วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผู้ผลิตมือทองจัดทัพรับ ศึกชิงรีโมตทีวี

ประเดิมศักราชใหม่ ธุรกิจที่ฮอต-ฮิตติดลมบนรับขวัญทีวีดิจิตอล 24 ช่องใหม่เอี่ยม หนีไม่พ้นบรรดาผู้ผลิตรายการ ผู้มอบความบันเทิงให้กับผู้ชมทางบ้านผ่านหน้าจอมาเป็นเวลายาวนาน เขาและเธอผู้ซึ่ง “ทีมเศรษฐกิจ” คัดกรองโดยพิจารณาจากฝีไม้ ลายมือ  ประสบการณ์ และความเป็นมืออาชีพ จะมีทัศนะอย่างไร ต่อปีที่ใครๆก็กล่าวว่าเป็น “ยุคทองของคนเบื้องหลัง” เชิญติดตาม.....


ฉันทวิชช์ ธนะเสวี
ผู้เขียนบทภาพยนตร์ บริษัท จีทีเอช จำกัดในเครือบริษัทจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน)

เวลานี้การแข่งขันในตลาดโทรทัศน์รุนแรงมาก โดยจะแข่งกันที่การผลิตเนื้อหา (คอน-เทนต์) และโปรดักชั่น (การผลิตรายการ) เป็นหลัก และจะแข่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เพราะรีโมตที่อยู่ในมือถูกกดเปลี่ยนช่องได้ตลอดเวลา

“วันนี้ตลาดไม่ได้แข่งกันเพียงแค่ทีวีช่อง 3, 5, 7 และ 9 อีกแล้ว แต่แข่งกันมากกว่า 1,000 ช่อง เนื่องจากมีทั้งเคเบิลทีวี ทีวีดาวเทียม และทีวีดิจิตอล ที่ทุกช่องก็ทำคอนเทนต์ ดีมาก ไม่ใช่แค่การเอารายการของทีวีช่องปกติมารีรัน (ออกอากาศ) ใหม่ แต่บางช่อง อย่างช่อง 8 ของค่ายอาร์เอส และช่องจีทีเอชออนแอร์ ผ่านกล่องจีเอ็มเอ็ม แซทของแกรมมี่ ก็ผลิตละครเรื่องใหม่ เพื่อดึงดูดฐานลูกค้าและสร้างเรตติ้ง”

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าสุดท้ายแล้ว ทีวีทั้งหมดอาจจะเหลืออยู่ในตลาดได้ 1 ใน 4 หรือ 6-7 ช่องเท่านั้น และสุดท้ายก็จะกลับไปเป็นแบบเดิม คือ คนดูก็จะติดช่องและดูช่องเดิมๆที่มีคอนเทนต์ดีๆ ตรงความต้องการ ไม่เปลี่ยนช่องไปไหน ซึ่งทีมการตลาดต้องทำงานหนักมากเป็นสองเท่าด้วย เพราะความสนใจของคนเปลี่ยนเร็วมาก

ในส่วนของจีทีเอช ขณะนี้กำลังเดินหน้าโปรเจกต์ผลิตละครซีรีส์เพื่อออกอากาศทางทีวีดาวเทียมของจีเอ็มเอ็มแกรมมี่ โดยเป็นการต่อยอดจากภาพยนตร์ของค่ายที่ประสบความสำเร็จ ขณะนี้ละครซีรีส์เรื่อง “เอทีเอ็ม 2 คู่เว่อร์ เออเร่อ เออรัก” กำลังฉายอยู่ มี “เนื้อคู่ เดอะ ไฟนอล แอนเซอร์” และ “ฮอร์โมนส์ วัยว้าวุ่น ซีซั่น 2” เป็นคิวต่อไป
ละครซีรีส์ภาคต่อดังกล่าว ใช้เงิน ลงทุน ไม่ต่ำกว่าเรื่องละ 40 ล้านบาท ถือเป็นหัวหอกที่ตั้งใจจะเอามาเรียกเรตติ้ง เพราะมีฐานคนดูที่เป็นแฟนของภาพยนตร์และละครเรื่องนั้นๆ อยู่แล้ว

