พาราสาวัตถี

ข่าว

    พาราสาวัตถี

    กิเลน ประลองเชิง

      22 พ.ย. 2556 05:00 น.

      ตอนผมกำลังเรียนชั้น ป.เตรียม หัดผสม ก.อะ กะ ก.อา กา ป้ากะปู่ กู้อีจู้ แม่ซื้อหนังสือจากแบกะดิน ชื่อปฐม ก.กา ให้อ่าน ยังติดใจ...ตอนผสมตัวสะกด...แม่กก แม่กด รู้สึกสนุกเร้าใจ ยังไงพิกล

      ไม่รู้ด้วยซ้ำ พระเอกของเรื่อง ที่ร่อนเร่พาพระมเหสีพเนจร...เป็นใคร

      มารู้เอาตอนโต...แบบเรียน ปฐม ก.กา ที่ผมอ่านจนจำได้หลายตอน...คัดลอกมาจากกาพย์พระไชยสุริยา ที่่ท่านครูสุนทรภู่ แต่งไว้

      บ้านเมืองของพระไชยสุริยา...ดูจะมีแต่เรื่องไม่ดี คนที่อยู่ชั้นบน...หมกมุ่นอยู่กับความโลภความหลง

      อยู่มาหมู่ข้าเผ้า ก็หาเยาวะนารี ที่หน้าตาดีดี ทำมะโหรีที่เคหา ค่ำเช้าเฝ้าสีซอ เข้าแต่หอล่อกามา หาได้ให้ภริยา โลโภพาให้บ้าใจ

      หลงผู้หญิง โลภเงินทอง แล้วก็ทิ้งพระศาสนา ข่มขู่ผู้น้อย หากินกับพวกนักโทษ กินสินบน

      ไม่จำคำพระเจ้า เหไปเข้าภาษาไสย ถือมีดีข้าไทย ฉ้อแต่ไพร่ใส่ขื่อคา คดีที่มีคู่ ถือไก่หมูเข้าสุภา ใครเอาเข้าปลามา ให้สุภาก็ว่าดี ที่แพ้แก้ชะนะ ไม่ถือพระประเวณี ขี้ฉ้อก็ได้ดี ไล่ด่าตีมีอาญา

      บ้านเมืองแบบนี้ นักปราชญ์และคนซื่อสัตย์ ถูกดูแคลน พระสงฆ์ก็ทิ้งพระธรรม

      ที่ซื่อถือพระเจ้า ว่าโง่เง่าเต่าปูปลา ผู้เฒ่าเหล่าเมธา ว่าใบ้บ้าสาระยำ ภิกษุสะมะณะ เล่าก็ละพระสะธำม์ คาถาว่าลำนำ ไปเร่ร่ำทำเฉโก

      เหตุการณ์บ้านเมือง เลวร้ายไปทุกหย่อมหญ้า “ผีป่ามากระทำ มะระณะกำม์เชาบุรี น้ำป่าเข้าธานี ก็ไม่มีที่อาไศรย”

      ผู้คนพลเมืองเลว ธรรมชาติลงโทษซ้ำ พระไชยสุริยา ท่านก็เหมือนถูกปฏิวัติยึดอำนาจ ต้องพาพระมเหสีเร่ร่อนพเนจร ไปนอนอยู่ในป่า

      พระชวนนวลนอน เข็ญใจไม้ขอน เหมือนหมอนแม่นา ภูธรสอนมนต์ ให้บ่นภาวนา เย็นค่ำร่ำว่า กันป่าภัยพาล

      สวดมนต์จบ นอนในป่าหาอะไรที่สุขสมรื่นรมย์ไม่ได้ สุนทรภู่ บรรยายต่อ

      “ขึ้นกกตกทุกข์ยาก แสนลำบากจากเวียงไชย มันเผือกเลือกเผาไฟ กินผลไม้ได้เป็นแรง รอนๆอ่อนอัสดง สุริยงเย็นยอแสง...”

      บรรยากาศเป็นใจ...จากแม่กก...ก็มาถึงบทเรียนให้ฝึกสะกด...
      แม่กด

      ขึ้นกดบทอัศจรรย์ เสียงครื้นครั่นชั้นเขาหลวง นกหกตกรังรวงสัตว์ทั้งปวงง่วงงุนโงง แดนดินถิ่นมนุษย์ เสียงดังดุจเพลิงโพลง ตึกกว้านบ้านเรือนโรง โคลงคลอนเคลื่อนเขยื้อนโยน

      บ้านช่องคลองเล็กใหญ่ บ้างตื่นไฟตกใจโจน ปลุกเพื่อนเตือนตะโกน ลุกผาดโผนโดนกันเอง พิณพาทย์ระนาดฆ้อง ตะโพนกลองร้องเป็นเพลง ระฆังดังวังเวง โหง่งหง่างเหง่งเก่งก่างดัง

      ขุนนางต่างลุกวิ่ง ท่านผู้หญิงวิ่งยุดหลัง พัลวันดันตึงตัง พลั้งพลัดตกหกคะเมน พระสงฆ์ลงจากกุฏิ์ วิ่งอุตลุดฉุดมือเณร หลวงชีหนีหลวงเถร ลงโคลงเลนเล่นผาดโผน

      บทนี้เป็น “บทอัศจรรย์” อ่านแล้วคิดว่าสัปดน แต่รุ่นครูอย่างสุนทรภู่ ท่านก็พลิกเหลี่ยม ไปเป็นเรื่องไม่สัปดน

      “วันนั้นแผ่นดินไหว เกิดเหตุใหญ่ในปะถะพี เล็งดูรู้คะดี กาลกิณีสี่ประการ

      ประกอบชอบเป็นผิด กลับจริตผิดโบราณ สามัญอันธพาล ผลาญคนซื่อถือสัตย์ธรรม

      ลูกศิษย์คิดล้างครู ลูกไม่รู้คุณพ่อมัน ส่อเสียดเบียดเบียนกัน ลอบฆ่าฟันคือตัณหา โลภลาภบาปบ่คิด โจทก์จับผิดริษยา อุระพะสุธา ป่วนเป็นบ้าฟ้าบดบัง...

      สอนสะกดแม่กก ไปจนถึงแม่กด ครูสุนทรภู่ ท่านก็บรรยายภาพรวมพาราสาวะถี ใครไม่มีปรานีใคร ดุดื้อถือแต่ใจ ทีใครได้ใส่เอาพอ

      เรียนถึงบทเรียนนี้...ตอนแรก ผมก็พยายามเดา เหตุร้ายระดับเกิดกาลกิณีสี่ประการนี้...มีขึ้นในบ้านไหนเมืองไหน...ที่แท้ก็ใน พาราสาวัตถี

      โล่งอกไปที เรื่องเลวๆร้ายไปทุกหย่อมหญ้าแบบนี้ ไม่เคยมี ในบ้านเมืองของเรา...

       

      กิเลน ประลองเชิง

      อ่านเพิ่มเติม...

      วิดีโอแนะนำ

      คุณพ่อสายอำ ปลอบใจลูก "ผู้หญิงอะ ไม่ตายก็หาใหม่ได้ เชื่อพ่อ"
      04:55

      คุณพ่อสายอำ ปลอบใจลูก "ผู้หญิงอะ ไม่ตายก็หาใหม่ได้ เชื่อพ่อ"

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      วันพุธที่ 19 มกราคม 2565 เวลา 14:39 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์