วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชาวนาใจดี

โดย น้าเมฆ


ผมตั้งใจไว้ว่าปิดเทอมเดือนตุลาจะพาลูกชายไปทำนากับครูธานี เพราะมีเพื่อนผู้ปกครองท่านหนึ่งรับอาสารวบรวมสมาชิกให้ครบ 20 คน แล้วโทรไปนัดกับครูธานี ปรากฏว่าคิวเต็มไปจนถึงเดือนกลางเดือนธันวา ผมก็สงสัยว่ากิจกรรมทำนานี้จะเป็นที่นิยมอะไรได้ขนาดนั้น ทำไมคนจึงต่อคิวรอนานเหลือเกิน

จนในที่สุดรอบของผมก็มาถึง เราตื่นแต่เช้าไปให้ทันเวลานัด 9 โมง ผมต้องอาศัย Google Maps ช่วย โดยพิมพ์คำว่า “วัดบ่อเงิน” เพื่อไปที่ อ.ลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี บ้านครูธานีอยู่ติดกับวัดบ่อเงินนี่เอง

ใครไปถึงก็ลงทะเบียนให้เรียบร้อย แล้วปล่อยให้เด็กๆ เล่นของเล่นไม้กันไปก่อน เช่น 
ยืนทรงตัวและเดินด้วยไม้โถกเถกที่ทำจากไม้ไผ่ หรือไถตัวลงมาจากไม้ลื่น หรือถ้าอยากจะลอง
ทดสอบความแม่นยำโดยการปากระป๋องที่แขวนเรียงรายอยู่ ส่วนใครที่ยังไม่ได้กินอะไรรองท้อง บ้านครูธานีมีข้าวต้มเตรียมไว้ให้ ผู้ปกครองและเด็กๆ ตักเองได้เลย แถมยังมีขนมกล้วยใส่ใบตองรอไว้ต้อนรับทุกๆ คนด้วยครับ

ครูธานีประกาศออกไมค์ว่า ใครมาแล้วขอให้ไปกราบพระและไหว้บรรพบุรุษที่บนบ้านเสียก่อน 
ภรรยาผมชอบเรือนไทยอยู่แล้ว จึงขึ้นไปถ่ายรูปอย่างเพลิดเพลินเพราะสวยงามมากทุกมุม

เมื่อครูธานีเห็นสมาชิกส่วนใหญ่มากันครบแล้ว จึงเริ่มแนะนำตัวเอง และทักทายผู้ปกครองกับเด็กๆ ที่มาร่วมกิจกรรมเป็นกลุ่มๆ เช่น กลุ่มที่เป็นเพื่อนโรงเรียนเดียวกัน หรือเพื่อนบ้านกันก็มี ช่วงเช้า ครูธานีอยากให้ทุกคนกระจายกันไปเล่นและเรียนรู้ตามฐานต่างๆ 6 ฐาน ตามแต่ความสนใจ
เพื่อที่จะได้ไม่เบียดเสียดกันในฐานใดฐานหนึ่ง

ฐานพายเรือ คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัย เพราะเด็กๆ ทุกคนจะต้องใส่เสื้อชูชีพลายผ้าขาวม้าก่อนลงเรือและจะได้ใช้ไม้พายลองพายเรือจริงๆ ผมต้องชมคนคัดท้ายเรือที่พายเก่งมากราวกับใต้ท้องเรือมีล้อวิ่งไปตามราง เขาพาเรือมุดใต้สะพาน ลอดผ่านอุโมงค์ต้นไม้เป็นการผจญภัยที่สนุกสนานสำหรับเด็กๆ

ฐานเดินบนลำไม้ไผ่ ถือเป็นฐานวัดใจ เด็กที่จะเล่นควรถอดรองเท้า แล้วเดินบนลำไม้ไผ่ด้วยเท้าเปล่า มีที่จับสองข้างทาง อยู่ด้านซ้ายบ้างด้านขวาบ้าง มีบางคนที่ตอนแรกไม่กล้าเดินเอง แต่พอพ้นรอบแรกไปได้เท่านั้นแหละ ขอไปเดี่ยวๆ รอบสองก็มีครับ

ฐานรดน้ำผักและทำอาหาร ระหว่างทางเดินกลับเด็กๆ จะผ่านแปลงผักและครัวหลังบ้าน ใครอยากจะหยิบบัวมารดน้ำพืชผักในแปลงก็ทำได้เลย ส่วนใครจะช่วยเก็บผักไปทำอาหาร หรือจะกลับมาช่วยทำอาหารทีหลังก็ได้ไม่ว่ากัน

