วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วงการผ้าเหลืองร้อนอีก จับสึกพระร่วมรักสีกา ถ่ายคลิปเก็บไว้ดู

แล้วเรื่องงามหน้าของมารศาสนา ก็โผล่ให้เห็นในช่วงต้นปีกันเลยทีเดียว
เมื่อตำรวจจับสึกพระสมพร กิตติสาโร เจ้าคณะตำบลคำเขื่อนแก้ว และเจ้าอาวาสวัดห้วยไฮ ต.คำเขื่อนแก้ว อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี ที่ประพฤติตัวนอกรีต ถ่ายคลิปขณะร่วมรักกับสีกาโจ๋งครึ่ม ก่อนที่จะขับรถไปจนมุมตำรวจ ที่ตั้งด่านตรวจบนถนนสถิตนิมานการ เขตเทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. ที่ผ่านมา

งานนี้เล่นเอาตำรวจถึงผงะ ภายหลังจากตรวจค้นรถ พบทั้งวิกผม และสิ่งของที่ไม่เหมาะสมหลายอย่าง รวมทั้งกล้องวิดีโอที่พระแสบบันทึกภาพขณะร่วมรักกับหญิงสาวหลายคนเก็บไว้ดูเล่น จึงอายัดไว้เป็นหลักฐาน

หลังรวบตัวได้ตำรวจพาไปให้พระผู้ใหญ่จับสึกทันควัน งานนี้ไม่เข้าข่ายผิดกฎหมาย แต่ผิดร้ายแรงในวินัยสงฆ์ขั้นปาราชิก เป็นความผิดถึงขั้นจับสึกขับให้พ้นจากวงการสงฆ์

งามหน้าวงการผ้าเหลืองอีกจนได้


ย้อนไปดูเหตุการณ์ตอนบ่าย 2 โมงของวันนั้น ชุดทำงานของพ.ต.อ.สิทธิศักดิ์ แสงจันทร์ ผกก.สภ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี นำกำลังตั้งจุดตรวจจุดสกัดสิ่งของผิดกฎหมายในช่วงเทศกาลปีใหม่ บนถนนสถิตนิมานการ เขตเทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร ระหว่างนั้นพบรถเก๋งโตโยต้า โคโรลล่า รุ่นเก่า สีเขียว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขับผ่านมามีพิรุธจึงเรียกตรวจค้น แต่ทว่าคนขับพอเห็นด่านตรวจกลับเลี้ยวกลับรถทันที โดยมีเจ้าหน้าที่ไล่ตามไปติดๆ กระทั่งไปจนมุมห่างจุดตรวจประมาณ 1 กม.
ตำรวจตรวจสอบในรถพบว่าไม่ใช่ใครที่ไหน คือ พระสมพร วัย 50 ปี มีดีกรีเป็นถึงเจ้าคณะตำบลคำเขื่อนแก้ว ขับรถมาคนเดียว  ตำรวจจึงขอตรวจค้นเพราะสงสัยจะมีของผิดกฎหมาย ทันทีที่ดูในรถถึงกับตะลึง เมื่อพบวิกผมปลอม หนังสือโป๊ และกล้องวิดีโอซุกซ่อนไว้ ชนิดที่ไม่เหมาะกับเพศบรรพชิต และเมื่อเปิดกล้องดูวิดีโอดูก็ถึงผงะ เมื่อพบคลิปวิดีโอการร่วมเพศของพระสมพรกับผู้หญิงสูงวัยหลายคน ทั้งบนรถและในห้องพักนับแล้วเกือบ 10 คน


ในจำนวนหญิงที่ปรากฏในภาพมีทั้งแม่ชีและสาวใหญ่!?!


แต่ที่น่าหดหู่ใจที่สุดเห็นจะเป็นคลิปพระสมพร กำลังร่วมเพศกับผู้หญิงขณะที่ตัวผู้หญิงเองกำลังอุ้มเด็กไว้ในอ้อมกอดเพื่อไม่ให้เด็กร้อง เป็นภาพที่อดสูใจเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ เหยื่อบางรายยังได้รับเงินสดจากพระสมพรเป็นจำนวน 1-2 พันบาทอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีคลิปแอบถ่ายมัคนายกผู้ติดตามพระสมพร ร่วมเพศกับหญิงด้วย ซึ่งคาดว่าพระสมพรเป็นคนแอบถ่ายเอง เป็นคลิปวิดีโอที่แถมมากับความผิดของอลัชชีผู้นี้

หลังความผิดทุกอย่างถูกจับได้ชนิดคาหนังคาเขา ตำรวจนำตัวพระสมพร ไปหาพระมหาบุญเฮ็ง ปญญาสิริ เจ้าคณะอำเภอสิรินธร จับสึกขาดจากความเป็นพระทันที ซึ่งพระสมพรยอมรับว่าทำผิดเสพเมถุนจริง ตามภาพที่ปรากฏในวิดีโอ ซึ่งต่อมาวันที่ 26 ธ.ค. พระสมพรจึงถูกสึกพ้นจากผ้าเหลือง ส่วนความผิดทางกฎหมายอาญานั้นไม่ปรากฏ ตำรวจจึงไม่สามารถเอาผิดกับพระสมพร หรือนายสมพรได้ เพราะไม่เข้าข่ายความผิดตามข้อกฎหมายใดๆ 

