วันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไหว้พระก่อนปีใหม่พร้อมไหว้ "อาจารย์ป๋วย"

โดย

ผมเขียนต้นฉบับวันนี้ในช่วงบ่ายแก่ๆ ของวันที่ 1 มกราคม 2557 ครับ ยังสะลึมสะลือจากงานเลี้ยงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

เมื่อคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2556 อยู่เลย

แต่ก็เป็นอาการสะลึมสะลือที่มีความสุขไม่น้อย เพราะได้ทำในสิ่งที่ควรทำเนื่องในวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่สมดังที่ตั้งใจไว้ควบคู่กันไป

นั่นก็คือได้เลี้ยงฉลองสนุกสนานกันด้วย ขณะเดียวกันก็มีการหยุดฉลองประมาณ 4-5 นาที เพื่อสวดมนต์ข้ามปี ก่อนที่จะเปลี่ยนผ่านจากปี 2556 เป็น 2557 ด้วย

ผมถึงเรียนท่านผู้อ่านว่าแม้จะเพลียนิดหน่อยเพราะอยู่ฉลองปีใหม่หลังสวดมนต์ข้ามปีไปแล้วถึงเกือบตี 3 แต่ก็มีความสุขใจอย่างยิ่งที่ได้ดำเนินการใน 2 เรื่องควบคู่กันไปโดยไม่ตกหล่นเลย

ปกติแล้วพอฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เสร็จสรรพ วันรุ่งขึ้น 1 มกราคม ผมก็จะไปตระเวนไหว้พระ 9 วัดต่อทันทีเพื่อความเป็นสิริมงคลและเพื่อจะเก็บบรรยากาศมาฝากท่านผู้อ่าน

แต่เนื่องจากปีนี้ผมฉลองดึกไปนิดดังที่เรียนไว้เมื่อสักครู่ก็เลยตื่นไม่ทัน คิดว่าจะไปไหว้ในวันหยุดเสาร์อาทิตย์นี้แทน

เผอิญเมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมมีโอกาสไปกราบพระพุทธรูปเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองมาแล้วองค์หนึ่ง ถือเป็นกราบขอพรปีใหม่ล่วงหน้ามาแล้ว 1 วัดว่าอย่างนั้นเถอะ ก็ขออนุญาตนำบรรยากาศและรายละเอียดบางประการมาฝากดังนี้ครับ

เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า พรรคพวกผมรายหนึ่งได้ไปอุปสมบทเพื่อทดแทนพระคุณบุพการีเป็นเวลา 1 สัปดาห์ที่ วัดปทุมคงคา ใกล้ๆตลาดน้อย

ก่อนที่เพื่อนผมจะลาสิกขา พวกผมจึงนัดกันไปถวายภัตตาหารเพลและเมื่อถวายเสร็จแล้วก็ถือโอกาสแวะไปกราบพระประธานในพระอุโบสถปทุมคงคาเสียด้วยเลยเพื่อความเป็นสิริมงคล

ทำให้ทราบว่าวัดนี้เป็นวัดเก่าแก่สร้างมาตั้งแต่ช่วงปลายๆของกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อ วัดสำเพ็ง เมื่อรัชกาลที่ 1 ทรงตัดสินพระทัยเลือกกรุงเทพฯเป็นราชธานีใหม่แทนธนบุรีนั้น ก็ได้ทรงมอบหมายให้บูรณะวัดนี้ด้วย พร้อมทั้งพระราชทานชื่อให้ว่า “วัดปทุมคงคา”

ที่วัดนี้มีพระพุทธรูปประธานอยู่องค์หนึ่ง สร้างมาตั้งแต่ยุคกรุงศรีอยุธยาเช่นเดียวกัน

ต่อมามีการบูรณะปฏิสังขรณ์เพิ่มเติมในสมัยรัชกาลที่ 4 และบูรณะเพิ่มเติมล่าสุดในรัชกาลปัจจุบัน พร้อมกับขอพระราชทานพระนามสำหรับพระพุทธรูปองค์ประธาน ซึ่งยังไม่มีการตั้งชื่อมาก่อนและได้รับพระราชทานนามว่า “พระพุทธมหาชนก” นับตั้งแต่ พ.ศ.2514 เป็นต้นมา

ในการกราบไหว้ของพวกผมเมื่อวันอาทิตย์ที่แล้ว ส่วนใหญ่อธิษฐานตรงกันว่า นอกจากจะขอให้ตัวเองและครอบครัวเจริญรุ่งเรืองไม่เจ็บไม่ไข้แล้ว ก็ยังขอให้ท่านแผ่บารมีช่วยคุ้มครองประเทศไทยของเราด้วย

และขอได้โปรดดลบันดาลให้เหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองในขณะนี้จงจบลงด้วยดี

ขณะจะกลับไปขึ้นรถ คณะของเราก็ผ่านระเบียงวิหารแห่งหนึ่งซึ่งเก็บอัฐิของผู้ล่วงลับไปแล้วจำนวนหนึ่ง มีชื่อมีภาพเล็กๆระบุไว้ด้วยว่าเป็นอัฐิของท่านใด

ปรากฏว่า ไปพบที่บรรจุอัฐิท่านอาจารย์ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ด้วยครับ มีภาพถ่ายของท่านปรากฏอยู่ชัดเจน

คณะของเราได้หยุดไหว้รำลึกถึงท่านอาจารย์ป๋วยอยู่พักหนึ่ง โดยเฉพาะผมซึ่งมีความเคารพนับถือท่านเป็นพิเศษในฐานะที่ท่านเป็นทั้งนักเศรษฐศาสตร์และคณบดีของสถาบันเก่าแก่ที่ผมเคยำเรียน...จึงหยุดไหว้นานกว่าคนอื่นๆ

ไหว้ขอให้ท่านช่วยดลบันดาลให้เศรษฐกิจของประเทศไทยจงฟื้นตัวขึ้นในปีหน้า หากว่าอาจารย์จะสามารถช่วยได้

รวมทั้งขอให้ท่านช่วยดลบันดาลให้ข้าราชการกระทรวงการคลังยุคนี้ จงยึดมั่นในวินัยการคลังอย่างเคร่งครัดและมีความกล้าหาญเหมือนข้าราชการสมัยของท่านไปด้วยพร้อมๆกัน

อย่ายอมตามใจนักการเมืองที่มีนโยบายประชานิยมใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายเหลือเกินอีกเลย

แม้ผมจะไม่แน่ใจว่าทั้งพระพุทธมหาชนกและอาจารย์ป๋วย จะสามารถช่วยในสิ่งที่ผมวิงวอนขอร้องได้มากน้อยแค่ไหน...เพราะปัญหาของเรามีเยอะมากเหลือเกิน อย่างที่ทราบๆกันอยู่

แต่อย่างน้อยผมก็ได้อธิษฐานไปแล้วและมีความสบายใจขึ้นมาระดับหนึ่งแล้วครับ จึงขอนำความสบายใจมาแบ่งปันดังที่ได้ปฏิบัติมาในช่วงหลายๆปีก่อนหน้านี้.


“ซูม”

2 ม.ค. 2557 09:46 ไทยรัฐ