วันพุธที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ชัตดาวน์กรุงเทพฯ 13มกรา เทือกประกาศแล้ว

ชัตดาวน์กรุงเทพฯ 13มกรา เทือกประกาศแล้ว

  • Share:

ขู่ทีวีช่องไหนไม่ออกข่าวจอดำนายกฯ‘ปู’หารือศอ.รส.รับมือคนกทม.ผวาเริ่มกักตุนอาหาร

นายกฯนั่งหัวโต๊ะเป็นประธานประชุม ศอ.รส. เตรียมรับสถานการณ์ชัตดาวน์เมืองกรุง หลังเดินสาย สตช.-บช.น.ให้กำลังใจอวยพรปี ใหม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนที่ปฏิบัติหน้าที่ ตลอดช่วงการชุมนุม “สุนัย”โวยคำประกาศชัตดาวน์ กทม.ที่เลขาธิการ กปปส.ประกาศ ทำคนกรุงตระหนกจนเริ่มกักตุนอาหาร ขณะที่กลุ่มมวลชน กปปส.ผ่อนคลายจัดทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 99 รูป เพื่อเป็นสิริมงคลรับศักราชใหม่ พลิกเวทีปราศรัยเป็นการแสดงและดนตรีตลอดวัน พลบค่ำ “สุเทพ” ขึ้นเวทีปราศรัยประกาศนัดดีเดย์ 13 ม.ค.ชัตดาวน์กทม. แต่เริ่มเดินเรียกแขกร่อนการ์ดเชิญตั้งแต่ 5 ม.ค. ขู่ “จอดำ” ทีวีช่องไหนไม่เสนอข่าว โอ่เป็นผลงาน

โบแดงให้ทั่วโลกรู้

หลังจากที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส.ออกมาประกาศจะเริ่มยกระดับการชุมนุมทันทีหลังเทศกาลปีใหม่เพื่อเตรียม “ชัตดาวน์” กรุงเทพฯ นั้น ล่าสุด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้เข้าร่วมประชุม ศอ.รส. เพื่อเตรียมสถานการณ์ในอนาคตอันใกล้ ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.ยังคงอยู่ในบรรยากาศของการเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่อย่างผ่อนคลาย ไร้เหตุการณ์รุนแรงใดๆ

อดีตบิ๊ก ตร.รุดให้กำลังใจ ตร.

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 1 ม.ค.2557 ที่ลาน หน้าเสาธง อาคาร 1 ตร. พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี รองประธานคณะกรรมการมูลนิธิบุณยะจินดาฯ ประธานกรรมการบริษัทแปซิฟิกไพพ์ จำกัด (มหาชน) พล.ต.อ.สุนทร ซ้ายขวัญ อดีต ผบ.ตร. พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัติ อดีตรอง ผบ.ตร. พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิบุณยะจินดาเพื่อข้าราชการตำรวจและครอบครัว เยี่ยมให้กำลังใจและมอบของขวัญปีใหม่แก่ข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยในการชุมนุม พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ให้การต้อนรับ และมอบหมายให้ พล.ต.ต.ศรกฤษฎ์ แก้วผลึก ผบก.ศูนย์บังคับการฝึกอบรมตำรวจกลาง เป็นผู้แทนรับมอบผ้าห่มของขวัญปีใหม่ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากบริษัทแปซิฟิกไพพ์ จำกัด (มหาชน)

มอบเงิน ตร.บาดเจ็บ–ญาติผู้สูญเสีย

จากนั้นคณะเดินทางไป รพ.ตำรวจ เพื่อมอบกระเช้าดอกไม้พร้อมเงินทุนสงเคราะห์ของมูลนิธิบุณยะจินดาฯ ให้กับข้าราชการตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ จำนวน 11 ราย โดยผู้ได้รับบาดเจ็บไม่สาหัส จำนวน 2,000 บาท บาดเจ็บสาหัส 5,000 บาท และบาดเจ็บจนถึงทุพพลภาพ 10,000 บาท พร้อมกับมอบเงินช่วยเหลือจำนวนหนึ่งให้ทายาทของ ด.ต.ณรงค์ ปิติสิทธิ์ ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ด้วย

