วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รักษาราชอาณาจักรไทยไว้ให้มั่นคง

1
บุคคลตามฐานะทางเศรษฐกิจแบ่งเป็น 2 ชนชั้นใหญ่คือ ชนชั้นกดขี่ขูดรีด และชนชั้นผู้ถูกขูดรีด

2
ชนชั้นผู้ขูดรีดสร้างความร่ำรวยโดยการกดขี่ขูดรีดแรงงานของผู้อื่น มีทั้งชนชั้นเจ้าที่ดิน ชนชั้นนายทุนใหญ่ (นายทุนนายหน้าและนายทุนขุนนาง) ชนชั้นนายทุนน้อย (ปัญญาชนอาจารย์ พ่อค้าย่อย หัตถกร ผู้ประกอบอาชีพอิสระ พนักงานผู้น้อย) และชนชั้นนายทุนชาติ

3
พรรคการเมือง คือตัวแทนผลประโยชน์ของชนชั้น หรือกลุ่มคนที่แน่นอนกลุ่มหนึ่ง ทำการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจทางการเมือง หรือปกป้องรักษาอำนาจการเมืองที่ได้มาแล้วให้มั่นคง

4
พรรคการเมืองของชนชั้นนายทุนในประเทศหนึ่งอาจมีหลายพรรค แต่ละพรรคก็ล้วนเป็นตัวแทนผลประโยชน์ และต่อสู้เพื่อชนชั้นนายทุนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

5
ชนชั้นนายทุนแต่ละกลุ่มย่อมมีผลประโยชน์ขัดแย้งกันเสมอ

6
พรรคการเมืองบางพรรคยึดนโยบายสนับสนุนชนชั้นกดขี่ขูดรีด เพราะมีความเชื่อว่า ชนชั้นกดขี่ขูดรีดมีศักยภาพที่จะทำให้พรรคของตนสำเร็จในการต่อสู้ทางการเมือง


7
บางพรรคอ้างประโยชน์ของชนชั้นชาวนามาใช้ในการต่อสู้ทางการเมือง เพราะชาวนามีเงื่อนไขที่ดี 4 ประการในการต่อสู้ คือ 1. ชาวนาเป็นกำลังหลวง 2. เป็นอู่ข้าวอู่น้ำ ซึ่งเป็นกองพลาธิการที่ใหญ่โตที่สุดของการต่อสู้ 3. ปริมณฑลกว้างขวางที่สุด ซึ่งเป็นเงื่อนไขสะดวกแก่การต่อสู้ และ 4. ศัตรูไม่รวมศูนย์ในชนบท

8
พรรคการเมืองที่อ้างประโยชน์ของชนชั้นชาวนาในการต่อสู้ จะใช้ยุทธศาสตร์ ชนบทล้อมเมือง เมืองล้อมนคร ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ที่จัดตั้งมวลชนในชนบท และใช้มวลชนนี้ยึดเมืองเล็กที่อยู่ห่างไกล โดดเดี่ยว แล้วจึงค่อยไล่ยึดเมืองขนาดกลาง ขนาดใหญ่ ตามลำดับ

9
บางพรรคการเมืองเชื่อว่า การต่อสู้สูงสุดทางการเมืองเป็นการต่อสู้ด้วยอาวุธ แต่รูปแบบอื่นก็มี เช่น การนำมวลมหาประชาชนสู้ด้วยการเดินขบวน นัดหยุดงาน หยุดเรียน เข้ายึดสถานที่ราชการ สนามบิน ร้องทุกข์กับสื่อทั้งในและต่างประเทศ ร้องทุกข์กับสถานทูต ครองพื้นที่ในโซเชียลมีเดียเพื่อสร้างวิกฤติซํ้าซาก ใช้สื่อสังคมออนไลน์สร้างความขัดแย้งที่รุนแรง สร้างภาพลักษณ์ให้พรรคหรือองค์กรฝ่ายตรงข้ามเป็นพรรคหรือองค์กรที่ไม่น่าเชื่อถือ ใช้โทรทัศน์ดาวเทียมบิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อสร้างสังคมที่ไม่ไว้วางใจกันจนพัฒนาไปสู่สังคมสองขั้ว ฯลฯ

