วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

THAIRATH ONLINE CAR OF THE YEAR

ปีเก่าผ่านไปปีใหม่สดใสซาบซ่ากับการรวบรวมสุดยอดรถยนต์ประจำปี 2013...

2013 จากไปพร้อมๆ กับความวุ่นวายที่ปรากฏขึ้นในช่วงปลายปี รถยนต์แบบพลังงานผสม Hybrid ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง รวมถึงรถยนต์ราคาประหยัดซึ่งผู้คนทั่วไปสามารถหาซื้อได้ ตลาดรถยนต์ของประเทศไทยในปีที่ผ่านมาลดดีกรีความร้อนแรงลงมาก หลังจากสิ้นสุดโครงการอันล้มเหลวของรถยนต์คันแรกในนโยบายประชานิยมสุดกึ๋นของรัฐบาล การทิ้งใบจอง สภาวะของเศรษฐกิจในประเทศที่ซบเซาเงียบเหงา การตามล้างตามล่าตามยึดรถที่ขาดการชำระผ่อนส่งค่างวดรายเดือนของเหล่าบรรดาสถาบันการเงินหรืิอไฟแนนซ์ที่ปล่อยกู้ให้กับลูกค้าแบบไม่ได้ดูตาม้าตาเรือ รวมถึงความซบเซาของธุรกิจรถมือสองของไทย คงต้องใช้เวลาสักระยะกว่าทุกอย่างจะกลับคืนสู่สภาพเดิม

BEST SPORT SEDAN
BMW ACTIVEHYBRID-3 M SPORT
รถ Hybrid แบบพลังงานผสมที่ทรงประสิทธิภาพมากที่สุดในปีที่ผ่านมา มันคือรถยนต์ 4 ประตูพลังสูงสุดไฮเทคจากค่ายใบพัด สื่อมวลชนที่ได้ขับทดสอบต่างยกนิ้วให้ ActiveHybrid 3 ทั้งอารมณ์ของการขับขี่ ย่านกำลัง การยึดเกาะ ความหรูหราดุดันสวยงามและความประหยัด เครื่องยนต์เบนซินแถวเรียงแบบ 6 กระบอกสูบ อัดอากาศด้วยเทอร์โบคู่แบบแปรผัน twin scroll turbo เครื่องยนต์มีเรี่ยวแรง 302 แรงม้ากับแรงบิด 400 นิวตันเมตร บวกกับมอเตอร์ไฟฟ้าในระบบ Hybrid อีก 54 แรงม้าซึ่งมีแรงบิด 210 นิวตันเมตร เมื่อทั้งสองระบบทำงานพร้อมๆ กัน ทำให้ BMW ActiveHybrid-3 เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรใน 5.3 วินาที โดยมีความเร็วปลายที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบบ Hybrid ได้รับพลังงานไฟฟ้ามาจากแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออนขนาด 96 เซล สามารถวิ่งด้วยมอเตอร์เพียวๆ โดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องยนต์ที่ความเร็ว 35 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ไกล 4-6 กิโลเมตร ม้าท่วมขนาดนั้นแต่ยังจิบน้ำมันเชื้อเพลิงเพียงแค่ 11.2 กิโลเมตรต่อลิตร แรงพอฟัดพอเหวี่ยงกับ Porsche New Cayman แต่นั่งได้ห้าคนบนราคา 4.4 ล้านบาท ยอมรับเถอะว่ามันเจ๋งจริงๆ

BEST CABRIOLET
PORSCHE 911/991 CARRERA S CABRIOLET
กบเปิดประทุนรุ่นล่าสุดจากสตุ๊ตการ์ต นี่คือจักรกลสปอร์ตเปิดหลังคาสมรรถนะสูงจาก Porsche จากการขับทดสอบสั้นๆ 4 รอบสนามในพีระเซอร์กิตเพียงพอที่จะเข้าถึงตัวตนและความสุดของรถรุ่นนี้ 911/991 รุ่นเปิดหลังคาคันนี้วางเครื่องยนต์ไว้ที่ส่วนท้าย เป็นเครื่องยนต์แบบสูบนอน Boxer 6 กระบอกสูบ 3,800 ซีซี 400 แรงม้า 440 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนล้อหลัง ส่งกำลังผ่านเกียร์ออโต 7 สปีดแบบ Porsche Doppelkupplungsgetriebe (PDK) transmission เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรใน 4.5 วินาที ความเร็วสูงสุด 299 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความแสบของรถสปอร์ตทรงกบคันนี้คือหลังคาผ้าใบพับได้ ระบบรองรับการขับขี่ขั้นก้าวหน้าและค่านิยมในแบรนด์ Porsche สำหรับราคาค่าตัวของกบแดงคันนี้อยู่ที่ 16,200,000 บาทเท่านั้นเอง

