วันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เศรษฐกิจไทยปีม้าพยศ พิษการเมืองไม่สร่าง เจ๊าหรือเจ๊ง?

เศรษฐกิจไทยปีม้าพยศ พิษการเมืองไม่สร่าง เจ๊าหรือเจ๊ง?

  • Share:

คงต้องลุ้นกันตัวโก่ง สำหรับเศรษฐกิจไทยปี 57 จะเป็นปีม้าที่สดใสหรือไม่ ? หรือจะเจอม้าพยศควบคุมไม่ได้ จนผงกหัวไม่ขึ้น ท่ามกลางปัญหาการเมืองที่ยังคุกรุ่น หาทางออกยังไม่ได้ เสี่ยงกับการถูกลดเครดิตความน่าเชื่อถือ หากเป็นเช่นนั้นเจอหายนะแน่...

อีกทั้งสถานการณ์เศรษฐกิจปี 56 ไม่ใช่ว่าจะดีนัก มีการเติบโตต่ำกว่าคาดการณ์ ส่งออกไม่เป็นตามเป้า เพราะพิษเศรษฐกิจโลก และจากหลายปัจจัยทำให้การบริโภคภายในประเทศค่อนข้างชะลอตัว

ไม่ต้องพูดถึงโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐ ยังอยู่ในอาการชะงักงัน จากปัจจัยการเมืองยืดเยื้อได้กระทบต่อแผนการกู้เงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้าน ทั้งๆ ที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจสำคัญ จนมีการคาดการณ์กันว่า จีดีพีปี 57 น่าจะขยายตัวได้ไม่ถึง 5% ตามที่ตั้งเป้าไว้


ขณะที่ ดร.บันลือศักดิ์ ปุสสะรังษี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักวิจัย สายบริหารความเสี่ยง ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย มองเศรษฐกิจไทยปีหน้า ซึ่งอาจทำให้หลายๆ คนจะต้องเตรียมรับมือตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะหนี้สินครัวเรือนจะเพิ่มขึ้นมาก ฉะนั้นปีหน้าอย่าใช้เงินเกินตัว จากสภาพคล่องที่ทยอยไหลออก แม้ว่าเศรษฐกิจโลกจะเริ่มฟื้นตัว รวมถึงเศรษฐกิจสหรัฐฯ แต่ยังไม่แข็งแกร่งมากพอ ทำให้ออเดอร์ส่งออกของไทยไม่มีเพิ่มขึ้น ส่วนปัญหาการเมืองไม่สามารถคาดเดาว่าจะยุติลงเอยอย่างไร แต่ในเบื้องต้นได้ทำให้โครงการต่างๆ สะดุดลง

พร้อมกับบอกว่า โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้าน ได้จบไปแล้ว หากจะเริ่มใหม่ก็ต้องออก พ.ร.บ. มีการผ่านที่ประชุมสภาฯ ใหม่ทั้งหมด รวมถึงโครงการน้ำ 3.5 แสนล้าน ก็จบลงเช่นกัน ดังนั้นในปีหน้า จะไม่มีตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้กระเตื้องขึ้น โดยเศรษฐกิจจะอยู่ในภาวะย่ำแย่ไปจนถึงไตรมาส 2 ปีหน้า ซึ่งสรุปแล้วช่วงครึ่งแรกปีหน้าจะอาการหนัก และในครึ่งปีหลังเศรษฐกิจอาจจะโตได้ มีการขยายตัวประมาณ 3-3.5% ดีกว่าปี 56 ที่โตเพียง 2.3%

ส่วนแนวโน้มราคาทองคำ ฟันธงเลยว่า ขาลงเช่นเดียวกับหุ้นที่คงจะตกลง ซึ่งขอให้นักลงทุนจับตาและคอยช้อนซื้อ อย่างไรก็ตาม ในการประชุม กนง.ครั้งแรกของปี ช่วงต้นเดือนมกราคมปีหน้า คาดว่าจะมีลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เพื่อปรับสภาพคล่องให้ดีขึ้น