“วิเชียร” ย้ำให้อดกลั้นจนถึงที่สุด

พล.ต.อ.วิเชียรกล่าวว่า สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองช่วงนี้ ทำให้ตำรวจต้องทำหน้าที่อย่างผู้เสียสละและอดทนอดกลั้นสูงมาก ท่ามกลางความสงสัยของประชาชนบางส่วนที่ตั้งคำถามว่าตำรวจทำหน้าที่และอยู่เคียงข้างประชาชนจริงหรือ ฐานะที่เคยเป็นตำรวจคนหนึ่ง ตระหนักในความรู้สึกที่สูญเสีย สับสนและต้องอดทนอดกลั้น ขอให้จงเข้มแข็ง อดทนในสถานการณ์ชุมนุมครั้งนี้อย่างที่สุด ให้คำนึงว่าเราคือ “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” เราคือ “ตำรวจมืออาชีพ” มีหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของประชาชน สิ่งสำคัญที่จะทำให้ตำรวจผ่านพ้นเหตุการณ์วิกฤติในครั้งนี้ไปได้ด้วยดี และไม่ตกเป็นจำเลยของสังคมคือ ความรักความสามัคคีในหมู่คณะและความเชื่อมั่นในตัวของผู้บังคับบัญชา โดยเฉพาะเมื่อตกอยู่ในภาวะคับขันถูกกดดัน ขอให้คุมสติ เคารพและเชื่อฟังการตัดสินใจของหัวหน้าชุด เมื่อความจริงปรากฏศรัทธาจากประชาชนจะกลับมา

ผบ.ตร.ขอบคุณลูกน้องเป็นมืออาชีพ

ที่ ศอ.รส. เมื่อเวลา 09.30 น. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ฐานะ ผอ.ศอ.รส.เป็นประธานการประชุม ศอ.รส. พล.ต.อ.อดุลย์กล่าวว่า ขออวยพรให้พี่น้องตำรวจมีความสุข สุขภาพแข็งแรง เป็นที่รักของประชาชน กว่า 90 วันที่ผ่านมาทุกคนทำหน้าที่อย่างเต็มกำลังแบบมืออาชีพในสถานการณ์การชุมนุม ยืนหยัดปฏิบัติหน้าที่และช่วยกันขับเคลื่อนต่อไป สถานการณ์น่าจะดีขึ้นในอนาคตอันใกล้ งานเคาต์ดาวน์เรียบร้อยดีทุกจุด ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่มีส่วนเตรียมแผนรองรับการเดินทางกลับ กทม.ของประชาชน การรับสมัครเลือกตั้งในภาค 9 ส่วนการปฏิบัติการอื่น ฝากให้ พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.อำนาจ อันอาตม์งาม ผู้ช่วย ผบ.ตร. ทบทวนการใช้กำลังทั้งหมดที่ผ่านมาและให้ปรับกำลังพลเพื่อปกป้องคุ้มครองชีวิตเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่มิให้เกิดความสูญเสีย โดยยึดกฎหมายขั้นตอนสากลและความชอบธรรม ขอฝากไปยังจุดตรวจสกัดทุกด่านทั่วประเทศให้เพิ่มความเข้มตรวจใบกระท่อมที่ใช้ผสม 4x100 มาใช้ทำให้กลุ่มฮาร์ด– คอร์ฮึกเหิมก่อนออกสร้างสถานการณ์

