ไลฟ์สไตล์
100 year

'เทือก'ขอมติม็อบ ไล่รัฐบาล ยํ้ำต้องชนะเท่านั้น

ไทยรัฐออนไลน์
5 พ.ย. 2556 09:00 น.
SHARE

ยกระดับยึดราชดำเนินสู้ มธ.-จุฬา-ทปอ.ร่วมต้าน ทักษิณยันไม่เอาเงินคืน ท้าให้ไปโหวตควํ่าในวุฒิ

“สุเทพ” นำม็อบสามเสนเคลื่อนขบวนฝ่าถนนประวัติศาสตร์ ปลุกพลังประชาชนร่วมต้าน พ.ร.บ.นิรโทษสุดซอยเหมาเข่ง ตั้งสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าพระแก้วมรกต สู้ถึง ที่สุดพวกเหิมเกริมคดโกงทำลายชาติ อ้างมติประชาชนยกระดับยึดถนนราชดำเนิน ใช้อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยปักหลักเช็กบิลรัฐบาล “ม็อบสีลม” คึกมวลชนแห่เป่านกหวีดพรึบ ขู่ดันทุรัง 6 พ.ย. รวมพลกดดันอีก “นายกฯปู” เครียดม็อบลามทั่ว ปท. น้ำตาคลอกอดญาติเหยื่อม็อบแดง วอนคนไทยเลิกบาดหมาง “ประชา” หารือ ผบ.ตร.กำชับ จนท.เกาะติดพื้นที่รับม็อบดาวกระจาย ยันยังเอาอยู่ ไม่ขยายพื้นที่ความมั่นคงฯ พท.ดิ้นล็อบบี้สภาสูงผ่านร่าง ก.ม.ร้อน ด้าน 40 ส.ว.แถลงการณ์ขวางสุดลิ่ม ขณะที่ “ทักษิณ” แฉ ปชป.ต้มชนชั้นสูง-คนกรุง ยันพร้อมสู้ในกระบวนการยุติธรรมปกติ ไม่เคยคิดเอาเงินคืน สาบานไม่เคยสั่ง พท.ลุยทะลุซอย ท้าโหวตคว่ำในชั้นวุฒิสภา

กระแสต่อต้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับเหมาเข่ง เพิ่มระดับความรุนแรงและขยายวงกว้าง มากขึ้นเรื่อยๆ โดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะแกนนำม็อบต่อต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมที่บริเวณสถานีรถไฟสามเสน นำมวลชนเคลื่อนขบวนดาวกระจายหาแนวร่วม คู่ขนานกับเครือข่ายนักธุรกิจสีลมจัดกิจกรรมเป่านกหวีดร่วมต้านอย่างคึกคัก ล่าสุดม็อบสามเสนได้เปลี่ยนยุทธศาสตร์ยึดอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยปักหลักชุมนุม โดยไม่กลับไปที่เดิมแล้ว

“เทือก” นำม็อบสามเสนเดินหาแนวร่วม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 4 พ.ย. บรรยากาศการชุมนุมจากเวทีประชาชนต้านกฎหมายนิรโทษกรรม สถานีรถไฟสามเสน เมื่อเวลา 10.10 น. ว่า กลุ่มผู้ชุมนุม นำโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พร้อมแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ และ ส.ส.พรรคอีกกว่า 50 คน เคลื่อนขบวนนำมวลชนจำนวนมาก ดาวกระจายโดยใช้ถนนเศรษฐศิริ เลี้ยวเข้าถนนพระราม 6 ผ่านสี่แยกศรีอยุธยา เมื่อถึงสี่แยกอุรุพงษ์ ที่กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาและประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ปักหลักชุมนุม นายอุทัย ยอดมณี แกนนำ คปท.ได้เข้ามาจับมือกับนายสุเทพ และ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนที่การ์ดบางส่วนของกลุ่ม คปท.จะเข้าร่วมขบวนเดินสมทบไปด้วย โดยเคลื่อนต่อไปผ่านแยกยมราช เข้าถนนหลานหลวง แยกผ่านฟ้าลีลาศ มุ่งตรงเข้าสู่ถนนราชดำเนิน

