วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

Trendy Review: HTC One Max อีกหนึ่งรุ่นอินดี้จาก HTC

เงียบๆ ไปพักใหญ่เนื่องจากไม่ค่อยมี Android device จากแบรนด์ HTC มารีวิวให้ได้อ่านซักเท่าไหร่ แต่เมื่อมีประกาศวางจำหน่าย HTC One Max พร้อมค่าตัว 23,900 บาท เมื่อได้เครื่องมาทีมงานก็ไม่รอช้า รีบแหวกคิวเอามารีวิวให้โดยไวก่อนเพื่อนเลย มาดูกันครับว่ารุ่นนี้มีดีอะไรจึงได้อินดี้ปานนี้...

เห็นเงียบๆ ไปพักใหญ่ๆ ครับ ไม่ค่อยมี Android device จากแบรนด์นี้มารีวิวให้ได้อ่านซักเท่าไหร่ แต่ไม่ทันไร ก็มีการประกาศวางจำหน่าย HTC One Max ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมกับราคาค่าตัว 23,900 บาท แพงเอาเรื่อง เลยทำให้ผมรู้สึกว่าน่าสนใจทีเดียว ว่า HTC One Max มีดีอะไรจึงได้มีสนนราคาค่าตัวระดับนี้ หรือว่า HTC จะอินดี้ (อีกแล้ว) และประจวบกับว่า HTC เองก็ส่งมอบรุ่นนี้มาให้ผมทำการรีวิวพอดีเลย ก็เลยไม่รอช้าครับ รีบแหวกคิวเอามารีวิวให้โดยไวก่อนเพื่อนเลย มาดูกันครับว่ารุ่นนี้มีดีอะไรจึงได้อินดี้ปานนี้

รูปร่างหน้าตาของตัวเครื่อง

ดีไซน์ของ HTC One Max ก็อารมณ์ HTC One ขยายร่างครับ แต่ก็มีการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างในเรื่องดีไซน์นิดหน่อย มาลองดูกัน


HTC One Max ด้านหน้า

ด้านหน้า เป็นหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่เบ้อเริ่ม 5.9 นิ้ว Super LCD3 ความละเอียด Full HD 1920×1080 พิกเซล มีความหนาแน่นพิกเซล 373ppi รองรับการสัมผัสพร้อมๆ กัน 10 จุด และมีกล้องดิจิตอลด้านหน้าความละเอียด 2.1 ล้านพิกเซล และจุดเด่นที่สำคัญที่สุดของแบรนด์ HTC ก็คือ HTC BoomSound ที่เป็นลำโพงสเตริโอคู่ด้านหน้าของตัวเครื่อง


HTC One Max ด้านหลัง

ด้านหลังเราจะเห็นว่าดีไซน์คล้ายๆ HTC One Max มีกล้องดิจิตอลความละเอียด 4 ล้านพิกเซล Ultrapixel ตามสไตล์ของ HTC เขา พร้อม LED Flash แต่ที่แปลกหูแปลกตาอีกอย่างก็คือ มีสี่เหลี่ยมดำๆ อยู่อันนึง อันนี้คือ เครื่องสแกนลายนิ้วมือครับผม … แอบเห็นรูเล็กๆ เป็นไมโครโฟนที่เอาไว้ทำ Active noise cancellation ด้วยครับ … นอกจากนี้ก็มีขั้วสำหรับต่อกับ Docking ด้วย


HTC One Max ด้านบน

ด้านบนของ HTC One Max เป็นพอร์ตอินฟราเรด แล้วก็ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.