“ผมมองว่าธุรกิจโทรทัศน์จากนี้ไป จะแข่งกันที่คอนเทนต์ชัดเจนที่สุด เพราะการมีเรตติ้งคนดูมากๆ จากนี้ไป ไม่ใช่แค่ต้องมีดารานักแสดงดังๆ เป็นแม่เหล็กอีกต่อไป แต่อยู่ที่คอนเทนต์ ของเรื่องมากกว่า ว่าโดนและตรงใจคนดูมากน้อยแค่ไหน ปีหน้าคงจะเห็นคนเขียนบทภาพยนตร์และละครรุ่นใหม่ๆ ที่มีไอเดียใหม่ๆ มีแนวคิดนอกกรอบ และฉีกกรอบเกิดขึ้นจำนวนมาก”

เรามีความสำเร็จจากซีรีส์เรื่อง “ฮอร์โมนส์” เป็นเครื่องการันตีและตอบโจทย์แล้วว่าทำได้และประสบความสำเร็จเกินคาด เรตติ้งกระฉูดเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ มีแฟนคลับจำนวนมากทุกวัย ทั้งที่ออกอากาศอยู่ในช่องทีวีดาวเทียม และดารานักแสดงเกือบทั้งหมดเป็นหน้าใหม่ ถือเป็นการฉีกกรอบครั้งแรกของจีทีเอช ที่มีคำตอบชัดเจนว่าประสบความสำเร็จเพราะคอนเทนต์

คอนเทนต์จะเป็นตัวเรียกคนดู และคนดูก็จะเรียกโฆษณา ซึ่งจากนี้ไปเม็ดเงินโฆษณา ก็จะถูกกระจายไปที่ช่องที่มีคอนเทนต์ดีๆ ตรงความต้องการของผู้บริโภค ไม่ใช่แค่ช่อง 3, 5, 7 และ 9 เท่านั้นซึ่งเชื่อว่าปีหน้าฟรีทีวีจะถูกทอนเม็ดเงินโฆษณาจากช่องทีวีดาวเทียมเยอะมากแน่ๆ เพราะสินค้าจะไปตามคนดู ซึ่งปีหน้าจะเรียกว่าเป็นยุคของการเปลี่ยนแปลงก็ว่าได้ วงการดาราเปลี่ยน วงการโฆษณาเปลี่ยนและวงการทีวีเปลี่ยน ซึ่งก็จะมีทั้งข้อดีและไม่ดี.


อรุโณชา ภาณุพันธุ์

กรรมการผู้จัดการ บริษัทบรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด ผู้ผลิตละครทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3

การเปิดประมูลทีวีดิจิตอลครั้งนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เกิดการปรับตัวครั้งยิ่งใหญ่ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง แต่คนที่ได้รับอานิสงส์เต็มๆ คือผู้ชมที่จะมีตัวเลือกมากยิ่งขึ้น ในส่วนของผู้ผลิตก็ต้องบอกว่าเป็นโอกาสของคนใหม่ๆ ส่งเสริมให้เกิดการ พัฒนา แข่งขันผลิตรายการที่มีคุณภาพและหลากหลาย

“พี่คาดหวังว่าจะมีการทำรายการในเชิงลึกมากขึ้น นี่คือสิ่งที่พี่อยากเห็น ด้วยช่องที่มีจำกัดในปัจจุบัน ผู้ผลิตถูกบีบจากเวลาในการออกอากาศ การแข่งขัน และค่าโฆษณา ทำให้ต้องเน้นทำรายการ ในรูปแบบทั่วไป (Mass) ตอบสนองความพึงพอใจ ของผู้ชมในวงกว้าง”