BEST SALOONS
MERCEDES BENZ E300 BLUETEC HYBRID AMG DYNAMIC
ซาลูนสุดเริ่ดจากค่ายตราดาว E300 Bluetec Hybrid AMG Dynamic พกพาเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2,143 ซีซี ระบบจ่ายเชื้อเพลิงคอมมอลเรลไดเรคอินเจคชั่น อัดอากาศด้วยเทอร์โบพร้อมกำลัง 204 แรงม้า ผสานการทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้าในระบบ Hybrid ขนาด 20 กิโลวัตต์ 27 แรงม้า ควบรวมทั้งสองระบบขับเคลื่อนจะทำให้ซาลูนสุดหรูคันนี้มีพละกำลัง 231 แรงม้า ซึ่งดูๆ ไปแล้วก็ไม่มีอะไรแปลกใหม่แต่ความประหยัดของรถรุ่นนี้คือไม้ตายของประสิทธิภาพ เชื้อเพลิงจำนวน 80 ลิตร ห้อตะบึงด้วยความเร็วเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปกระบี่บนระยะทางเกือบๆ 900 กิโลเมตรได้อย่างสบายๆ อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรใน 7.5 วินาที ความเร็วสูงสุดทำได้ 242 กิโลเมตรต่อชั่งโมง รถ E300 BluetecHybrid AMG Dynamic ส่งกำลังผ่านเกียร์ออโต 7 สปีดรุ่นล่าสุดแบบ 7 G Tronic Plus บนราคาค่าตัวพร้อมอุปกรณ์ตกแต่งของ AMG เช่น ล้ออัลลอยขอบ 18 นิ้ว สปอยเลอร์หน้า-หลัง กาบบันได พรมปูพื้นฯ ที่ 4,190,000

BEST HATCHBACK 3 DOOR
HYUNDAI VELOSTER TURBO
รถสปอร์ต 3 ประตูทรงประหลาดล้ำประสิทธิภาพสูงคันนี้ ผสมผสานกับเรือนร่างที่คล้ายแมลงปีกแข็งเมื่ออยู่ในสี Petrol Grey สีเทาดำด้านที่กำลังฮอตฮิตในวงการรถแรง มันคืองานสีที่เจ๋งที่สุดตั้งแต่เคยมีมาในรถอย่าง Lamborghini Reventon นี่คือหนึ่งในงานออกแบบที่เจ๋งที่สุดของทีมออกแบบ Hyundai ซึ่งใช้ความกล้าหาญด้านดีไซน์ผ่านรถ Veloster Turbo นักออกแบบของ Hyundai ใช้ขนาดที่ใหญ่ขึ้นของรูปลักษณ์แบบแฮตช์แบคที่เร่าร้อนด้วยบานประตูที่ไม่ซ้ำ ใครวิศวกรในแผนกปรับแต่งรับหน้าที่โมเครื่องยนต์ 1.6 ลิต GDI สี่สูบเป็นเครื่องยนต์รุ่นล่าสุดที่มีเทคโนโลยีในการให้กำลังในรูปของแรงบิด ที่ดีเยี่ยม รถ Veloster Turbo 2013 มีเรี่ยวแรงรวม 186 แรงม้าที่ 5,500 รอบต่อนาที กับแรงบิด 265 นิวตันเมตร ที่ 1,750-4,500 รอบต่อนาที อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงของ Veloster Turbo อยู่ในระดับ 27 ไมล์ต่อแกลลอน ดีที่สุดในกลุ่มรถยนต์ที่วางเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร ที่ใช้ระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบแปรผัน ระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบคอมมอลเรลไดเรคอินเจคชั่น GDI อัดอากาศเข้าสู่ท่อร่วมไอดีด้วยเทอร์โบแบบ Turbochargers Twin-Scroll ระบบส่งกำลังแบบออโต้ทริปทรอนิกส์ 6 สปีด เกียร์อัตโนมัติ 6 อัตราทดแบบ Shif-tronic ® ควบคุมการส่งกำลังตั้งแต่จังหวะออกตัวไปจนถึงความเร็วสูงสุด เกียร์ลูกนี้ยังมีการทำงานในโหมด EcoShift DCT ซึ่งเอาต์พุตในรูปของแรงบิดจะถูกจำกัดโดย ECU ของสมองกลที่ควบคุมทั้งเครื่องและเกียร์จะสั่งงานให้คันเร่งไฟฟ้ายืดหยุ่น มากขึ้น รอบต่ำโดยการปรับเกียร์ขึ้นสู่เกียร์สูงอย่างรวดเร็วเพื่อความประหยัด และหลีกเลี่ยงการใช้รอบสูงๆ นานเกินไป ระบบ Shif-tronic ® ออกแบบมาสำหรับ Veloster Turbo ซึ่งใช้เครื่องยนต์แค่ 1.6 ลิตร ในการทำให้เปลี่ยนอัตราทดได้ว่องไวมากยิ่งขึ้น อัตราทดของเกียร์ครอบคลุมมากกว่าเกียร์อัตโนมัติแบบปกติเล็กน้อย ในบางช่วงจังหวะมันแคบกว่าและกระชั้นชิดมากกว่าเพื่อสมรรถนะในการเร่งความเร็ว อัตราทดที่สั้นในช่วงเกียร์ 3-4 ลงยังช่วยรักษารอบเครื่องยนต์ให้สามารถคาและส่งถ่ายแรงบิดในรอบกลางๆ ได้อย่างต่อเนื่อง EcoShift DCT ที่เสริมเข้ามาสั่งงานด้วยการกดสวิชท์ข้างๆ แกนพวงมาลัยใต้กรอบมาตรวัด จะปรับเครื่องยนต์และชุดส่งกำลังให้มีความสมดุลเพื่อประสิทธิภาพด้านอัตรา สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง เกียร์ที่ชิฟขึ้นสู่เกียร์ 6 อย่างรวดเร็วยังช่วยลดรอบเครื่องยนต์ได้ดีอีกด้วย อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรใน 8.0 วินาที ความเร็วสูงสุด 214 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในราคาค่าตัว 1,739,000 บาท เลือกสีเทาด้าน Petrol Grey เถอะหากอยากให้มันแปลกและแตกต่างไปจากรถสปอร์ตแบบอื่นที่คุณเคยมี