HTC One Max ด้านล่าง

ด้านล่าง ตรงมุมๆ เราจะเห็นพอร์ต Micro USB และรูไมโครโฟนเล็กๆ ที่อยู่ด้านข้างครับ


HTC One Max ด้านขวา

ด้านขวา ก็จะเห็นแค่สวิตช์อันนึงครับ … ตอนแรกผมนึกว่าเป็น Multifunction switch แบบเดียวกับที่ iPad มี ที่เอาไว้เป็นตัว Mute เสียง หรือไม่ก็ล็อกการหมุนหน้าจอ อะไรแบบนี้ แต่เอาเข้าจริงๆ มันคือสวิตช์ที่เอาไว้เปิดฝาหลังครับ


HTC One Max ด้านในของฝาหลัง

แกะฝาหลังออกมา จะเห็นว่ามีสล็อตใส่ Micro SIM card และ MicroSD card ด้วย และหากสังเกตดีๆ จะเห็นว่ามันเหมือนจะมีที่สำหรับใส่สล็อต Micro SIM อีกช่องนะ อันนี้น่าจะเผื่อไว้สำหรับรุ่นขายในจีนมั้ง จะได้ใส่ได้ 2 ซิม


HTC One Max ด้านซ้าย

ด้านซ้าย มีทั้งปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่มเปิดปิดหน้าจอ … เนื่องจากหน้าจอขนาด 5.9 นิ้วมันทำให้ตัวเครื่องใหญ่มาก ปุ่มเปิดปิดหน้าจอ ก็เลยโดนลดตำแหน่งไปอยู่แถวๆ เกือบกลางๆ ตัวเครื่องแทนความรู้สึกในการสัมผัส ต้องบอกว่า OK กับวัสดุและงานประกอบครับ ตัวบอดี้เป็นอะลูมิเนียม ให้ความรู้สึกเป็นพรีเมี่ยมดี แต่ว่างวดนี้เนื่องจากแกะฝาหลัง (ฝาหลังก็เป็นอะลูมิเนียมนะ) ได้ ก็เลยไม่ใช่ยูนิบอดี้ครับ

สเปกและประสิทธิภาพของ HTC One Max

อย่างที่บอกครับ HTC ตั้งราคาของ HTC One Max เอาไว้ในระดับที่ผมมองว่า ค่อนข้างอินดี้ทีเดียว … อินดี้แบบนี้ เราจะได้อะไรบ้างนะ ไปดูสเปกกันครับ
•    CPU: Qualcomm APQ8064 Snapdragon 600 Quad-core 1.7GHz
•    GPU: Adreno 320
•    Display: Super LCD3 5.9 นิ้ว ความละเอียด 1920×1080 พิกเซล (373ppi) รองรับการสัมผัสพร้อมกัน 10 จุด
•    RAM: 2GB
•    Internal storage: 16GB
•    External storage: รองรับ MicroSD card สูงสุด 64GB
•    Operating System: Android 4.3
•    Connectivity
o    2G: 850/900/1800/1900MHz
o    3G: 850/900/1900/2100MHz
o    4G: 900/1800/2100/2600MHz
o    WiFi: 802.11a/b/g/n/ac Dual-band
o    Bluetooth: 4.0 + A2DP + EDR
o    NFC: มี
•    Camera: ด้านหน้า 2.1 ล้านเซล ด้านหลัง 4 ล้านพิกเซลพร้อม LED Flash (Ultrapixel ขนาดเซ็นเซอร์ 1/3″ ขนาดพิกเซล 2 ไมครอน)
•    Battery: 3,300mAh
•    Dimensions: 164.5 มม. x 82.5 มม. x 10.3 มม.
•    Weight: 217 กรัม
•    Others: ระบบสแกนลายนิ้วมือ
•    Price: 23,900 บาท
จะเห็นว่าที่ผมบอกว่าราคาค่อนข้างจะอินดี้ ก็มาจากสเปกของตัวเครื่องที่ใช้ชิป Snapdragon 600 เท่านั้นเอง (พวกไฮเอนด์ของคู่แข่งที่ราคาระดับนี้ จะเลือกใช้ Snapdragon 800 กันแล้ว) และมี Internal storage แค่ 16GB เท่านั้นเอง และถ้าเป็นคนที่เน้นพิจารณาสเปกเครื่องเป็นหลัก ก็จะมองว่ากล้องแค่ 4 ล้านพิกเซลเองด้วย