10
พรรคการเมืองที่จะประสบความสำเร็จในการนำมวลมหาประชาชนออกต่อสู้ จะต้องปฏิบัติตามคำขวัญที่ว่า มีเหตุผล ได้ประโยชน์ และรู้ประมาณ ซึ่งหมายถึง 1. ต้องมีเหตุผลเพียงพอแก่การต่อสู้ ไม่ใช่ถือเอาเหตุผลเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่จำเป็น หรือที่สังคมไม่เห็นใจมาเป็นข้ออ้างในการทำการต่อสู้ 2. ต้องได้ประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ หรือวัฒนธรรม ถ้าทำการต่อสู้แล้ว ประชาชนส่วนใหญ่จะต้องได้รับประโยชน์ไม่มากก็น้อย ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม ไม่ได้ประโยชน์เฉพาะหน้า ก็จะได้ประโยชน์ในวันข้างหน้า และ 3. ต้องรู้ประมาณ คือก่อนต่อสู้ หรือขณะทำการต่อสู้ ต้องประมาณการณ์ให้ถูกต้องว่า การต่อสู้นั้นจะบรรลุผลถึงขั้นใด จึงจะได้ประโยชน์มากที่สุด และไม่ก่อความเสียหายแก่มวลมหาประชาชนที่เข้าร่วมต่อสู้ด้วย

11
มวลชนบางคนร่วมต่อสู้เพราะมีความคิดอนุรักษนิยม เป็นความคิดที่แสดงออกเพื่อพิทักษ์รักษาสิ่งเก่า ความเคยชินเก่า ประเพณีเก่า ระบบเก่า ประสบการณ์เก่า ไม่รับสิ่งใหม่ ไม่ยอมเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ และสภาพแวดล้อมใหม่ๆ ที่กำลังเปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปเรื่อยๆ

12
บางมวลชนร่วมต่อสู้เพราะคลั่งลัทธิประชาธิปไตยเฟ้อ ที่ใช้สิทธิประชาธิปไตยอย่างไม่มีขอบเขต ทั้งในด้านการพูดและการกระทำ ขอเพียงให้ได้พูด ได้แสดงความคิดเห็น ได้อภิปรายก็พอ โดยไม่คำนึงถึงสถานที่และเวลาว่าสมควรหรือไม่ ไม่คำนึงว่าประโยคนั้นเพ้อเจ้อ ส่อเสียด และหยาบคายหรือไม่ ไม่คำนึงว่าการใช้สิทธิประชาธิป– ไตยอย่างไม่มีขอบเขตนั้น เป็นผลเสียแก่ประเทศชาติหรือไม่

13
ลัทธิประชาธิปไตยเฟ้อเป็นหนึ่งในหลายสาเหตุที่ทำให้เกิดลัทธิเผด็จการ และอุบัติวงจรอุบาทว์ที่เกิดสลับกันระหว่างการปฏิวัติรัฐประหารกับการเลือกตั้ง

14
ชาติรัฐในโลกนี้แบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ Forefront States รัฐล้ำหน้า, Far-Behind States รัฐตามหลัง, Failing States รัฐกำลังล้มเหลว และ Failed States รัฐล้มเหลว

15
ประเทศไทยเคยมีสถานะเป็นรัฐตามหลัง การต่อสู้กันทางการเมืองอย่างรุนแรงทำให้ปัจจุบันไทยอยู่ในสถานะรัฐกำลังล้มเหลว หากความขัดแย้งยังดำรงอยู่อย่างรุนแรงต่อไป ไทยจะกลายเป็นหนึ่งในบรรดารัฐล้มเหลวของโลก