BEST CROSSOVER
MAZDA CX-5 SKYACTIV-D 2.2 TURBO
เครื่องยนต์ดีเซล SkyActiv-D ในรถ CX-5 กลายเป็นนวัตกรรมเครื่องยนต์ดีเซลที่ทันสมัยที่สุดในปัจจุบัน มันคือเครื่องยนต์ที่มีการเผาไหม้สะอาดหมดจดมากที่สุดของวงการ SkyActiv-D 2.2 L สามารถผ่านมาตรฐานการควบคุมค่าไอเสียระดับ EURO-6 โดยไม่มีความจำเป็นต้องเติมสารเร่งปฏิกิริยาที่มีราคาแพงเพื่อลดมลพิษ ระบบ Selective Catalytic Reduction SCR ทำหน้าที่กำจัดไอเสีย และระบบ Lean NOx Trap (LNT) เป็นผลงานชิ้นเลิศที่ได้มาจากเครื่องยนต์ตัวนี้ ขุมกำลังของ CX-5 ในรุ่นเครื่องดีเซลมีอัตราส่วนกำลังอัดต่ำมากที่สุดในโลกที่ 14.0:1 ให้เรี่ยวแรงในรูปของแรงบิดมากถึง 420 นิวตันเมตรที่รอบเครื่องยนต์ต่ำเพียงแค่ 2,000 รอบต่อนาที มีกำลังในรูปของแรงม้า 175 แรงม้าหรือ 129 กิโลวัตต์ ที่ 4,500 รอบต่อนาที เนื่องจากมันมีอัตราส่วนกำลังอัดที่ต่ำมาก ทำให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงลดลงอีก 20% เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ดีเซลทั่วไป เครื่องยนต์ดีเซลรุ่นล่าสุดของ Mazda เป็นแบบแถวเรียง 4 กระบอกสูบ 16 วาว์ล 4 วาล์วต่อสูบ ดับเบิลโอเวอร์เฮตแคมชาร์ฟ (DOHC) ปริมาตรความจุกระบอกสูบ 2,191 ซีซี กระบอกสูบคูณช่วงชักที่ 86.0 มิลลิเมตร x 94.2 มิลลิเมตร ระบบอัดอากาศของ SkyActiv-D วางเทอร์โบชาร์จเจอร์แบบ 2 ขั้นตอนหรือเทอร์โบคู่ ให้การตอบสนองที่ดีและมีความราบเรียบแม่นยำสูงสุดขณะทำงานตั้งแต่รอบต่ำไป จนถึงรอบสูงสุด ระบบส่งกำลังใน CX-5 ใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า SAkyActiv DRIVE เป็นการควบรวมจุดเด่นของระบบเกียร์อัตโนมัติทั้งความต่อเนื่องและราบรื่นของ กลไกแบบทอร์คคอนเวอร์เตอร์ และความคล่องแคล่วว่องไวของเกียร์แบบทวินคลัตช์เอาไว้ด้วยกัน ขบวนเฟืองภายในเกียร์เน้นความเร็วในการทำงานเมื่อต้องเปลี่ยนอัตราทดขึ้น-ลง อยู่ตลอดเวลาจากระบบไฮดรอลิกแรงดันสูง มีกลไกลดแรงกระแทกจากความเร็วในการเคลื่อนตัวของฟันเฟืองภายในชุดเกียร์ด้วย แดมเปอร์ซึ่งทำหน้าที่คล้ายกับโช้คอัพ เกียร์ใหม่ลูกนี้ยังถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ รองรับแรงบิดระดับ 270 นิวตันเมตรของเครื่องยนต์เบนซินด้วยเกียร์ Standard Version และรองรับแรงบิดที่เพิ่มมากขึ้นในรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลที่มีแรงบิด 420 นิวตันเมตรในเกียร์ Large Version เกียร์อัตโนมัติทั้งสองรุ่นมีค่าทางวิศวกรรมเท่ากันกับเกียร์ธรรมดาซึ่งมีขายในยุโรปและบางประเทศ เกียร์อัตโนมัติ SkyActiv DRIVE มีอัตราทด 6 สปีด ครอบคลุมแรงบิดในทุกย่านรอบเครื่องยนต์ แถมยังพกพาความคงทนที่มีมากกว่าเกียร์แบบ CVT การล็อกอัพของทอร์คคอนเวอร์เตอร์เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงแรกระหว่างเครื่องยนต์ และเกียร์ ทำให้กำลังในรูปแรงบิดผ่านจากเครื่องไปสู่เกียร์โดยตรง ลดการสูญเสียกำลังขณะเร่งเครื่องยนต์ เป็นการส่งผ่านความรู้สึกในการขับขี่ที่ตรงมากขึ้น ระบบไฮดรอลิกของเกียร์ที่มีความแม่นยำสูง ออกแบบมาเพื่อทำให้ผ่องถ่ายอัตราทดได้เร็วและมีการปรับแรงดันน้ำมันที่ แม่นยำ SkyActiv Drive ที่มีโมดูลแมคคาทรอนิกส์คอยควบคุมและกลั่นกรองประสิทธิภาพของการทดกำลัง ทอร์คคอนเวอร์เตอร์แบบใหม่เข้ามาช่วยในการหาจังหวะของการล็อกอัพที่ดีที่สุด ล็อกอัพที่ขยายออกไปถูกจำกัดอยู่ที่ย่านความเร็วต่ำ ขนาดที่เล็กลงก่อให้เกิดช่องว่างสำหรับตัวหน่วงที่ถูกปรับปรุงแล้วพอดูด เสียงการทำงาน การสั่นสะเทือนและความรุนแรงขณะที่เร่งเครื่องยนต์อย่างเต็มที่ เหมือนกันกับคลัตช์ล็อกอัพหลายแผ่นและลูกสูบซึ่งมีความคงทน ระบบขับเคลื่อน AWD ใน CX-5 ซึ่งตัดสินใจสั่งการแบบขับสี่ล้อด้วย ECU การที่มันไม่มีระบบขับสี่แบบตลอดเวลาทำให้มันคว้าตำแหน่ง Best Crossover ประจำปี 2013 ไปครองแทนที่จะเป็น SUV ยอดเยี่ยมประจำปี เจ้า CX-5 รุ่นดีเซลเทอร์โบรหัส SkyActiv-D จึงเป็น Crossover ที่สดใหม่ที่สุดในตลาดบนค่าตัวที่ 1,670,000 บาท