แต่ไม่ใช่ว่าสเปกมันจะต่ำต้อยนะครับ Snapdragon 600 กับ GPU Adreno 320 นี่ก็ถือว่าสเปกแรงดีอยู่นะครับ พิจารณาได้จากประสิทธิภาพที่ผมใช้โปรแกรมมาวัด … ซึ่งเช่นเคย ผมเลือกใช้โปรแกรม Benchmark ต่างๆ ในการทดสอบดังนี้
•    Quadrant Advanced และ AnTuTu Benchmark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพในภาพรวม
•    Linpack for Android สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพของการประมวลผลของ CPU
•    3DMark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพการประมวลผลกราฟฟิก 3D
•    Vellamo Mobile Web Benchmark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพของการทำงานด้านเว็บ
•    Geekbench สำหรับการวัดประสิทธิภาพการประมวลผลในภาพรวม โดยแบ่งเป็น Single-core และ Multi-core
และผลที่ได้ก็คือคะแนนในตารางด้านล่างนี้ครับ


ผลการวัดประสิทธิภาพของ HTC One Max

คะแนนการวัดประสิทธิภาพที่ได้ จะเห็นว่าออกมาค่อนข้างโอเคเลยนะครับ ทำให้เชื่อได้ว่าจะสามารถใช้งานระบบปฏิบัติการ Android และ App ต่างๆ ได้อย่างสบายๆ และผลคะแนนการวัดประสิทธิภาพการประมวลผล 3D ก็ออกมาค่อนข้างดีครับ … แต่คะแนนระดับนี้ ถ้าเป็นยี่ห้ออื่นนั้น จะถูกตั้งราคาเอาไว้ในระดับ 16,900-18,000 อะไรประมาณนี้ครับ (ยกเว้น LG Nexus 5 นะ) แต่ก็อาจจะพอทำความเข้าใจว่า เจ้านี่เป็นหน้าจอแสดงผลระดับ Full HD ขนาด 5.9 นิ้ว แล้วก็มีระบบสแกนลายนิ้วมือล่ะนะ
หลังจากได้มาลองเล่นพักนึงแล้ว ก็ได้ลองใช้งานซอฟต์แวร์ต่างๆ บน HTC One Max ไป ซึ่งผมสังเกตว่าตัวนี้เหมือนจะเป็นตัวที่ใช้จำหน่ายจริง มากกว่าตัวที่เป็น Demo unit ที่เคยได้มารีวิวบ่อยๆ เลยทำให้ไม่เจอพวก App แปลกๆ ที่เหมือนมาจากปรเทศอื่นครับ และ HTC เองก็ดูจะมีพัฒนาการขึ้นมาบ้างแล้ว โดยจะเห็นได้จากการมีลูกเล่นบางอย่างเพิ่มเข้ามา และมี App ที่สามารถนำมาใช้งานได้จริงเพิ่มเข้ามาด้วย

ระบบสแกนลายนิ้วมือ

ก่อนจะไปพูดถึงเรื่องของ User Interface และซอฟต์แวร์ต่างๆ ผมก็อยากจะพูดถึงเรื่องระบบสแกนลายนิ้วมือก่อน เพราะว่ามันคือลูกเล่นที่เพิ่มเข้ามาของ HTC ครับ และยี่ห้ออื่นๆ เขายังไม่ทำกัน ยกเว้น Apple … คำถามก็คือ แล้วระบบสแกนลายนิ้วมือของ HTC กับ Apple มันแตกต่างกันตรงไหน


ตำแหน่งของตัวสแกนลายนิ้วมือของ HTC One Max

กับ Android device ตัวอื่น มันไม่มีอะไรให้เปรียบเทียบ เลยต้องขอเทียบกับ Apple iPhone 5s ครับ … ความแตกต่างที่ผมพบก็คือ iPhone 5s เนี่ย มันสแกนลายนิ้วมือได้ง่ายกว่าแบบเห็นๆ เพราะ 2 ปัจจัยหลักเลยครับ นั่นคือ


