วันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ฮั่วเซ่งเฮงเผยทองยังเป็นขาลงแนวรับระยะสั้น 1,180 ดอลลาร์

ฮั่วเซ่งเฮงเผยทองยังเป็นขาลงแนวรับระยะสั้น 1,180 ดอลลาร์

  • Share:

ราคาทองคำช่วงปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมาโดยรวมแล้วแกว่งตัวในกรอบแคบและมีมูลค่าการซื้อขายเบาบางตลอดการซื้อขายทั้งสัปดาห์ เนื่องจากนักลงทุนต่างชะลอการลงทุนในช่วงวันคริสต์มาสและต่อเนื่องมาจนถึงวันหยุดช่วงปีใหม่ โดยราคาทองปิดตลาดที่ 1,205.96 ดอลลาร์ ต่อออนซ์ ลดลง 6.84 ดอลลาร์ ราคาทำจุดต่ำสุดและจุดสูงสุดที่ 1,205 และ 1,216 ดอลลาร์ ต่อออนซ์ ตามลำดับ ส่วนราคาซื้อขายทองคำแท่งในประเทศชนิด 96.5% เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ขายออกที่บาทละ 18,800 บาท และรับซื้อคืนที่บาทละ 18,700 บาท กองทุน SPDR ลดการถือครองทองคำลง 6.00 ตัน โดยปัจจุบันกองทุนถือครองทองคำรวม 798.22 ตัน

ราคาทองคำสัปดาห์สุดท้ายของปีก่อน เคลื่อนไหวทรงตัวอยู่ที่บริเวณ 1,200 ดอลลาร์ ต่อออนซ์ โดยมีเงินบาทที่อ่อนค่าลงช่วยทำให้ราคาทองในประเทศปรับตัวขึ้นได้มากกว่าปกติ การปรับลดการผ่อนคลายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ เป็นปัจจัยลบที่กดดันให้ราคาทองคำช่วงปลายปีปรับตัวลดลงในปริมาณมาก การเคลื่อนไหวของราคาทองคำปีที่ผ่านมาปรับตัวลดลงจากปีก่อนราว 470 ดอลลาร์ หรือลดลง 28% หลังจากสถานการณ์ปัญหาเศรษฐกิจของสหรัฐฯ เริ่มคลี่คลาย และมีการลดปริมาณการซื้อพันธบัตรรัฐบาลของธนาคารกลางสหรัฐฯ ลง กดดันให้ราคาทองปรับตัวลดลงในปริมาณมากตลอดการซื้อขายในปีที่ผ่านมา และเป็นการปิดตลาด ณ สิ้นปี ปรับตัวลดลงเป็นปีแรก หลังจากปรับตัวขึ้นต่อเนื่องติดต่อกัน 12 ปี

ส่วนแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังเป็นปัจจัยลบที่จะกดดันให้ราคาทองในปีนี้ปรับตัวขึ้นได้ในกรอบจำกัด โดยคาดว่าจะเริ่มมีการดีดตัวกลับเป็นระยะหากมีรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่สร้างความไม่มั่นใจต่อมุมมองของนักลงทุนเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่วนกรอบการปรับตัวลงนั้นคาดว่าจะมีปริมาณค่อนข้างจำกัด เพราะราคาทองปรับตัวลดลงมามากในปีที่ผ่านมา ส่วนภาพการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในทางเทคนิคหลังจากอ่อนตัวลงจากแนวต้านบริเวณ 1,220 ดอลลาร์ ต่อออนซ์ ภาพโดยรวมราคาทองจึงยังอยู่ในช่วงของการเคลื่อนไหวในทิศทางขาลง หากราคาดีดตัวขึ้นเข้าใกล้แนวต้านบริเวณ 1,220 และ 1,235 ดอลลาร์ ต่อออนซ์ คาดว่าจะมีแรงขายกลับออกมาและกดดันให้ราคาทองกลับอ่อนตัวลง และกรณีที่ราคาไม่สามารถยืนเหนือแนวรับบริเวณ 1,180-1,190 ดอลลาร์ ต่อออนซ์ ก็จะเป็นสัญญาณขายกดดันให้ราคาปรับตัวลงสู่แนวรับบริเวณ 1,150 ดอลลาร์ ต่อ ออนซ์ ต่อไป