เมื่อเวลามีมากขึ้น แต่ละรายการจะสามารถผลิตให้ลงลึกมากขึ้นได้ โดยเฉพาะพวกรายการเชิงคุณภาพ ซึ่งแต่เดิมไม่มีโอกาส ไม่มีเวลา รายการพวกนี้ถ้าทำดีๆ สามารถจับตลาดลูกค้าเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) ได้ และยิ่งออกอากาศในระบบดิจิตอล ซึ่งความคมชัดของภาพสูงมาก หวังไว้ได้ เลยว่าเราจะได้ชมสารคดีเชิงลึกจากผู้ผลิตค่ายไทยที่มีคุณภาพมากขึ้นเรื่อยๆ

ในส่วนของบรอดคาซท์ไทย ตั้งแต่ละครเรื่องกี่เพ้าเป็นต้นมา พี่ถ่ายทำด้วยระบบความคมชัดสูงสมบูรณ์แบบ (ฟูลเอชดี) มาตลอด อุปกรณ์ถูกปรับเปลี่ยน ใหม่หมดแล้ว เป็นการก้าวสู่ยุคดิจิตอลเต็มตัว

หากจะให้พูดในแง่ละคร ซึ่งบรอดคาซท์มีความเชี่ยวชาญ ก็ต้องบอกว่ายังไปได้อีกไกล พี่อาจเป็นคนมองแง่บวก พี่มองว่าเมื่อเรามีช่อง มีเวลามากขึ้น เราจะมีอิสระในการคิด สร้างสรรค์งาน ทำละครให้เข้ากับเวลาที่เราได้ออกอากาศ ตามกลุ่มเป้าหมายคนดูเราจะมีโอกาสทำงานที่เราชอบมากขึ้น

พี่เชื่อว่าปัจจุบันมีผู้ชมจำนวนหนึ่งชมรายการไปแบบแกนๆ เพราะรายการบนฟรีทีวีมีให้เลือกชมไม่มากนัก แต่ต่อจากนี้หลังทีวีดิจิตอลออกอากาศ ผู้ชมเหล่านี้อาจได้เจอและเลือกชมรายการที่ถูกใจเขาที่สุดเสียที จากประสบ-การณ์พบว่าแม้มีผู้ชมจำนวนหนึ่งที่ ติดช่องติดรายการ แต่ผู้ชมอีกจำนวน หนึ่ง ซึ่งไม่น้อย พร้อมที่จะลองของใหม่ เปิด โลกไปสู่สิ่งใหม่ๆ

และหากจะมองอีกแง่ ไม่ว่ามีหรือไม่มีทีวีดิจิตอล เราก็ต้องปรับตัวอยู่แล้ว เพราะเนื้อหาความบันเทิงไม่ได้จำกัดอยู่บนโทรทัศน์เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป มันถูกชมผ่านอุปกรณ์อื่นๆ อย่างแพร่หลาย เช่น มือถือ แท็บเล็ต พฤติกรรมของผู้ชมก็เปลี่ยน มีคนเป็นจำนวนมากดูละครย้อนหลังผ่านช่องยูทูบ (Youtube) นอกจากนั้น เรายังพบว่าคนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ไม่นิยมดูทีวีแล้วด้วย

โดยสรุปผู้ผลิตจะต้องปรับตัวขนาน ใหญ่ รับกับสื่อที่เปลี่ยนแปลงไป ต้องพร้อมทุกที่ ทุกเวลา (Anywhere Any time) สำหรับบรอดคาซท์ การขยายงานของเรายังเป็นการขยายเพื่อรองรับการทำงานให้กับช่อง 3 ทั้งหมด เพราะช่อง 3 เข้าประมูลช่องทีวีดิจิตอลหลายช่อง การเติบโตของเราจึงจะเป็นการเติบโตไปพร้อมๆกับช่อง 3 ค่ะ.