เป่านกหวีดตีธงต้านนิรโทษสุดลิ่ม

ต่อมาเมื่อเวลา 12.34 น. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยกลุ่มผู้ร่วมชุมนุมได้ร่วมกันเป่านกหวีด เป็นเวลา 1 นาที เพื่อเป็นสัญลักษณ์การต่อต้านกฎหมายดังกล่าว ในช่วงเวลาเดียวกับกลุ่มนักธุรกิจที่สีลม และเมื่อขบวนไปถึงอนุสรณ์สถาน 14 ตุลาฯ 16 นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ส.ส.ตาก  นายอิสสระ  สมชัย  และนางศิริวรรณ  ปราศจากศัตรู ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นตัวแทนวางพวงหรีดไว้อาลัยเพื่อสืบทอดเจตนารมณ์ของวีรชนเดือนตุลาฯ จากนั้นขบวนผู้ชุมนุมได้เคลื่อนเข้าสู่สนามหลวง หยุดสักการะศาลหลักเมือง ก่อนเคลื่อนขบวนมาจบที่หน้าพระบรม มหาราชวัง ตลอดเส้นทางที่ขบวนผ่านมีประชาชน 2 ข้างทางตะโกนให้กำลังใจและออกมาเดินร่วมขบวน บางส่วนเป่านักหวีดจากหน้าบ้านหรือหน้าสำนักงาน เช่น สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่ง ชาติ พนักงานการบินไทยที่สำนักงานหลานหลวง เมื่อหัวขบวนมาถึงหน้าพระบรมมหาราชวัง แต่หาง แถวของกลุ่มผู้ชุมนุมยังอยู่ที่ถนนหลานหลวง เนื่องจากขบวนถูกตัดตอนเป็น 3 ช่วง จากการให้สัญญาณจราจรของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ปฏิญาณหน้าพระแก้วสู้ถึงที่สุด

กระทั่งเวลา 13.30 น. นายสุเทพได้นำถวายสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าพระแก้วมรกตและพระบรม มหาราชวัง ตอนหนึ่งว่า บัดนี้แน่ชัดว่ามีคณะบุคคลที่เหิมเกริมไม่คิดถึงความถูกต้องชอบธรรม พยายามรวบอำนาจการปกครองของบ้านเมืองไว้ในมือ แต่ฝ่ายเดียว ไม่คำนึงสิทธิเสรีภาพประชาชน เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อรวบอำนาจการปกครอง และการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมล้างผิดคนโกง ทุจริต คนฆ่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร เผาบ้านเผาเมือง ซึ่งเป็นการทำลายระบบนิติรัฐ หลักกฎหมายของบ้านเมือง เราจึงรวมตัวกันเพื่อปกป้องชาติและแผ่นดินให้ดำรงความเป็นประชาธิปไตย พวกข้าพเจ้าทั้งหลายจึงขอตั้งสัตย์ปฏิญาณเบื้องหน้าองค์พระแก้วมรกต พระบรม มหาราชวัง ว่าจะจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ โดยสุจริตใจ ขอตั้งสัจจะวาจา จะดำเนินการต่อสู้คัดค้านกฎหมายนิรโทษกรรมล้างผิดคนโกงอย่างถึงที่สุด ให้กฎหมายนี้มีอันเป็นไป ใช้บังคับไม่ได้ และจะต่อสู้กับคนทุจริต คดโกง ทำลายชาติ บ้านเมือง อย่างไม่ลดละ ย่อท้อ จนกว่าคนเหล่านี้จะสิ้นสูญสลายไปจากแผ่นดินไทย ขออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง อำนาจบุญญาบารมีพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรม ราชินีนาถ ตลอดจนบูรพกษัตริย์จงดลบันดาลให้พวกข้าพเจ้าและครอบครัว รวมทั้งคนไทยที่ตั้งใจทำดีเพื่อชาติบ้านเมือง ขอให้มีความสุข ความเจริญ ขอชัยชนะปกปักษ์รักษาชาติ บ้านเมือง ขอชัยชนะหมู่มาร ขอให้การต่อสู้ คัดค้านกฎหมายล้างผิดจงได้รับชัยชนะ ขอให้ประเทศชาติ ประชาชนคนไทย ได้รับชัยชนะ จากนั้นร่วมตะโกนไชโย 3 ครั้ง

