วันพุธที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แฉพระหื่นถ่ายคลิปเสพเมถุน หนีกบดานฝั่งลาว

แฉพระหื่นถ่ายคลิปเสพเมถุน หนีกบดานฝั่งลาว

  • Share:

เจ้าคณะอำเภอ ยัน จับอดีตเจ้าคณะตำบลคำเขื่อนแก้ว พระฉาวกรณีถ่ายคลิปเสพเมถุนกับสีกานับ 10 ราย สึกเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้เดินทางไปยังประเทศลาว หวั่นชาวบ้านรุมทำร้าย...


กรณี พระสมพร กิตติสาโร เจ้าคณะตำบลคำเขื่อนแก้ว เจ้าอาวาสวัดห้วยไฮ ต.คำเขื่อนแก้ว อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี พระหื่น เสพเมถุนกับสีกานับ 10 ราย ทั้งในกุฏิ ห้องเช่า หรือแม้แต่ในรถยนต์ แล้วบันทึกภาพวิดีโอไว้ แต่กรรมตามทันขับรถยนต์หนีด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พิบูลมังสาหารอุบลราชธานี จนถูกจับตรวจค้นภายในรถพบคลิปวิดีโอที่ตัวเองถ่ายไว้มามัดตัว กลายเป็นเรื่องฉาวโฉ่ ชาวบ้านทนพฤติกรรมไม่ไหว ร้องสื่อมวลชนช่วยตรวจสอบนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 2 มค.57 ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังนายนิมิต ขันคำ อายุ 42 ปี ผู้ใหญ่บ้านห้วยไฮ ต.คำเขื่อนแก้ว อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี ถึงพฤติกรรมพระสมพรตามที่เป็นข่าว ได้รับการเปิดเผยว่า พระสมพรนั้น เดิมบวชอยู่ที่วัดศรีอุดม ผัง 14 ชุมชนนิคม 1 ต.นิคมสร้างตนเอง อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี ก่อนที่ชาวบ้านจะได้นิมนต์เข้ามาอยู่จำพรรษาที่วัดห้วยไฮ ตั้งแต่ปี 2537 จากนั้นสองปี ได้เลื่อนชั้นเป็นเจ้าอาวาสวัดห้วยไฮ และ เป็นเจ้าคณะตำบลคำเขื่อนแก้ว ในเวลาต่อมา สำหรับพฤติกรรมของพระสมพรนั้นเป็นพระชอบการพัฒนา ชอบหากฐิน ผ้าป่าจากชาวบ้านผู้เลื่อมใสต่างถิ่นมาร่วมสร้างและพัฒนาวัดจนใหญ่โต แต่จะไม่ให้คณะกรรมการวัดเข้ามาดูแลเรื่องการเงินที่ได้มา เมื่อมีการท้วงติง พระสมพรก็จะไม่พอใจ อ้างว่าคณะผ้าป่ากฐินที่หามาตนเป็นผู้หามา หากเข้ามายุ่งจะนำเงินไปลงที่วัดอื่นแทน และส่วนมากพระสมพรก็จะไม่ค่อยอยู่จำวัด จะมีกิจนิมนต์เดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวตลอด โดยไม่มีใครทราบว่าไปไหนอย่างไร

นายนิมิต ยังกล่าวอีกว่า กรณีที่เป็นข่าวอื้อฉาวนี้ ตนมาทราบเรื่องเมื่อช่วงค่ำๆ ของวันที่ 25 ธ.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากมีโทรศัพท์โทร.เข้ามาสอบถามหาเจ้าคณะตำบล ตนเองเลยสงสัยจึงได้สอบถามกลับไปจนทราบเรื่องดังกล่าว ในตอนแรกยังไม่ปักใจเชื่อ จึงเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่ สภ.พิบูลมังสาหาร พร้อม คณะกรรมการวัด เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเล่าพฤติกรรมพร้อมโชว์หลักฐานต่างๆ โดยเฉพาะคลิปวิดีโอ ถึงกับผงะในพฤติกรรมของมารศาสนา จนสิ้นศรัทธาและต้องการสึกพระสมพร พร้อมขับไล่ไปให้พ้นหมู่บ้านตน อีกทั้งอยากให้ประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบมารศาสนาเช่นนี้ควรขับไล่ออกจากวัด จะได้ไม่ทำให้ศาสนาอันบริสุทธิ์ต้องแปดเปื้อน

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยัง พระมหาบุญเฮ็ง ปญญาสิริ เจ้าคณะอำเภอสิรินธร จ.อุบลราชธานี แจ้งว่าหลังทราบพฤติกรรมอันไม่เหมาะสมดังกล่าวแล้ว ตนไปเรียกพระสมพร มาสอบถามถึงสิ่งที่เกิดขึ้น และพระสมพรยอมรับว่าเสพเมถุนจริง พร้อมรับผิดยอมลาสิขาบทกับตนไปตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 19.00 น. วันที่ 26 ธ.ค.56 ที่สำนักงานคณะอำเภอ ซึ่งขณะนี้ทราบว่าเดินทางออกจากวัดไปแล้ว คาดว่าไปอยู่ที่ประเทศลาว เพราะถือ 2 สัญชาติ คือสัญชาติไทยและสัญชาติลาว

ด้านนายชยพล พงษ์สีดา ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยถึงกรณี ข่าวพระฉาวเสพเมถุนที่ถูกนำเสนอผ่านสื่อ ว่าในวันที่เกิดเหตุนายประกิต ตันติวาลา นายอำเภอพิบูลมังสาหาร ได้ประสานมายังตน เพื่อขอคำแนะนำเนื่องจากไม่ใช่ความผิดทางกฎหมายบ้านเมือง แต่เป็นกรณี พระสงฆ์ประพฤติตนไม่เหมาะสม ซึ่งตนก็ได้ชี้แจงการดำเนินการกลับไปโดยการให้นำเอาหลักฐานทั้งหมดไปถวายให้พระมหาบุญเฮ็ง ปญญาสิริ เจ้าคณะอำเภอสิรินธร เนื่องจากพระสมพร เป็นพระในสายปกครองท่าน ตามระเบียบของสงฆ์ สำนักงานพระพุทธศาสนาไม่มีอำนาจจะดำเนินการลงโทษใดๆ ได้เนื่องจากไม่มีอำนาจและกฎหมายรองรับ ซึ่งหลังมีภาพข่าวเผยแพร่ออกไป สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดอุบลราชธานี ได้ทำหนังสือรายงานข้อเท็จจริงส่งไปยังผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติแล้ว.

 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้