เกียรติ กิจเจริญ

กรรมการผู้จัดการบริษัท ทริปเปิ้ล ทู จำกัด ผู้ผลิตรายการเกมโชว์ วาไรตี้ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 5 และช่อง 7

การมีช่องมากขึ้น ทำให้เราในฐานะผู้ผลิต มีโอกาสมากขึ้น จากเดิมแม้เรามีกำลังการผลิต มีความคิดสร้างสรรค์ แต่โอกาสมีน้อยเพราะช่องมีจำกัด ที่ผ่านมามีรายการดีๆอีกเยอะ ที่ไม่มีพื้นที่ในการออกอากาศ

เพราะฉะนั้น สำหรับผู้ชม ต้องบอกว่าได้กำไรแน่นอน มีทางเลือกในการรับชมมากขึ้น

ส่วนทริปเปิ้ลทู ก็ต้องกลับมาพิจารณาตัวเองว่าเรามีกำลังผลิตเท่าไร นอกเหนือจากเงื่อนไขสำคัญของคนผลิตรายการที่ต้องมี นั่นคือฝีมือและคุณภาพ

การผลิตรายการมีหลักการง่ายๆ เราทำรายการได้ดี รายการก็ติดอันดับ แต่แน่นอนการทำรายการดีๆ ไม่ใช่เรื่องง่าย สุดท้ายมันก็อยู่ที่ว่าเรามีศักยภาพแค่ไหน

ก่อนหน้านี้ เรามีไอเดียที่อยากนำเสนอรายการต่างๆ ที่มีความหลากหลายมากกว่า เดิม แต่ด้วยระบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน มันไม่มีเวลาให้ ทุกคนต้องพยายามรักษาพื้นที่ ออกอากาศเอาไว้ให้ได้ ถ้าแตกแถวก็อาจโดนถอดหรือที่เราเรียกกันว่าหลุดผัง

พอมีช่องเพิ่มขึ้น เราก็มีทางเลือกมากขึ้น มีโอกาสที่จะเลือกผลิตรายการที่เหมาะสม กับช่องและช่วงเวลาที่ได้ออก อากาศ มันเหมือนกับเปิดร้านขายของ มีพื้นที่เยอะๆ เราก็เลือกทำเลได้ทำให้มีโอกาสในการขายของได้มากขึ้น

ปัจจุบันทริปเปิ้ลทูมีศักยภาพผลิตรายการได้มากกว่าเวลาที่เราได้ ตอนนี้เรามีเกมพันหน้าทางช่อง 7 และรายการกลมกิ๊กทางช่อง 5 เป็นหลัก

ผมมองว่าทุกรายการล้วนมีคุณภาพและคุณค่าในตัว อันนี้พูดถึงรายการที่ออกอากาศทางฟรีทีวีปัจจุบัน ไม่รวมช่องทีวีดาวเทียม ที่มีบางรายการคุณภาพไม่ถึง

มันขึ้นอยู่กับว่ารายการดีนั้นๆ จะได้ออกอากาศช่วงไหน เหมาะสมกับผู้ชมในช่วงเวลานั้นหรือไม่ และที่สำคัญอีกประการก็คือความชอบของผู้ชม ขึ้นอยู่กับรสนิยมส่วนบุคคล ดังนั้นคน 2 คนจึงมีความคิด ความชอบต่อรายการหนึ่งๆ ไม่เหมือนกัน บางคนอาจบอกว่าชอบมาก บางคนอาจไม่ชอบเลย มันแล้วแต่ ดังนั้นโอกาสในการเลือกช่วงเวลาในการออกอากาศจึงสำคัญ ต้องให้เหมาะสมกับฐานคนดู

