วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ป๋าเปรมแนะน้อมนำพระราชดำรัส

ทำให้‘บ้านเมือง’สุขสงบนายกฯเข้าอวยพรชื่นมื่นเคาะ2ม.ค.เลือกได้-ไม่ได้

“ยิ่งลักษณ์” นำบิ๊กเหล่าทัพตบเท้าเข้าบ้านสี่เสา รับพรปี ใหม่จาก“ป๋าเปรม” เจ้าของบ้านมอบของขวัญเป็นเนกไทจ่าหน้าซอง “เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน” นายกฯเผย “ป๋า” อยากให้น้อมนำพระราชดำรัสในหลวง ทำให้บ้านเมืองสงบสุข “เหลิม” ชักใบแดงไล่ “กกต.สมชัย” ยังใส่เกียร์ว่าง พท.ขู่ซ้ำละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดนชัตดาวน์ 10 ปี “มาร์ค” บีบ “ปู” เป็นคนที่จะปลดล็อกวิกฤติบ้านเมือง  เป่านกหวีดหมดเวลารับสมัครเลือกตั้ง 5 จังหวัดใต้โคม่าไร้ผู้สมัคร ม็อบสกัดตั้งแต่เช้ายันค่ำ กกต.เคาะด่วนเลือกตั้งได้-ไม่ได้

จากกรณีมีผู้ชุมนุมคัดค้านการเลือกตั้งเข้าไปปิดล้อมสถานที่รับสมัครผู้สมัคร ส.ส.ระบบเขตหลายแห่ง แม้วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายของการเปิดรับสมัคร หลายจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ยังปิดบัญชีไม่ลง ขณะที่นายกรัฐมนตรีมีภารกิจนำ ผบ.เหล่าทัพเข้าขอพร พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เนื่องในวันขึ้นปีใหม่

“ปู” นำบิ๊กเหล่าทัพตบเท้ารับพร “ป๋า”

เวลา 09.00 น. วันที่ 1 ม.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม พร้อมคู่สมรส และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เดินทางลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ ประจำปี 2557 ณ ศาลาว่าการสำนักพระราชวัง พระบรมมหาราชวัง ต่อมาเวลา 10.10 น. ที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เปิดโอกาสให้ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม นำผู้บัญชาการเหล่าทัพและนายทหารระดับสูง เข้าอวยพรและรับพร เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่โดยมี พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร รอง ผบ.สส. ตัวแทน พล.อ. ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.สส.ซึ่งติดภารกิจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผบ.ทร. พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ.ร่วมคณะ

ทั้งนี้ การเข้ารับพรใช้เวลาเพียง 10 นาทีเท่านั้น โดยไม่ได้เปิดให้สื่อมวลชนเข้าไปบันทึกภาพ ขณะที่ พล.อ.เปรมได้มอบเนกไทเป็นของขวัญให้กับนายกฯและผู้นำเหล่าทัพ หน้าซองเนกไทมีข้อความว่า “เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน”

หน้าเครียดถก ผบ.เหล่าทัพ

จากนั้นนายกฯและผู้บัญชาการเหล่าทัพ ได้พาคณะไปห้องรับรองพิเศษ สโมสรทหารบก ซึ่งอยู่ติดกับบ้านสี่เสาฯเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้นำเหล่าทัพอวยพรปีใหม่ นายกฯได้มอบของขวัญเป็นเสาธงชาติจำลองตั้งโต๊ะ เสร็จแล้วนายกรัฐมนตรีและผู้บัญชาการเหล่าทัพ ได้นั่งหารือกันต่อ ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง ซึ่งจากการสังเกตของผู้สื่อข่าว นายกรัฐมนตรีมีสีหน้าที่เคร่งเครียดกว่าปกติ

เล่าเรื่อง “ป๋า” ให้น้อมนำพระราชดำรัส

ต่อมาเวลา 12.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์เปิดเผยภายหลังหารือว่า เป็นการแลกเปลี่ยนสถานการณ์ทั่วไป และเรื่องงาน ส่วน พล.อ.เปรม ไม่ได้ให้คำแนะนำใดๆ เกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมือง แต่อยากให้คนไทยทุกคนน้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ให้ไว้เนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ 2557 มาเป็นสาระสำคัญ เพื่อให้บ้านเมืองสงบสุข

รุดให้กำลังใจ–ตร.เชียร์นายกฯสู้ๆ

จากนั้นเวลา 12.15 น. นายกฯเดินทางไป บช.น.ให้กำลังใจและอวยพรปีใหม่แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ 357 นาย ที่มาปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยในการชุมนุม โดยมี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ให้การต้อนรับ นายกฯได้กล่าวขอบคุณพร้อมให้กำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลบ้านเมือง ควบคุมดูแลสถานการณ์ผ่านพ้นไปด้วยดี ขอบคุณที่ต้องเสียสละเวลาในช่วงปีใหม่ และอวยพรเจ้าหน้าที่และครอบครัวมีความสุข ขณะที่ตำรวจได้ให้กำลังใจนายกฯสู้ จากนั้น นายกฯเดินทางไปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ตรวจ แถวและอวยพรปีใหม่เจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 6 กองร้อย ขณะที่ สตช.ได้จัดกิจกรรมเลี้ยงอาหาร และจับสลากของขวัญ เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่