ยกระดับยึดถนนราชดำเนิน

จากนั้นแกนนำหารือกันต่อที่คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ.เพื่อกำหนดแนวทางเคลื่อนไหว ขณะที่ขบวนผู้ชุมนุมเคลื่อนกลับมาปักหลักที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยเมื่อเวลา 15.35 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์และแกนนำม็อบ กล่าวว่า ขอให้พี่น้องประชาชนยืนสงบนิ่ง 3 นาที รำลึกถึงเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ที่ปฏิบัติหน้าที่ในการชุมนุมเมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2553 กระทั่งเวลา 15.40 น. นายสุเทพจึงประกาศมติประชาชนว่า บัดนี้ได้ตัดสินใจตามมติประชาชน ทั้งหลายว่า  เราทั้งหลายตัดสินใจยกระดับการต่อสู้ประกาศยึดถนนราชดำเนิน เราจะไม่กลับไปที่สามเสนอีกแล้ว เราจะยึดถนนประชาธิปไตยเส้นนี้ เป็นที่มั่นต่อสู้ ถ้ารัฐบาลกำลังเหลิงอำนาจไม่ฟังประชาชน จะยกระดับอีก พี่น้องพร้อมจะสู้และนอนกลางถนนด้วยกันหรือไม่ ขอให้พี่น้องที่อยู่บ้าน หรือจังหวัดต่างๆ เชิญมาที่นี่ นี่ไม่ใช่มติแกนนำ แต่มติของประชาชน นาทีนี้ปักหลักที่นี่ สู้ที่นี่ และมีชัยชนะเป็นของประชาชน

เผยปรับฮวงจุ้ยย้ายที่ชุมนุม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำผู้ชุมนุมคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมประกาศยึดถนนราชดำเนินในการต่อสู้ ได้มีการจัดตั้งเวทีปราศรัยชั่วคราวโดยยึดอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเป็นด้านหลังหันหน้าเวทีไปทางทิศตะวันออกคือ ทางสะพานผ่านฟ้าลีลาศ โดยมีการปิดถนนราชดำเนินทั้งสองฝั่งด้วยมวลชนที่ยังปักหลักชุมนุม ขณะที่แกนนำและ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์และตัวแทนภาคประชาขนต่างสลับสับเปลี่ยนกันขึ้นเวทีปราศรัยชั่วคราวบนรถ 6 ล้อ เพื่อตรึงมวลชนให้อยู่ในพื้นที่
“เทือก” กร้าวเช็กบิล รบ.เร็วที่สุด

นายสุเทพกล่าวว่า การยุบเวทีปราศรัยที่สามเสนมาเป็นเวทีที่ถนนราชดำเนินแทน เพราะมวลชนคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมมีมากขึ้น และจะต้องดำเนินการให้เสร็จโดยเร็วเพื่อให้พี่น้องประชาชนจะได้กลับไปทำมาหากิน งานนี้รับรองว่าประชาชนต้องชนะเท่านั้น ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว. กลาโหม  ร้องไห้ นายสุเทพกล่าวว่า ก็สมควรร้องไห้เพราะทำในสิ่งที่ไม่ควร ไม่ถูกต้อง เมื่อถามย้ำว่า เป็นการยกระดับขับไล่รัฐบาลแล้วหรือไม่ นาย
สุเทพกล่าวว่า  ทั้งหมดต้องขึ้นอยู่กับพี่น้องประชาชน