BEST HYBRID SEDAN
HONDA ACCORD HYBRID
ซีดานขนาดกลางจากค่าย Honda ซึ่งกำลังจะเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยเร็วๆ นี้ รถ Accord Hybrid 2014 ใช้เครื่องยนต์ Earth Dreams Atkinson-cycle 2,000 ซีซี 137 แรงม้าบวกมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวคอยเสริมการทำงานของเครื่องยนต์ให้กำลังเกือบ 200 แรงม้า (196) ซึ่งทำให้ Accord Hybrid 2014 มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงดีที่สุดในกลุ่มรถซีดาน 4 ประตูเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร โดยมีตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ที่ 24 กม./ลิตร จากการทดสอบโดย EPA ระบบส่งกำลังวางเกียร์อัตโนมัติ CVT โดยฝังมอเตอร์ไฟฟ้าเอาไว้ในเกียร์เพื่อช่วยในการเสริมแรงขับเคลื่อน มอเตอร์ไฟฟ้าได้รับกำลังไฟมาจากแบตเตอรี่ในระบบ Hybrid ขนาด 1.3 กิโลวัตต์ อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรใน 8.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 225 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ราคาค่าตัวคงต้องรอตอนเปิดผ้าคลุมในไทยอีกครั้ง แต่ไม่น่าจะแรงเกิน Toyota New Camry Hybrid อย่างแน่นอน