“เหลิม” ชูใบแดง “สมชัย” เกียร์ว่าง

ที่ สตช. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน กล่าวถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ประกาศปิดกรุงเทพฯว่า นายสุเทพมีอิทธิพลอะไรมาปิดกรุงเทพฯ อย่าพูดว่าคนที่ชุมนุมเป็นพี่น้องกรุงเทพฯ ทั้งที่ขนมาจากปักษ์ใต้ ถ้าเป็นคนกรุงเทพฯก็เป็นคนของ ส.ก. และ ส.ข.พรรคประชาธิปัตย์ ปราศรัยก็ไร้สาระหยาบคาย มีอาจารย์เฮงซวยเขียนบทให้นายสุเทพพูด กปปส.ก็เป็นหน่วยงานเถื่อน และปี 49 สมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เคยออกพระราชกฤษฎีกาเลื่อนเลือกตั้ง ก็เพราะพรรคการเมืองจัญไรไปถ่ายรูปว่าหันคูหาออกนอกถนน เลยตัดสินให้เลือกตั้งโมฆะ แต่คราวนี้เลือกตั้งยังไม่เกิด จะออกพระราชกฤษฎีกาเลื่อนเลือกตั้งไม่ได้ และถ้ารัฐบาลลาออกก็เท่ากับว่ารัฐบาลละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ขอฝากไปยังนายสมชัย ศรีสุทธิยากร เลขาธิการ กกต.ด้วยว่า วันนี้เป็น กกต. ไม่ได้เป็นพีเน็ต ถ้าไม่อยากจัดการเลือกตั้งก็ออกไป มาเป็น กกต.แล้วต้องตรงไปตรงมา ถ้าการเลือกตั้งได้ไม่ถึง 95% ก็ยังไม่สามารถเปิดสภาฯได้ แต่รัฐธรรมนูญให้เวลา 180 วัน

พท.จี้ กกต.แก้ปมรับสมัคร

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) นายสิงห์ทอง บัวชุม สมาชิกพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยสมาชิกพรรคทวงคืนผืนป่าประเทศไทย พรรคชาติสามัคคี และพรรคกสิกรไทย เดินทางมายื่น 4 ข้อเรียกร้องต่อ กกต.หลัง 8 จังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ เกิดปัญหาผู้สมัครไม่สามารถเข้าไปสมัครรับเลือกตั้งได้ โดยมี น.ส.สุรณี ผลทวี ผู้อำนวย– การสำนักเลขานุการ กกต.เป็นผู้รับหนังสือดังกล่าว ซึ่งข้อเรียกร้องมี 1.หากมีการขัดขวางจนผู้สมัครไม่สามารถรับสมัครได้ให้เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจ ในเขตจังหวัดที่มีการเลือกตั้งภายในวันที่ 1 ม.ค.ให้ถือว่าผู้สมัครรายนั้นได้รับสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมาย 2. หากระเบียบ ประกาศ ข้อกำหนดที่ออกโดย กกต.เป็นอุปสรรคทำให้ผู้สมัครเสียสิทธิยื่นเอกสาร ขอให้ กกต.แก้ไข ละเว้นระเบียบอันทำให้เป็นการตัดสิทธิการสมัคร 3.หากผู้สมัครไม่สามารถสมัครได้ทันภายในวันที่ 1 ม.ค. ขอให้ กกต.ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 235 และ 236 ขยายระยะเวลายื่นเอกสารการรับสมัครออกไปก่อน และ 4.ขอให้ กกต.ดำเนินการกับผู้ขัดขวางการปฏิบัติงานของ กกต. ประจำจังหวัดอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องปรามไม่ให้มีการขัดขวางการเลือกตั้ง

บี้เอาผิด กกต.จังหวัดปันใจม็อบ

นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า ขอฝากไปยังนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ซึ่งรับผิดชอบจัดการเลือกตั้งโดยตรง ว่าอย่าออกมาให้สัมภาษณ์ในลักษณะคลุมเครือ ไม่ชัดเจน อย่าเอาความรู้สึกส่วนตัวมาตัดสิน กกต.มีหน้าที่จัดการการเลือกตั้งก็ขอให้ทำหน้าที่ไปตามกฎหมาย และขอให้นายสมชัยลงพื้นที่ภาคใต้เพื่อให้เห็นสภาพปัญหาจริงซึ่งควรจะย้ายสถานที่รับสมัครไปในสถานที่ของตำรวจหรือทหาร เพื่อให้เกิดความปลอดภัย ทั้งนี้ น่าเชื่อว่า กกต.จังหวัดรู้เห็นเป็นใจกับกลุ่ม กปปส.เพราะมีการลาออกละทิ้งหน้าที่ จึงขอให้ กกต.กลางดำเนินคดีและยึดในหลักนิติรัฐ อยากฝากไปยังนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ว่าอย่าปิดกั้นผู้สิทธิเลือกตั้ง 48 ล้านเสียง

กาง ก.ม.สอนมวย “กกต.สมชัย”