ส่วนการหารายได้นั้น ในฐานะผู้ผลิตรายการช่วงแรกของการเปิดตัวช่องทีวีดิจิตอล หากเลือกได้คงเลือกรับจ้างผลิตเป็นหลัก เพราะแทบไม่มีความเสี่ยงใดๆ ช่องให้เงินมาก็ผลิตรายการให้ ไม่ต้องห่วงเรื่องหาโฆษณาหรือกังวลว่าเงินที่ลงทุนไปจะได้ผลตอบแทนไม่คุ้มค่าหรือขาดทุน

มองมุมนี้อาจกล่าวได้ว่าผู้ผลิตกำลังก้าวเข้าสู่ยุคเฟื่องฟูสุดขีด แต่หากมองกลับไปที่ช่อง ช่องก็มีทางเลือกเช่นกัน เพราะเขาต้องออกไปขายโฆษณา เขาคงไม่เลือกรายการประเภทเหมาเข่งไปออกอากาศ

และหากจะถามว่าทริป– เปิ้ลทู พร้อมสำหรับช่องใหม่ๆ หรือไม่ ก็ต้องตอบว่าพร้อมต่อการเปิดตัวไปสู่โอกาสใหม่ๆ แม้จะมองว่าการให้ความจงรักภักดีต่อช่องเดิม จะยังต้องมีอยู่ เพราะถือเป็นพันธมิตรร่วมงานกันมา

สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับทริปเปิ้ลทูในตอนนี้ คือการตระเตรียมบุคลากร ซึ่งถือว่าสำคัญ ที่สุด สำคัญกว่าเงินทองหรือสิ่งอื่นใด

ส่วนคนที่จะได้ประโยชน์ที่สุดในครั้งนี้ก็คือผู้ชม ซึ่งมีรีโมตเป็นอำนาจที่อยู่ในมือ ถือเป็นเสียงสวรรค์.


วรายุฑ มิลินทจินดา
กรรมการผู้จัดการบริษัท ฮู แอนด์ ฮู จำกัด ผู้ผลิตละคร รายการทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3

การเกิดทีวีช่องใหม่เพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 24 ช่อง ย่อมถือเป็นโอกาสของผู้ผลิตรายการอยู่แล้ว และพี่ก็พร้อมที่จะเปิดตัวเองออกไปสู่โอกาสใหม่ๆ

อย่างไรก็ตาม พี่ยังไม่แน่ใจว่าผู้ชม ซึ่งส่วนใหญ่ติดรายการบนช่องเดิมๆ ที่ออกอากาศในปัจจุบัน จะกดรีโมตไปดูช่องดิจิตอลใหม่มากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะกลุ่มที่ยังดูช่องฟรีทีวีได้เหมือนเดิม เนื่องจากฟรีทีวีปัจจุบันก็ยังคงออกอากาศกันอยู่ ไม่ได้ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม ขณะที่ถ้าจะดูทีวีดิจิตอลใหม่ ต้องซื้อทีวีใหม่หรือไม่ก็ต้องติดตั้งเซตท็อปบ็อกซ์หรือกล่องแปลงสัญญาณ จึงจะรับชมได้

มันจึงน่าจะเป็นความท้าทายอย่างมากสำหรับผู้ผลิตใหม่ๆ รวมทั้งผู้ผลิตหน้าเก่าอย่างพี่ด้วย ว่าจะทำอย่างไรคนถึงจะกดรีโมตมาดู

เพราะฉะนั้นพวกหน้าใหม่ก็คงต้องมีสายป่านยาว ทุนหนาพอสมควร ที่สำคัญต้องมีทักษะที่จะผลิตรายการดีๆ ส่วนหน้าเก่าก็ต้องปรับตัวรับการแข่งขัน จะอยู่เฉยๆคงไม่ได้

