วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ปืน'เกือบช็อต ฮึดรัวท้ายเกม 2-0 'หงส์-สิงห์' กินนิ่ม

อาร์เซนอล เจอเกมอุดของคาร์ดิฟฟ์ จนเกือบทำแต้มหาย ก่อนมาฮึดเอาจนได้ ซัด 2 ประตูท้ายเกม พร้อมทวงจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกคืนมาได้สำเร็จ ส่วน "หลุยส์ ซัวเรซ" ซัดปิด ช่วยให้ ลิเวอร์พูล เปิดรังถอนแค้น ฮัลล์ 2-0 และ เชลซี บุกไปถล่ม เซาแธมป์ตัน 3-0…

ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2013/14 ประจำวันพุธที่ 1 ม.ค. "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ที่เพิ่งหล่นจากบัลลังก์จ่าฝูง มาอยู่อันดับ 2 หมาดๆ หลังจากชัยชนะของแมนฯซิตี้ ที่ช่วงหัวค่ำ เปิดสนาม เอมิเรตส์​ สเตเดียม พบกับ คาร์ดิฟฟ์ ทีมอันดับ 16 ของตาราง

อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือทีม อาร์เซนอล ไม่มีตัวหลักอย่างเมซุต โอซิล, โอลิวิเยร์ ชิรูด์ และอารอน แรมซีย์ ทำให้เกมรุกต้องฝากความหวังไว้ที่ ซานติ กาซอร์ลา, ธีโอ วัลคอตต์ และ ลูคัส โพดอลสกี ขณะที่ คาร์ดิฟฟ์ ของเดวิด เคอร์สเลค กุนซือรักษาการ วาง เฟรเซอร์ แคมพ์เบลล์ เป็นหน้าเป้าเช่นเดิม

เปิดฉาก อาร์เซนอล ครองบอลบุกได้มากกว่า และมีโอกาสลุ้นครั้งแรก น.13 แจ๊ค วิลเชียร์ เปิดขวางมาให้ ธีโอ วัลคอตต์ ชาร์จบอลหลุดข้างตาข่าย จากนั้น น.17 วิลเชียร์ จ่ายย้อนให้ ซานติ กาซอร์ลา ซัดไม่ตรงกรอบอีก

อย่างไรก็ตาม คาร์ดิฟฟ์ ที่รูปเกมเป็นรอง เกือบพลิกขึ้นนำ น.28 จากเกมโต้กลับ บอลมาถึง จอร์แดน มัตช์ ซัดลอดหว่างขาแข้งเจ้าถิ่นไปแล้ว แต่ วอจเซียช เชสนีย์ นายทวาร อาร์เซนอล ยังใช้ขาเซฟไว้ได้ และน่าจะเป็นจังหวะเสียวสุดในเกมนี้ด้วย

ช่วงเวลาที่เหลือ ทีม "ปืนใหญ่" ยังพยายามเดินหน้าบุกอย่างหนัก แต่ก็จังหวะสุดท้าย ก็ยังไม่ผ่านแนวรับของทีมเยือน ทำให้หมดเวลาครึ่งแรก สกอร์ยังเสมอกันอยู่ 0-0

ครึ่งหลัง รูปเกมของ อาร์เซนอล ยังพยายามขึงเกมบุกป่วนเปี้ยนอยู่หน้ากรอบเขตโทษของ คาร์ดิฟฟ์ ต่อเนื่อง และมีโอกาสลุ้นใกล้เคียงสุดๆ จากลูกโหม่ง 2 ครั้งติดต่อกันของ แพร์ แมร์เตซัคเกอร์  ช่วงครึ่งชั่วโมงของเกม แต่ก็ได้แค่เสียว จากนั้น น.75 เจ้าถิ่นได้ฟรีคิกระยะน่ารักน่าลุ้น วัลคอตต์ ปั่นเสยคานออกไปนิดเดียว