ม็อบผวาบินเล็กแอบถ่ายมุมสูง

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมในช่วงค่ำที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย  มวลชนทยอยเข้าร่วมชุมนุมอย่างคึกคัก โดยมีการ์ดคอยดูแลความปลอดภัยพื้นที่ชุมนุมทั้งสองฝั่งเข้มงวด ถนนราชดำเนินตั้งแต่สะพานผ่านฟ้าถูกผู้ชุมนุมนำแผงเหล็กปิดทั้งสองฝั่ง แต่เปิดให้ผู้มาร่วมชุมนุมขับรถเข้าไปจอดด้านในได้ ขณะที่ฝั่งแยกคอกวัวถูกปิดพื้นที่จนถึงด้านข้างอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย รถที่มุ่งหน้ามาจากสนามหลวงและสะพานพระปิ่นเกล้าต้องเลี้ยวซ้ายเข้าถนนดินสอออกไปทางวัดบวรนิเวศวิหาร ในช่วงค่ำได้มีช่างภาพอิสระนำเครื่องบินเล็กขึ้นบินถ่ายภาพมุมสูงใกล้เวทีปราศรัย จึงถูกการ์ดเข้าตรวจสอบเกรงว่าจะเป็นสายของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนเกิดกระทบกระทั่งกัน ต่อมา ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล หรือ “ผู้กองปูเค็ม” แต่งชุดทหารเข้ามาระงับเหตุ ยืนยันว่าเป็นช่างภาพอิสระจริงๆ จึงแยกย้ายกันไป

สีลมคึก “มาร์ค” ปลุกคนร่วมต้าน

ขณะที่บริเวณใต้สถานีรถไฟฟ้าศาลาแดง หน้าอาคารสีลมคอมเพล็กซ์ ถนนสีลม ตั้งแต่เวลา 10.00 น. วันเดียวกัน ประชาชน พนักงานออฟฟิศ นักศึกษา ที่ไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ส่วนใหญ่สวมเสื้อสีขาวและดำ ผูกริบบิ้นผ้าสีธงชาติไทย ทยอยเข้าร่วมกิจกรรม “สีลมสีเขียว ต่อต้าน พ.ร.บ.นิรโทษ คนโกงชาติ” จากนั้น นายสมเกียรติ หอมละออ แกนนำชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย พร้อม นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่มเสื้อหลากสี นายประสาร มฤคพิทักษ์ ส.ว.สรรหา นายแก้วสรร อติโพธิ อดีตอาจารย์ ม.ธรรมศาสตร์ นำรถกระบะติดเครื่องขยายเสียง มาเปิดเวทีปราศรัยคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ท่ามกลางกลุ่มนักธุรกิจ ผู้ประกอบการและพนักงานบริษัทย่านถนนสีลมให้ความสนใจ ขณะเดียวกันบนเวทีรถกระบะ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นเวทีกล่าวโจมตี พ.ร.บ.ดังกล่าว พร้อมเชิญชวนให้ผู้ไม่เห็นด้วยออกมาชุมนุมคว่ำ พ.ร.บ.ดังกล่าว จากนั้นเวลา 12.34 น. กลุ่มผู้ชุมนุมพร้อมใจกันเป่านกหวีดยาวนาน 1 นาที ท่ามกลางเสียงปรบมือและโห่ร้องดังกึกก้อง