TouchID ของ iPhone 5s

1. ตำแหน่งตัวสแกนลายนิ้วมือของ HTC One Max ถูกเอาไปวางไว้ด้านหลัง แถวๆ เลนส์กล้อง ซึ่งถ้าใช้นิ้วชี้หรือนิ้วกลางของมือข้างที่จับเครื่อง ก็ยังพอใช้ได้อยู่ แต่ด้วยความที่มันอยู่ด้านหลัง มองไม่เห็น ก็เลยสแกนลำบากนิดหน่อย เมื่อเทียบกับ iPhone 5s ที่เลือกออกแบบให้ปุ่ม Home เป็นตัวสแกนลายนิ้วมือไปในตัวเลย มันสะดวกในการใช้งานมากกว่า ไม่ว่าจะนิ้วไหนๆ ก็ตาม
2. ตัวสแกนลายนิ้วมือของ HTC One Max จะต้องใช้วิธีปาดนิ้วครับ มันถึงจะอ่าน บางทีปาดผิดปาดถูก ก็อ่านไม่ได้ … แต่ iPhone 5s นั้น ใช้แค่นิ้วไปวางไว้บนปุ่ม Home เฉยๆ มันก็สแกนได้แล้ว (แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า iPhone 5s จะสแกนลายนิ้วมือได้แม่นทุกทีหรอกนะ)


หน้าจอสแกนลายนิ้วมือของ HTC One Max

ระบบสแกนลายนิ้วมือของ HTC นั้น จะจดจำได้สูงสุด 3 นิ้วครับ ซึ่งถือว่าน้อยมากทีเดียว (คนเรามี 10 นิ้วนะเออ) ในขณะที่ iPhone 5s นั้นจดจำได้ 10 นิ้ว แต่แนวทางในการใช้งานการสแกนลายนิ้วมือของ HTC แตกต่างจาก iPhone 5s ครับ เพราะของ HTC จะเน้นการสแกนเพื่อใช้ออกคำสั่งมากกว่า โดยสามารถ…
•    สแกนลายนิ้วมือแล้วปลดล็อกหน้าจอ
•    สแกนลายนิ้วมือแล้วเปิดกล้องถ่ายรูป
•    สแกนลายนิ้วมือแล้วไปที่หน้า Home
•    สแกนลายนิ้วมือแล้วเรียกใช้งาน Voice assistant
•    สแกนลายนิ้วมือแล้ว เปิด App ขึ้นมา (เลือกได้)


จดจำลายนิ้วมือได้ 3 นิ้ว และตั้งค่าการสั่งงานได้

โดยเราสามารถกำหนดได้ครับ ว่าสแกนลายนิ้วมือนิ้วไหนแล้วจะให้ทำอะไร ไปตั้งค่าได้ใน Settings น่ะ … และจะสแกนลายนิ้วมือได้ 2 กรณี คือ ตอนปิดหน้าจอแล้วเปิดใหม่ๆ และเลือกเข้าหน้าจอสแกนลายนิ้วมือจาก Quick Settings ครับ


คำสั่งที่สามารถเรียกใช้ได้จากระบบสแกนลายนิ้วมือของ HTC One Max

TouchID ของ Apple นั้นใช้ในการซื้อ App ได้เลย แต่ระบบสแกนลายนิ้วมือของ HTC เอาไปใช้ในกรณีนั้นไม่ได้ เพราะว่า HTC ไม่ได้เป็นคนทำระบบ Google Play เอง … ดังนั้นโดยส่วนตัวผมมองว่าลูกเล่นสแกนลายนิ้วมือนี้ ยังมีข้อจำกัดในการใช้งานเยอะ และออกจะเป็นแนวลูกเล่นที่เป็น Gimmick มากกว่าที่จะนำไปใช้งานจริงได้สะดวกครับ

