๆ และจะมีรอยตามมาด้วย ดังนั้น จึงควรจัดการสิวก่อนจัดการกับรอย ฉะนั้นเมื่อมีสิวจึงควรจะรีบรักษา เพราะหากปล่อยไว้จนอักเสบ จะทําให้เกิดแผลเป็นถาวรได้.

ผศ.นพ.วาสนภ วชิรมน

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางผิวหนัง

แผนกผิวหนังและเลเซอร์

คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี

สิวเกิดจากการอุดตันของรูขุมขน ทําให้ไขมันจากชั้นผิวหนังไม่สามารถระบายออกมาได้ ลักษณะโดยมากจะเป็นตุ่มเม็ดเล็กๆ มีไตสีขาวฝังข้างใน... 2 ม.ค. 2557 16:53 ไทยรัฐ