BEST SUV SPORT UTILITY VEHICLE
BMW X-5xDRIVE 30D
400 กิโลเมตรบนเส้นทางอันสวยงามในแวนคูเวอร์คือความทรงจำที่ยากจะลืมในการขับ ทดสอบรถ SAV รุ่นล่าสุดจากค่ายใบพัด BMW New X-5 xDRIVE 30d คือรถออฟโรดหรูรุ่นที่ BMW Group Thailand นำเข้ามาขายในประเทศไทยสดๆ ร้อนๆ ในงาน MOTOR EXPO 2013 ที่เพิ่งจะผ่านพ้นไป เครื่องยนต์ดีเซลรุ่นใหม่ล่าสุดเป็นเครื่องยนต์แบบแถวเรียง 6 กระบอกสูบ ใช้การปรับปรุงรายละเอียดต่างๆ ของชิ้นส่วนภายในให้มีความสมดุลดีขึ้นกว่า เครื่องยนต์ของรถ X5 รุ่นก่อนหน้านั้นพอสมควร เครื่องยนต์ดีเซลความจุ 3.0 ลิตร มีความเชื่อมโยงกันระหว่างประสิทธิภาพของการทำงานและการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิง เครื่องยนต์ 3.0 ลิตร ใช้เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ประกอบด้วยหัวฉีดไฟฟ้าคอมมอลเรลไดเรคอินเจคชั่น ระบบอัดอากาศแบบ Turbocharging พัฒนาจนถึงขีดสุดของสมรรถนะโดยสามารถให้กำลังสูงสุด 190 กิโลวัตต์ หรือ 258 แรงม้า ( เพิ่มขึ้น 10 kW หรือ 13 แรงม้าจากเครื่องยนต์รุ่นเก่า ) แรงบิดสูงสุดมาในรอบต่ำ โดยมีตัวเลขแรงบิดมากถึง 560 นิวตันเมตร หรือ 413 ปอนด์-ฟุต ( เพิ่มขึ้น 20 นิวตันเมตร หรือ 15 ปอนด์-ฟุต ) ระหว่างย่านรอบเครื่องยนต์ที่ 1,500 ถึง 3,000 รอบต่อนาที เพียงพอต่อการเอาตัวรอดในหล่มโคลนลึกๆ หรือแม้แต่การตะกายขึ้นสู่ทางลาดชัน สำหรับ BMW X5 xDrive30d มีอัตราเร่งจาก 0-100 กม. / ชม. ( 0-62 ไมล์ต่อชั่วโมง) ในเวลาเพียง 6.9 วินาที ( ลดลง 0.7 วินาที) ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยในวงจรการทดสอบของสหภาพยุโรปบนตัวเลขอัตรา สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ 6.2 ลิตรต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร ค่าการปล่อย CO2 อยู่ที่ 162 ถึง 164 กรัม / กิโลเมตร มาตรฐานไอเสียระดับ EURO-6 รถ SAV จาก BMW โมเดล X-5 xDRIVE 30d ส่งกำลังผ่านเกียร์ประสิทธิภาพสูง ZF 8 Speed ถ่ายเทแรงบิดทั้งหมดผ่านเพลาขับเคลื่อนของล้อทั้งสี่โดยมีระบบความคุมและ กระจายแรงบิดรวมถึงตัวช่วยเพื่อเพิ่มความเสถียรขณะทำความเร็วในโค้ง สำหรับ BMW X5 xDRIVE 30d เมื่อถูกนำเข้ามาขายในไทย เครื่องยนต์จะถูกปรับทอนแรงม้าจาก 258 เหลือ 218 แรงม้าเนื่องจากอัตราภาษี แต่ไม่ต้องกังวนเพราะแรงบิดของมันยังอยู่ครบเหมือนเดิม สำหรับค่าตัว 5,999,000 บาท แลกกับความไฮเทคของอุปกรณ์และสมรรถนะของการลุยบวกความหล่อของมันขอบอกว่า "คุ้มมาก"

BEST ECO-CAR
TOYOTA NEW YARIS ECO 2013
รถเล็กสุดฮิตราคาประหยัดจากค่ายสามห่วงขุม หลังจากปล่อยให้รอมานานหลายปี รถ ECO CAR รุ่นล่าสุดของ Toyota ในโมเดล Yaris ก็ออกมาอาละวาดเอาในช่วงก่อนสิ้นปี พร้อมๆ ไปกับตัวเลขยอดขายที่พุ่งแรงแซงทางโค้ง แม้จะออกมาขายล่าช้ากว่า Eco Car ของเหล่าบรรดาคู่แข่งรถเล็กราคาถูกนานกว่า 4 ปี ขุมกำลังใหม่ของ Toyota New Yaris Eco วางเครื่องยนต์ขนาด 1,200 ซีซี กลไกในระบบวาว์ลใช้วาว์ลแปรผัน Dual VVT-i ปรับจูนจังหวะของการจุดระเบิดรวมถึงจังหวะของการเปิด-ปิดวาล์วไอดีและวาล์ว ไอเสียแบบแปรผันไปตามความเร็วรอบ เพื่อให้มีความสอดคล้องกับการทำงานของเครื่องยนต์ มาตรฐานมลพิษ EURO-4 ปริมาตรความจุกระบอกสูบ 1,197 ซีซี รหัสเครื่องยนต์กำหนดโดย Toyota - 3NR-FE กระบอกสูบคูณช่วงชักที่ 72.5 มิลลิเมตร x 72.5 มิลลิเมตร เป็นการวางความกว้างกับช่วงชักแบบสมมาตร อัตราส่วนกำลังอัดที่ 11.5:1 แรงม้าสูงสุด 86 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 11.0 กิโลกรัมเมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที ระบบจ่ายเชื้อเพลิงหัวฉีดไฟฟ้า EFI ระบบส่งกำลังวางเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT พร้อมกลไก Shift Lock ระบบรองรับช่วงล่างด้่านหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัท สปริง โช้คอัพและเหล็กกันโคลง ส่วนชุดรองรับด้านหลังหรือกันสะเทือนหลังของ New Yaris เป็นแบบทอร์ชั่นบีม สปริงและเหล็กกันโคลง รถ Yaris Eco เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรใน 11.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 182 กิโลเมตรต่อชั่วโมงกับราคาค่าตัวที่ 599,000 บาทสำหรับรุ่นสูงสุดรหัส 1.2G A/T เกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i เรือนร่างที่โตขึ้นในทุกสัดส่วนกับฝาท้ายแบบแฮตช์แบค 5 ประตูและเบาะหลังแยกพับได้ช่วยเพิ่มเติมความสะดวกของการใช้งาน ความสดใหม่กับประสิทธิภาพด้านความประหยัดและความคงทนตลอดจนการบริการหลังการ ขายทำให้ New Yaris Eco ขึ้นสู่ทำเนียบรถ Eco Car ที่โดดเด่นที่สุดประจำปี 2013 ไปครอง

