วันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ขวบปี "อดุลย์ แสงสิงแก้ว" ภารกิจ "อดทนอดกลั้น" ที่สุดสีกากีแห่งปี

การชุมนุมประท้วงที่ยืดเยื้อของมวลมหาประชาชนในนาม กปปส.ขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และโค่นล้มระบอบ “ทักษิณ ชินวัตร” เป็นเรื่องบานปลายที่ยังไม่เห็นทางออกของประเทศ

จากการชุมนุมที่ชูประเด็นเรื่องการเสนอยกร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม แบบสุดซอยของรัฐบาล กลายเป็นชนวนการเคลื่อนไหวมวลชนหลากหลายอาชีพคัดค้านยกร่าง พ.ร.บ.ฯ และผูกโยงเข้าสู่เป้าหมายโค่นล้ม “ระบอบทักษิณ” ชนิดสุดโต่ง

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตัดสินใจถอยเกือบสุดๆ เพื่อยุติความรุนแรงโดยประกาศ “ยุบสภา” เป็นทางออก เปิดโอกาสให้มีการเลือกตั้งกันใหม่ แต่ม็อบยังไม่หยุดจี้บังคับให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เสียสละลาออก ขัดขวางไม่ให้เลือกตั้งเพื่อทำการปฏิรูปการเมืองจัดตั้ง “สภาประชาชน”

ล่อแหลมต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญและกฎหมาย บ้านเมือง

ใช้สื่อทุกสื่อโจมตีตำรวจผลักดันให้ไปยืนอยู่ด้านนอกฝั่งตรงข้ามมวลชน เป็นศัตรูผู้ชุมนุม ทั้งที่ตำรวจได้แสดงให้เห็นสปิริตสูงสุดในการอดทนอดกลั้นเพื่อประคองสถานการณ์ ไม่ทำให้เป็น “เงื่อนไข” ความรุนแรงอย่างที่แกนนำยั่วยุปลุกระดมเพื่อขยายสถานการณ์รุนแรงนำไปสู่การปฏิวัติ รัฐประหาร

ตั้งแต่เริ่มการชุมนุมเรียกร้องจนถึงปัจจุบัน ตำรวจได้แสดงให้เห็นความเป็น “ตำรวจมืออาชีพ”

เมื่อสังคมแบ่งสี แบ่งข้างชัดเจน นักการเมืองระดมมวลชนออกมาแสดงออกนอกเวทีของรัฐสภา หนีไม่พ้นผู้ถืออำนาจรัฐต้องสั่งการให้ตำรวจออกมาทำหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยในการชุมนุมของผู้แสดงออกทางการเมืองฝั่งตรงข้าม

มอบภารกิจให้ตำรวจไปรักษาสถานที่ที่เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจรัฐ ทั้งทำเนียบรัฐบาล อาคารรัฐสภา ที่ฝ่ายรัฐบาลเห็นว่ามีความจำเป็นและสำคัญไม่ให้มีการรุกล้ำ หรือเข้าไปยึดครองของฝั่งตรงข้าม

นอกจากภารกิจตามอำนาจหน้าที่ ตำรวจยังมีภารกิจการรักษาความปลอดภัยและการรักษาความสงบเรียบร้อยให้กับผู้ชุมนุม เพราะหากมีอันตรายเกิดขึ้นกับผู้ชุมนุม ตำรวจจะตกเป็น “จำเลยสังคม”

กับการชุมนุมที่มีนักการเมืองปลุกระดมให้เผชิญหน้าเป้าหมายทำทุกวิถีทางให้มีเหตุรุนแรง

ต้องยอมรับว่าในช่วงที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสง-สิงแก้ว ผบ.ตร. มาทำหน้าที่ ผบ.ตร. กุมบังเหียนใหญ่ ตำรวจที่ทำหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อย และควบคุมฝูงชน มีการพัฒนาขึ้นเป็นอย่างมาก สังคมเห็นได้ชัดในเวลานี้ “ความอดทน อดกลั้น” ของตำรวจที่ทำหน้าที่ แม้จะร้อน แม้จะเหน็ดเหนื่อย แม้จะถูกยั่วยุ แม้จะถูกดูถูก เหยียดหยาม ด่าว่า เพียงใด ตำรวจก็ยังอดทน อดกลั้น ไม่ตอบโต้ มีวินัยสูง เชื่อฟังคำสั่งผู้บังคับบัญชา ซึ่งต่างจากในอดีตที่ผ่านๆมามาก