เช่นเดียวกับ ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ และคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ฟันธงเลยว่า จากสถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้น โอกาสที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยปีหน้า พัฒนาเป็นบวกนั้นมีน้อยมาก มีผลกระทบในทางลบ ส่วนจะรุนแรงมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับปัจจัยเสี่ยงทางการเมืองว่าจะพัฒนาไปอย่างไร

ทั้งนี้ เขาได้หยิบยกการประเมินจากสมมติฐานต่างๆ ของศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจเพื่อการปฏิรูป มหาวิทยาลัยรังสิต มองว่าเศรษฐกิจไทยปีหน้าน่าจะขยายตัวต่ำที่ 3-4% หรืออาจจะต่ำกว่านี้ หากเกิดวิกฤติหลังเลือกตั้ง หรือเมื่อมีการตั้งรัฐบาลแล้ว อาจจะมีการเผชิญหน้าเกิดความรุนแรงมากขึ้น ท้ายสุดจะเกิดสุญญากาศ แต่หากมองในแง่ดี กรณีไม่เกิดความวุ่นวาย สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ก็จะดีต่อเศรษฐกิจ แต่จะไม่ดีมากนัก เพราะโครงการขนาดใหญ่จะดำเนินการได้ยาก

หรือรวมถึงกรณีจัดตั้งรัฐบาลได้ โดยมีเงื่อนไขทำหน้าที่ระยะสั้นเพียงปีครึ่ง เพื่อเดินหน้าปฏิรูปประเทศ ตรงนี้จะทำให้นโยบายโครงสร้างพื้นฐานเดินหน้าไม่ได้ ทำให้นักลงทุนต่างชาติชะลอการลงทุน อาจถึงขั้นย้ายการลงทุนไปประเทศอื่น เช่น พม่า เพราะไม่รู้จะอยู่เมืองไทยต่อไปทำไม และเท่าที่สังเกตในขณะนี้ พบว่านักลงทุนมีการถอนการลงทุนออกหมดเป็นจำนวนมาก แสดงว่าได้มีการประเมินแล้ว หรือมีสัญญาณอะไรบางอย่างว่าไทยมีความเสี่ยง อาจใกล้มีสงครามการเมือง


"ขณะนี้ความขัดแย้งการเมือง มีความพยายามเอาชาตินิยมมาเกี่ยวข้อง ซึ่งสร้างปัญหา เป็นอันตรายมาก แต่หากมองในแง่ดี กรณีไทยเกิดอะไรขึ้นมักจะจบลงเอง ไม่ยืดเยื้อ เพราะไทยเป็นศูนย์กลางของเศรษฐกิจ ซึ่งนานาประเทศคงจะเข้ามาช่วย เพื่อไม่ให้เกิดวิกฤติมากขึ้น"

ท้ายสุด ดร.อนุสรณ์ ฝากบอกคนไทยขอให้เชื่อมั่นในประเทศไทย เพราะเมื่อเกิดวิกฤติกระทบต่อการลงทุน ก็จะเป็นโอกาสทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นได้ โดยต้องรู้จักบริหารความเสี่ยงในการลงทุนและการเงินให้ดี ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่เป็นอยู่ เพราะได้ทำให้เศรษฐกิจไทยชะลอตัวลงอย่างแน่นอนแล้ว

จากสิ่งที่ฟังมาจากความคิดเห็นของนักวิชาการทั้งสอง กับอาการย่ำแย่ของเศรษฐกิจไทยปีหน้า เพราะพิษการเมืองยังไม่สร่าง จะมีทีท่าเดินไปทางไหนอย่างไร? เมื่อเป็นเช่นนี้ ขอให้คนไทยทุกคนโชคดีในปีหน้า ใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง เพราะคาดว่าปีหน้าคงขาดยาแรงในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้การบริโภคในประเทศไม่กระเตื้อง เพราะฉะนั้นการลงทุนในปีหน้าควรใช้ความระมัดระวัง แต่ก็ยังมีความหวังจากการส่งออก หากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวได้จริง.

 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้