วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แฉพระหื่นถ่ายคลิปเสพเมถุน หนีกบดานฝั่งลาว

เจ้าคณะอำเภอ ยัน จับอดีตเจ้าคณะตำบลคำเขื่อนแก้ว พระฉาวกรณีถ่ายคลิปเสพเมถุนกับสีกานับ 10 ราย สึกเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้เดินทางไปยังประเทศลาว หวั่นชาวบ้านรุมทำร้าย...


กรณี พระสมพร กิตติสาโร เจ้าคณะตำบลคำเขื่อนแก้ว เจ้าอาวาสวัดห้วยไฮ ต.คำเขื่อนแก้ว อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี พระหื่น เสพเมถุนกับสีกานับ 10 ราย ทั้งในกุฏิ ห้องเช่า หรือแม้แต่ในรถยนต์ แล้วบันทึกภาพวิดีโอไว้ แต่กรรมตามทันขับรถยนต์หนีด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พิบูลมังสาหารอุบลราชธานี จนถูกจับตรวจค้นภายในรถพบคลิปวิดีโอที่ตัวเองถ่ายไว้มามัดตัว กลายเป็นเรื่องฉาวโฉ่ ชาวบ้านทนพฤติกรรมไม่ไหว ร้องสื่อมวลชนช่วยตรวจสอบนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 2 มค.57 ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังนายนิมิต ขันคำ อายุ 42 ปี ผู้ใหญ่บ้านห้วยไฮ ต.คำเขื่อนแก้ว อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี ถึงพฤติกรรมพระสมพรตามที่เป็นข่าว ได้รับการเปิดเผยว่า พระสมพรนั้น เดิมบวชอยู่ที่วัดศรีอุดม ผัง 14 ชุมชนนิคม 1 ต.นิคมสร้างตนเอง อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี ก่อนที่ชาวบ้านจะได้นิมนต์เข้ามาอยู่จำพรรษาที่วัดห้วยไฮ ตั้งแต่ปี 2537 จากนั้นสองปี ได้เลื่อนชั้นเป็นเจ้าอาวาสวัดห้วยไฮ และ เป็นเจ้าคณะตำบลคำเขื่อนแก้ว ในเวลาต่อมา สำหรับพฤติกรรมของพระสมพรนั้นเป็นพระชอบการพัฒนา ชอบหากฐิน ผ้าป่าจากชาวบ้านผู้เลื่อมใสต่างถิ่นมาร่วมสร้างและพัฒนาวัดจนใหญ่โต แต่จะไม่ให้คณะกรรมการวัดเข้ามาดูแลเรื่องการเงินที่ได้มา เมื่อมีการท้วงติง พระสมพรก็จะไม่พอใจ อ้างว่าคณะผ้าป่ากฐินที่หามาตนเป็นผู้หามา หากเข้ามายุ่งจะนำเงินไปลงที่วัดอื่นแทน และส่วนมากพระสมพรก็จะไม่ค่อยอยู่จำวัด จะมีกิจนิมนต์เดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวตลอด โดยไม่มีใครทราบว่าไปไหนอย่างไร

นายนิมิต ยังกล่าวอีกว่า กรณีที่เป็นข่าวอื้อฉาวนี้ ตนมาทราบเรื่องเมื่อช่วงค่ำๆ ของวันที่ 25 ธ.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากมีโทรศัพท์โทร.เข้ามาสอบถามหาเจ้าคณะตำบล ตนเองเลยสงสัยจึงได้สอบถามกลับไปจนทราบเรื่องดังกล่าว ในตอนแรกยังไม่ปักใจเชื่อ จึงเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่ สภ.พิบูลมังสาหาร พร้อม คณะกรรมการวัด เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเล่าพฤติกรรมพร้อมโชว์หลักฐานต่างๆ โดยเฉพาะคลิปวิดีโอ ถึงกับผงะในพฤติกรรมของมารศาสนา จนสิ้นศรัทธาและต้องการสึกพระสมพร พร้อมขับไล่ไปให้พ้นหมู่บ้านตน อีกทั้งอยากให้ประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบมารศาสนาเช่นนี้ควรขับไล่ออกจากวัด จะได้ไม่ทำให้ศาสนาอันบริสุทธิ์ต้องแปดเปื้อน

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยัง พระมหาบุญเฮ็ง ปญญาสิริ เจ้าคณะอำเภอสิรินธร จ.อุบลราชธานี แจ้งว่าหลังทราบพฤติกรรมอันไม่เหมาะสมดังกล่าวแล้ว ตนไปเรียกพระสมพร มาสอบถามถึงสิ่งที่เกิดขึ้น และพระสมพรยอมรับว่าเสพเมถุนจริง พร้อมรับผิดยอมลาสิขาบทกับตนไปตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 19.00 น. วันที่ 26 ธ.ค.56 ที่สำนักงานคณะอำเภอ ซึ่งขณะนี้ทราบว่าเดินทางออกจากวัดไปแล้ว คาดว่าไปอยู่ที่ประเทศลาว เพราะถือ 2 สัญชาติ คือสัญชาติไทยและสัญชาติลาว

ด้านนายชยพล พงษ์สีดา ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยถึงกรณี ข่าวพระฉาวเสพเมถุนที่ถูกนำเสนอผ่านสื่อ ว่าในวันที่เกิดเหตุนายประกิต ตันติวาลา นายอำเภอพิบูลมังสาหาร ได้ประสานมายังตน เพื่อขอคำแนะนำเนื่องจากไม่ใช่ความผิดทางกฎหมายบ้านเมือง แต่เป็นกรณี พระสงฆ์ประพฤติตนไม่เหมาะสม ซึ่งตนก็ได้ชี้แจงการดำเนินการกลับไปโดยการให้นำเอาหลักฐานทั้งหมดไปถวายให้พระมหาบุญเฮ็ง ปญญาสิริ เจ้าคณะอำเภอสิรินธร เนื่องจากพระสมพร เป็นพระในสายปกครองท่าน ตามระเบียบของสงฆ์ สำนักงานพระพุทธศาสนาไม่มีอำนาจจะดำเนินการลงโทษใดๆ ได้เนื่องจากไม่มีอำนาจและกฎหมายรองรับ ซึ่งหลังมีภาพข่าวเผยแพร่ออกไป สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดอุบลราชธานี ได้ทำหนังสือรายงานข้อเท็จจริงส่งไปยังผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติแล้ว.

 

เจ้าคณะอำเภอ ยัน จับอดีตเจ้าคณะตำบลคำเขื่อนแก้ว พระฉาวกรณีถ่ายคลิปเสพเมถุนกับสีกานับ 10 ราย สึกเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้เดินทางไปยังประเทศลาว หวั่นชาวบ้านรุมทำร้าย... 2 ม.ค. 2557 16:42 2 ม.ค. 2557 17:26 ไทยรัฐ