ตร.ภาค 1 เปิดเวทีระบายความในใจ

ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.ท.นเรศ นันทโชติ ผบช.ภ.1 สาธิตยุทธวิธีชุดปฏิบัติการพิเศษ ควบคุมฝูงชนรูปแบบใหม่ โดยมีตำรวจในสังกัด บก.อก.ภ.1 บก.สส.ภ.1 จำนวน 2,000 นายเข้าร่วม เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตำรวจในการปฏิบัติต่อกลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมือง พร้อมเปิดเวทีให้ตำรวจที่ปฏิบัติงานที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.ที่ผ่านมา ได้ระบายความไม่สบายใจในการทำงานและมีการยืนไว้อาลัยแก่ ด.ต.ณรงค์ ปิติสิทธิ์ ผบ.หมู่ งาน จร. สน.ตลาดพลู ที่เสียชีวิตระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ ภายหลัง พล.ต.ท.นเรศ เผยว่ารู้สึกกดดันและอึดอัดใจกับเหตุการณ์เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.ที่ผ่านมา และอยากชี้แจงให้ผู้ใต้บังคับบัญชาได้เข้าใจในการฝึกปฏิบัติการรูปแบบใหม่ เพื่อให้มั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่ว่ามีความปลอดภัยในการทำงานอย่างเต็มที่ พร้อมขอให้ตำรวจทุกนายยึดมั่นในกฎหมาย

“ยิ่งลักษณ์” ไป สตช.อวยพรปีใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น. น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เดินทางมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เดินตรวจแถวเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดกองร้อยควบคุมฝูงชน เพื่อกำลังใจ ทักทายพูดคุยและสอบถามถึงอุปสรรคการทำงาน พร้อมกับอวยพรเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ โดยกล่าวว่า ขอบคุณตำรวจทุกนายที่เสียสละเวลา ส่วนตัวในช่วงปีใหม่มาดูแลความสงบเรียบร้อยให้กับบ้านเมือง ทำให้ปีใหม่นี้ผ่านพ้นไปด้วยดี ประชาชนปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ที่ทำงานทุ่มเทแรงกายแรงใจมาตลอด รวมถึงตำรวจทุกนายปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอดทน ปีใหม่นี้ขอคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย พระบารมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ปกป้องคุ้มครองเจ้าหน้าที่ทุกนายให้มีความสุขความเจริญปลอดภัย รัฐบาลขอขอบคุณตำรวจและหน่วยสนับสนุนที่ทำงานอย่างทุ่มเทมาโดยตลอดในปีที่ผ่านมา จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ เข้าร่วมประชุมภายใน สตช.

ชื่นใจนายกฯอู้คำเมืองทักทาย

จากนั้นเวลา 12.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางไปที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เพื่อเยี่ยมและกล่าวอวยพรปีใหม่แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชน โดยมี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. พล.ต.ต.วรัญวัส การุณยธัช รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง รอง ผบช.น. พร้อมตำรวจกองร้อยควบคุมฝูงชน 300 นาย รอต้อนรับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่าขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่ดูแลบ้านเมืองอย่างเข้มแข็งและขอขอบคุณที่เสียสละเวลามาดูแลทุกข์สุขประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ ขอให้กำลังใจข้าราชการตำรวจ และขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย พระบารมีแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จงคุ้มครองและดลบันดาลให้ทุกท่านเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ก่อนเดินทางกลับได้เดินตรวจแถวโบกมือทักทาย และสนทนาเป็นภาษาคำเมืองกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจากพื้นที่ภาคเหนืออย่างเป็นกันเองนานกว่า 10 นาที ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองร้อยควบคุมฝูงชนทั้งหมดมีขวัญกำลังใจเพิ่มขึ้นพากันปรบมือ และตะโกนให้กำลังใจนายกรัฐมนตรี “นายกฯสู้ๆ” เสียงดังลั่น

ร่วมถก ศอ.รส.ตั้งรับสถานการณ์

ต่อมาเวลา 14.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ร่วมประชุม ศอ.รส.ที่สตช.โดยมีนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะกำกับดูแล ศอ.รส. นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.คลัง พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกฯ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯ นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกฯ และ รมช.เกษตรและสหกรณ์ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. และ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เข้าร่วมประชุม เพื่อติดตามความก้าวหน้าการตั้งสภาปฏิรูปประเทศ การเตรียมความพร้อมรับมือชุมนุมใหญ่ปิดกรุงเทพฯ การดำเนินคดีความต่างๆ และการปฏิบัติงาน ครม.และส่วนราชการ