ที่พรรคเพื่อไทย นายพนัส ทัศนียานนท์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ระบุไม่สามารถขยายวันรับสมัครการเลือกตั้งได้ เพราะกฎหมายไม่เปิดช่อง เนื่องจากได้กำหนดวันเลือกตั้งล่วงหน้าและวันเลือกตั้งในต่างประเทศแล้ว หากมีการเลื่อนวันรับสมัคร จะกระทบกับวันเลือกตั้งล่วงหน้าว่า นายสมชัยไม่ใช่นักกฎหมาย อาจศึกษาข้อกฎหมายไม่ถ่องแท้ ซึ่งมาตรา 7 (1) พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. กำหนดชัดเจนให้มีวันรับสมัครไม่น้อยกว่า 5 วัน ดังนั้น กกต.จึงกำหนดวันรับสมัครมากกว่า 5 วันได้ แต่อย่าให้เกินวันเลือกตั้ง เมื่อมีผู้มาขัดขวางไม่ให้รับสมัคร กกต.ก็ต้องพิจารณาขยายวัน ยังมีมาตรา 36 กำหนดให้ ผอ.ประจำเขตเลือกตั้ง เป็นผู้มีอำนาจกำหนดสถานที่รับสมัคร ไม่เกี่ยวกับ กกต.จังหวัด ซึ่ง ผอ.ประจำเขตเลือกตั้งเป็นข้าราชการประจำ ดังนั้น เลขาธิการ กกต.มีอำนาจสั่งให้ ผอ.เขตเลือกตั้งกำหนดสถานที่รับสมัครใหม่ได้

ขู่เกียร์ว่างโดนชัตดาวน์ 10 ปี

นายพนัสกล่าวว่า ในเรื่องสถานที่รับสมัคร หาก กกต.ยังดันทุรังใช้สถานที่เพื่อให้ม็อบมาปิดล้อมการรับสมัครเลือกตั้ง อาจเข้าข่ายจงใจไม่ปฏิบัติหรือมีเจตนาขัดขวางการเลือกตั้ง ถือว่ามีความผิดตามมาตรา 20 พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว. หาก กกต.กลาง และ กกต.ท้องถิ่น จงใจกระทำผิดตามมาตรา 20 จะมีโทษจำคุก 1-10 ปี และถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี

“โอ๊ค” ฟัดจมเขี้ยวลูกแหง่ ปชป.

วันเดียวกัน นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า พรปีใหม่ปีนี้มีแต่คนอยากให้พรรคประชาธิปัตย์คืนความสุขกลับมาให้ชาวไทยมากเป็นอันดับ 1 กรุงเทพฯจะถูกปิด ชาวบ้านจะเดือดร้อน ประเทศไทยต้องย่ำเท้าอยู่กับที่เพื่อรอพรรคประชาธิปัตย์ที่ทำตัวเป็นลูกแหง่ จะให้ผู้ใหญ่ออกมาอุ้มอยู่พรรคเดียว พรรคการเมืองทั้งหมด 53 พรรค ต่างยอมรับกติกาที่ กกต.กำหนด ไปลงสมัครรับเลือกตั้ง ประชาชนทุกคนพร้อมไปเลือกตั้ง กกต.พร้อมทำหน้าที่ให้ความยุติธรรม ขาดแต่พรรคการเมืองเจ้าปัญหา กับมวลมหากองเชียร์กลุ่มเดียวเท่านั้นที่พูดไม่รู้ฟัง ไม่ยอมลงสมัครรับเลือกตั้ง ป่วนบ้านเมือง ความสุข รอกันไปก่อนพี่น้องไทย สรุปคนไทยทั้งประเทศ ต้องมารอพวกเมิงอยู่พรรคเดียว ส่งความสุขปีใหม่ ด้วยการปิดกรุงเทพฯ ให้ชาวบ้านเค้าเดือดร้อนทุก หย่อมหญ้า เรียกร้องเผด็จการ ทำลายประชาธิปไตย รักชาติกันแบบเนี่ยนะ ม็อบประชาธิปัตย์ เริ่มต้นปีใหม่แบบเนี้ยนะ กำนันสุเทพ สวัสดีปีใหม่ 2557...!

“มาร์ค” สัญญาลุยปฏิรูปเป็นของขวัญ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอวยพรประชาชนเนื่องในวันปีใหม่ 2557 ว่า เชื่อว่าพี่น้องประชาชนคงได้รับพรปีใหม่ไปมากแล้ว ตนก็เพียงแต่ขอยืนยันว่า ในปีใหม่นี้ จะทุ่มเทอย่างเต็มที่ในการเดินหน้าทำงานรับใช้พี่น้องประชาชน ของขวัญที่จะล้ำค่าที่สุดก็คือว่า ถ้าเราช่วยกันผลักดันให้เกิดการปฏิรูปประเทศ จน ทำให้พี่น้องประชาชนทุกคนได้อยู่กันอย่างร่มเย็นเป็นสุข และประเทศของเราเดินหน้าไปให้ได้ถือว่าเป็นคำมั่นสัญญาในวันปีใหม่ว่าเป็นความตั้งใจของตน และพรรคประชาธิปัตย์ที่จะต้องดำเนินการให้ได้ในปีนี้

