วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผ่าโลกเจาะเวลา ปีอาชา คะนองศึก

มีขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป คือสัจธรรม เคยยิ่งใหญ่ปานใดก็ใช่จะเป็นอมตะ สรรพสิ่งเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา ปีอาชาห้อเข้ามา โลกนี้จะ “พยศ” แค่ไหน ลองมาเพ่งพิศดูกัน!

oooooooooooooo

• ในปีม้า การเมืองโลกจะยังวุ่นวาย รวมทั้งพญาอินทรี “สหรัฐอเมริกา” ซึ่งเผชิญปัญหาภายใน นักการเมืองผู้ทรงเกียรติจ้องเอาชนะคะคานกัน โดยมิคำนึงผลกระทบต่อชาติบ้านเมือง

เมื่อต้นเดือน ต.ค. ปีงู หน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ ถูก “ชัตดาวน์” จนเป็นอัมพาตครั้งแรกในรอบ 17 ปี เนื่องจากพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันในสภาคองเกรสงัดข้อกัน ทำให้ผ่านกฎหมายงบประมาณไม่ทันเส้นตาย แม้ต่อมาจะตกลงกันได้ในแผนงบประมาณล่วงหน้าที่จะช่วยป้องกันภาวะชัตดาวน์อีก แต่อาจมีวิกฤติซ้ำรอยในไม่ช้า


ส่วนกฎหมายขยายเพดานหนี้สาธารณะ แม้จะผ่านสภาคองเกรสแบบฉิวเฉียด แต่ก็แค่เพียงช่วยประวิงเวลา ปัญหาอาจเกิดซ้ำรอยเดิม เพราะจะมีการเล่นเกมการเมืองอย่างดุเดือดไปตลอด

ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ทำให้ความนิยมในรัฐบาลและฝ่ายค้านตกฮวบ ประกอบกับใน 4 พ.ย. ปีนี้ จะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนฯและวุฒิสภากลางเทอม ทั้ง 2 ฝ่ายต้องแย่งชิงชัยชนะ การขับเคี่ยวจะยิ่งเข้มข้น

oooooooooooooo

• ตรงข้ามกับหมีขาว “รัสเซีย” ที่แม้จะมีปัญหาภายในบ้าง แต่ประธานาธิบดี “วลาดิเมียร์ ปูติน” สายลับเคจีบีเก่ายัง “เอาอยู่” รวบอำนาจได้อย่างแข็งแกร่ง

ปูตินยังเด่นสุดๆในเวทีโลก รวมทั้งกรณีสงครามกลางเมืองซีเรีย ซึ่งรัสเซียสนับสนุนผู้นำเผด็จการ “บาชาร์ อัล อัสซาด”  และขู่ใช้สิทธิวีโต้ไม่ยอมให้ยูเอ็นผ่านมติแทรกแซงทางทหารต่อซีเรีย แถมยังวิ่งเต้นทำให้ซีเรียยอมทำลายอาวุธเคมีได้ รัสเซียยังเดินเกมทั้งกล่อมทั้งขู่จนยูเครนยอมทิ้งข้อตกลงการค้าการเมืองกับสหภาพยุโรป (อียู) หันมาซบรัสเซีย นอกจากนี้ยังตั้งขีปนาวุธพิสัยใกล้จ่อชายแดนโปแลนด์และลิทัวเนีย กดดันกันตรงๆ


ความอหังการของปูติน ทำให้นิตยสาร “ฟอร์บส์” ยกให้เขาเป็นบุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกปี 2556 และปีนี้ หมีขาวจะยิ่งแผ่กรงเล็บ พยายามดึงอดีตชาติบริวารสหภาพโซเวียตให้มาเป็นพวกมากยิ่งขึ้น

oooooooooooooo

• ขณะที่พญามังกร “จีน” รัฐบาลพรรคคอมมิวนิสต์ยังเด็ดขาด ใครขวางเป็นถูกกำจัด ยกตัวอย่างนายป๋อ ซีไหล นักการเมืองดาวรุ่ง อดีตผู้นำพรรคคอมฯ สาขานครฉงชิ่ง ที่เป็นหอกข้างแคร่ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ถูกศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิตข้อหาคอร์รัปชัน