ฐานนวดข้าว เด็กๆ หยิบรวงข้าวมาคนละกำ แล้วฟาดรวงข้าวแรงๆ ให้เมล็ดหลุดออกมา แล้วนำเมล็ดที่ได้มาใส่ในเครื่องฝัดข้าวแบบโบราณ ใช้แรงคนหมุนๆ เป็นการทำความสะอาดเมล็ดข้าว เมล็ดที่สมบูรณ์จะตกลงไปด้านล่าง เมล็ดที่เบาหรือพวกฟางที่ติดมาจะพัดปลิวไปด้านหลัง

หลักจากนั้น นำข้าวที่ดีมาตำด้วยครกมือ เด็กๆ สามัคคีช่วยกันตำ หรือจะไปลองเหยียบครกกระเดื่องก็สนุกไปอีกแบบ หลังจากนั้นจะมีคุณป้ามาสอนฝัดข้าว ให้เมล็ดข้าวสารแยกออกจากเปลือก พวกเปลือกจะค่อยๆ กระเด็นออกไป เหลือแต่เมล็ดข้าวสารอยู่ในกระด้ง

ฐานเก็บไข่ไก่ ให้เด็กๆ เข้าไปในเล้าไก่เพื่อเก็บไข่ไก่ในโอ่งหรือถังที่ไก่ออกไข่ไว้ แล้วนำมาเรียงไว้ทีละฟองเพื่อเตรียมไปทำอาหารกลางวัน

ฐานปีนป่าย เด็กๆ จะเลือกปีนในแนวราบโดยการทรงตัวและโหนเชือกไปอีกฝั่งหนึ่ง หรือจะเลือกปีนป่ายแนวตั้งโดยการปีนขึ้นพะองไปตีระฆังที่แขวนไว้ด้านบน จุดนี้มีเชือกคาดเอวให้คุณลุงหรือผู้ปกครองคอยดึงไว้อีกทางเพื่อความปลอดภัยครับ

ฐานชมวิวรถกระแทะ นั่งรถกระแทะชมวิวรอบๆ วัดและทุ่งนา ถ้าถนนโล่ง คุณลุงคนขับใจดีจะให้เด็กๆ ลองมานั่งที่คนขับด้วย (แต่คุณลุงยังบังคับทิศทางให้เหมือนเดิมนะครับ)

กว่าจะเล่นครบทุกฐานก็เสร็จราวๆ 11 โมง พอเริ่มหิวนิดๆ ก็ชวนเด็กๆ ให้มาที่บริเวณครัว เพื่อช่วยกันเด็ดผักบุ้ง ตำส้มตำ ใช้กระต่ายขูดเนื้อมะพร้าวเพื่อคั้นกะทิ เด็กๆ ได้ลองใช้โม่หินโบราณเพื่อโม่แป้งทำขนม ช่วงทำอาหารลูกชายผมชอบมาก เพราะได้ตอกไข่ถึง 5 ฟอง ใส่น้ำปลา แล้วเจียวเอง อาหารที่บ้านครูธานีเป็นอาหารพื้นบ้าน แต่อร่อยทุกอย่างครับ ไม่ว่าจะเป็นไก่ทอด ผัดผักบุ้งไฟแดง ส้มตำ ยำไก่ ไข่เจียว มีน้ำกระเจี๊ยบ เก๊กฮวย ชาเย็น และไอศกรีมกะทิ ให้สามารถตักกินเองและเติมได้ตลอดทั้งวัน

ที่ผมชอบมากๆ คือ ครูธานีจะเดินดูว่าใครกินข้าวได้หมดทั้งจานไม่เหลือสักเม็ดแล้วประกาศให้ทุกคนทราบ เพราะ เด็กๆ ได้เห็นแล้วว่ากว่าจะได้ข้าวมากินแต่ละเม็ดนั้นต้องผ่านขั้นตอนมามากมาย เด็กคนไหนกินข้าวเสร็จเร็ว ก็เก็บจานไปล้าง แบ่งหน้าที่กัน กวาดเศษอาหาร ล้างด้วยน้ำยาล้างจาน ล้างน้ำสะอาด คว่ำจานเก็บให้เรียบร้อย ที่บ้านใครไม่เคยทำ ก็มาทำจิตอาสาที่นี่ คุณพ่อคุณแม่อมยิ้มกันใหญ่ครับ

หลังกินข้าวเสร็จแล้ว ครูธานีชวนเด็กๆ คุย ผมประทับใจมากที่ครูบอกว่า คนที่มาช่วยงานไม่ได้จ้างใครมาเลย ทุกคนเป็นญาติพี่น้องที่มาช่วยเหลือกัน ผู้หญิงเตรียมกับข้าว ผู้ชายช่วยพายเรือ จูงควาย ทุกคนใช้ชีวิตอยู่ที่ท้องนาแห่งนี้ ระหว่างรออาหารย่อย ครูธานีก็ชวนเด็กๆ เล่นเกมสนุกๆ ก่อนจะพาไปออกแรงดำนากันกลางทุ่งต่อไป