บีบ “ปู” ข้ามปีต้องปลดล็อกวิกฤติ

นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงกรณีการพบกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อวันที่ 31 ธ.ค.56 ที่ผ่านมาว่า เป็นการพูดคุยแลกเปลี่ยนโดย กกต.ได้ยอมรับว่ามีปัญหาในการรับสมัครว่า สุดท้ายแล้วจะครบทุกเขตหรือไม่ อย่างไร โดยต้องดูในข้อกฎ– หมายว่ามีทางเลือกอะไรบ้าง ส่วนในทัศนะของพรรคประชาธิปัตย์ ที่มองว่าการเดินหน้าเลือกตั้ง 2 ก.พ.57 ขณะนี้มีอุปสรรคแน่นอน และอุปสรรคที่เกิดขึ้นนี้จะทำให้นำไปสู่ความวุ่นวาย โดยสุดท้ายปลายทางไม่มีความชัดเจนว่าจะเป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญในเรื่องของความสุจริตและเที่ยงธรรม ดังนั้น กุญแจดอกแรกจึงเป็นของรัฐบาลที่ต้องขยับก่อน คาดว่าวันที่ 2 ม.ค. กกต.คงจะประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์ หลังพบปะหลายฝ่ายทั้งพรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย หรือ กปปส. ว่าผลเป็นอย่างไร ถ้ารัฐบาลยอมรับความเป็นจริง คือเดินไปแล้วไม่สำเร็จอย่างที่หวังและพร้อมที่จะเปิดทางเลือก คือการปลดล็อก ไขกุญแจบางดอก แทนที่จะนำไปสู่การเผชิญหน้ามากขึ้น นายกรัฐมนตรีจะต้องเป็นผู้ดำเนินการ แต่ถ้ารัฐบาลไม่ยอมขยับ บรรยากาศการเผชิญหน้าการต่อสู้ในทางการเมืองมันก็จะเข้มข้นมากขึ้น

มวลมหาประชาชนยอมรับก็จบ

เมื่อถามว่า แล้วกุญแจที่อยู่กับ กปปส.จะต้องทำอย่างไร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า กกต.ถามตนเหมือนกันโดยได้ชี้แจงไปว่า แกนนำ กปปส.ลาออกจาก ส.ส.ก็เป็นอิสระจากพรรคประชาธิปัตย์โดยสิ้นเชิง แม้ว่าหลายเรื่องจะเป็นการต่อสู้กับระบอบทักษิณ อาจจะถูกมองว่า ยืนอยู่ตรงกันข้ามกับฝ่ายรัฐบาล แต่ไม่ได้หมายความว่าเห็นตรงกันหมด กปปส.จะมาบอกว่า พรรคประชาธิปัตย์ต้องอย่างนั้นอย่างนี้ หรือประชาธิปัตย์จะไปบอก กปปส.อย่างนั้นอย่างนี้ก็ไม่ได้ เพียงแต่ให้ข้อสังเกตกับ กกต.ว่า นายสุเทพ เทือก–สุบรรณ เลขาธิการ กปปส.เอง ก็บอกว่า ประชาชนที่ออกมาเคลื่อนไหวเป็นจำนวนมากมายที่สุดในประวัติศาสตร์มีแนวความคิดของเขาเหมือนกัน ที่อยากเห็นการปฏิรูปอย่างเป็นรูปธรรม และต้องการความมั่นใจในเรื่องนี้ จึงบอก กกต.ว่า ถ้าคุยกับนายสุเทพไม่ได้ ไม่ต้องกังวล ถ้า กกต. รัฐบาล ฝ่ายต่างๆ ในสังคม แสวงหาทางออกที่มวลมหาประชาชนยอมรับ กปปส. ก็ยอมรับ เพราะนายสุเทพก็ดูท่าทีปฏิกิริยาจากมวลชนเช่นกัน

ซัดลักหลับที่เมืองคอนเลือกตั้งโมฆะ

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ได้สั่งให้สมาชิกพรรคจับตาดูการเลือกตั้งในพื้นที่ต่างๆ โดยไม่อนุญาตให้สมาชิกคนใดเข้าไปเกี่ยวข้องกับการขัดขวางการเลือกตั้ง และขอให้รวบรวมข้อมูลการใช้อำนาจรัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับการทำผิดการเลือกตั้ง เพื่อมอบให้กับฝ่ายกฎหมายของพรรคเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป โดยเฉพาะการรับสมัคร ส.ส.เขต จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งจะทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะได้ เพราะมีคำสั่งจากฝั่งรัฐบาลให้ใช้กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 42 เป็นที่รับสมัคร มีการอำนวยความสะดวกให้ผู้สมัครพรรคเพื่อไทยเข้าไปในช่วงดึก และมีการนำเฮลิคอปเตอร์ไปรับผู้สมัครบางพรรคเข้าและออกมาแบบวีไอพี ทำให้พรรคเพื่อไทยมีโอกาสเหนือพรรคการเมืองอื่น ซึ่งนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. บอกว่าไม่มีส่วนรู้เห็น แสดงว่าฝ่ายการเมืองเข้าไปแทรกแซงให้ดำเนินการอย่างนี้