รบ.ดันทุรัง 6 พ.ย.นัดรวมพลอีก

จากนั้น นายสมเกียรติ หอมละออ แกนนำชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย ได้อ่านแถลงการณ์จุดยืน โดยระบุว่า ขอให้รัฐบาลยับยั้งการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับนี้ รวมทั้งเรียกร้องให้วุฒิสภาอย่าได้ผ่านร่างกฎหมายที่ทำลายหลักนิติธรรมของบ้านเมือง ซึ่งหลังเสร็จสิ้นกิจกรรม ก็ได้นัดหมายกลุ่มผู้ชุมนุมด้วยว่าหากรัฐบาลยังไม่ถอนร่าง  พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวออก ขอให้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งในวันที่ 6 พ.ย.เพื่อมารวมตัวกันเป่านกหวีดกันอีกครั้ง และจะยกระดับการชุมนุมกันในเวลา 11.30 น.ที่ใต้สถานีรถไฟฟ้าศาลาแดง ก่อนที่จะพร้อมใจกันร้องเพลงชาติไทย และเพลงสรรเสริญพระบารมี จากนั้นสลายตัวไปในเวลา 13.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากแกนนำประกาศสลายตัว แต่ก็มีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนยังคงปักหลักชุมนุมกันที่บริเวณบนถนนสีลม ฝั่งหน้าอาคารสีลมคอมเพล็กซ์ พร้อมกับตะโกนขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ด้วย

คปท.รุกคืบยึดพระราม 6 สองฝั่ง

ด้านบรรยากาศการชุมนุมต่อต้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมของเครือข่ายนักศึกษา ประชาชน ปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ที่ยังคงปักหลักการชุมนุมบริเวณแยกอุรุพงษ์ ถนนพระราม 6 ต่อเนื่อง ผู้สื่อข่าวตลอดทั้งวันที่ 4 พ.ย. กลุ่มแนวร่วม กปท.และภาคีเครือข่ายประชาชน 77 จังหวัด ทยอยเข้าร่วมชุมนุมคึกคักกว่าทุกวัน โดย คปท.ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบเวทีปราศรัยจากเดิมที่ใช้รถบรรทุก 10 ล้อ ติดเครื่องขยายเสียงมาเป็นเวทีถาวร รวมทั้งมีการปิดถนนพระราม 6 ตั้งแต่แยกอุรุพงษ์จนถึงแยกศรีอยุธยา ทั้งฝั่งขาเขาและขาออกถาวร รองรับคนที่จะมาร่วมชุมนุมและเป็นการยกระดับการชุมนุมไปอีกขั้น

ภาคี 77 จังหวัดจ่อเดินขบวนรอบ 2

ต่อมาเวลา 15.30 น. นายอุทัย ยอดมณี ผู้ประสานงาน คปท.พร้อมนายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษา คปท.และคณะแกนนำนักศึกษาแถลงว่านับจากวันที่ 5 พ.ย.เป็นต้นไป จะมีเพื่อนนักศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ อาทิ ม.อุบลราชธานี ม.รังสิต และ มรภ.สุราษฎร์ธานี ทยอยเดินทางมาร่วมแสดงพลังคัดค้านการออกกฎหมายนิรโทษกรรมที่อุรุพงษ์ และใน 1-2 วันนี้ ทาง คปท. จะมีการเคลื่อนไหวออกนอกพื้นที่ ทั้งนี้ยังไม่เปิดเผยว่าจะเคลื่อนไปที่ใด อย่างไรก็ตาม คปท.จะมีการปรึกษาหารือกับภาคีเครือข่ายประชาชน 77 จังหวัด ในเวลา 16.00 น. และจะประกาศให้มวลชนทราบในเวลาประมาณ 20.00-21.00 น. โดยจะมีการประเมินสถานการณ์การเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ ว่า การเป่านกหวีดในช่วงนี้เป็นเพียงการส่งสัญญาณเตือน แต่หากรัฐบาลไม่ยอมรับฟังก็จะต้องกำหนดท่าทีการเคลื่อนไหวต่อไป

