วันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

5 ผู้ทรงอิทธิพลคนบันเทิง

เจมส์จิ

เอ่ยถึง “ผู้ทรงอิทธิพล” ก็รู้สึกร้อนๆหนาวๆ แต่ในที่นี้ผู้ทรงอิทธิพลไม่ใช่หมายถึงเจ้าพ่อ นักการเมือง หรืออภิมหา เศรษฐี แต่หากหมายความถึงคนบันเทิงผู้ที่มี “อิทธิพลทางความคิด” ต่อคนอื่นทั้งในวงการบันเทิงด้วยกัน หรือคนในสังคมก็ตาม

สำหรับคนบันเทิงอาจจะเป็นคนตัวเล็กๆเมื่อเปรียบเทียบกับคนใหญ่คนโตในวงการอื่น แต่คนบันเทิงเล็กๆคนหนึ่งก็สามารถทำให้สังคมสะเทือน และแม้กระทั่งก่อให้เกิดกระแสทั้งในด้านบวกหรือลบ บางทียังสามารถชี้นำสังคมได้อีกด้วย

ในรอบปีที่ผ่านมามีคนบันเทิงสร้างวีรกรรมไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน่าชมเชย หรืออื้อฉาว แต่ใครบ้างที่จะเรียกได้ว่าเป็น “ผู้ทรงอิทธิพล” ณ ที่นี้ ชาว “บันเทิงทีวี” ได้จัดไว้ 5 อันดับด้วยกัน

ผู้ทรงอิทธิพลอันดับ 5 “เจมส์จิ”

ถ้าเอ่ยชื่อ “เจมส์จิ” เมื่อปีก่อน ทุกคนงงไม่รู้จัก แต่มาวันนี้คลั่งตั้งแต่เด็กน้อยยันผู้เฒ่าผู้แก่ “เจมส์จิ” มีชื่อเล่นว่า เจมส์ ชื่อนามสกุลเต็มว่า จิรายุ ตั้งศรีสุข แต่ที่เรียกว่า เจมส์จิ เพราะในวงการบันเทิงมีชื่อ เจมส์ หลายคน เมื่อปีก่อน เจมส์จิ ยังเป็นหนุ่มน้อยเมืองพิจิตรอยู่เลย นักปั้นดาว ปิ๊ก-ฌาณฉลาด ตามไปถึงบ้านเกิดคว้ามาปั้นก่อนดันลงละครซีรีส์ “สุภาพบุรุษจุฑาเทพ” แค่เรื่องแรกก็ส่งชื่อ เจมส์จิ ขึ้นหิ้ง “พระเอกเบอร์หนึ่ง” ของช่อง 3 อย่างสุดอะเมซซิ่ง


เจมส์จิ ทำเอาสาวๆลืมตาก็เพ้อหลับตาก็ฝันถึงแต่ “คุณชายหมอ” ด้านผู้จัดการส่วนตัวยังทำให้อึ้งอีกด้วยการประกาศ เจมส์จิ ไม่รับงานอีเวนต์ แต่กลับยิ่งรับทรัพย์ก้อนโตกว่าจากงานโฆษณา กลายเป็นซุป’ตาร์มหาเศรษฐีชั่วเวลาแค่ไม่กี่เดือน ซึ่งเม้าท์กันว่า เจมส์จิ มีเงินเก็บแล้ว เกือบ 200 ล้านบาท คนเรา “ยิ่งสูง ก็ยิ่งหนาว” ข่าวในด้านลบก็เริ่มทับถมใส่ตัว เจมส์จิ ตั้งแต่มีข่าวซุกแฟนสาวชาวพิจิตร บ้างก็ว่าชื่อ “กวาง” บ้างก็บอกว่าชื่อ “ปีเก้” แต่ เจมส์จิ ก็ออกมาปฏิเสธสิ้น จากนั้นก็มีข่าว “ดังแล้วหยิ่ง” เมินถ่ายรูปคู่กับ นุ้ย–สุจิรา ทำจนนางเอกรุ่นพี่ร้องไห้แงๆ ซึ่งหนุ่ม เจมส์จิ ก็ออกมาขอโทษแบบแมนๆเรื่องก็จบไป แต่ก็ทำให้ เจมส์จิ มีภาพ “พระเอกเทวดา” ติดตัวจนเป็น 1 ในศิลปินที่ถูกสมาคมนักข่าวบันเทิงให้ฉายาประจำปีว่า “ซุป’ตาร์เทวดา”

เรื่องของเจมส์จิเป็นไอดอลของเด็กหนุ่มสาวที่มีความฝันจะก้าวเข้าสู่วงการบันเทิง และประสบความสำเร็จมีชื่อเสียงและร่ำรวยในเวลาอันสั้น แต่อย่าลืมว่าก่อนหน้านี้ก็มีเด็กหนุ่มสาวมากมายที่ได้ก้าวเข้ามา และก็ต้องจากไปอย่างผิดหวัง เพียงแต่ว่าไม่มีใครรู้เท่านั้น

