วันพุธที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เติมเต็ม "เศรษฐกิจพอเพียง" ท้องถิ่น

วท.เนรมิตแล็บพกพา 7,255 ตำบลทั่วประเทศขานรับปี “มะเมียโลดแล่น”

1 ตำบล 1 แล็บ!

แค่ได้ยินหลายคนคงคิดไปถึงโครงการอภิมหาเมกะโปรเจกต์ที่ต้องใช้เม็ดเงินงบประมาณมูลค่ามหาศาล เพื่อทุ่มทุนสร้างให้เป็นอีกหนึ่งโครงการประชานิยมที่มุ่งหวังโกยคะแนนเสียง

แต่หากเจาะลึกในความเป็นจริงแล้ว 1 ตำบล 1 แล็บ คือ โครงการที่มุ่งเน้นสร้างความยั่งยืนตามแนวทางชีวิตที่พอเพียง พอดี ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมุ่งที่ทรัพยากรและปัจจัยการผลิตที่อยู่ใกล้กับคนมากที่สุด

นั่นคือ “ดิน” กับ “น้ำ”

โครงการ 1 ตำบล 1 แล็บ เป็นโปรเจกต์สำคัญของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(วท.) ที่จะดำเนินการในปี 2557 ด้วยการนำห้องปฏิบัติการพร้อมเครื่องมืออุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ หรือ “ห้อง แล็บเคลื่อนที่ขนาดเล็ก”  ไปมอบให้กับชุมชนในทุกตำบลของประเทศบริหารจัดการเอง


โดยมี “โรงเรียน” ประจำตำบลเป็นฐานของ “ห้องแล็บ” ใน  7,255 ตำบลทั่วประเทศ

ห้องแล็บประจำตำบลจะทำหน้าที่พัฒนาปรับปรุงและอนุรักษ์ทรัพยากร “ดิน” กับ “น้ำ” ที่เป็นปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตของคนไทยโดย เฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกรซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศที่ทำเกษตรกรรม ซึ่งหมายถึงการพัฒนาชุมชนทั่วประเทศให้เจริญก้าวหน้าทัดเทียมกันต้องเริ่มจากการบริหารจัดการดินและน้ำทั้งในเชิงการใช้ประโยชน์และการอนุรักษ์ โดยกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯจะนำเอาวิทยาการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสมัย ใหม่มาใช้ประยุกต์ต่อยอดกับภูมิปัญญาที่สั่งสมอยู่ในแต่ละท้องถิ่นให้ผสมกลมกลืน

พูดง่ายๆ ห้องแล็บนี้จะเป็นเสมือน “ศูนย์เก็บข้อมูลและวิเคราะห์ทดสอบตัวอย่างดินและน้ำของตำบล” นั่นเอง

แต่ไม่ใช่เพียงแค่นั้น เพราะศักยภาพของห้องแล็บนี้ยังสามารถใช้เป็นศูนย์รับสัญญาณดาวเทียม NOAA ซึ่งมีสัญญาณที่แรงคมชัดและสามารถรับสัญญาณได้ง่ายด้วยเครื่องรับวิทยุแบบธรรมดาๆ ย่านความถี่ 2 เมตร เพื่อการวางแผนจัดการทรัพยากรน้ำและการเกษตรประจำตำบล ทั้งยังสามารถใช้เป็นห้องปฏิบัติการสำหรับการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ ที่เน้นการทดลองเชิงประจักษ์

ที่น่าสนใจคือ โครงการที่น่าจะทำประโยชน์ได้มากมายมหาศาลขนาดนี้ ใช้เม็ดเงินงบประมาณสำหรับจัดทำห้องแล็บจำนวน 7,255 แห่งเพียง 145 ล้านเศษเท่านั้น เนื่องจากงบประมาณที่จะใช้จัดตั้งห้องแล็บในแต่ละตำบลตกประมาณไม่เกิน 2 หมื่นบาท


และในเดือน ม.ค.ปี 2557 จะได้ฤกษ์เปิดการนำร่องโครงการ 1 ตำบล 1 แล็บ ใน 15 จังหวัด ประกอบ ด้วยจังหวัด พะเยา เชียงใหม่ สุโขทัย พิษณุโลก สระบุรี เลย ร้อยเอ็ด มหาสารคาม นครพนม สุรินทร์ ลพบุรี กาญจนบุรี เพชรบุรี ชุมพร และ นครศรีธรรมราช

“โครงการ 1 ตำบล 1 แล็บ น้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเป็นแนวทางดำเนินการ โดยนำเรื่องทรัพยากรดินกับน้ำที่เป็นปัจจัยพื้นฐานของประชาชนมาดำเนินการ ทุกวันนี้ชาวบ้านอยู่กับดินกับน้ำ แต่ไม่รู้ว่าดินกับน้ำที่เห็นกันทุกวันสามารถนำมาปรับปรุงพัฒนาหรือบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์ได้มากกว่าที่เป็นอยู่ เช่น จะปลูกข้าวหรือพืชผลทางการเกษตร ถ้ามีการเก็บตัวอย่างดินและน้ำรวมทั้งอาหาร ปุ๋ย ศัตรูพืชหรือสารเคมี  ไปวิเคราะห์ตรวจสอบคุณภาพ แล้วพบว่าดินกับน้ำมีคุณภาพดีขึ้นหรือแย่ลง ก็สามารถบริหารจัดการเพิ่มคุณภาพของดินเช่นการใส่ปุ๋ย หรือของน้ำได้ โดยใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีผ่านห้องแล็บประจำตำบลซึ่งจะดีกับผลผลิต รวมทั้งคุณภาพชีวิตของประชาชนด้วย” ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ระบุ