16
การต่อสู้ของพรรคการเมือง กลุ่มการเมือง และนักการเมืองของไทยในปัจจุบัน ไม่ใช่เป็นการต่อสู้กันด้วยอุดมการณ์ แทนที่พรรคการเมืองจะเป็นสถานที่รวมผู้คนคุณภาพ ซื่อสัตย์สุจริต มีวิสัยทัศน์กว้างไกล และมุ่งมั่นที่จะขับประเทศไปข้างหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ กลับเป็นแหล่งรวมของนายทุนที่หาประโยชน์ และนักเลือกตั้งปากกล้าที่แสดงออกอย่างเกินความจำเป็น


17
ในโลกนี้ ทุกปัญหาแก้ไขได้เสมอ แต่ปัญหาที่กำลังอุบัติอยู่ในไทย แก้ไม่ได้ เพราะพลเมือง 67 ล้านไม่เห็นโจทย์ กลุ่มบุคคลเก็บโจทย์ใส่ตู้นิรภัยโดยไม่เปิดเผยให้ประชาชนทราบ โจทย์ของประชาชนแต่ละกลุ่มจึงต่างกันไปตามข่าวลือ ข่าวลวง ข่าวหลอก และตามจินตนาการแห่งตน

18
สมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นระบอบการปกครองที่เก่าแก่ที่สุดของโลก การสร้างอาณาจักร จักรวรรดิ และจักรภพ ทำไม่ได้ ถ้าไม่อาศัยมุขภาพของผู้นำที่สามารถรวบรวมคนจำนวนมากเพื่อใช้กำลังเข้ายึดครองผืนแผ่นดิน แล้วตั้งเป็นอาณาจักร จักรวรรดิ และจักรภพ เมื่อตั้งได้แล้ว ผู้นำก็ต้องปกครองด้วยอำนาจอันเด็ดขาด ด้วยธรรมนูญ และกฎหมาย ที่ผู้นำเป็นผู้ออกเอง

19
ชาติรัฐที่อยู่ได้อย่างมั่นคงและมีรากของประเทศอย่างลึก คือชาติรัฐที่ยังคงมีสถาบันกษัตริย์ที่ยังทรงมีพระราชอำนาจ แต่เพราะในโลกปัจจุบัน พระมหากษัตริย์ทรงตระหนักในสิทธิ เสรีภาพ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์จึงวิวัฒน์มาสู่ระบอบประชาธิปไตยแบบที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขและอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ

20
ศรัทธาแห่งผู้เขียนเปิดฟ้าส่องโลกคือ ระบอบประชาธิปไตยแบบที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขและอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ

21
ราชอาณาจักรไทยก่อตั้งเมื่อพุทธศักราช 1762 โดยปฐมบรมกษัตริย์แห่งอาณาจักรสุโขทัย พระนามพ่อขุนศรีอินทรบดินทราทิตย์ จากนั้นมาจนถึงวันพุธที่ 1 มกราคม พุทธศักราช 2557 ราชอาณาจักรไทยมีพระมหากษัตริย์ 53 พระองค์ จากอาณาจักรสุโขทัย 9 พระองค์ อาณาจักรอยุธยา 35 พระองค์ กรุงธนบุรี 1 พระองค์ และกรุงรัตนโกสินทร์ 9 พระองค์

22
ผู้คนในประเทศที่ไม่มีกษัตริย์หลายแห่ง พยายามรื้อฟื้นสถาบันกษัตริย์เพื่อศักดิ์ศรีและรากฐานอันมั่นคงยาวนานของชาติ

23
ทว่าการรื้อฟื้นสถาบันกษัตริย์ขึ้นมาใหม่นั้น ทำได้ยากยิ่ง

24
ประชาชนของประเทศโชคดี ที่ยังมีพระมหากษัตริย์ ต้องรักษาสถาบันกษัตริย์ที่ได้รวบรวมผืนแผ่นดิน เพื่อสร้างอาณาจักรให้มนุษย์เผ่าพันธุ์ของตนได้มีชาติเฉกเช่นมนุษย์เผ่าพันธุ์อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มนุษย์พันธุ์ไทย

25
ด้านการขัดแย้งกันระหว่างชนชั้น หรือระหว่างกลุ่มทุนที่พรางตัวมาเกาะอยู่กับพรรคและกลุ่มการเมือง ผู้เกี่ยวข้องเหล่านั้นต้องแก้ไขกันเอง อย่านำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้อง หรือสร้างข่าวลือบิดเบือนเพื่อทำให้เกิดสังคมแบ่งข้าง.