“สมชัย” ลั่นจะรอจนเฮือกสุดท้าย

เมื่อเวลา 11.15 น. ที่ศูนย์เชื่อมต่อรถโดยสารประจำทางภายในศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ (โกลเด้นเพลส) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยยื่น 4 ข้อเสนอถึง กกต.เพื่อแก้ปัญหาการขัดขวางการเลือกตั้งในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคใต้ว่า ข้อเสนอของพรรคเพื่อไทยที่จะให้ กกต.ไปใช้ใบรับแจ้งความตามสถานีตำรวจต่างๆเป็นการสมัครรับเลือกตั้ง คงเป็นไปไม่ได้ เพราะกฎหมายกำหนดชัดเจนให้สมัครภายในสถานที่ที่ กกต.ได้ประกาศไว้เท่านั้น และข้อเสนอที่ให้ขยายวันรับสมัครเพราะจะส่งผลกระทบหลายด้าน โดยเฉพาะตารางการจัดการเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม กกต.จะพยายามเดินหน้าเปิดรับสมัครผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ไปจนกว่าจะถึงเวลาปิดรับสมัคร และตลอดทั้งวันจะประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การรับสมัครในวันสุดท้ายเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

คิดบวกคุย พท.–ปชป.น่าจะดี

นายสมชัยกล่าวอีกว่า ในวันที่ 2 ม.ค. กกต. ได้นัดหารือร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์เพื่อหาข้อสรุปบางอย่างในการคลี่คลายสถานการณ์การเมือง เชื่อว่าจะมีคำตอบที่ลงตัวเป็นไปในทิศทางที่ดีและได้ข้อยุติร่วมกันบางอย่าง จนทำให้สถานการณ์คลี่คลายลง ส่วน กปปส. ที่ยังไม่มีการตอบรับร่วมหารือกับทาง กกต.มองว่าการพูดคุยยังต้องเดินหน้าต่อไป ไม่มีคำว่าสาย คุยดีกว่าไม่คุย

รับสมัครวันสุดท้าย 7 จ.ใต้ยังวุ่น

สำหรับบรรยากาศการรับสมัคร ส.ส.แบบแบ่ง เขตวันสุดท้าย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลายจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ยังไม่สามารถรับสมัครผู้สมัคร ส.ส.ได้ โดยที่ จ.กระบี่ ในช่วงเช้า มวลชน กปปส.กระบี่ ที่ปักหลักชุมนุมยืดเยื้ออยู่บริเวณหน้าประตูทางเข้าสำนักงาน กกต.กระบี่ ได้ทยอยมาสมทบมากขึ้นและ ย้ายไปปิดถนนท่าเรือทางเข้าสำนักงาน กกต.กระบี่แทน หลังทราบว่า กกต.กระบี่ จะนำผู้สมัคร ส.ส.และชุดควบคุมฝูงชนเข้ามาภายในสำนักงาน กกต.กระบี่ ต่อมา นายสมปอง ตั้งฤกษ์ ผอ.กกต.กระบี่ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าเจรจากับทางกลุ่ม กปปส.กระบี่ เพื่อขอให้เปิดทาง แต่ไม่เป็นผล แต่ กกต.กระบี่ ยืนยันว่าจะไม่ย้ายสถานที่รับสมัคร เพราะหาก ย้าย ปัญหามวลชนก็ไม่จบ

เมืองลุงเสร็จม็อบไปไม่ถึงดวงดาว

จ.พัทลุง กลุ่ม กปปส.พัทลุง เข้าปิดล้อมสถานที่รับสมัครมีการตั้งเต็นท์บริเวณที่ดินว่างของกรม–ธนารักษ์ ตรงข้าม สภ.เมืองพัทลุง มีตำรวจทั้งในและ นอกเครื่องแบบกว่า 300 นาย นำโดย พ.ต.อ.ชวลิต เปล่งเสียง ผกก.สภ.เมืองพัทลุง ดูแลความปลอดภัย น.ส.ดวงใจ ช.บุญพันธ์ ประธาน กกต.พัทลุง และนายบันเทิง วัชรเสรีกุล ผอ.กกต.พัทลุง เข้าเจรจากับ กลุ่ม กปปส.พัทลุง แต่ผู้ชุมนุมไม่ยินยอม จึงเข้าแจ้ง ความตำรวจ สภ.เมืองพัทลุง ไว้เป็นหลักฐาน ต่อมา ได้มีผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคพลังไทย และพรรคชาติพัฒนา เดินทางไปยื่นใบสมัคร แต่ถูกกลุ่ม กปปส.ขัดขวางโห่ไล่ ไม่สามารถสมัครได้ จึงเข้าแจ้งความตำรวจไว้เป็นหลักฐานเช่นกัน

นครศรีฯ เปิดเกมหักเหลี่ยมกันสนุก

จ.นครศรีธรรมราช กกต.ใช้จุดรับสมัคร ส.ส. 2 จุด คือ จุดแรกที่หอประชุม กก.ตชด. 42 ค่ายศรีนครินทรา อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ปรากฏว่า มีผู้สมัครจากพรรคการเมืองต่างๆ จำนวน 15 คน เดินทางไปรอเพื่อยื่นใบสมัครตั้งแต่เช้ามืด บางคนไปนอนค้างคืนอยู่กับเพื่อนในค่าย ตชด. แต่เมื่อกลุ่ม กปปส.ทราบข่าว จึงระดมมวลชนไปปิดขวางประตูทางเข้าออกทุกด้าน ทำให้ กกต.ไม่สามารถเดินทางเข้าในค่าย ตชด.