“ทักษิณ” แฉ ปชป.ต้มชนชั้นสูง-คนกรุง

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์พิเศษทีมข่าวการเมืองไทยรัฐ ถึงข้อครหา ของผลการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมทำให้พ้นผิดทั้งหมดว่า วันนี้พรรคเพื่อไทยนำเสนอมีวัตถุประสงค์หลัก ต้องการยุติความขัดแย้งในสังคม คืนความยุติธรรมกลับไปเริ่มต้นกันใหม่ ถ้าไม่เลิกทะเลาะกัน ปล่อยไปอย่างนี้ก็ไม่มีปัญหา ไม่ได้สนใจ แม้จะลำบากอยู่คนเดียวก็ทนได้ เรื่องเอาเงินคืนไม่เคยคิด ไม่ห่วงที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ไม่ได้กลัวเพราะไม่ได้ทำผิด อย่าไปหลงเชื่อประเด็นที่พรรคประชาธิปัตย์ พูด กล้าพูดเลยว่าเป็นการหลอกคน กทม.และคนชั้นสูงมาตลอด ทำให้สังคมตกใจกลัว กำลังถูกต้ม วันนี้สังคมไทยขี้ตกใจ แต่วันนี้เราต้องการเห็นความยุติธรรมของบ้านเมือง แม้ไม่ได้กลับประเทศ ไม่ได้เงินก็ไม่เป็นไร แต่อยากให้บ้านเมืองยุติความขัดแย้ง

แขวะ “มาร์ค” ขึ้นนายกฯชาติถึงสงบ

เมื่อถามว่า จุดยืนวันนี้ต้องการขอความเป็นธรรมใช่หรือไม่ พ.ต.ท.ทักษิณตอบว่า ส่วนตัวขอเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามปกติ ไม่ใช่ตั้งคนที่เป็นปฏิปักษ์มาสอบสวน ตอนนี้ขอให้ความขัดแย้งจบไปก่อน เรื่องของตนเอาไว้ทีหลัง และอย่าตกเป็นเครื่องมือของพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนจะกลับประเทศ ไทยหรือไม่ เป็นเรื่องเล็ก ยอมที่จะทนเหงา ต้องเครียดและเจ็บป่วยอยู่คนเดียว เมื่อหายแล้วก็พร้อมทำงานให้บ้านเมืองตลอดเวลา ทนมา 7 ปี จะอดทนต่อไป ไม่มีปัญหา ขอให้บ้านเมืองได้ข้อยุติ และทำอย่างไรให้คนป่วยสองคนคือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ หันกลับมาพูดคุย ให้บ้านเมืองไปได้ จะเอาอย่างไงก็บอกมา หรือต้องให้นายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯเท่านั้นบ้านเมืองถึงจะไปได้ ถ้านายอภิสิทธิ์ไม่ได้เป็นนายกฯบ้านเมืองจะตายหรืออย่างไร

ท้าไม่เอาไปโหวตคว่ำในวุฒิสภา

เมื่อถามว่า สั่งให้ผลักดันนิรโทษกรรมทะลุซอยหรือการสั่งการต่างๆ เป็นเพียงข้อกล่าวหาใช่หรือไม่ พ.ต.ท.ทักษิณตอบว่า ไม่เคย สาบานได้ ประเด็นต่างๆ ขอให้ทุกคนกลืนเลือดคนละหน่อย แต่เมื่อไม่เอาก็ไม่เป็นไร วันนี้ขณะนี้ตามกระบวนการของกฎหมายต้องเข้าสู่วุฒิสภาที่มี ส.ว.มาจากการเลือกตั้งและแต่งตั้ง ขอให้ไปคว่ำที่วุฒิสภาได้เลย เพราะ ส.ว.มาจากการแต่งตั้งครึ่งหนึ่ง ไม่มีปัญหาหากไม่ต้องการเห็นข้อยุติ เห็นบ้านเมืองสงบเรียบร้อย ก็ไม่ต้องเอา ไม่เป็นอะไร เมื่อถามว่า วันนี้การชุมนุมต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณใช่หรือไม่ พ.ต.ท.ทักษิณตอบว่าทั้งนั้นแหละ กลัวจะกลับประเทศ แม้ขณะที่ยังไม่กลับก็ยังกลัวแพ้เลือกตั้ง เมื่อถามว่า บางฝ่ายกลัวท่านจะกลับมาแก้แค้น พ.ต.ท.ทักษิณตอบว่าไม่มี วันนี้คนที่เคยทำร้ายตน แต่ละคนก็กลับมาหา อยากฝากบอกฝ่ายที่สนับสนุนว่าอย่าคิดว่าอยู่เมืองนอกแล้วมีความสุข แต่เมื่อเป็นผู้นำจะแสดงความอ่อนแอให้เห็นไม่ได้