ผู้ทรงอิทธิพลอันดับ 4 “เจนี่”

เมื่อต้นปีชื่อ “มุตตา” และ “มุนินทร์” ยังถูกเอ่ยบ่อยกว่าชื่อ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ ซะอีก เพราะเป็นช่วงที่กระแสละครเรื่อง “แรงเงา” ทางช่อง 3 ฮิตทั่วบ้านทั่วเมือง ถึงขนาดส่งผลให้มีการนำเอาชื่อ “มุนินทร์” ไปเป็นตัวแทนของผู้หญิงสวย เผ็ด ดุ ขณะที่ชื่อ “มุตตา” ไปใช้แทนผู้หญิงประเภทสวยใสไร้สมอง หรือแม้แต่คนที่เป็นเมียน้อย

กระแสละครยังไม่ทันซา เจนี่ ก็ต่อด้วยข่าวพัวพันกับนักการเมืองหนุ่มชื่อดังแห่งเมืองปากน้ำ นั่นก็คือ เอ๋–ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม และที่ทำให้เรื่องนี้อื้อฉาวก็คือใครๆก็รู้ว่าผู้ชายคนนี้มีป้ายแขวนคอว่า เป็นสามีของนักร้องระดับดีว่าของเมืองไทย ตู่–นันทิดา โดยเรื่องราวเริ่มต้นจากภาพถ่ายในอินสตาแกรมของสาว เจนี่ ที่ทยอยปล่อยออกมาเป็นระยะ เป็นจิ๊กซอว์ต่อเป็นภาพให้เห็นว่าทั้งคู่กำลังซุ่มคบหากัน ระหว่างที่นักข่าวทุกสำนักวิ่งขุดคุ้ยหาคำตอบจากทุกซอกหลืบ ทั้งคู่ก็ทำเซอร์ไพรส์ด้วยการนัดสื่อทุกสำนักมาพร้อมกันก่อนประกาศยอมรับว่า ได้คบหากันจริง โดยแยกทางกับ ตู่–นันทิดา นานแล้ว และยิ่งเซอร์ไพรส์ซ้ำสองเมื่อควักใบทะเบียนสมรสที่ทั้งคู่เพิ่งจดกันสดๆร้อนๆออกมาโชว์ ไม่เพียงเท่านั้น พี่เอ๋ ยังทำให้เซอร์ไพรส์เด้งที่สามเมื่อบอกว่า ที่ผ่านมาตนสมรสกับ ตู่–นันทิดา โดยไม่มีการจดทะเบียนสมรส และนี่เป็นการจดทะเบียนครั้งแรก จึงทำให้ เจนี่ หลุดพ้นข้อหา “มือที่สาม” แย่งสามีชาวบ้านไปได้ในที่สุด

เรื่องราวของเจนี่เป็นทอล์ก ออฟ เดอะทาวน์ เล่าขานกันนานหลายเดือน อีกทั้งยังนำเอาภาพถ่าย เจนี่ที่ลงในอินสตาแกรมไปทำล้อเลียนกันทั่วบ้านทั่วเมืองกลายเป็นเรื่องโจ๊ก จนมาถึงปลายปี เจนี่ ยังติดโผฉายาดาราอีกด้วยว่า “แบ๊วฉกทะเบียน”

ผู้ทรงอิทธิพลอันดับ 3 “ใบเตย สั้นเสมอหู”

โด่งดังข้ามปี สร้างสีสันให้แก่วงการลูกทุ่งด้วยคอนเซปต์ “สั้นเสมอหู” จนน้องๆหนูๆหันมาฮิตนุ่งสั้นเสมอหูตาม หนูใบเตย กันมาแล้ว พอเริ่มต้นปีก็มีเพลง “รักต้องเปิด (แน่นอก)” ที่ ใบเตย ไปฟีเจอริ่งให้วง ทรีทูวัน จนทำให้ทั้งเพลงทั้งท่าเต้นดังไปทั้งเมือง ยิ่งในโลกโซเชียล เน็ตเวิร์กเอ็มวีเพลงนี้ยังทำลายสถิติด้วยยอดวิวทะลุ 80 ล้าน แล้วยังดังข้ามโลกจนแฟนเพลงในหลายประเทศเต้นท่า “แน่นอก” โหลดลงยูทูบประชันกันจนเป็นฟีเวอร์