ที่สำคัญห้องแล็บประจำตำบลยังให้บริการข้อมูลภูมิสารสนเทศเพื่อการวางแผนการเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวได้ด้วย โดยมี สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (สทอภ.) ที่ดูแลรับผิดชอบดาวเทียมธีออส ซึ่งเป็นดาวเทียมสำรวจข้อมูลระยะไกล เพื่อใช้สำรวจทรัพยากรธรรมชาติมาใช้ในแต่ละตำบลโดยจะจัดทำชุดรับสัญญาณและถอดรหัสภาพถ่ายดาวเทียม รวมทั้งอบรมให้ชุมชนสามารถใช้ภาพถ่ายดาวเทียมในการวางแผนการเกษตร


ขณะเดียวกัน หน่วยงานอื่นๆของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯจะมาร่วมเป็นพี่เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็น กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) ช่วยวางแผนจัดทำ แล็บวิเคราะห์น้ำ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) วางแผนจัดทำแล็บวิเคราะห์ดิน องค์การพิพิธ- ภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) จัดกิจกรรมคาราวานวิทยาศาสตร์สนับสนุนห้องแล็บในโครงการรวมทั้งสร้างยุวทูต วิทยาศาสตร์ประจำตำบลได้ 500 คน ในปีแรก สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (สสนก.) จัดทำฐานข้อมูลดิน น้ำ และทรัพยากรธรรมชาติ เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างแล็บประจำตำบลและหน่วยงานส่วนกลาง เป็นต้น

ที่สำคัญ คือจะมี ผู้แทนของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ประจำตำบล ซึ่งจะเป็นผู้ประสานงานกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ในการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เหมาะสมไปแก้ปัญหาและสร้างโอกาสในการพัฒนาชุมชน ตลอดจนเตรียมความพร้อมเพื่อขยายการให้บริการออกไปสู่เรื่องอื่นๆ นอกจากเรื่องดินกับน้ำ เช่น การวิเคราะห์ทดสอบอาหาร ปัจจัยการเกษตร เครื่องไฟฟ้า เป็นต้น

เรียกว่าโครงการ 1 ตำบล 1 แล็บ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้บูรณาการทุกหน่วยงานมาร่วมกันทำงาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของชุมชนในการจัดการดินและน้ำตามแนวพระราชดำริ


“ผลพลอยได้ของโครงการนี้คือ โรงเรียนจะเป็นศูนย์กลางการทำงานร่วมกันระหว่างเด็กนักเรียนกับชาวบ้านในตำบลนั้นๆ ซึ่งอาจจะเป็นพ่อแม่หรือญาติหรือคนในชุมชนเดียวกันเพื่อจะได้ใช้ห้องแล็บเรียนรู้ วางแผนจัดการชุมชน เด็กนักเรียนอาจจะมีความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ ในการจัดการดิน น้ำ และทรัพยากรอื่นๆ แต่ชาวบ้านอาจจะนำเอาภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ ซึ่งจะมีการผสมผสานทางความคิด การลงปฏิบัติจนสามารถพัฒนาท้องถิ่นให้ออกมาได้อย่างต้องการได้ นี่ยังไม่ต้องพูดถึงการที่ตำบลนั้นๆ หรือโรงเรียนนั้นๆ จะได้มีห้องแล็บที่ใช้งานได้จริงๆ เพราะอย่าลืมว่าปัจจุบันมีโรงเรียนจำนวนมากทั้งในเมืองและชนบทที่ยังไม่มีห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์และขาดเครื่องมืออุปกรณ์ที่ใช้งานได้จริง  เพราะฉะนั้น โครงการ 1 ตำบล 1 แล็บ จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำให้ทุกโรงเรียนของประเทศมีห้องแล็บใช้งาน ถ้านักเรียนของเราได้คิดและได้ลงมือปฏิบัติในห้องแล็บจริงๆ ไม่ใช่แค่รูปภาพ รับรองประเทศไทยไปไกลแน่”  ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ ฉายภาพให้เห็นถึงประโยชน์ในอีกแง่มุมหนึ่งของโครงการ 1 ตำบล 1 แล็บ

การดำเนินการภายใต้โครงการ 1 ตำบล 1 แล็บ จะมีแผนตำบล ทั้งแผนการปรับปรุงคุณภาพดินและน้ำของตำบล แผนบริหารจัดการน้ำในการเพาะปลูกและการเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตร เป็นต้น เพื่อที่จะให้การดำเนินงานไม่มีข้อผิดพลาด