เยี่ยมตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ

จากนั้น เวลา 16.00 น. นายกฯพร้อมด้วย นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯและ รมว.คลัง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. เดินทางยังอาคารเฉลิมพระเกียรติ์ โรงพยาบาลตำรวจ เยี่ยมให้กำลังใจ ตำรวจ 7 นาย ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์การปะทะกันที่สนามกีฬาไทย—ญี่ปุ่น  ดินแดง  เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. พร้อมมอบเงินช่วยเหลือครอบครัว และให้กำลังใจตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ โดยมี นพ.พล.ต.ท.จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลตำรวจ รายงานเจ้าหน้าที่ตำรวจ 6 นายอยู่ระหว่างพักฟื้น ขณะที่มี 1 นาย ยังรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู แต่เกิดจากโรคประจำตัวไม่ใช่จากการชุมนุม

ข่าวชัตดาวน์ทำคนกรุงผวาตุนอาหาร

อีกด้านหนึ่งที่พรรคเพื่อไทย นายสุนัย จุลพงศธร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า การที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ประกาศปิด กทม.นั้น ไม่ใช่การขัดขวางการเลือกตั้งธรรมดา แต่ขัดขวางวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ซึ่งขณะนี้สร้างความตื่นกลัวแก่ประชาชนจนมีการกักตุนอาหารกันแล้ว ขอเตือนพรรคประชาธิปัตย์และ กปปส.ว่า การกระทำของพรรคประชาธิปัตย์และกปปส.เป็นเนื้อเดียวกัน ถ้าเป็นไปได้ขอให้เปลี่ยนใจเพราะไม่เป็นผลดีต่อประชาชน ขอให้กำลังใจ กกต.ทั้ง 5 คน ที่เพิ่งเข้ามาทำงาน ขอให้อดทน นำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  น้อมนำไปปฏิบัติ ทั้งนี้พรรคเพื่อไทยจะสรุปสถานการณ์และให้ข้อคิดแก่ กกต.เป็นระยะๆ และเชื่อว่าคนภาคใต้ไม่ได้เห็นด้วยทั้งหมดกับการขัดขวางการเลือกตั้ง แต่ขอตำหนิ กกต.บางจังหวัดในภาคใต้ที่แสดงตัวชัดเจนว่าเป็นคนของพรรคประชาธิปัตย์ จึงได้รับลูกกัน ถือเป็นการเปิดโปงตัวเอง

คปท.ทำเสื้อเกราะจากฟิล์มเอกซเรย์

ด้านบรรยากาศการชุมนุมของเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ถนนพิษณุโลก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าคณะแกนนำและกลุ่มผู้ชุมนุมได้ร่วมกันทำบุญตักบาตรแก่พระภิกษุสงฆ์จากวัดเบญจมบพิตร  ก่อนจะแยกย้ายพักผ่อนตามอัธยาศัยอยู่ภายในเต็นท์ที่พัก ขณะที่บางส่วนได้รวมกลุ่มกันนำแผ่นฟิล์มเอกซเรย์ที่มีประชาชนแห่นำมาบริจาค มาจัดทำเป็นเกราะป้องกันให้กับการ์ดอาสาสมัคร ขณะที่บนเวทีปราศรัยยังเงียบเหงา ยังไม่มีกิจกรรมการปราศรัยใดๆ จากทางแกนนำ มีเพียงการเปิดดนตรีสลับกับเปิดข่าวสารให้ผู้ชุมนุมได้ฟัง

ยันยังไม่กำหนดวันชัตดาวน์

ด้านนายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษา คปท.ฐานะหนึ่งในคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ กปปส.ยังไม่มีข้อสรุปว่าการยกระดับการชุมนุมของ กปปส.และเครือข่ายที่จะปิดกรุงเทพฯจะเป็นรูปแบบไหน อย่างไรและเมื่อไร ยังไม่ได้กำหนดวันและเวลาที่แน่นอน อยู่ระหว่างการพูดคุยของแกนนำ โดยกิจกรรมความเคลื่อนไหวอาจจะเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์และปัจจัยที่เกิดขึ้น ส่วนตัวเชื่อสถานการณ์การเมืองนับจากนี้ไปจะทวีความรุนแรงขึ้น กลายเป็นการเผชิญหน้ากันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชน และตำรวจระดับนโยบายเลือกข้างอยู่กับรัฐบาลรักษาการพยายามรักษาอำนาจตนเองไว้ การเผชิญหน้าจึงยากจะหลีกเลี่ยง พล.ต.อ.อดุลย์จึงไม่ควรคุม  สตช.อีก  ส่วนการเคลื่อนไหวขององค์กรอิสระและภาคส่วนต่างๆ ที่ต้องการจัดเวทีพูดคุยระหว่างรัฐบาลและ กปปส.เพื่อยุติวิกฤติทางการเมือง มองให้ลึกซึ้งเป็นความเห็นแก่ตัวขององค์กรที่จะรักษาอำนาจไว้

กปปส.ตักบาตรรับศักราชใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 07.00 น. ของวันที่ 1 ม.ค.2557 ซึ่งเป็นวันขึ้นปีใหม่ แกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (กปปส.) ได้จัดกิจกรรมทำบุญตักบาตรเพื่อความเป็นสิริมงคลตามประเพณีไทย โดยกลุ่มผู้ชุมนุมที่ปักหลักค้างคืนในพื้นที่ถนนราชดำเนินได้เตรียมพื้นที่ตั้งแต่ในช่วงเช้า โดยกันพื้นที่ตรงกลางถนนสำหรับพระภิกษุสงฆ์ ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมที่กลับบ้านได้ทยอยเดินทางเข้าพื้นที่ชุมนุมอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงเช้าท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น เพื่อร่วมกิจกรรมปีใหม่กับกลุ่ม กปปส. โดยในเวลา 08.00 น. ผู้ชุมนุม กปปส.ตลอดสองข้างทางถนนร่วมพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 99 รูป เพื่อความเป็นสิริมงคลรับศักราชใหม่ ต่อมาเวลา 11.39 น. พระครูวุฒิธรรมสาร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชนัดดาวรวิหาร  ได้เดินทางมาพรมน้ำมนต์แก่ผู้ชุมนุม  กปปส.พร้อมให้พรเป็นมงคลในวันขึ้นปีใหม่อีกด้วย

การ์ดเข้มหวั่นโดนป่วนงานฉลอง

จากนั้นจึงมีการถ่ายทอดสัญญาณสรุปข่าวสารและสถานการณ์บ้านเมืองให้กับกลุ่มผู้ชุมนุมได้รับชมผ่านทางจอแอลอีดี โดยไม่มีแกนนำขึ้นเวทีปราศรัย เนื่องจากการจัดกิจกรรมเคาต์ดาวน์ปีใหม่เมื่อคืนที่ผ่านมาค่อนข้างดึก และจัดเวทีคอนเสิร์ตย่อยพร้อมการแสดงต่างๆจนเกือบเช้า สำหรับการจัดกิจกรรมปีใหม่ที่เวทีราชดำเนินในช่วงเย็นของวันที่ 1 ม.ค.นี้ ยังคงมีการแสดงดนตรีจากคณะนักร้องลูกกรุง และวงดนตรีต่างๆ การแสดงตลกจากคณะดู๋ ดอกกระโดน การแสดงมโนราห์ หนังตะลุง การเชิดสิงโต และจัดเครื่องเล่นชิงช้าสวรรค์ ม้าหมุน กิจกรรมอื่นๆ อีกมากมายต่อเนื่องตลอดทั้งวันให้พาลูกหลานเข้ามาร่วมงานด้วย ขณะที่บริเวณทางเข้าพื้นที่ชุมนุม โดยมีการ์ดรักษาความปลอดภัยตรวจตราผู้ที่เข้าร่วมชุมนุมอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้มีมือที่สามแฝงตัวเข้ามาก่อเหตุในช่วงจัดกิจกรรมปีใหม่