สี จิ้นผิง ยังชูแผนปฏิรูปสังคม-เศรษฐกิจชุดใหม่ และพยายามแผ่อิทธิพลในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งประกาศตั้ง “เขตแสดงตนป้องกันทางอากาศ”  (ADIZ) ในทะเลจีนตะวันออก ครอบคลุมหมู่เกาะเตี้ยวหยูหรือเซนกากุ จนงัดข้อกับ “ญี่ปุ่น” ซึ่งแก้เผ็ดด้วยการประกาศแผนยุทธศาสตร์ใหม่ ขยายแสนยานุภาพทางทหารมากขึ้น เช่นกัน โดยเพิ่มงบกลาโหม จัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์นานาชนิด ทั้งโดรน เรือดำน้ำ เครื่องบินรบล่องหน ฯลฯ

ในปีม้า จีนจะรุกคืบขยายอิทธิพลมากยิ่งขึ้น เพื่อคานอำนาจสหรัฐฯที่ชูนโยบาย “ปักหมุดเอเชีย” โดยหนึ่งในจุดพิพาทที่จะปะทุแรงกว่าเดิมคือ “ทะเลจีนใต้” ซึ่งจีน ไต้หวัน และหลายชาติในอาเซียนแย่งกันครอบครอง ขณะที่ “ญี่ปุ่น” ก็จะเร่งเครื่องแรงขึ้นเช่นกัน แต่ไม่น่าจะเกิดการสู้รบกันรุนแรงใดๆ เพราะต่างรู้ดีว่ามีแต่เสียกับเสีย หากจะฟัดกันจริงๆ คงจะเป็นศึกเศรษฐกิจ-การค้ามากกว่า ไม่จำเป็นต้องรบราฆ่าฟันให้ผู้คนล้มตาย


oooooooooooooo

• สำหรับ “อาเซียน” ที่กำลังจะบรรลุเป้าหมายรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน โดยเฉพาะประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ย่อมตกอยู่ท่ามกลางเกมแย่งชิงของเหล่ามหาอำนาจ อาเซียนจึงต้องใช้ศิลปะรักษาสมดุลให้ตนเองอยู่รอด และได้รับผลประโยชน์มากที่สุดจากวังวนขับเคี่ยวอันรุนแรงนี้

แต่ดูสถานการณ์แล้วจีนค่อนข้างเหนือกว่า เพราะเจาะลึกเข้ามาในอาเซียนมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าใน พม่า ลาว กัมพูชา รวมถึงไทย ซึ่งจังหวะพอดีกับที่สหรัฐฯ วุ่นวายภายใน ไม่สามารถทุ่มเทให้อาเซียนได้เต็มที่

พูดถึงเออีซีแล้ว เผลอๆไทยเราจะไม่ได้เป็นศูนย์กลางเออีซีอย่างที่วาดหวัง เพราะมีวิกฤติการเมืองภายในเรื้อรัง ชาติอื่นๆอาจได้เปรียบ โดยเฉพาะ “อินโดนีเซีย” ที่ทั้งเศรษฐกิจรุ่งโรจน์และมีบทบาทโดดเด่นมาก


นอกจากนี้ ต้องจับตาสถานการณ์ในบางชาติเพื่อนบ้านเป็นพิเศษ โดย “กัมพูชา” ฝ่ายค้านนำโดยนายสม รังสี กำลังรุกคืบขับไล่นายกรัฐมนตรีฮุน เซน และมีมวลมหาประชาชนหนุนหลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งถ้ากัมพูชาเกิดความไม่สงบ หรือเปลี่ยนขั้วอำนาจ ต้องส่งผลกระทบต่อไทยอย่างเลี่ยงไม่พ้น