BEST SUBCOMPACT CAR
FORD FIESTA ECOBOOST 1.0L
เครื่องยนต์ Ecoboost 1.0 ลิตร ภายใต้สิทธิบัตรของ Ford เจ้าของรางวัลเครื่องยนต์ยอดเยี่ยมระดับนานาชาติ 2 ปีซ้อน ในปี พ.ศ. 2555 และ 2556 เครื่องยนต์ Ecoboost 1.0 ลิตร เป็นขุมกำลังแบบเบนซิน 3 กระบอกสูบที่ผสานการทำงานของระบบไดเร็กอินเจ็กชั่นเข้ากับเทอร์โบชาร์จ และระบบวาล์วแปรผัน ให้กำลัง 125 แรงม้า (92 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุด 170 นิวตันเมตร เทียบชั้นได้กับเครื่องยนต์เบนซินทั่วไปขนาด 1.6 ลิตร โดยแรงบิดสูงสุดมาที่ความเร็วเครื่องยนต์ตั้งแต่ 1,400-4,500 รอบต่อนาที มาพร้อมระบบส่งกำลังซึ่งเป็นเกียร์อัตโนมัติ PowerShift 6 Speed อัตราการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงประมาณ 18.9 กิโลเมตร/ลิตร และปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์121 กรัม/กิโลเมตร เครื่องยนต์ Ecoboost 1.0 ลิตร นับว่าเป็นน้องใหม่ล่าสุดในตระกูลเครื่องยนต์ Ecoboost ของ Ford ซึ่งปัจจุบันมีอยู่หลายขนาด เช่นเครื่องยนต์แบบ 4 สูบขนาด 1.4 ลิตร 1.6 ลิตร และ 2.0 ลิตร รวมทั้งเครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.5 ลิตรอีก 2 รุ่น เครื่องยนต์ Ecoboost จดสิทธิบัตรไว้ 125 รายการ นอกจากนี้ เครื่องยนต์ขนาดเล็กที่สุดรุ่นนี้ยังมีความสามารถในการประหยัดน้ำมันเพิ่ม ขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ขนาดใหญ่กว่า โดยไม่ทำให้สมรรถนะในการขับขี่ลดลง การนำเอาเครื่องยนต์ที่มีขนาดเล็กกว่ามาใช้แทนที่เครื่องยนต์ขนาดใหญ่ นับว่าเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การทำงาน ที่มุ่งมั่นต่อการประหยัดน้ำมันในทุกเซกเมนต์ ทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องยนต์ของ Ford ดำเนินไปในแนวทางเดียวกับการพัฒนาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ในปัจจุบัน อาทิ โทรศัพท์เคลื่อนที่และคอมพิวเตอร์แบบพกพาที่ต่างลดขนาดของอุปกรณ์ให้เล็กลง แต่มีประสิทธิภาพในการทำงานสูงขึ้นเรื่อยๆ เครื่องยนต์ Ecoboost ขนาด 1.0 ลิตร เป็นเครื่องยนต์แรกของ Ford ที่มี 3 กระบอกสูบ ได้รับการออกแบบขึ้นที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ Ford ที่เมืองอาเชนและเมืองเมอร์เคนิช ประเทศเยอรมนี และเมืองดันตัน ประเทศอังกฤษ โดยหนึ่งในเอกลักษณ์สำคัญที่ทำให้เครื่องยนต์รุ่นนี้แตกต่างจากเครื่องยนต์ รุ่นอื่นๆ ทั้งหมด นั่นคือ การที่ทีมวิศวกรได้สร้างสรรค์เทคนิคใหม่ขึ้นมาเพื่อเอาชนะปัญหาการสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์ที่มีจำนวนกระบอกสูบเป็นเลขคี่ เดิมที การลดแรงสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์ขนาดเล็กทำได้ด้วยการติดตั้งเพลาถ่วงดุล ภายในมอเตอร์เครื่องยนต์เพื่อลดอาการสั่น แต่เพลาถ่วงดุลนั้นมีน้ำหนักและมีราคาสูง ทำให้รถกินเชื้อเพลิงมากขึ้น ทีมวิศวกรของ Ford จึงแก้ปัญหาด้วยการหันมาปรับล้อช่วยแรงและรอกให้อยู่ในตำแหน่งที่ ‘ไม่สมดุล’ เพื่อชดเชยน้ำหนักของเครื่องยนต์ในทิศทางที่เหมาะสม ช่วยกระจายแรงสั่นสะเทือนไปในทิศทางที่จะไม่ส่งผลกระทบต่อตัวรถมากนัก และออกแบบแผ่นรองแท่นเครื่องให้ดูดซับแรงสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์ให้มากที่สุด ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ หนึ่งในเครื่องยนต์ที่ทำงานได้อย่างราบรื่นและเงียบที่สุดในจำนวน เครื่องยนต์ขนาดเล็ก เครื่องยนต์รุ่นนี้ทำงานโดยมีเสียงรบกวนและการสั่นสะเทือนน้อยมากขณะจอดติด เครื่องเดินเบา ระบบอัดอากาศเทอร์โบขนาดเล็กความเร็วรอบของกลีบใบเทอร์ไบน์หมุนได้เร็ว 248,000 รอบต่อนาที เครื่องยนต์ให้การตอบสนองดีเยี่ยม ระบบหล่อเย็นแบบแยกส่วนช่วยจัดการอุณหภูมิของเครื่องยนต์ในเรื่องของการแพร่ ความร้อน ด้วยการแบ่งน้ำยาหล่อเย็นให้ไหลผ่าน 2 ช่องทาง คือทางเสื้อสูบและฝาสูบ ทำให้เครื่องยนต์อุ่นเร็วขึ้น ส่งผลให้เครื่องยนต์มีอุณหภูมิการทำงานที่เหมาะสมประหยัดน้ำมันและลดการ ปล่อยมลพิษ ปั๊มน้ำมันแบบแปรผันปรับจ่ายน้ำมันหล่อลื่นให้มีปริมาณพอเหมาะกับความเร็ว รวมถึงประสานไปกับจังหวะการทำงานของเครื่องยนต์ ช่วยประหยัดพลังงานได้ด้วยการจ่ายน้ำมันเท่าที่จำเป็น ต่างจากเครื่องยนต์ทั่วไปที่ปั๊มจะจ่ายน้ำมันตามปริมาณที่กำหนดไว้แบบตายตัว ปั๊มแบบแปรผันเข้ามาช่วยลดการสิ้นเปลืองพลังงาน การชดเชยเพลาข้อเหวี่ยง จากลูกปืนเพลาข้อเหวี่ยงที่ได้รับการออกแบบมาให้อยู่ในตำแหน่งที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยลดแรงเสียดทานของเครื่องยนต์และทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกว่ารถตอบสนองต่อการกดคันเร่งได้ดีขึ้นกว่าเครื่อง 1.5 ลิตร ราคา 7.7 แสนบาทของ Fiesta Ecoboost 1.0L แพงไปนิดแต่ก็แลกกับสมรรถนะและความมันส์หลังพวงมาลัย คุ้มหรือไม่คุณต้องตัดสินใจเอาเอง