แนะกลืนเลือดหันหน้าจูบปาก

พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวอีกว่า ขอฝากให้ทุกคนยอมกลืนเลือดคนละหน่อย หันหน้าเข้าหากัน ไม่เช่นนั้นบ้านเมืองไม่มีทางยุติ และวันนี้คนที่ถูกติดคุกคือคนจน ที่ไม่มีปากเสียง อย่าให้ความขัดแย้งลุกลามจนไปถึงความเป็นชนชั้น เมื่อถามถึงจุดนี้ต้องถอยคนละก้าวแล้วหรือเปล่า พ.ต.ท.ทักษิณตอบว่าใช่ครับ จะเอาชนะคะคานกันไม่ได้ ถอยคนละก้าวให้บ้านเมืองไปกันได้ อย่าเอาประเด็นนิรโทษกรรมไปอ้าง เพราะถ้าปัญหาบ้านเมืองยุติได้ เศรษฐกิจก็จะไปได้ดี เมื่อถามว่า เคยทำความเข้าใจกับแกนนำเสื้อแดงหรือเปล่า พ.ต.ท.ทักษิณตอบว่าบางทีคนเราถึงจุดหนึ่งความคิดอาจไม่ตรงกัน ความคิดที่ได้โยนออกไปเรื่องนิรโทษกรรมหากไม่เอาก็ไม่เป็นไร ถ้าบอกให้ถอยก็ถอย ไม่มีปัญหาไม่ต้องห่วง แต่ต่อไปนี้ถ้าขบวนการทางสภาฯสู้ขบวนการเดินขบวนไม่ได้ก็คงไม่ต้องมีสภาฯกันแล้ว

“ปู” เครียดม็อบต้านนิรโทษลุกลาม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 4 พ.ย. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เดินทางถึงทำเนียบรัฐบาล ทันทีที่ลงจากรถเดินเข้าตึกไทยคู่ฟ้า ได้ตรงเข้าพูดคุยด้วยสีหน้าเคร่งเครียดกับนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่มารอต้อนรับรายงานถึงสถานการณ์การชุมนุมต่อต้านกฎหมายนิรโทษกรรม เป็นเวลา 10 นาที จากนั้นจึงเดินขึ้นห้องทำงานทันที ต่อมานายสุรนันทน์ได้เรียก พล.ต.ต.ธวัช
บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เข้าหารือทันทีที่ห้องทำงาน เพื่อสอบถามสถานการณ์การชุมนุมอยู่ประมาณ 15 นาที
ญาติเสื้อแดงร้องดันนิรโทษสุดซอย

ต่อมาเวลา 12.00 น. ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล กลุ่มญาติผู้เสียชีวิตจากการสลายการชุมนุมทางการเมือง ช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค.53 จำนวน 24 คน ประสานผ่านนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง เข้าพบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เพื่อสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมและให้กำลังใจนายกฯในการบริหารประเทศ โดยนายสมชาย เจียมพล บิดานายทิพเนตร เจียมพล บุตรชาย ซึ่งเสียชีวิตที่แยกซอยรางน้ำ เมื่อวันที่ 14 พ.ค. กล่าวว่า ต้องการบอกว่านิรโทษกรรมเป็นทางออกที่ดีที่สุด ต้องการให้เดินหน้าสุดซอย ล้างไพ่ทั้งกระดานเพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าไปไม่สะดุด เกิดความปรองดอง