ไม่เพียงเรื่องงาน ใบเตย ยังถูกโฟกัสในเรื่องความรักที่ตามหาหัวใจจนเจอ ดีเจแมน–พัฒนพล ซึ่งเจ้าตัวก็ไม่เคยปิดบังเหมือนศิลปินคนอื่น แถมยังขยันเปิดอีกตะหาก และมาดังทางอื้อฉาวเอาก็เมื่อไม่นานมานี้ที่มีข่าวว่าเคยร่วมโต๊ะกินข้าวกับอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ซึ่ง ใบเตย แอ่นอกยอมรับว่าจริง และจากนั้นลูกทุ่งสาวก็เป็น เป้าทางการเมืองอีกครั้งเมื่อมีภาพหลุดผู้หญิงคล้าย ใบเตย เดินจับมือกับอดีตนายกฯคนเดิม และครั้งนี้ทำให้ ใบเตย หมดความอดทนเปิดแถลงข่าวทั้งน้ำตายืนยันว่าไม่ใช่ตัวเอง และอ้อนวอนว่าอย่าดึงเธอเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองเลย

กล่าวได้ว่าใบเตย อาร์สยาม เป็นผู้บุกเบิกวงการนักร้องลูกทุ่งยุคใหม่ ใบเตยได้ทำลายกฎเหล็กที่เคยพันธนาการนักร้องลูกทุ่งทุกยุคทุกสมัย ว่าต้องเก็บเนื้อเก็บตัว ห้ามมีภาพลักษณ์ฉาวโฉ่  ซึ่งอะไรที่ห้ามไว้ ใบเตยแหกหมด ตั้งแต่แต่งตัวเซ็กซี่ มีข่าวคาวฉาวสวาท ทำตัวเป็นข่าวตลอดเวลา แต่ทุกสิ่งที่ใบเตย ทำไปก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าเธอเดินมาถูกทาง จนทุกวันนี้มีนักร้องลูกทุ่งพากันยก ใบเตย เป็นไอดอลกล้าคิด กล้าทำ นำวงการเพลงลูกทุ่งก้าวข้ามไปสู่ยุคใหม่อย่างที่ไม่เคย มีมาก่อนนับจาก อดีตถึง ปัจจุบัน

ผู้ทรงอิทธิพลอันดับ 2 “นุ่น ลำยอง”

ลุ้นตั้งแต่ต้นปีว่า หมดสัญญากับช่อง 7 สีแล้วอยู่ต่อหรือจะไปไหน สุดท้ายก็ได้คำตอบเมื่อ นุ่น–วรนุช ภิรมย์ภักดี เปิดตัวละครเรื่องใหม่ “ทองเนื้อเก้า” ที่ช่อง 3 กับบท “ลำยอง” ผู้หญิงขี้เมามากผัว ซึ่งต้องแบกรับความกดดันไว้เต็มบ่าเพราะเป็นละครที่เคยโด่งดังมากมาก่อน และก็ไม่ทำให้แฟนๆที่จับตามองผิดหวัง เมื่อ คุณนายนุ่น ทำได้ดียิ่งกว่าต้นฉบับ “ลำยอง” ทุกรุ่นที่เคยมีมา และยังส่งให้เรตติ้งของละครทะยานทะลุไป 22 ทำลายสถิติเรื่อง “แรงเงา” ที่เคยครองแชมป์อยู่จนตะลึงไปทั้งวงการ

นอกจากเรตติ้งสูงสุดแล้ว นุ่นยังทำให้เกิด “ลำยองฟีเวอร์” คาแรกเตอร์ของลำยอง มีการนำไปเลียนแบบกันทั่วบ้านทั่วเมืองตั้งแต่นุ่งผ้าถุง เสื้อลายดอก ผมยุ่ง ทาปากจัด หนีบขวดเหล้า อุ้มโหลยาดอง ท้องโย้ หรือกิริยาเดินขาถ่าง นั่งชันเข่า หลายงานปาร์ตี้ต้องมี “ลำยอง” เดินอยู่ในงานช่วยสร้างสีสัน และยังแต่งตัวเลียนแบบถ่ายรูปลงอินสตาแกรมเป็นเรื่องสนุกสนาน

ก่อนหน้ามาเป็น “ลำยอง” นี้มีหลายคนปรามาสว่า นุ่นไม่มีทางทำได้ เพราะภาพนุ่น ณ ตอนนี้ไม่เหมือนตอนเป็นนางเอกวิก 7 สีเมื่อกาลก่อน แต่นุ่นเป็น “คุณนายสิงห์” ภรรยาผู้บริหาร “เบียร์สิงห์” อยู่สูงเกินกว่าจะมาคลุกดินเป็นอีขี้เมาหยำเปมั่วผู้ชายทำร้ายลูก เป็นภาพที่ขัดกับสาวไฮโซชนิดหน้ามือกับหลังมือ แต่สุดท้ายนุ่นได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า “ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้ถ้าตั้งใจ” ซึ่งจะส่งผลให้ดารารุ่นหลังดูเป็นแบบอย่างและปฏิบัติตามต่อๆมา