BEST ROADSTER
MERCEDES BENZ SLK 200 AMG DYNAMIC
แม้จะออกขายมานานกว่า 3 ปีแล้วแต่ SLK 200 AMG ยังคงโดดเด่นทั้งรูปลักษณ์และสมรรถนะ ยิ่งอากาศเย็นๆ แบบนี้ไม่มีอะไรจะเหมาะเท่ากับรถเปิดหลังคาแบบนี้อีกแล้ว เครื่องยนต์ของ Mercedes Benz SLK 200 AMG Dynamic BlueEFFICIENCY เป็นเครื่อง 1.8 ลิตร 4 กระบอกสูบ ปริมาตรความจุ 1,796 ซีซี วางตามยาวด้านหน้า ขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หลัง ติดตั้งระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบแปรผัน พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ชุดลดอุณหภูมิของอากาศก่อนอัดเข้าสู่ท่อไอดี ให้แรงม้าสูงสุด 184 ตัว กับแรงบิด 27.5 กิโลกรัม/เมตร หรือ 270 นิวตันเมตรที่ 1,800-4,600 รอบต่อนาที อัดจาก 0-100 กิโลเมตรได้ใน 7.0 วินาที และมีความเร็วปลายคันเร่งที่ 237 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบบส่งกำลังใช้เกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด 7G-Tronic Plus พร้อมแป้นเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์หลังพวงมาลัย Steering-Wheel Gearshift Paddles ระบบรองรับทั้งด้านหน้าและด้านหลังแบบสปอร์ต ด้านหน้าประกอบช่วงล่างแบบแมคเฟอร์สัน สตรัท สปริง โช้คอัพและเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังเป็นแบบมัลติลิงก์ คอยสปริง-เหล็กกันโคลง เบรกหน้าคาร์ลิบเปอร์แบบ 4 พอต ใช้จานเจาะรูระบายความร้อนขนาด 380 มิลลิเมตร ส่วนเบรกหลังใช้จานขนาด 320 มิลลิเมตร พร้อมระบบช่วยเบรก ABS-BAS Adaptive Brake และกลไกไฟฟ้าของชุดเบรกมือแบบปุ่มกด ระบบบังคับเลี้ยวใช้พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้าแบบอัตราทดแปรผันไปตามความเร็ว ระบบความปลอดภัยใช้ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ถุงลมนิรภัยที่ศีรษะและด้านข้าง มีระบบตัดการทำงานของถุงลมอัตโนมัติ โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP คานนิรภัยกันกระแทกที่ด้านข้าง Roll-over ป้องกันศีรษะ ฝากระโปรงด้านหน้าแบบ Active Bonnet กับระบบลดการปล่อยมลพิษและประหยัดเชื้อเพลิงด้วยเทคโนโลยี Blue EFFICIENCY ผนวกกับชุดแต่งเสริมความโหดของ AMG บนราคาค่าความเจ็บที่ 3.4 ล้านบาท คนมีเงินหลายคนถึงกับอดรนทนไม่ได้กันเลยทีเดียว หลังคาแก้วพับเก็บได้ด้วยความเร็ว 20 วินาทีแปลงร่างจากสปอร์ตคูเป้มาเป็นโรสเตอร์สองที่นั่ง นี่คือรถยนต์ประจำช่วงฤดูหนาวของเขตร้อนอย่างจริงแท้แน่นอน