ส่วนจุดที่ 2 คือ ที่โครงการเดอะคิ้ว บริเวณสามแยกนาหลวง ริมถนนสายนครศรีฯ-ปากพนัง ต.ในเมือง อ.เมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นจุดรับสมัครในเขตเลือกตั้งที่ 3 และ 8 มวลชน กปปส.ไปปักหลักปิดทางเข้าออกตั้งแต่เวลา 01.00 น. ของวันเดียวกัน ไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่เข้าไปปฏิบัติงาน สร้างความไม่พอใจให้กับผู้สมัครเป็นอย่างมาก

พรรคเล็กโวยแหลก กกต.เกียร์ว่าง

นายประดิษฐ์ภัทร หนูสาย ผู้สมัครจากพรรคพลังสหกรณ์ กล่าวว่า ตนลงสมัครเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 3 แต่ถูกขัดขวาง ก่อนหน้านี้เดินทางไป สมัครในค่าย ตชด. 42 อ.ทุ่งสง แล้ว แต่ปรากฏว่าไม่สามารถสมัครได้ ตนไม่เข้าใจ ทำไม กกต.กลาง ไม่แก้ปัญหาให้กับ กกต.จังหวัด ในเมื่อ 7 เขต คือ เขต 1, 2, 4, 5, 6, 7, 9 รับสมัครได้ภายในค่าย ตชด. เหลือเพียง 2 เขต คือเขต 3 กับเขต 8 ไม่ยอมเปิดรับสมัคร หมายความว่าอย่างไร บรรทัดฐานที่ถูกต้องอยู่ตรงไหน ใครรับผิดชอบ ถ้าเช่นนั้น 7 เขต ที่รับสมัครไปแล้วก็ถือเป็นโมฆะใช่หรือไม่

กปปส.แจ้งจับ กกต.เมืองคอน

ต่อมาในช่วงบ่าย กลุ่ม กปปส.นครศรีธรรมราช จำนวนมาก นำโดยนายคธา รุ่งโรจน์รัตนกุล และนายลือชา เปี่ยมสุวรรณ ประธานสภาทนายความจังหวัดนครศรีธรรมราช เข้าแจ้งความตำรวจ สภ.ชะเมา อ.เมืองนครศรีธรรมราช ให้ดำเนินคดีกับ กกต.นครศรีธรรมราช 4 คน ที่เหลือ คือนายวิรัตน์ นิ่มวิจิตร นายทรงพล โสภณ พ.ต.อ.เสริมศักดิ์ ผ่องโชค และนายจำเนียร ชูคลี่ และ ผอ.กกต.นครศรีธรรมราช จำนวน 7 เขต ประกอบด้วยเขต 1, 2, 4, 5, 6, 7 และ 9 ในข้อหาละเว้นปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากมีการย้ายสถานที่รับสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.นครศรีธรรมราช ไปยังค่าย ตชด.42 อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้าก่อน 1 วัน โดยมี พ.ต.ท.คมสัน พฤกษวานิช สวญ.สภ.ชะเมา อ.เมืองนครศรีธรรมราช เดินทางลงมารับหนังสือร้องทุกข์

5 วันที่สงขลาล่มปากอ่าว

จ.สงขลา กกต.สงขลา ใช้สนามกีฬาติณสูลานนท์ อ.เมืองสงขลา เป็นสถานที่เปิดรับสมัคร ส.ส. ถูกมวลชน กปปส.ขัดขวางมาแล้วถึง 4 ครั้ง เพื่อไม่ให้มีการเลือกตั้ง ต่อมาในวันเดียวกันนี้ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการรับสมัคร ทาง กกต.ประสานตำรวจชุดควบคุมฝูงชนพร้อมโล่และกระบองเข้าไปดูแลความสงบเรียบร้อย แต่ปรากฏว่าถูกมวลชนของกลุ่ม กปปส.บุกฝ่าแนวกั้นของตำรวจเข้าไปในสนามกีฬา ไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่ กกต.ปฏิบัติงาน พร้อมเปิดเวทีปราศรัยกล่าวโจมตีการทำงานของตำรวจและรัฐบาลอย่างรุนแรง โดยที่ตำรวจไม่สามารถระงับเหตุได้เพราะเกรงว่าจะเกิดการปะทะกับกลุ่มมวลชน กปปส.ทำให้นายโชคชัย ผลวัฒนะ ผอ.กกต.สงขลา ต้องประกาศยุติการรับสมัครอีกครั้ง ทำให้ผู้สมัครจากพรรคการเมืองต่างๆเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองสงขลา เพื่อเป็นหลักฐาน