ส่วน “พม่า” แม้จะเดินหน้าปฏิรูปแต่ยังวางใจไม่ได้ เพราะความขัดแย้งด้านเชื้อชาติศาสนายังคุกรุ่น และใกล้ถึงวันเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2558 อาจมีการพลิกผันที่คาดไม่ถึง ถ้าไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้นางอองซาน ซูจี “วีรสตรีประชาธิปไตย” ผู้นำฝ่ายค้านร่วมลงสู้ศึกเลือกตั้งได้ ประชาชนอาจลุกฮือจนบ้านเมืองลุกเป็นไฟ!


oooooooooooooo

• จุดล่อแหลมอื่นๆที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดในปีม้าคงหนีไม่พ้น “เกาหลีเหนือ” ซึ่งนายคิม จอง อึน ขึ้นกุมอำนาจได้ 2 ปี แต่ยัง “โหด” และ “ก้าวร้าว” ไม่ยี่หระโลกภายนอกเช่นเดียวกับปู่และบิดา

โลกต้องตกตะลึงจังงัง เมื่อคิม จอง อึน สั่งประหารชีวิตจาง ซอง แธ็ค “อาเขย” ผู้นำเบอร์ 2 ผู้ทรงอิทธิพลและพวกพ้องในข้อหา “ทรยศ” บ่งชี้ถึงความเหี้ยมเกรียมของเขา และแย้มให้เห็นว่าขั้วอำนาจที่นั่นยัง “กระเพื่อม” อยู่ ในปีม้าโสมแดงจะยังเป็นชาตินอกคอก ลึกลับ อันตราย ที่อ่านทางและรับมือยากเช่นเดิม


• ส่วน “อิหร่าน” ซึ่งเป็นปรปักษ์กับสหรัฐฯและพันธมิตรมายาวนาน เริ่มมีความหวังขึ้นบ้าง เมื่อยอมเจรจากับ 6 ชาติมหาอำนาจ “พี 5+1” เป็นครั้งแรก โดยอิหร่านยอมระงับโครงการนิวเคลียร์บางส่วนเพื่อให้ชาติตะวันตกลดการคว่ำบาตร แม้การเจรจาจะคืบหน้าไปอย่างช้าๆและเปราะบาง แต่ก็เป็นสัญญาณที่ดีหาได้ยาก!

oooooooooooooo

• แต่ที่น่า “ผิดหวัง” อย่างยิ่งก็คือกระแส “อาหรับ สปริง” หรือ “การปฏิวัติดอกมะลิ” ในโลกอาหรับ ซึ่งผ่านมา 3 ปี วี่แววประชาธิปไตยที่สุขสงบยังเลือนราง เพราะแม้จะโค่นเผด็จการลงได้ หลายประเทศก็ยังวุ่นวาย บางชาติมีสงครามกลางเมืองปะทุขึ้นแทน

ไล่ตั้งแต่ “ตูนีเซีย” ต้นกำเนิดอาหรับ สปริง ยังไม่มีรัฐบาลกลางที่เข้มแข็ง ยังมีการแย่งชิงอำนาจ ผู้นำฝ่ายค้านหลายคนถูกฆ่าตาย ส่วน “ลิเบีย” ก็ยังไร้เสถียรภาพ รัฐบาลกลางยังกุมอำนาจไม่มั่นคง เพราะอดีตกบฏกลุ่มต่างๆ ต่อสู้แย่งชิงผลประโยชน์กันโดยไม่ใส่ใจประเทศชาติ