เข้าสู่ช่วง 10 นาทีสุดท้าย อาร์เซนอล ยังบุกแหลก แต่ก็ไม่สามารถเจาะแนวรับทีมเยือน จนเกมทำท่าจะลงเอยด้วยผลเสมอ แต่แล้ว ความพยายามของพวกเขาก็ประสบผลสำเร็จ จากลูกยิงซ้ำของ นิคลาส เบนท์เนอร์ ตัวสำรอง ก่อนที่ วัลคอตต์ จะมาซัดประตูตอกฝาโลงย้ำชัยในช่วงทดเจ็บ ช่วยให้จบเกม อาร์เซนอล คว้าชัยไป 2-0

ชัยชนะนัดนี้ ทำให้ อาร์เซนอล แข่งไป 20 นัด มีเพิ่มเป็น 45 คะแนน แซง แมนฯซิตี้ กลับมานำจ่าฝูงได้อีกครั้ง พร้อมกับทิ้งห่าง 1 แต้มเหมือนเดิม ขณะที่ คาร์ดิฟฟ์ แข่งเท่ากัน มี 18 คะแนนเท่าเดิม หล่นมาอยู่อันดับ 17 และมีแต้มห่างจากโซนตกชั้นแค่คะแนนเดียวเท่านั้น

รายชื่อนักเตะ 11 ตัวจริงทั้งสองทีม

อาร์เซนอล (4-2-3-1) :
วอจเซียช เชสนีย์ - บาการี ซานญา, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, โลร็องต์ คอสเซียลนี, นาโช มอนเรอัล, มิเกล อาร์เตตา, แจ๊ค วิลเชียร์, ธีโอ วัลคอตต์, ซานติ กาซอร์ลา, มาติเยอ ฟลามินี, ลูคัส โพดอลสกี

ตัวสำรอง : ลูคัสซ์ ฟาเบียนสกี, โธมัส แฟร์มาเลน, คาร์ล เจนกินสัน, โทมัส โรซิคกี, เรียว มิยาอิชิ, นิคลาส เบนด์เนอร์, แซร์ก นาบรี

คาร์ดิฟฟ์ (4-5-1) : เดวิด มาร์ชอลล์ - สตีเวน คอลเกอร์, เบน เทอร์เนอร์, เควิน แม็คนอห์ตัน, เดแคลน จอห์น, ปีเตอร์ วิตติงแฮม, แกรี เมเดล, คิม โบคุง, เคร็ก นูเน, จอร์แดน มัตช์, เฟรเซอร์ แคมพ์เบลล์

ตัวสำรอง : โจ ลูอิส, มาร์ค ฮัดสัน, อารอน กุนนาร์สสัน, ดอน โควี, อันเดรียส คอร์เนลิอัส, ทอมมี สมิธ, นิคกี เมย์นาร์ด

ทางด้าน "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ถอนแค้น ฮัลล์ ซิตี้ ได้สำเร็จ หลังจากเปิดบ้านทุบเอาชนะไปอย่างไม่ยากเย็น 2-0 จากผลงานของ ดาเนียล แอ๊กเกอร์ และ หลุยส์ ซัวเรซ ขณะที่ "สิงห์บลู" เชลซี ฟอร์มยังแรง บุกไปถล่ม "นักบุญ" เซาแฮมป์ตัน 3-0 จากประตูของ เฟอร์นานโด ตอร์เรส, วิลเลียน และ ออสการ์ ทำให้สถานการณ์อันดับคะแนนตอนนี้ เชลซี มี 43 คะแนน อยู่อันดับ 3 เช่นเดิม ส่วน ลิเวอร์พูล มีเพิ่มเป็น 39 คะแนน ขึ้นมาอยู่ที่ 4 แล้ว.

 

สรุปผลบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (คู่ที่จบไปแล้ว)

สวอนซี 2-3 แมนฯซิตี้
อาร์เซนอล 2-0 คาร์ดิฟฟ์
พาเลซ 1-1 นอริช
ฟูแลม 2-1 เวสต์แฮม
ลิเวอร์พูล 2-0 ฮัลล์
เซาแฮมป์ตัน 0-3 เชลซี
สโต๊ก 1-1 เอฟเวอร์ตัน
ซันเดอร์แลนด์​ 0-1 วิลลา
เวสบรอมวิช 1-0 นิวคาสเซิล