ตรัง–ชุมพร ม็อบนกหวีดขึงจนจบ

จ.ตรัง กกต.ใช้โรงยิมเนเซียม สนามกีฬาเทศบาล 2 เขตเทศบาลนครตรัง เป็นสถานที่รับสมัคร ส.ส. ถูกมวลชนกลุ่ม กปปส.ปิดล้อมประตูทางเข้า-ออกไม่ยอมให้ใครเข้าไปสมัคร ส.ส. ทำให้ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปไตยใหม่ และพรรคชาติไทยพัฒนา รวม 14 คน ไม่สามารถเข้าไปยื่นใบสมัครได้ กกต.จังหวัดจึงสั่งยุติการรับสมัครทันที กลุ่มผู้สมัครจึงทยอยกันเข้าแจ้งความตำรวจไว้เป็นหลักฐาน เช่นเดียวกับ จ.ชุมพร กกต.ชุมพร ได้ย้ายจุดรับสมัคร ส.ส.จากห้องประชุมสภาเทศบาลเมืองชุมพร ไปที่ กก.ตชด.41 ค่ายอาภากรเกียรติวงศ์ อ.เมืองชุมพร แต่ก็ถูกกลุ่ม กปปส.ระดมมวลชนเข้าปิดล้อมประตูทางเข้า-ออกทุกด้าน จนกระทั่งถึงเวลาปิดรับสมัคร เมื่อไม่เห็นมีใครไปสมัคร กลุ่ม กปปส.จึงสลายตัว

สุราษฎร์ฯไม่มีใครกล้ามาสมัคร

ส่วนที่ จ.สุราษฎร์ธานี กลุ่มมวลชน กปปส.ยังคงปิดล้อมสนามกีฬากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี อ.เมืองสุราษฎร์ธานี จุดรับสมัครตลอดทั้งวัน จนกระทั่งถึงเวลาปิดรับสมัคร เมื่อเห็นว่าไม่มีใครมาสมัคร กลุ่ม กปปส.จึงแยกย้ายสลายตัวกันกลับไป โดยไม่มีเหตุรุนแรงใดๆเกิดขึ้น จ.พังงา วันสุดท้ายของการรับสมัคร ส.ส.มีผู้ไปสมัครเพิ่ม 1 ราย คือนายสุทิน ศรีรัฐ จากพรรคภราดรภาพ โดยไม่มีกลุ่ม กปปส.ออกมาต่อต้าน ทำให้ขณะนี้ จ.พังงา มีผู้สมัครจากพรรคการเมืองลงสมัครแล้วรวม 4 คน
ภูเก็ตเล็ดลอดเข้าไปสมัครได้ 1 คน

ขณะที่ จ.ภูเก็ต ยังคงมีมวลชนกลุ่ม กปปส.ปิดล้อมประตูทางเข้าศาลาประชาชนภูเก็ต อ.เมืองภูเก็ต ซึ่ง กกต.ภูเก็ต ใช้เป็นจุดรับสมัคร ส.ส.ไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่ กกต.เข้าไปปฏิบัติงาน ต้องยุติการรับสมัครชั่วคราว โดยกลุ่ม กปปส.ยังระดมมวลชนเข้าไปสมทบอย่างต่อเนื่อง หลังมีกระแสข่าวว่านายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย จะนำผู้สมัครพรรคเพื่อไทยไปยื่นใบสมัคร มีการปิดทางเข้า-ออกประตูสถานที่รับสมัครทุกด้าน ไม่ยอมให้ใครเข้าไป ในขณะที่แกนนำ กปปส.ใช้เครื่องขยายเสียงชี้แจงทำความเข้าใจกับมวลชนและโจมตีการทำงานของรัฐบาลรวมทั้ง กกต.ด้วย อย่างไรก็ตาม จ.ภูเก็ต จนถึงขณะนี้มีผู้สมัครเข้าไปสมัครได้สำเร็จเพียงรายเดียวคือนายจิรายุส ทรงยศ พรรคเพื่อไทย ลงสมัครเขต 2

ยะลา–สตูลมีมาเพิ่มก่อนหมดเวลา

ที่ จ.ยะลา กกต.ยะลา ใช้ห้องโถงชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดเป็นสถานที่รับสมัคร มีผู้สมัครไปสมัครเพิ่ม 1 ราย คือนายอดิศร อาลีลาเต๊ะ จากพรรคเสียงประชาชน ลงสมัครในเขต 2 โดยไม่มีมวลชน กปปส.ไปขัดขวางการรับสมัครแต่อย่างใด นายวิชัย เรืองเริงกุลฤทธิ์ ประธาน กกต.ยะลา กล่าวว่า การรับสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่วันที่ 28 ธ.ค. 56 จนถึงวันที่ 1 ม.ค. 57 ซึ่งเป็นวันสุดท้าย เหตุการณ์ทั่วไปเป็นไปตามปกติ ไม่มีสถานการณ์ใดๆเกิดขึ้น ขอชื่นชมชาวยะลา
เช่นเดียวกับ จ.สตูล บรรยากาศเป็นด้วยความเงียบเหงา มีผู้ไปสมัครเพิ่ม 2 ราย คือนายเจนณรงค์ ซุ่ยลิ่ม จากพรรคมหาชน ลงเขตเลือกตั้งที่ 2 และนายรณศักดิ์ ปะดุกา พรรคพลังประชาธิปไตย ลงเขต 1