งานนี้หลังเป็นข่าวแพร่สะพัดออกไป สร้างความไม่พอใจให้กับชาวบ้านเป็นอย่างยิ่ง เพราะบางคนหลงเคารพนับถือพระสมพรมานาน เนื่องจากมีประวัติเป็นพระนักพัฒนา และภาพดีในสายตาชาวบ้าน จนมีคนเลื่อมใสศรัทธา ทำให้ที่ผ่านมา มีคนแห่ทำบุญไม่ขาดสาย ส่งผลให้พระสมพร มีฐานะทางการเงินค่อนข้างเหลือกินเหลือใช้

ทุกคนคิดไม่ถึงว่าจะมาทำพฤติกรรมเยี่ยงนี้


กล่าวถึงประวัติของอดีตพระสมพร เดิมบวชอยู่ที่วัดศรีอุดม ผัง 14 ชุมชนนิคม 1 ต.นิคมสร้างตนเอง อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี ก่อนที่ชาวบ้านจะนิมนต์เข้ามาอยู่จำพรรษาที่วัดห้วยไฮ ตั้งแต่ปี 2537 จากนั้นสองปี ได้เลื่อนชั้นเป็นเจ้าอาวาสวัดห้วยไฮ และ เป็นเจ้าคณะตำบลคำเขื่อนแก้ว ในเวลาต่อมา

พฤติกรรมของพระสมพร รู้กันในหมู่ชาวบ้านว่าเป็นพระนักพัฒนา ชอบหากฐิน ผ้าป่า จากชาวบ้านผู้เลื่อมใสต่างถิ่น มาร่วมสร้างและพัฒนาวัดจนใหญ่โต แต่จะไม่ให้คณะกรรมการวัดเข้ามาดูแลเรื่องการเงินที่ได้มา เมื่อมีการท้วงติง พระสมพรก็จะไม่พอใจ อ้างว่าคณะผ้าป่ากฐินที่จัดขึ้นนั้นตนเป็นผู้หามา หากเข้ามายุ่ง จะนำเงินไปลงที่วัดอื่นแทน และส่วนมากพระสมพร จะไม่ค่อยอยู่จำวัด จะมีกิจนิมนต์เดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวตลอด โดยไม่มีใครทราบว่าไปไหนอย่างไร


แต่แล้วในที่สุดเรื่องอื้อฉาวก็มาปูดจนได้!?!


นายชยพล พงษ์สีดา
ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า ในวันที่เกิดเหตุนายประกิต ตันติวาลา นายอำเภอพิบูลมังสาหาร ประสานมายังตน เพื่อขอคำแนะนำเนื่องจากไม่ใช่ความผิดทางกฎหมายบ้านเมือง แต่เป็นกรณีพระสงฆ์ประพฤติตนไม่เหมาะสม ซึ่งตนก็ได้ชี้แจงการดำเนินการกลับไป โดยการให้นำเอาหลักฐานทั้งหมดไปถวายให้ พระมหาบุญเฮ็ง ปญญาสิริ เจ้าคณะอำเภอสิรินธร เนื่องจากพระสมพร เป็นพระในสายปกครองท่าน ตามระเบียบของสงฆ์ สำนักงานพระพุทธศาสนาไม่มีอำนาจจะดำเนินการลงโทษใดๆ ได้ เนื่องจากไม่มีอำนาจ และกฎหมายรองรับ ซึ่งพระมหาบุญเฮ็ง เจ้าคณะอำเภอสิรินธร ได้เรียกพระสมพร เข้ามาสอบถาม โดยพระสมพรก็ยอมรับผิดและยอมลาสิขาไปแล้ว โดยมีการถ่ายภาพและบันทึกปากคำไว้เป็นหลักฐานไว้ด้วย

ล่าสุด ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดอุบลราชธานี ทำหนังสือรายงานข้อเท็จจริงส่งไปยังผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติแล้ว

สำหรับความเคลื่อนไหวของอดีตพระสมพร ทราบข่าวว่าหนีไปกบดานอยู่กับญาติในฝั่งลาวแล้ว โดยเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบเงินทำบุญของวัด เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

วงการผ้าเหลืองอื้อฉาวอีกจนได้!?!

 

 

 

แล้วเรื่องงามหน้าของมารศาสนา ก็โผล่ให้เห็นในช่วงต้นปีกันเลยทีเดียวเมื่อตำรวจจับสึกพระสมพร กิตติสาโร เจ้าคณะตำบลคำเขื่อนแก้ว และเจ้าอาวาสวัดห้วยไฮ ต.คำเขื่อนแก้ว อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี 2 ม.ค. 2557 15:29 2 ม.ค. 2557 21:27 ไทยรัฐ