User Interface ของ HTC One Max

HTC One Max นี่มาพร้อมกับ HTC Sense UI 5.5 ที่เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดแบบสุดๆ ครับ แน่นอน ยังมีอะไรหลายๆ อย่างที่คล้ายๆ ของเดิมอยู่ ไม่ว่าจะเป็น HTC BlinkFeed ที่เป็นหน้า Home screen พิเศษของ HTC เอาไว้นำเสนอพวกข่าวและ Feed ต่างๆ


Home screen ของ HTC One Max

หน้า Home screen ของ HTC ก็ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นมากมายครับ สไตล์ Android ทั่วๆ ไป ส่วน App tray นั้นมาสไตล์ที่แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ ครับ


App tray ของ HTC One Max

ที่ว่าแปลกกว่าแบรนด์อื่นๆ คือ มันแสดง Widget บอกวันเวลา และสภาพอากาศ ณ ปัจจุบัน (และหากแตะที่ Widget แล้วก็จะแสดงรายละเอียดพร้อมพยากรณ์อากาศได้) และที่แตกต่างอีกอย่างก็คือ การเลื่อนหน้าจอ ที่เลื่อนขึ้นลง แทนที่จะเป็น ซ้ายขวา เหมือนแบรนด์อื่นๆ เขา


Quick Settings ของ HTC One Max

Quick Settings ของ HTC Sense UI 5.5 นั้น ออกสไตล์คล้ายๆ ของ Android แต่ว่าให้โอกาสผู้ใช้งานในการปรับแต่งว่าอยากให้เปิดปิดฟังก์ชั่นอะไรได้บ้าง และก็สามารถเข้าถึงระบบสแกนลายนิ้วมือได้จากตรงนี้ด้วยนี่แหละ

App ของ HTC One Max

ขอตั้งข้อสังเกตก่อนว่า งวดนี้ไม่เห็น myHTC ครับ อาจจะเพราะตัดสินใจเอาออกไปแล้วก็ได้ ผมว่าก็ดีเหมือนกันนะครับ เพราะ Service นี้ขาดพัฒนาการไปมากแล้ว หากยังไม่มีการปรับปรุงละก็ เอามา Bundle ให้ก็จะเสียภาพลักษณ์ไปเปล่าๆ (ต้องไม่ลืมนะครับ HTC นี่ถือเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่รายนึงเลยนะ)


Scribble บน HTC One Max มี Template ให้เลือกเยอะแยะเลย


Scribble บน HTC One Max

Scribble เป็นโปรแกรมจดโน้ตที่ตอนนี้เหมือนจะเป็นเทรนด์สำหรับสมาร์ทโฟนและพวก Phablet แล้วล่ะ … ก่อนหน้านี้ HTC ก็มีโปรแกรมแนวจดโน้ต และสามารถ Sync กับ Evernote ได้ด้วย แต่ตัวนี้เป็นตัวที่ได้รับการพัฒนาขึ้นไปอีกขั้นครับ ก็ถือว่าทำออกมาได้ดี และมี Template ให้เลือกอีกเยอะทีเดียว


TV ที่เป็นโปรแกรมรีโมตคอนโทรลสำหรับ HTC One Max


HTC One Max สามารถเรียนรู้ปุ่มของรีโมตคอนโทรลได้

TV เป็นโปรแกรมรีโมตคอนโทรล ที่ช่วยแปลง HTC One Max ให้กลายเป็นรีโมตควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ได้ ดูจะคล้ายๆ กับที่คู่แข่งเขามี แต่ว่าของ HTC One Max นี่มีจุดแข็งกว่าครับ เพราะสามารถสอนให้มันเรียนรู้ปุ่มต่างๆ ของรีโมตได้ครับ ซึ่งตรงนี้คู่แข่งเขาทำไม่ได้อ่ะ ผมเลยมองว่ามันมีประโยชน์มากกว่า