กทม.คึกคักสมัคร 168 คน 23 พรรค

ผู้สื่อข่าวรายงานจากอาคารจอดรถประจำทาง (โกลเด้นเพลส) ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ สถานที่รับสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต กทม.ในวันสุดท้าย บรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบเหงา แต่มีผู้สมัครจากพรรคต่างๆ ทยอยมาสมัครอย่างต่อเนื่อง รวมตลอดทั้งวันมีผู้มาสมัคร 46 คน อาทิ พรรคภูมิใจไทย พรรคเสียงประชาชน พรรคคนขอปลดหนี้ พรรคเพื่อแผ่นดินเป็นต้น นอกจากนี้ กกต.ยังได้สรุปยอดการสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตของ กทม.ทั้ง 5 วัน มาสมัครทั้งสิ้น 168 คน จากทั้งหมด 23 พรรค โดยพรรคที่สมัครครบทั้ง 33 เขต มีเพียง 3 พรรค คือพรรคเพื่อไทย พรรคชาติพัฒนา พรรคพลังสหกรณ์ ขณะที่พรรคภูมิใจไทย ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง 11 เขต พรรคชาติไทยพัฒนา 9 เขต เป็นต้น

สรุปแล้ว 5 จว.ใต้เปิดรับสมัครไม่ได้

เมื่อเวลา 18.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต. แถลงสรุปรายงานการรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส. 77 จังหวัด 375 เขตเลือกตั้ง ระหว่างวันที่ 28 ธ.ค. 56-1 ม.ค. 57 ว่า มีเขตเลือกตั้งที่มีผู้สมัครฯแล้ว รวม 347 เขต มีผู้สมัครทั้งสิ้น 1,272 คน มีจังหวัดที่เปิดรับสมัครไม่ได้ 5 จังหวัด 24 เขตเลือกตั้ง ประกอบด้วย จ.สุราษฎร์ธานี 6 เขต จ.กระบี่ 3 เขต จ.ตรัง 4 เขต จ.พัทลุง 3 เขต จ.สงขลา 8 เขต ส่วนเขตเลือกตั้งที่ยังไม่มีผู้สมัครฯ รวม 8 จังหวัด 28 เขตเลือกตั้ง ประกอบด้วย จ.สุราษฎร์ธานี คือเขตที่ 1-6 จ.กระบี่ เขตที่ 1-3 จ.ตรัง เขตที่ 1-4 จ.พัทลุง เขตที่ 1-3 จ.สงขลา เขตที่ 1-8 จ.ชุมพร เขตที่ 1 จ.ภูเก็ต เขตที่ 1 จ.นครศรีธรรมราช เขตที่ 3 และ 8 ส่วนเขตเลือกตั้งที่มีผู้สมัครฯเพียงคนเดียวรวม 12 จังหวัด 22 เขตเลือกตั้ง ประกอบด้วย ภาคใต้ 15 จังหวัด 7 เขตเลือกตั้ง คือ จ.ภูเก็ต เขตที่ 1 จ.นครศรีธรรมราช เขตที่ 7 จ.ประจวบคีรีขันธ์ เขตที่ 1-3 จ.ชุมพร เขตที่ 2-3 ภาคเหนือ 16 จังหวัด 9 เขตเลือกตั้ง คือ จ.น่าน เขตที่ 1-3 จ.แพร่ เขตที่ 1-2 จ.อุตรดิตถ์ เขตที่ 1 และ 3 จ.นครสวรรค์ เขตที่ 1 และ 3 ภาคกลาง ปริมณฑล และภาคตะวันออก 26 จังหวัด มี 3 เขตเลือกตั้ง คือ จ.นครปฐม เขตที่ 2 จ.พระนครศรีอยุธยา เขตที่ 3-4 และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด มี 3 เขตเลือกตั้งคือ จ.ศรีสะเกษ เขตที่ 4 และ 8 จ.ชัยภูมิ เขตที่ 1

2 ม.ค.ชัดเลือกตั้งได้–ไม่ได้

นายภุชงค์กล่าวต่อว่า สำหรับผู้ที่ยังไม่สามารถเข้าไปสมัครฯได้ กกต. ขอให้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจโดยเร็วเพื่อรักษาสิทธิ ซึ่งวันที่ 2 ม.ค. กกต.จะมีการประชุมเพื่อพิจารณา และหามาตรการเยียวยาให้กับบุคคลดังกล่าว เบื้องต้นพบว่ามีผู้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจแล้ว 123 คนและวันเดียวกันจะมีการประชุมเพื่อมีมติและมีความชัดเจนว่าจะเลือกตั้งกันอย่างไรหรือจะมีการเลือกตั้งหรือไม่ ส่วนข้อเสนอของพรรคเพื่อไทยที่ขอให้ กกต. ขยายวันรับสมัครฯออกไปนั้น คงยาก เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อปฏิทินการเลือกตั้ง โดยเฉพาะได้มีการกำหนดวันเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรไว้ในวันที่ 13 ม.ค. รวมทั้งการเพิ่มชื่อถอนชื่อของผู้มีสิทธิเลือกตั้งอีกด้วย

2 ม.ค. 2557 07:34 ไทยรัฐ