ที่เป็นเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามวัน แต่มีการวางแผนพัฒนาหน่วยอย่างต่อเน่ือง เป็นขั้นเป็นตอน มีทีมงานสำคัญที่ช่วยงาน พล.ต.อ.อดุลย์ ทั้งฝ่ายปฏิบัติ ฝ่ายข่าว ฝ่ายอำนวยการและชุดไอโอ พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.พีระ พุ่มพิเชษฐ์ ที่ปรึกษา (สบ 10) เทียบเท่ารอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ที่ปรึกษา (สบ 10) เทียบเท่า รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.อุดม รักศีลธรรม ที่ปรึกษา (สบ 10) เทียบเท่า รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.นเรศ เทียนกริม ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.อ.อำนาจ อันอาตม์งาม ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.สฤษฎ์ชัย เอนกเวียง ผบช.สันติบาล ฝ่ายข่าวคนสำคัญ


ฝ่ายกำลังในพื้นที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. พล.ต.ท.ปริญญา จันทร์สุริยา ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. ทีมงานฝ่ายสืบสวน พล.ต.อ. เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.วินัย ทอง-สอง ผู้ช่วย ผบ.ตร. และทีมงานด้านพิสูจน์หลักฐาน พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา (สบ 10) เทียบเท่า รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ผบช.สพฐ.ตร.

ผบช.ทุกพื้นที่ และกำลังตำรวจชุดควบคุมฝูงชนที่อยู่ในภาคสนาม ท่ีมีระเบียบวินัย อดทนอดกลั้น ทีมงานไอโอที่ได้ติดตามข่าวสารที่เป็นลบ และเป็นข้อมูลเท็จให้ร้ายตำรวจทั้งที่ไม่จริงเพื่อให้ข้อมูลข้อเท็จจริง ตักเตือน ให้คำแนะนำ สร้างความเข้าใจกับสังคม เพื่อไม่ให้เข้าใจตำรวจผิดได้อย่างทันท่วงที ไม่เช่นนั้นองค์กรตำรวจจะถูกประณาม หยามเหยียดก่อน กว่าจะชี้แจงทำความเข้าใจก็ยากเพราะคนเชื่อไปแล้ว หาว่าตำรวจแก้ตัว ขนาดปัจจุบันที่มีภาพจริงให้ดูยังไม่เชื่อ หาว่าตำรวจตัดต่อสร้างข่าวเอง

เป็นผู้ที่ทำหน้าที่ปิดทองหลังพระและไม่หวังผลอะไร ขอเพียงให้ตำรวจมีที่ยืนในสังคมพอ

เชื่อว่าสิ่งที่ทำให้ตำรวจทุกคนอดทน อดกลั้น ต่อการยั่วยุทั้งปวง เนื่องจากตำรวจที่ทำหน้าที่ทั้งหลายเห็นว่าผู้ที่อยู่เบื้องหน้าและด่าว่าเขานั้นคือพี่น้องประชาชนคนไทย ไม่เคยคิดว่าเป็นศัตรูเลย

ตำรวจไม่เคยลุกขึ้นมาแสดงความ รู้สึกต่อสิ่งที่ได้รับความกดดันอย่างหนักจากการชุมนุมประท้วง ไม่ว่ารัฐบาลยุคไหนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตำรวจต้องเป็น “คน กลาง” ระหว่างผู้ชุมนุมกับรัฐบาล ทุกคนตั้งใจเสียสละก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ปกป้อง ดูแลและรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้าน เมือง ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน


แม้แกนนำผู้ชุมนุมจะยั่วยุให้พี่น้องเกลียดชังตำรวจ ทำร้ายตำรวจ ผลักให้อยู่ฝั่งตรงข้ามผู้ชุมนุม

ด้วยนโยบายที่ชัดเจนของผู้นำตำรวจที่ว่า เหนือภารกิจอื่นใดของตำรวจคือ “ปกป้องเทิดทูนไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ ผู้ใดล่วงละเมิดมิได้” และ “ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง”