“สุเทพ” ขึ้นราชดำเนินปราศรัย

จากนั้น เวลา 19.35 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ขึ้นกล่าวปราศรัยบนเวทีว่า สวัสดีปีใหม่ พวกเราได้กอดคอต่อสู้กันมา 2 เดือนเต็มข้ามปี เรายังยืนหยัดในแนวทางการต่อสู้ด้วยสันติ อหิงสา ไม่มีอาวุธและไม่มีความรุนแรง อย่างไรก็ตามตนเข้าใจและเห็นใจบรรดาตำรวจชั้นผู้น้อยที่ถูกบังคับมาปราบประชาชน ตำรวจระดับ พ.ต.อ., พ.ต.ท. และชั้นผู้น้อยไม่มีใครอยากทำ ทั้งที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว และ พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร. พยายามเกณฑ์คนจากทั้งจังหวัดชายแดนภาคใต้ ค่ายนเรศวร หน่วยอรินทราช มาจู่โจมจัดการกับประชาชน อยากถามว่าจะใช้ระบอบทักษิณไปถึงไหน ถ้าสู้ชนะจะอยู่ได้อย่างไร อย่าคิดจะตอบแทนบุญคุณทักษิณ แต่ไม่ได้หรอก ประชาชนเขาไม่รับ ตนรู้สึกสะใจที่ตำรวจนัดชั้นผู้น้อยชุมนุมกันที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ตำหนิผู้บังคับบัญชาว่าไม่ให้เครื่องไม้เครื่องมือป้องกันตัว ปล่อยให้เผชิญหน้าตามยถากรรม บอกว่าผู้บังคับบัญชาไม่เอาไหน ก็ไม่เอาไหนจริงๆ

นัดดีเดย์ชัตดาวน์ 13 ม.ค.

นายสุเทพกล่าวต่อว่า นับจากนี้ประชาชนก็จะได้ออกมาปฏิบัติการ ตำรวจอย่าได้บังอาจมาทุบรถอย่างที่ผ่านมา และตำรวจไม่ต้องมาดูแลความปลอดภัย ขออย่างเดียวอย่าลอบทำร้ายเราก็แล้วกัน เราไม่ได้ใช้เหลี่ยม แต่ใช้หัวใจธรรมดาๆเท่านั้น ไม่มีลับๆล่อๆ วันนี้วันที่ 1 วันที่ 5 ม.ค. จะเดินขบวน ขับไล่เหมือนที่เดินไปเพชรบุรี เยาวราช เดินไปตามเส้นทางนั้น เพื่อจะนัดประชาชนว่าขบวนมวลมหาประชาชนคือ 13 ม.ค. เริ่มตั้งแต่เช้า 9 โมง จะเริ่มลงมือปฏิบัติ แต่ที่เริ่มเดินในวันที่ 5 ม.ค. เป็นต้นไปจะเป็นการเดินเรียกแขก เดินแจกการ์ดพี่น้องประชาชน แต่วันที่ 13 ม.ค. จะเป็นวันปฏิบัติยึดเมืองด้วยมวลมหาประชาชน ผมจะเดินนำขบวนไปกับพี่น้องไปตามสุขุมวิท เพื่อเชิญชวนพี่น้องทั้งประเทศว่า วันปฏิบัติการจริง คือวันจันทร์ที่ 13 ม.ค.นี้ เริ่มตั้งแต่ 09.00 น. ลงมือเลย แต่ที่เริ่มเดินก่อนหน้านั้น เรียกว่าวันเรียกแขกเพื่อนัดหมายว่าวันจริงจะปฏิบัติการยึดเมืองด้วยประชาชน และขอนัดหมายพี่น้องประชาชนชาวต่างจังหวัด กปปส.ต่างจังหวัด ซึ่งมีเวลาเตรียมตัว 12 วัน

