วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

5 ที่สุดในชีวิต เกรียนมึนโฮ 'บอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์'!

ในเดือนแห่งการเฉลิมฉลองวันปีใหม่ยังไม่จางหาย "ไทยรัฐออนไลน์" มีโอกาสได้พบกับ บอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ นักแสดงหนุ่มชื่อดัง ที่มีปรัชญาในการใช้ชีวิตว่า "ไม่ใช่ซ้ายหรือขวา อย่าอยู่ครึ่งๆ กลางๆ ไปแล้วต้องไปให้สุดทาง" มาบอกเล่าความภูมิใจที่สุดในชีวิตที่ไม่เคยบอกใครที่ไหนมาให้ฟังกัน...!

1. ดีใจแรก ดีใจที่สุดเรื่องเรียน บอย บอกว่า เป็นเรื่องที่เพิ่งเรียนจบคณะเภสัช จุฬาฯ

"ที่ผมบอกว่า ดีใจมากๆ ที่สุดในชีวิตก็เพราะว่า ช่วงที่ผมเรียนที่นี่ค่อนข้างลำบากมากๆ เพราะทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย เหนื่อย เรียนหนักและมีช่วงเป๋ๆ ชีวิตเหนื่อยมากๆ หลายๆ อย่างวิ่งเข้ามาปะทะชีวิตของผมเองด้วย แต่ผ่านมาได้ด้วยความพยายาม และกำลังใจจากครอบครัว ก็ภูมิใจมากครับ"

2. ดีใจที่สุดในชีวิตเรื่องครอบครัว

"คงจะเป็นเรื่องที่ทุกวันนี้ผมมีงานเป็นของตัวเอง ผมสามารถทำงาน และเลี้ยงดูตัวเองได้อยู่ในระดับหนึ่ง ทำให้ท่านไม่ต้องลำบากเหมือนเมื่อก่อนที่ผมยังเรียนอยู่ และผมสัญญาว่า จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด"

3. ดีใจที่สุดเรื่องการงาน

"เรื่องนี้ตรงกับคำสอนของคนที่บ้านผม ท่านจะสอนว่า เวลาทำอะไรก็ต้องไปให้เต็มที่ อย่าอยู่แค่ครึ่งๆ กลางๆ ไปก็คือต้องไปให้สุด แม้ว่าผมบอกตรงๆ ว่า ทุกวันนี้ในแง่ของการทำงานที่ผมรับผิดชอบอยู่ยังไม่กล้าพูดหรอกว่า ประสบความสำเร็จ ซึ่งมันคง "ห่าง" จากคำว่า "ประสบความสำเร็จ" อีกเยอะ แต่อย่างน้อยผมคิดว่า ผมน่าจะมาได้ถึงครึ่งทาง ซึ่งคำว่า ประสบความสำเร็จ คงยังอีกไกลมาก ทุกวันนี้ผมมาไกลกว่าที่คิดไว้ ผมไม่คิดว่า ผมจะเดินมาถึงตรงนี้ได้ กว่าเราจะก้าวข้ามแต่ละอย่างมาได้ เช่น การเรียน การทำงาน มันก็ต้องมีอุปสรรค มีปัญหาเข้ามาเรื่อยๆ ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบแน่นอน ผมรู้ดี"

4. ดีใจที่สุดเรื่องจุดมุ่งหมายในชีวิต

"ในอนาคตอีก 5-10 ปี ทุกคนยังจะเห็นผมอยู่ในวงการบันเทิง มันคือ ความมั่นใจที่อยากให้เกิดขึ้น แต่ก็อย่างที่รู้ๆ กัน ไม่มีอะไรที่แน่นอนจริงๆ ผมอาจจะเป็นคนที่ไม่ชอบวางแผนไว้ไกลมากๆ แต่ถ้าถามว่า อยากให้เป็นแบบนั้นไหม อยาก แต่ทุกอย่างอย่างที่ผมบอก อะไรก็ไม่แน่นอน ทุกอย่างขึ้นอยู่ที่ปัจจัยภายนอกด้วย"

5. ดีใจที่สุดเรื่องเกี่ยวกับความรัก

"ถ้าผมรักใคร ผมจะแคร์ความรู้สึกเขามากกว่าความรู้สึกของตัวเอง ตรงนี้เป็นสิ่งสำคัญ ตอนนี้ไม่ได้ปิดกั้นตัวเอง แค่ตอนนี้ยังไม่มีจังหวะ ปล่อยให้เรื่องนี้เป็นเรื่องของธรรมชาติมากกว่า ถึงตรงนั้นแล้วมันจะเกิดขึ้น ก็คงเกิดขึ้นเอง เมื่อไหร่เราก็ไม่รู้ ทุกวันนี้มันอาจจะมีปัจจัยที่ทำให้เรื่องของความรักมีเปอร์เซ็นต์ที่เบาบางมาก เพราะทำงานเยอะ"

**รู้หรือไม่**

1. ปกรณ์มีผลงานชิ้นแรก คือ การถ่ายหนังสือรายการสินค้าของเซ็นทรัล เมื่อเรียนอยู่ ม. 5 หลังจากนั้นพอเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ปี 1-2 ก็เริ่มมีงานถ่ายแบบ โฆษณา เล่นมิวสิกวิดีโอ ในปี 2551 ได้ถ่ายโฆษณาบัตรเครดิต HSBC จึงทำให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น

2. ต่อมา บัณฑิต ทองดี ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง ฝัน หวาน อาย จูบ ได้เห็นปกรณ์จากโฆษณาข้างต้น จึงเชิญมาแสดงเป็นพระเอกภาพยนตร์ดังกล่าว นับเป็นผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกของเขา

3. หลังจากนั้น ปกรณ์ได้รับรางวัลหนุ่มคลีโอ ปี 2008 และได้เรียนการแสดงกับช่อง 3 ครั้นปี 2552 พิศาล อัครเศรณี จึงให้ปกรณ์รับบทแก้ว เป็นพระเอก คู่กับนางเอกสุนิสา เจทท์ ในละครเรื่อง ไฟรักอสูร ทางช่อง 3 ถือเป็นผลงานละครเรื่องแรกของปกรณ์

4. ต่อมาก็มีละครเรื่อง หัวใจสองภาค ปี 2553 ปกรณ์มีผลงานละครเรื่อง สามหัวใจ ละครเรื่องต่อมาที่ทำให้เขามีชื่อเสียงมาก คือ วายุภัคมนตรา และรอยมาร ซึ่งแสดงคู่กับ ราศรี บาเล็นซิเอก้า หลังจากนั้นก็มีละครเรื่อง สามหนุ่มเนื้อทอง ต่อมาปี 2555 มีละครเรื่อง แววมยุรา และปี 2556 มีละครเรื่อง ตะวันฉายในม่านเมฆ, พรพรหมอลเวง, ฟ้ากระจ่างดาว ตามลำดับ.

ในเดือนแห่งการเฉลิมฉลองวันปีใหม่ยังไม่จางหาย "ไทยรัฐออนไลน์" มีโอกาสได้พบกับ บอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ นักแสดงหนุ่มชื่อดัง ที่มีปรัชญาในการใช้ชีวิตว่า "ไม่ใช่ซ้ายหรือขวา อย่าอยู่ครึ่งๆ กลางๆ ไปแล้วต้องไปให้สุดทาง" มาบอกเล่าความภูมิใจที่สุดในชีวิตที่ไม่เคยบอกใครที่ไหนมาให้ฟังกัน...! 2 ม.ค. 2557 16:30 7 ม.ค. 2557 18:27 ไทยรัฐ