เพราะโครงการ 1 ตำบล 1 แล็บเกี่ยวข้องกับชีวิตของชุมชนทั่วประเทศ ทั้งยังเชื่อมโยงต่อยอดกับ งานอื่นๆในอนาคตของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการจัดโซนนิ่งเพื่อการเกษตร การจัดการศัตรูพืช การปรับปรุงพันธุ์รวมทั้งเรื่องของสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

“ทีมข่าววิทยาศาสตร์” เห็นด้วยและขอเอาใจช่วยให้การใช้ฤกษ์ปี “ม้าคึกคัก” เริ่มตั้งต้นสานฝัน 1 ตำบล1 แล็บ เพื่อให้เกษตรกรซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศมีโอกาสได้ใช้เทคโนโลยีในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น


แต่สิ่งที่เราอดห่วงไม่ได้ และคงต้องขอฝากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องคือ ความจริงใจ และจริงจังในการพาโครงการ 1 ตำบล 1 แล็บ ไปให้ถึงเป้าหมายดั่งที่วาดฝันไว้

คงน่าเสียดายหากโครงการดีๆ แบบนี้ ต้องจบด้วยบทสรุปที่ว่า “ท่าดีทีเหลว”.


“เครือข่ายยุวทูตวิทยาศาสตร์  ฟันเฟืองสำคัญ 1 ตำบล 1 แล็บ”

“ฟันเฟืองสำคัญที่จะทำให้โครงการ 1 ตำบล 1 แล็บ มีความยั่งยืนและสามารถพึ่งพาตนเองได้ นั่นคือ การสร้างเครือข่ายยุวทูตวิทยาศาสตร์ประจำตำบล ที่จะทำหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างชุมชนกับ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการนำเสนอปัญหาของชุมชนให้ผู้เชี่ยวชาญในส่วนกลาง หาทางแก้ไข และเผยแพร่ข้อมูลความรู้จากส่วนกลางเกี่ยวกับการพัฒนาท้องถิ่นด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสู่ชุมชนของตนเอง”  นายสาคร ชนะไพฑูรย์ รองผู้อำนวยการ รักษาการผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ในฐานะรับผิดชอบดูแล การจัดกิจกรรมคาราวานวิทยาศาสตร์สนับสนุนห้องแล็บในโครงการรวมทั้งสร้างยุวทูตวิทยาศาสตร์ประจำตำบลได้ 500 คน กล่าว


รักษาการ ผอ.อพวช. กล่าวด้วยว่า กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯได้มอบหมายให้ อพวช.เป็นผู้รับผิดชอบในการจัดตั้ง “ศูนย์พัฒนายุวทูตวิทยาศาสตร์ประจำตำบล” โดยเราจะจัดเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญเข้าไปถ่ายทอดวิธีการใช้เครื่องมือชุดวิเคราะห์ทดสอบเคลื่อนที่ ตลอดจนพัฒนาวิธีการสื่อสารทางวิทยาศาสตร์ให้แก่เยาวชนในท้องถิ่นนั้นๆ เพื่อให้เด็กๆเป็นตัวกลางในการสื่อสารข้อมูลระหว่างชุมชนกับกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ซึ่งใน ปีแรกเราตั้งเป้าจะสร้างยุวทูตประจำตำบลเหล่านี้ให้ได้ 500 คน กระจายไปในท้องถิ่นต่างๆ ทั่วประเทศ นำร่อง 15 จังหวัดตามเส้นทางของคาราวานวิทยาศาสตร์ อพวช.เดินทางไปจัดแสดง ได้แก่ จังหวัด พะเยา เชียงใหม่ สุโขทัย พิษณุโลก สระบุรี เลย ร้อยเอ็ด มหาสารคาม นครพนม สุรินทร์ ลพบุรี กาญจนบุรี เพชรบุรี ชุมพร นครศรีธรรมราช และเพิ่มจำนวนขึ้นทุกปีเพื่อเป็นการขยายเครือข่ายยุวทูตวิทยาศาสตร์ให้ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ของไทย เพื่อให้พวกเขาเป็นพลังสำคัญในการที่จะทำให้ชุมชนเข้าใจถึงบทบาทของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จนเป็นแรงกระตุ้นในการขวนขวายแสวงหาความรู้เพื่อนำมาทดลองปรับใช้ และนำผลที่ได้ไปสร้างโอกาสใหม่ๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตทั้งตนเองและส่วนรวมต่อไป.

 

ทีมข่าวข่าววิทยาศาสตร์

1 ตำบล 1 แล็บ! แค่ได้ยินหลายคนคงคิดไปถึงโครงการอภิมหาเมกะโปรเจกต์ที่ต้องใช้เม็ดเงินงบประมาณมูลค่ามหาศาล เพื่อทุ่มทุนสร้างให้เป็นอีกหนึ่งโครงการประชานิยมที่มุ่งหวังโกยคะแนนเสียง... 1 ม.ค. 2557 10:46 ไทยรัฐ