ผู้ทรงอิทธิพลอันดับ 1 “แตงโม–โตโน่”

มาเป็นแพ็กคู่ เพราะ ณ เวลานี้ถ้ากล่าวถึงคนหนึ่งแล้วไม่กล่าวถึงอีกคนหนึ่งไม่ได้  เพราะทั้งคู่ได้ถือเป็น “คนเดียว” กันแล้ว นับจากได้ผ่านพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาคริสต์

ก่อนหน้านี้ชื่อของ แตงโม–ภัทรธิดา  เกือบหลุดวงโคจรวงการบันเทิงไปแล้ว  เนื่องจากความแรงของเธอ แต่สุดท้าย แตงโม ก็กลับมาเป็นข่าวฮือฮาอีกครั้งเมื่อนักร้องหนุ่มมาดกวนจากเวทีเดอะสตาร์ โตโน่–ภาคิน ออกตัวแรงแซงโค้งประกาศเดินหน้าจีบสาว แตงโม ชนิดช็อกวงการ เพราะไม่เคยมีเค้าลางให้ระแคะระคายมาก่อน ซึ่ง โตโน่ พูดจริงแล้วก็ทำจริง ขณะที่สื่อก็หันมาสนใจเกาะกระแสความรักที่รวดเร็วและร้อนแรงของหนุ่มสาวคู่นี้จนเป็นข่าวครึกโครม สีสันของคู่รักฟ้าแลบคู่นี้นอกจากความหวานเว่อร์แล้ว ยังเป็น “ฝีปาก” ของ แตงโม ที่เป็นเอกลักษณ์ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง ซึ่งมักจะสวนเปรี้ยงแบบตีแสกหน้า หรือว่ารุนแรงจนหน้าหงาย โดยเฉพาะหากใครมาบังอาจวิจารณ์ความรักของทั้งคู่ในทางไม่สร้างสรรค์ แต่ที่ไม่เข้าใจก็คือบางรายที่ไม่รู้ อีโหน่อีเหน่ด้วยก็พลอยโดนจิกกัด จนทำให้เกิดกระแสต่อต้านเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หรือแม้แต่สื่อเองยังมอบฉายาปลายปีให้ แตงโม ว่า “ฝีปากไร้ตะกร้อ” ส่วน โตโน่ ก็ได้ฉายาว่า “ค้นฟ้าคว้าเมีย”

กระแสต่อต้านตัวแตงโมกระทบต่อฐานแฟนคลับที่รักโตโน่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แรกๆแฟนคลับก็พยายามเข้าใจ แต่เจออิทธิฤทธิ์ของแฟนสาวไปหลายดอกก็ค่อยๆทยอยถอยห่าง อีกทั้ง โตโน่เองก็เลือกที่จะยืนอยู่ข้างสุดที่รักอย่างมั่นคงอีกด้วย ความรักของทั้งคู่สุกงอมเร็วกว่าที่ทุกคนคิดชนิดช็อกวงการ เมื่อจู่ๆแตงโมจูงมือโตโน่เข้าพิธีเปลี่ยนศาสนา จากนั้นก็ควงกันเข้าพิธีหมั้น โดยบาทหลวงประกาศว่า “ทั้งคู่ได้เป็นคนๆเดียวกันแล้ว”

อาจจะเป็นเพราะ “เคมีตรงกัน” จึงทำให้ทั้งคู่รักกันมากถึงขั้นประกาศว่า “จะรักและอยู่เคียงข้างกันจนวันตาย” ทำเอาคนที่ไปร่วมในพิธีถึงกับซึ้งจนน้ำตาซึม สำหรับคนที่บูชาความรักหลายคู่ดูเอาไว้เป็น “เยี่ยง” ได้ แต่อย่าเอา “อย่าง” กรองแต่สิ่งดีๆเก็บมาใช้ แต่อะไรที่ไม่ดีก็มองข้ามไปซะ...เพราะจะหาคนที่สมบูรณ์พร้อมไปทุกอย่างนั้นไม่มี.

บันเทิงทีวี

เอ่ยถึง “ผู้ทรงอิทธิพล” ก็รู้สึกร้อนๆหนาวๆ แต่ในที่นี้ผู้ทรงอิทธิพลไม่ใช่หมายถึงเจ้าพ่อ นักการเมือง หรืออภิมหา เศรษฐี แต่หากหมายความถึงคนบันเทิงผู้ที่มี “อิทธิพลทางความคิด” ต่อคนอื่นทั้งในวงการบันเทิงด้วยกัน หรือคนในสังคมก็ตาม... 1 ม.ค. 2557 16:01 ไทยรัฐ