Kid Mode บน HTC One Max

Kid Mode เป็น User Interface สำหรับเด็ก เป็น App ของ Zoodles ครับ ใช้ฟรี ลงทะเบียนสมัครบัญชีใช้งานก่อน … ไม่ใช่จุดเด่นอะไรเท่าไหร่ เพราะเป็น App สำหรับระบบปฏิบัติการ Android อยู่แล้ว
ในภาพรวมด้านซอฟต์แวร์ ขอบอกว่า HTC มีพัฒนาการขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ถือว่ายังน้อยอยู่ หากมองว่านี่คือระดับ Flag ship ของแบรนด์ครับ ตรงนี้ HTC มาถูกทางแล้ว แต่ยังต้องลงทุนเพิ่ม มี R&D เพิ่มอีกพอสมควรเลยละครับ

สุดท้ายนี้ เราจะมาคุยกันในเรื่องของประสบการณ์ในการใช้งานด้านมัลติมีเดีย และการเล่นเกม ซึ่งผมค่อนข้างจะคาดหวังเอาไว้สูงทีเดียว ด้วยหน้าจอขนาด 5.9 นิ้ว ที่ให้อรรถรสในการรับชมแบบเต็มตา ประกอบกับลำโพงคู่หน้าสเตริโอ HTC BoomSound อีก … นอกจากนี้ก็จะคุยกันเรื่องการถ่ายรูปและถ่ายวิดีโอด้วย ซึ่งจากประสบการณ์กับ HTC One แล้ว ก็ต้องขอบอกว่ารู้สึกก้ำกึ่งๆ หน่อย เพราะว่าด้วยแนวคิด Ultrapixel แล้ว มันก็ควรจะให้คุณภาพของภาพถ่ายที่ดี แม้ในสภาพแสงน้อย แต่ในขณะเดียวกัน ก็ต้องแลกด้วยภาพขนาดแค่ 4 ล้านพิกเซลเท่านั้นเอง

ประสบการณ์ในการรับชมไฟล์มัลติมีเดีย

ด้วยสเปกของชิปเซ็ตระดับ Snapdragon 600 และ Adreno 320 แล้ว การรับชมไฟล์มัลติมีเดียระดับ 1080p นี่ไม่ใช่เรื่องที่เกินกำลังอะไรเลยครับ และด้วยหน้าจอแสดงผลขนาด 5.9 นิ้ว กับเทคโนโลยี Super LCD3 นี่ก็ช่วยให้ได้ภาพที่คมชัด มีมุมมองที่กว้าง และสีสันสมจริงดีด้วย


ดูคลิป 1080p บน HTC One Max

ด้านคุณภาพของ HTC BoomSound นั้น ก็ไม่ผิดหวังอะไรครับ ลำโพงให้เสียงที่หนา เคลียร์ชัด มีมิติที่ดี ให้ความรู้สึกโปร่ง แสดงรายละเอียดได้ดีแม้แต่เพลงที่มีรายละเอียดเยอะๆ ไม่รู้สึกว่าล้น ช่องหูฟังก็ให้เสียงในลักษณะเดียวกับลำโพงเลย แต่ที่สังเกตเพิ่มเติมคือ HTC One Max นี้มีกำลังขับที่เยอะมาก สามารถเร่งระดับเสียงได้ดังมาก เป็นข้อควรระวังโดยเฉพาะสำหรับผู้ใช้ in-ear ทั้งหลาย และเมื่อเร่งระดับเสียงให้ดังขึ้น โทนเสียงจะมีลักษณะที่แข็งและแหลมขึ้นเล็กน้อย

การเล่นเกมบน HTC One Max

GPU ของ HTC One Max นั้นไม่กระจอกนะครับ สามารถเล่นเกม Asphalt 8: Airborne ได้ถึงระดับ High เลยนะครับ เพียงแต่ตัวเกมจะตั้งค่า Default มาเป็น Medium ครับ … เมื่อเอามาเล่นในระดับ High แล้ว ทั้งรายละเอียดของกราฟฟิก และลูกเล่นเอฟเฟกต์ต่างๆ ก็ครบถ้วนเลยทีเดียว


