วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผลลัพธ์จีน "ลูกโทน"

เริ่มศักราชใหม่ พ.ศ.2557 ปีนักษัตรมะเมีย “ม้า” จะคึกคะนองฮี่ๆ กั้บๆ ตลอดปีหรือไม่คงต้องดูกันไป แต่อย่างน้อยหนึ่งความผันแปรครั้งใหญ่ก็เกิดขึ้นกับ...รัฐบาลคอมมิวนิสต์จีน เพราะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงนโยบาย “ลูกโทน” หลังยึดมั่นใช้เรื่อยมากว่า 30 ปี โดยอ้างเหตุผล สมัยนั้นว่า เพื่อคุมจำนวนคนล้นประเทศ

เมื่อเวลาผ่านไป ประชาชนและสังคมก็บีบให้มองเห็นถึงผลลัพธ์แล้วว่า การเลือกเส้นทางนี้ต่อประเทศชาติ...ผิดเพี้ยน &ไม่เวิร์ก!!! แถมยังพ่วงปัญหาเป็นห่วงโซ่ตามมาเพียบ เพราะเมื่อแต่ละครอบครัวต่างอยากได้ลูกชายเพื่อเป็นทายาทสืบทอดตระกูล เด็กออกมาจึงเป็นผู้ชาย แล้วเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่คิดจะสร้างครอบครัว จะหาลูกสาวบ้านไหนมาเป็นสะใภ้ก็ยาก หรือไม่ได้ดั่งใจ สัดส่วนประชากรชาย-หญิงเลยเอียงกระเท่เร่ เกิดธุรกิจนัดบอด หาเนื้อคู่ ธุรกิจจ้างเป็นแฟนเพื่อพากลับบ้านให้พ่อแม่เห็นสบายใจ

หรือเกิดปัญหาการทำแท้งกับการถูกบีบบังคับจากเจ้าหน้าที่เมื่อรู้ว่าบ้านไหนจะมีลูกเพิ่มอีกคน ไม่เว้นครอบครัวรวยๆ อยากมีมากกว่าหนึ่งก็แอบแห่ไปคลอดที่ฝั่งฮ่องกง ลากปัญหาให้ฮ่องกงต้องมานั่งแก้ระบบการรับฝากครรภ์สาวจีนแผ่นดินใหญ่ ปัจจุบันกลายเป็นว่าผู้ชายขึ้นคานมาก ผู้เฒ่าก็เยอะ ลูกหลานเห็นแก่ตัวไม่กตัญญูดูแลพ่อแม่ก็แยะ สวนทางกับการขาดแคลนทรัพยากรแรงงานที่ลดฮวบ แล้วอีก 36 ปีข้างหน้า 1 ใน 4 ของประชากรจีนทั้งประเทศจะมีอายุเกิน 65 ปี !!!

รัฐบาลยุคประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เห็นแล้วว่า ขืนปล่อยให้สังคมพิกลพิการแบบนี้ต่อไป ภาระในการเลี้ยงดูเรื่องสวัสดิการคนวัยชราก็ไม่พ้นรัฐ...ม่ายไหวแน่

เพราะอัตราการเกิดของจีนเพียง 1.5 คนเศษ/ผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ แม้เทียบกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชียอย่างไต้หวัน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้จะสูงกว่าก็ตาม แต่เทียบกับระดับสากลโลกแล้ว ประเทศไนเจอร์ครองแชมป์อัตราการคลอด 7 คนเศษ/ผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ ตามด้วยอินเดีย 2.55 คน และสหรัฐฯ 2.06 คน

ดังนั้น การอนุญาตให้มีลูกเพิ่ม แต่ก็มีข้อกำหนดว่า ครอบครัวนั้นต้องมีลูกคนเดียวแล้วอยากมีอีก กับครอบครัวที่มีลูกคนแรกเป็นลูกสาวแล้วอยากได้ลูกชาย แต่คงจะค่อยเป็นค่อยไปจนกว่าจะครบทั่วประเทศ...ลองปฏิบัติดู เพราะอย่างน้อยก็ได้ใจประชาชนไปหนึ่งเปลาะแล้วล่ะ!!!


ฤทัยรัช จันทร์เพ็ญ

2 ม.ค. 2557 08:59 2 ม.ค. 2557 08:59 ไทยรัฐ