“พี่ว่ารายการ ณ ปัจจุบันก็มี หลากหลายมากแล้ว ลิขสิทธิ์ดีๆ เด็ดๆ จากต่างประเทศเขาก็ซื้อกันมาหมดแล้ว รูปแบบรายการส่วนใหญ่มันก็ไม่หนีไปจากวาไรตี้ เกมโชว์ ละคร หลังๆเริ่มมีรายการประเภทเรียลลิตี้เข้ามา หมุนเวียนกันอยู่แค่นี้ ดังนั้น คนจะคิดค้นรายการใหม่ๆ ก็ต้องมีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น แหวกแนวมากขึ้น ในฐานะผู้ผลิต พี่ว่ามันน่าสนุก การต่อสู้จะต้องดุเดือดแน่”

ส่วนตัวสำหรับพี่ เราไม่เคยหยุดนิ่ง จึงแทบไม่ต้องปรับตัวอะไร มาก เพราะปรับตัวและพัฒนามาตลอด พี่จึงพร้อมสำหรับช่องทีวีใหม่ๆ ซึ่งหลังการประมูลใบอนุญาตเสร็จสิ้นลง ทุกอย่างจะชัดเจนมากขึ้น

พี่มองถึงโอกาสในการทำรายการป้อนช่องใหม่ๆ แน่นอน จากการหารือกับผู้บริหารช่อง 3 ในฐานะต้นสังกัดของพี่ในเบื้องต้นเจ้านายไม่มีท่าทีว่าจะปิดกั้น เชื่อว่าผู้ผลิตหลายราย มีแผนเตรียมเอาไว้หมดแล้ว มีการคิดค้นรายการใหม่ๆเพิ่มเติม ถามว่าจะหนีออกไปจากแนวถนัด ซึ่งก็คือรายการวาไรตี้และละครหรือไม่นั้น บอกได้เลยว่ามีความพร้อมในการก้าวสู่สิ่งใหม่ๆ อย่างการทำเกมโชว์ ซึ่งมีไอเดียอยู่บ้างเหมือนกันแต่ขอเก็บเป็นความลับไว้ก่อน

ในกลุ่มของผู้จัดช่อง 3 เชื่อว่ามีหลายรายที่พร้อม จะขยับขยายไปสู่ทิศทางใหม่ๆ รวมทั้งพี่ด้วย ขณะเดียวกันก็จะมีผู้จัดบางกลุ่ม ยังปรารถนาที่จะทำงานให้ช่อง 3 ช่องเดียว ซึ่งก็แล้วแต่โอกาสและความพอใจ

โดยนอกจากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นแล้ว การแย่งชิงตัวบุคลากร ที่มีความ เชี่ยวชาญก็เริ่มมีให้เห็นมากขึ้นด้วย ส่วนดาราทีวี ซึ่งปัจจุบันสังกัดช่องอยู่นั้น พี่เชื่อว่าจะยังถูกจำกัดให้อยู่กับช่องต่อไป แต่ที่สุดด้วยจำนวนช่องที่มีขึ้นมากกว่า 24 ช่อง จะทำให้ดาราเริ่มกลายเป็นคนธรรมดา ดาราเก่า-ใหม่จะล้นตลาด ดาราดังระดับซุปเปอร์สตาร์จะเหลือน้อยลงหรือแทบไม่มีเลย เพราะความดังจะถูกเฉลี่ยจากฐานคนดูที่กว้างขึ้น ช่องที่เลือกดูได้มากขึ้น

พี่เชื่อว่า ณ จุดเริ่มต้น ช่องใหม่ๆ คงต้องพยายามพยุงธุรกิจให้อยู่รอดให้ได้ เพราะงบโฆษณาจะยังคงเทไปยังช่องหลักอย่าง 3, 5, 7 ซึ่งประกอบธุรกิจมานานแล้ว มีฐานคนดูอยู่เป็นจำนวนมาก ผู้ผลิตอย่างพี่ ความเสี่ยงอาจน้อยกว่า แต่ก็จะไม่ผลีผลาม ทุกอย่างต้องค่อยเป็นค่อยไป.

 

ทีมเศรษฐกิจ