BEST SUPER CAR
PORSCHE 918 SPYDER
ซุปเปอร์คาร์พลังงานผสมสุดไฮเทคของ Porsche นี่คือ 918 Spyder ปิศาจไฟฟ้าที่เร็วและแรงที่สุดแห่งยุค สถิติในการวิ่งที่ Nurburgring บนระยะทาง 12.8 ไมล์ใน 6.57 วินาทีคือตัวเลขแห่งสมรรถนะและพลังงานของรถคันนี้ รถ Porsche 918 Spyder วางเครื่องยนต์กลางลำตัวแบบ V8 ขนาด 4.6 ลิตร หายใจเองโดยไม่พึ่งพาระบบอัดอากาศ สร้างกำลังได้มากถึง 608 แรงม้า เครื่องยนต์ของ 918 สามารถหมุนในรอบสูงสุดได้ถึง 9150 รอบต่อนาที ระบบ Hybrid พลังงานผสมใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว มอเตอร์ 2 ตัวแรกขับเคลื่อนล้อคู่หน้ามีกำลังรวม 95 กิโลวัตต์ อีกหนึ่งตัวขนาด 115 กิโลวัตต์ถูกวางอยู่กึ่งกลางระหว่างเครื่ิองยนต์และเกียร์ PDK-7 เพื่อช่วยในการเสริมแรงขับเคลื่อนล้อหลังร่วมไปกับแรงบิดจากเครื่องยนต์ เมื่อมอเตอร์และเครื่องยนต์ทำงานไปพร้อมๆ กัน รถ 918 จะมีเรี่ยวแรงรวม 887 แรงม้ากับแรงบิดทะลุมิติที่ 917 -1280 นิวตันเมตรซึ่งจะแปรผันไปตามสภาพการที่แท้จริงของการขับ แรงไม่หยุดฉุดไม่อยู่ชนิดนรกเรียกพี่กันเลยทีเดียว น้ำหนักรวม 1.63 ตันเกิดจากน้ำหนักของระบบ Hybrid แต่ไม่ต้องกังวนเนื่องจากมันเร่งได้เร็วถึง 2.8 วินาทีในการตะกายไปสู่ย่าน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แซงขึ้นหน้า Ferrari 458 Speciale หรือแม้แต่ Lamborghini Aventador LP720-4 หากกดคันเร่งอย่างต่อเนื่อง เจ้า Spyder คันนี้จะเข้าสู่ย่านความเร็วระดับ 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเวลาเพียง 22 วินาที สำหรับความเร็วสูงสุดนั้นอยู่ที่ 345 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มอเตอร์ไฟฟ้าคู่หน้าทำงานบนฟังก์ชัน Torque Vectoring เพื่อการกระจายแรงบิดที่สมดุล ตัวถังขึ้นรูปจากคาร์บอนไฟเบอร์ CFRP - Carbon fiber reinforced plastic ส่วนแซลซีส์ผลิตจากแมคนีเซียมและอัลลอยน้ำหนักเบา ระบบขับเคลื่อน 5 โหมดการขับขี่ โดยโหมด Hot-Lab รถจะปลดปล่อยม้าพร้อมๆ กันที่ 887 แรงม้า ระวังให้จงหนักเมื่อมันระเบิดพลังงานในระดับ 1,280 นิวตันเมตร เพราะ Paul walker พระเอกขวัญใจวัยซิ่งต้องจากไปก่อนวัยอันควรด้วยรถรุ่น Carrera GT ซึ่งเป็นรถซุปเปอร์คาร์รุ่นพี่ที่ออกมาก่อนหน้า 918 Spyder และมีเรี่ยวแรงเพียง 612 แรงม้าเท่านั้น.



อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom

ปีเก่าผ่านไปปีใหม่สดใสซาบซ่ากับการรวบรวมสุดยอดรถยนต์ประจำปี 2013... 2 ม.ค. 2557 15:25 ไทยรัฐ