 

โดย นายคุณนิติ นวรัตน์

 

สวัสดีปีใหม่2557 เปิดใจ คุณนิติ นวรัตน์

มีการทำนายทายทักกันว่า พ.ศ.2557 จะมีการเปลี่ยนแปลงทั้งในและนอกประเทศอย่างไวและอย่างมากกว่าที่เคยเป็นมา การเปลี่ยนแปลงของสังคมจะอยู่ในสภาพที่ยุ่งเหยิง สาเหตุมาจากการที่โลกเข้าสู่สภาวะไซเบอร์ที่สมบูรณ์ขึ้น สิ่งที่เคยเปลี่ยนแปลงอย่างช้าด้วยการสื่อสารโดยใช้จดหมาย โทรเลข เทเลกซ์ โทรศัพท์ และโทรสาร ปัจจุบันได้กลายมาเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างเร็วด้วยการสื่อสารผ่านโซเซียลเน็ตเวิร์ก

โซเซียลเน็ตเวิร์กทำให้ผู้คนบนโลกเริ่มกังขาในระบอบประชาธิปไตยแบบตัวแทน สำหรับประเทศไทย ตั้งแต่พุทธศักราช 2557 เป็นต้นไป ฝ่ายนิติบัญญัติ ตุลาการ และบริหาร จะถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวดโดยพลเมืองไทยที่ขัดแย้งและเลือกข้างจนไม่สามารถแยกได้ว่าอะไรดี อะไรไม่ดี อะไรคือความจริง อะไรคือความเท็จ เมื่อบวกกับทุนมนุษย์ที่ด้อยคุณภาพและทุนสังคมที่อ่อนแอ จะผลักให้ไทยเข้าไปยืนอยู่บนปากทางแห่งความเสื่อมโทรมโดยแท้

3 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2557 ครอบครัวผมจะรับใช้สังคมไทยทางสื่อครบ 17 ปี ทั้งสื่อหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ วิทยุ บรรยาย และอินเตอร์เน็ต โดยในห้วง 10 ปีหลังของการรับใช้ทางสื่อ 17 ปี เราเห็นความเสื่อมของชาติที่มาจากการวิวาท

ปฐมวันแห่งพุทธศักราช 2557 ผมขอแถลงถ้อยคำแห่งความสุข และความปรารถนาดีมายังท่านที่เคารพและครอบครัว ขออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสกลจักรวาลานุจักรวาล และพระบารมีแห่งพระมหากษัตราธิราช พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ จงดลบันดาลประทานพรให้ผู้อ่านท่านที่เคารพเจริญด้วยจตุรพิธพรชัย ประสบแต่ความสุขสมบูรณ์พูนผลด้วยสิ่งอันพึงปรารถนาทุกประการ และที่สุด ขอให้ความขัดแย้งในสังคมไทยที่กำลังอุบัติอยู่ลดน้อยถอยลงไป เพื่อให้พวกเราทั้งหลายอยู่กันอย่างมีความสุข ร่มเย็น.


คุณนิติ นวรัตน์

ประชาชนของประเทศโชคดี ที่ยังมีพระมหากษัตริย์ ต้องรักษาสถาบันกษัตริย์ที่ได้รวบรวมผืนแผ่นดิน เพื่อสร้างอาณาจักรให้มนุษย์เผ่าพันธุ์ของตนได้มีชาติเฉกเช่นมนุษย์เผ่าพันธุ์อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มนุษย์พันธุ์ไทย... 31 ธ.ค. 2556 08:38 31 ธ.ค. 2556 10:33 ไทยรัฐ