เกม Asphalt 8: Airborne บน HTC One Max

หน้าจอขนาดใหญ่ 5.9 นิ้ว เล่นเกมแล้วเต็มตาดีมากๆ เลยครับ ลำโพง BoomSound ก็ให้อรรถรสในการเล่นเกมแบบเต็มที่ เสียงสเตริโอก็ดังกระหึ่มสะใจดีมากเลยทีเดียว … และแม้ว่านี่จะไม่ใช่ความละเอียดของกราฟฟิกในระดับที่ตัวเกมแนะนำมาตอนแรก แต่เท่าที่ลองเล่นดู กราฟฟิกก็ไม่ได้กระตุกแต่อย่างใด แม้ว่าจะตั้งความละเอียดของกราฟฟิกไปสูงสุดแล้วก็ตาม … เรียกได้ว่า Adreno 320 นั้นก็แรงพอจะเล่นเกม 3D กราฟฟิกจัดหนักจัดเต็มสบายๆ ครับ

เอา HTC One Max มาถ่ายรูปและถ่ายวิดีโอดูบ้าง

ถ้าไม่ได้ลองเล่นเองจะไม่รู้ แต่ HTC One Max นี่มีพัฒนาการในส่วนของซอฟต์แวร์ไปเยอะพอดูเลยครับ แต่ก็ไม่ได้มีลูกเล่นอะไรเพิ่มเติมมากหรอกนะ แต่ฟีเจอร์นึงที่เพิ่มขึ้นมา เพื่อให้ทันกับคู่แข่งอย่าง Samsung หรือ LG เลยก็คือ Dual camera นั่นแหละครับ


User Interface กล้องของ HTC One Max

อย่างไรก็ดี HTC ยังคงเป็นแบรนด์ที่ผมมองว่า ทำฟีเจอร์ Tap-to-Focus ที่สามารถปรับได้ทั้งโฟกัสและ Exposure ได้ดีที่สุด และรวดเร็วมาก เรียกว่าน้องๆ iPhone เลยทีเดียว … ลองมาดูความสามารถกันก่อน


ลองถ่ายแบบเน้นไปที่หน้าจอของ Notebook

รูปด้านบนคือสิ่งที่มองเห็นจากหน้าจอของ HTC One Max เวลาที่ถ่ายภาพโดย Tap-to-Focus ไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ จะเห็นว่ามันเน้นโฟกัสและปรับแสงสว่างของภาพ โดยเน้นไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ทำให้ภาพบนหน้าจอไม่สว่างเกิน แต่ก็ทำให้ด้านซ้ายดูมืดไปเลย เห็นสาย Micro USB แบบมัวๆ หน่อย


ลองถ่ายแบบปรับ Exposure ให้เห็นสาย Micro USB ชัดๆ

ทีนี้ลองแตะไปที่มุมมืดด้านซ้าย จะเห็นว่าภาพบนหน้าจอคอมพิวเตอร์สว่างโร่ขึ้นมาเลย จนดูจ้าไปมาก แต่ในขณะเดียวกัน ด้านซ้ายก็สว่างขึ้น จนเห็นสาย Micro USB ชัดเจนเลย
Ultrapixel ของ HTC One Max นั้น ให้ภาพที่สีสันสมจริงมาก และไม่รู้สึกว่าจะติดโทนน้ำเงินหรือม่วงตามสไตล์เดิมของ HTC แล้ว และเมื่อลองถ่ายภาพในสภาพแสงสว่างน้อยแล้ว สีสันก็ได้ค่อนข้างสมจริงทีเดียว ลองดูตอนผมถ่ายคีย์บอร์ดนี่ก็ได้ครับ ถ่ายตอนสามทุ่มกว่า แล้วก็มีแค่แสงไฟจากห้องนั่งเล่น กับแสงไฟจากหน้าจอคอมพิวเตอร์



ลองเปรียบเทียบเพิ่มอีกหน่อย … ลองถ่ายรูปตุ๊กตาเซรามิกตอนปิดไฟห้อง (มีแค่แสงจากไฟหน้าบ้าน และ โทรทัศน์ ช่วยให้ความสว่าง) กับ ตอนที่เปิดไฟในห้องนั่งเล่นตามปกติ