แบ่งจ๊อบสนุกสนานปิดแยกยึดกรุง

นายสุเทพกล่าวอีกว่า ขอให้มวลมหาประชาชนจากต่างจังหวัดเดินทางเข้ามากรุงเทพฯ นี่จะเป็นงานชิ้นประวัติศาสตร์ โตไปข้างหน้าจะได้บอกลูกบอกหลานประชาชนลุกขึ้นปฏิวัติ ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 13 ม.ค.พี่น้องประชาชนแต่ละย่าน แต่ละชุมนุม แต่ละองค์กร มีความประสงค์จะไปยึดเมืองที่สามแยกไหนสี่แยกไหนแจ้งความจำนงมาได้ ยกตัวอย่างที่แยกปทุมวัน เที่ยวนี้ก็ยกสี่แยกปทุมวันให้ชาวจุฬาฯเหมือนเดิม ยกเวทีให้เลยยึดทั้งวันทั้งคืน ทุกวี่ทุกวัน สนุกสนานกันที่นั่น เราเปิดเวทียาวเที่ยวนี้ อย่าให้ฝ่ายข้าศึกหัวเราะได้ว่าแน่นเฉพาะวัน ส่วนที่สีลม ลุมพินีก็จะให้นักธุรกิจสีลมและชุมชนพี่น้องชาวสีลม เป็นผู้ประสานงาน รวมตัวกันรับผิดชอบเวทีลุมพินี เอากันให้เต็มที่ตรงนั้น ขอเชิญมาร่วมขบวนการยึดกรุงให้มันยิ่งใหญ่คึกคัก นิสิตนักศึกษาอาจารย์แจ้งมาเลยว่าจะปิดแยกกันตรงไหน

ตัดน้ำตัดไฟบ้าน นายกฯ-รมต.

นายสุเทพกล่าวต่อว่า เราเปิดกว้างรับทุกองค์กร วิชาชีพ หน่วยงาน นักร้องนักแสดงที่ตัดสินใจได้แล้ว ก็มาบอกว่า จะขึ้นเวทีเมื่อไร บอกว่า ถนนทั้งกรุงเทพฯ จะกลายเป็นถนนคนเดิน บ่ายๆ เย็นๆ มาปิกนิก มาช็อปปิ้งกัน ทำให้ทั้งโลกดูกันว่าการปฏิวัติโดยไม่สูญเสียทำอย่างไร มีคนท้วงติงเหมือนกันว่า เว้นไว้สักเลนให้รถพยาบาลวิ่ง เราก็คิดถึงเหมือนกัน เราจะเปิดช่องไว้ให้ในย่านที่มีโรงพยาบาล ประชาชนจะเปิดทางโล่งให้ แต่ไม่อนุญาตให้รถราชการผ่าน เพราะไม่ต้องการให้ทำงาน รวมถึงรถตำรวจด้วย ส่วนแท็กซี่ช่วงนั้นก็พยายามหากินนอกเมือง ใจกลางกรุงเทพฯ ปล่อยให้มวลมหาประชาชนยึดเอาไว้ ในช่วงที่ปฏิบัติการก็ให้ยึดบ้านนายกฯ และรัฐมนตรีคนสำคัญ จะได้ควบคุมตัวไม่ให้ไปก่อเหตุร้ายในบ้านเมือง รับรองรัฐบาลนี้อยู่ไม่ได้ หรืออยู่ได้ก็เหมือนผีตายซาก ถ้าเรายึดได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด ก็จะจัดตั้งสภาประชาชนและปฏิรูปประเทศไทย ตัดน้ำตัดไฟบ้านรัฐมนตรี ที่ทำการรัฐบาลดับหมด ลูกสมุนบริวาร ก็ให้พกคอมฟอร์ตร้อยไปด้วย แต่ถ้าทำอะไรเดือดร้อนประชาชนเราไม่ทำ แค่อยากขอร้องคนทำงานกรุงเทพให้หยุดฮอลิเดย์ยาวๆ หน่อย

ขู่จอดำทีวีช่องไหนไม่ออกข่าว

เลขาธิการ กปปส. กล่าวด้วยว่า สถานีโทรทัศน์ก็ยังมีรายการละคร ยกเว้นช่วงเวลาข่าวของเราทุกสถานีต้องออกข่าวเรา ขอกันไว้ก่อนเลย ไม่ต้องออกข่าวรัฐบาล ส่วนช่อง 9 ช่อง 11 ถ้ายังรับใช้ทักษิณ ก็ต้องปิดจอดำกันเลย วันนี้ถ้าจะบ้าจัดให้มีการเลือกตั้ง ก็มี ส.ส.ไม่ครบที่จะเปิดสภา เลือกนายกฯ แต่นั่นไม่สำคัญ เพราะเราไม่ป ล่อยให้ถึงวันเลือกตั้งที่ 2 ก.พ.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้