ที่ “อียิปต์” หลังประธานาธิบดีฮอสนี มูบารัค ถูกโค่นล้ม ประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด มูร์ซี ผู้นำขบวนการภราดรภาพมุสลิม ซึ่งชนะเลือกตั้ง กลับถูกกองทัพก่อรัฐประ หาร มีการตามล้างตามเช็ดกันรุนแรง มูร์ซีและผู้นำภราดรภาพฯ ถูกจับยัดข้อหาหนัก ทำให้ฝ่ายภราดรภาพฯ ต้องสู้แบบใต้ดินและก่อการร้าย ศึกนี้คงยืดเยื้อ

“ซีเรีย” ยิ่งแล้วใหญ่ ฝ่ายต่อต้านโค่นประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด ไม่ลง เกิดสงครามกลางเมืองนองเลือด ถึงขั้นใช้อาวุธเคมีเข่นฆ่ากัน ผู้คนล้มตายแล้วนับแสน ในปีม้าสงครามก็ไม่จบ แม้รัฐบาลถือไพ่เหนือกว่า แต่ฝ่ายกบฏที่มีมหาอำนาจตะวันตกหนุนหลังก็ไม่แพ้ง่ายๆ

oooooooooooooo

• ส่วนกรณีพิพาทอมตะระหว่าง “อิสราเอล” กับ “ปาเลสไตน์” แทบไม่มีหวังยุติ เพราะจุดยืนต่างกันลิบลับ อิสราเอลยังเดินหน้าขยายนิคมชาวยิวในเขตที่ปาเลสไตน์หวังก่อตั้งประเทศในอนาคต ขณะที่ใน “บาห์เรน” แม้ภายนอกดูสงบ แต่ชาวชีอะห์ชนส่วนใหญ่ยังหาจังหวะลุกฮือต่อต้านรัฐบาลราชวงศ์สุหนี่


• ใน “อิรัก” แม้สหรัฐฯและพันธมิตรถอนตัวออกมาและมีรัฐบาลเป็นของตัวเองแล้ว แต่กลับนองเลือดยิ่งกว่าเดิม เช่นเดียวกับ “อัฟกานิสถาน” ซึ่งสหรัฐฯจะถอนทหารหน่วยรบทั้งหมดในสิ้นปีนี้ สถานการณ์อาจไม่ต่างจากอิรัก เพราะฝ่ายต่อต้านทั้งกลุ่มตาลีบันและอัล เคดา แข็งแกร่งมาก

• เบิ่งตาแลไปใน แอฟริกา สงครามแย่งชิงอำนาจปะทุขึ้นหลายประเทศ รวมทั้งที่ซูดานใต้ ประเทศน้องใหม่ที่เพิ่งแยกเอกราชจากซูดานได้แค่ 2 ปี ในสาธารณรัฐแอฟริกากลาง (ซีเออาร์) ไปจนถึงไนจีเรีย ในปีม้าสงครามจะยิ่งดุเดือด เพราะอำนาจไม่เข้าใครออกใคร ต้องแย่งชิงถึงที่สุดเพื่อให้ได้มา

oooooooooooooo


• ปีอาชา นอกจากการเมืองโลกโดยรวมจะยัง “พยศ” ขอให้เฝ้าระวัง “ภัยธรรมชาติ” ที่นับวันรุนแรงขึ้น และ “โรคร้าย” ที่ยังคุกคามมนุษยชาติไม่หยุดหย่อน ขอให้ท่านผู้อ่านผู้เจริญเผชิญหน้ากับปัญหาทั้งหลายด้วยสติปัญญาและความไม่ประมาทเถิด...“แฮปปี้ นิว เยียร์”!

oooooooooooooo

 

ทีมข่าวต่างประเทศ

มีขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป คือสัจธรรม เคยยิ่งใหญ่ปานใดก็ใช่จะเป็นอมตะ สรรพสิ่งเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา ปีอาชาห้อเข้ามา โลกนี้จะ “พยศ” แค่ไหน ลองมาเพ่งพิศดูกัน!... 1 ม.ค. 2557 10:59 1 ม.ค. 2557 11:10 ไทยรัฐ