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ได้สร้างจิตวิญญาณของความเป็นตำรวจมืออาชีพ มีภาวะผู้นำ ผู้บังคับบัญชาต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชา การทำงานเป็นทีม มีเอกภาพ ทำให้เกิดความรัก ความสามัคคีให้กับวงการตำรวจ เป็นยุคที่ตำรวจมีเกียรติยศและมีศักดิ์ศรี

นโยบายที่สำคัญคือการปกป้อง เทิดทูนและพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองในระบอบประชา-ธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

แก้ไขปัญหาการชุมนุมเรียกร้องและเหตุวิกฤติ การรักษาความสงบเรียบร้อยต้องถือปฏิบัติภายใต้กรอบกฎหมาย หลักสากล และให้มีการเพิ่มประสิทธิภาพในการปรับปรุง พัฒนา ด้านบุคลากร สิ่งอุปกรณ์ ยุทโธปกรณ์ยุทธวิธีและสวัสดิการให้มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยในการชุมนุม

ปลูกฝังอุดมการณ์ให้เป็น “ตำรวจมือ อาชีพ” มีภาวะผู้นำและผู้บังคับบัญชา ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชา มีความมั่นใจความเป็นผู้นำตำรวจที่มีประสบการณ์ ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่ผู้ปฏิบัติการ ทำให้ตำรวจมีกำลังใจ และเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่ง

แนวทางทำงานตลอดชีวิตรับราชการของ พล.ต.อ.อดุลย์ ที่สมัครใจเข้าทำงานในพื้นที่ “สีแดง” ถิ่นทุรกันดารห่างไกลและมีสถานการณ์ก่อการร้ายรุนแรง อ.นาแก จ.นครพนม และสมัครใจแก้ไขสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นท่ีจังหวัดชายแดนภาคใต้ตั้งแต่สมัยที่เป็น ผบช.จนถึงปัจจุบัน สะท้อนตัวตนของผู้นำตำรวจที่มีความกล้าหาญ ทุ่มเทเสียสละ เป็นตำรวจที่มีอุดมการณ์ ชีวิตรับราชการเติบโตมาจากงานหนัก

“ทัศนคติ” ในการทำงานที่เน้นมวลชนทั้งที่พื้นที่ ผกค. อ.นาแก และพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นจุดเด่นของ พล.ต.อ.อดุลย์ รวมทั้งการชุมนุมประท้วงก็ไม่ได้มองเชิงลบกลุ่มผู้ชุมนุม เข้าใจบทบาทหน้าที่ทุกฝ่าย มองผู้ชุมนุมเป็นคนไทยด้วยกัน ตำรวจไม่มีสี มีสีเดียวคือสีกากี สีแผ่นดิน มีความเข้าใจตำรวจที่ต้องเผชิญหน้ากลุ่มผู้ชุมนุมฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลเป็น “จุดแข็ง” ไม่เป็นเงื่อนไขเหตุรุนแรงในอดีตที่ผ่านมา

จากสิ่งที่สะท้อน “ทัศนคติ” ของ พล.ต.อ.อดุลย์ มาจากแนวคิดตลอดชีวิตรับราชการตำรวจคือ “เทิดทูนและจงรักภักดี เป็นตำรวจมืออาชีพ ประชาชนเป็นศูนย์กลาง หัวใจอยู่ที่สถานีตำรวจ สร้างขวัญกำลังใจ ผู้บังคับบัญชาต้องพร้อมรับ ผิดชอบต่อความสำเร็จ ความล้มเหลว เป็นแบบ อย่างที่ดี และอยู่เคียงข้างกับผู้ใต้บังคับบัญชา”.

 

ทีมข่าวอาชญากรรม

นอกจากภารกิจตามอำนาจหน้าที่ ตำรวจยังมีภารกิจการรักษาความปลอดภัยและการรักษาความสงบเรียบร้อยให้กับผู้ชุมนุม เพราะหากมีอันตรายเกิดขึ้นกับผู้ชุมนุม ตำรวจจะตกเป็น “จำเลยสังคม”.. 31 ธ.ค. 2556 13:54 ไทยรัฐ