เข้าช่วงบ่าย ครูธานีพาเด็กๆ ไปรู้จักกับควายไทย บอกลักษณะการดูควายฉลาด แยกว่าตัวไหนเป็นตัวผู้หรือตัวเมีย สอนคำสั่งง่ายๆ เพื่อสื่อสารกับควาย ครูถามปัญหาอะไรเกี่ยวกับควาย ปรากฏว่าเด็กๆ ตอบผิดหมด (สมกับเป็นเด็กกรุงจริงๆ) สุดท้ายครูให้เด็กๆ ได้ลองขี่ควายทีละคน ทุกคนตื่นเต้นกันมาก

พอแดดร่มลมตก ครูธานีพาเดินไปที่เพิงกลางทุ่ง เพื่อสอนเด็กๆ ดำนา ใครที่จะลงต้องพร้อมเละและไม่กลัวสกปรก ครูจะแจกข้าวกล้าให้เด็กปักลงไปในนา จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ แค่นี้ พอเด็กลงมือทำเองก็เกิดความภูมิใจกันน่าดู เพราะคงรู้สึกว่าวันนี้ตัวเองได้เป็นชาวนาไทยแล้ว

หลังจากนั้น ครูธานีก็เริ่มเปิดสวนสนุกกลางทุ่งนา ให้เด็กๆ ได้ลื่นไถลลงไปในโคลน ถ้าลงไปแล้ว อยากขึ้นมาไถลใหม่อีกรอบก็ต้องไต่เชือกกลับขึ้นไป พอได้เล่นจนตัวมอมแมมแล้ว เลยยิ่งสนุกแบบฉุดไม่อยู่เลยครับ ไม่ใช่แค่เด็กๆ เท่านั้นหรอกครับ ผู้ใหญ่เองก็สนุกกับกลิ่นโคลนสาบควายไม่แพ้กัน

ขึ้นมาจากบ่อโคลนล้างเนื้อล้างตัว แล้วเข้าไปอาบน้ำให้สะอาดที่บ้านครูธานีต่อ ใครอยากจะเก็บตกกิจกรรมไหนที่ยังไม่ได้ลองในช่วงเช้าก็ทำต่อได้อีก

ก่อนจะแยกย้ายกันกลับ ทุกคนที่มาร่วมกิจกรรมต่างก็พากันรวบรวมเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายให้กับครูธานี ผมดูจากกิจกรรมตลอดทั้งวันที่จัดเตรียมไว้อย่างดี รวมทั้งอาหารและเครื่องดื่มที่มีไว้ให้เราอิ่มท้องตั้งแต่เช้าจรดเย็นแล้ว รู้สึกเลยว่าอยากจะใส่ซองสนับสนุนไปเต็มที่ แต่ครูธานีกลับบอกด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ว่าจะช่วยออกค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ก็แล้วแต่ศรัทธาเลยครับ รู้สึกได้ชัดเจนเลยว่าลุงป้าน้าอาทุกคนในบ้านครูธานีนั้นมีจิตใจดีและเสียสละมาก ที่เปิดบ้านต้อนรับและช่วยกันสอนให้เด็กๆ ได้เรียนรู้วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวนาไทยทุกขั้นตอน ระยะเวลา 2 เดือนแห่งการรอคอยช่างคุ้มค่าจริงๆ ที่ได้มาร่วมกิจกรรมทำนากับครูธานี ผมเชื่อว่าถ้าครอบครัวไหนได้มาสัมผัสด้วยตนเองก็จะรู้สึกประทับใจเช่นเดียวกันครับ

น้าเมฆ
 http://www.facebook.com/cloudbookfanpage

 

ผมตั้งใจไว้ว่าปิดเทอมเดือนตุลาจะพาลูกชายไปทำนากับครูธานี เพราะมีเพื่อนผู้ปกครองท่านหนึ่งรับอาสารวบรวมสมาชิกให้ครบ 20 คน แล้วโทรไปนัดกับครูธานี ปรากฏว่าคิวเต็มไปจนถึงเดือนกลางเดือนธันวา ผมก็สงสัยว่ากิจกรรมทำนานี้จะเป็นที่นิยมอะไรได้ขนาดนั้น ทำไมคนจึงต่อคิวรอนานเหลือเกิน ... 2 ม.ค. 2557 00:52 2 ม.ค. 2557 03:21 ไทยรัฐ