ภาพด้านบนจะเห็นว่าแม้แสงจะน้อย แต่ก็ยังสามารถเห็นรายละเอียดได้ค่อนข้างจะโอเคอยู่ แต่ว่าก็มี Noise อยู่บ้างครับ … ส่วนด้านล่างนี่ จะเห็นว่าภาพออกมาค่อนข้างจะสว่างทีเดียวครับ และมี Noise ค่อนข้างน้อยเลย ทั้งๆ ที่สภาพแสงก็ยังถือว่าไม่มากเท่าไหร่ เรียกว่า Ultrapixel นี่ช่วยได้เยอะทีเดียว



ลองดูภาพถ่ายในช่วงเช้า ที่มีแสงสว่างกำลังชิลๆ ดูบ้างครับ รู้สึกได้ว่านิสัยกล้องติดโทนม่วงของ HTC นั้นหายไปแล้วล่ะ ดีใจจัง



ณ ตอนนี้ ต้องบอกว่า กล้องของ HTC One Max ได้คุณภาพของภาพถ่ายค่อนข้างดีทีเดียว และการใช้งานก็ไม่ยากด้วย ถือเป็นพัฒนาการที่ดีของ HTC เลย เพียงแต่ยังมีจุดอ่อนที่ผู้ใช้งานหลายๆ คน อาจจะไม่ชอบเท่าไหร่ นั่นก็คือ จำนวนพิกเซลที่น้อยครับ แค่ 4 ล้านพิกเซล ซึ่งถ้าจะซูมภาพเต็มที่แล้ว ก็จะไม่ค่อยเวิร์กเท่าไหร่ แต่หากมองว่าแค่จะใช้อัดรูปขนาดจัมโบ้แล้ว ก็เพียงพอนะครับ

บทสรุปของ HTC One Max

อย่างที่บอกครับ HTC One Max นั้นเป็น Android phablet แนวอินดี้ครับ เพราะสเปกไม่ใช่ระดับไฮเอนด์สูงสุดเหมือนอย่างของพวกคู่แข่งทั้งหลาย แต่เลือกที่จะวางจำหน่ายในราคาค่อนข้างสูงทีเดียว คือ 23,900 บาท ทว่าสเปกของฮาร์ดแวร์ก็ไม่ใช่กระจอกเลยนะครับ ก็ให้ประสบการณ์ในการใช้งานได้ดีทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานทั่วไป การรับชมไฟล์มัลติมีเดีย หรือแม้แต่การเล่นเกม

อย่างไรก็ดี ลูกเล่นอย่างตัวสแกนลายนิ้วมือมันยังออกแนว Gimmick อยู่ และวิธีการสแกนลายนิ้วมือกับตำแหน่งของเครื่องอ่านลายนิ้วมือมันทำให้ใช้งานได้ไม่สะดวกเท่าไหร่ครับ การใช้ระบบสแกนลายนิ้วมือเพื่อเปิด App ก็ยังไม่ใช่อะไรที่สะดวกรวดเร็วนัก ผมมองว่าถ้าจะซื้อ HTC One Max น่าจะเป็นเพราะ อยากได้ Multimedia player หรือ Android phablet จอใหญ่ๆ เสียงดีๆ เอาไว้ดูหนัง ฟังเพลง … และใช้ถ่ายรูปเวลาไปท่องเที่ยวตามที่ต่างๆ เพื่อโพสต์ขึ้น Social media ต่างๆ หรือ ไปล้างอัดเก็บเข้าอัลบั้มมากกว่าครับ โดยต้องทำใจกับราคาที่แอบอินดี้นิดนึงน่ะ

คงเดช กี่สุขพันธ์
E-Mail: kafaak@gmail.com
Twitter: http://www.twitter.com/kafaak
Facebook: http://www.facebook.com/kafaakBlog
Google+: http://bit.ly/kafaakGPPage
Blog: http://www.kafaak.com