“ปู” สะอื้นขอคนไทยเลิกบาดหมาง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฯกล่าวตอบกลุ่มญาติผู้เสียชีวิตฯว่า ขอบคุณญาติวีรชนทุกคนที่เห็นแก่บ้านเมือง ให้อภัยกัน ในฐานะรัฐบาลอยากให้ประเทศเดินไปข้างหน้า อยากเห็นประเทศไทยมีความปรองดอง ให้อภัยกัน ไม่อยากเห็นบทเรียนที่ผ่านมาเกิดขึ้นกับผู้เสียสละและวีรชนที่เสียชีวิตกลับมาอีก เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีแต่สูญเสีย ขัดแย้งมาหลายปีแล้ว บ้านเมืองไม่ไปไหน ขอขอบคุณที่มาให้กำลังใจ และขอถือโอกาสเป็นกำลังใจกับพี่น้องประชาชนทุกท่านด้วย โดยเฉพาะผู้ที่สูญเสีย ในฐานะประชาชนคนไทยต้องร่วมกันส่งกำลังใจให้คนไทยทุกคน ให้ยึดหลักความเมตตาเห็นอกเห็นใจกัน ยึดหลักให้อภัย เพื่อประเทศชาติเดินไปข้างหน้าได้

จากนั้น นายกฯได้ไหว้ขอบคุณพร้อมเข้าสวมกอดญาติผู้เสียชีวิตด้วยน้ำตาคลอเบ้า พร้อมกล่าวด้วยเสียงสะอื้นอีกว่า “การให้อภัยคือจิตใจที่ยิ่งใหญ่ ไม่อยากให้วงจรนี้กลับมาสู่ลูกหลานหรือประเทศไทยอีก มันทำใจลำบาก เราไม่เคยลืมความสูญเสีย ได้พยายามยืนบนหลักความถูกต้อง” ขณะที่นางนาง ตติยรัตน์ มารดานายอำพน ตติยรัตน์ บุตรชายที่เสียชีวิตที่แยกคอกวัว วันที่ 10 เม.ย. 53 กล่าวกับนายกฯว่า ครอบครัวที่มาวันนี้ยินดีที่จะเจ็บ เก็บความเจ็บไว้ในใจ ขอเป็นกำลังให้นายกฯในการทำงาน โดยนายกฯกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือว่า ขอบคุณที่เห็นแก่ประเทศ ถ้าไม่บาดหมางกัน ทุกอย่างจะไปได้ด้วยดี ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน มีอะไรให้ช่วยเหลือยินดี

หวั่นวงจรขัดแย้งหวนคืน

ต่อมาเวลา 12.10 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้สัมภาษณ์ว่า การออกกฎหมายนิรโทษกรรมมีทั้งกลุ่มที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย อยากขอร้องให้เห็นอกเห็นใจกัน ญาติผู้เสียชีวิตคือการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ แต่ถ้ายึดหลักให้อภัย ปรองดอง จะเป็นการให้อภัยที่ยิ่งใหญ่ยิ่งกว่า เห็นแก่ประเทศเดินไปข้างหน้า วันนี้บ้านเมืองเราบอบช้ำ หลายคนกังวลใจไม่อยากเห็นเหตุการณ์ความรุนแรงกลับมา ถ้ายึดหลักเมตตาธรรมให้อภัย ค่อยพูดค่อยจาน่าจะมีทางออก ส่วนการชุมนุมทุกคนอยากเห็นการชุมนุมโดยสันติ ได้กำชับเจ้าหน้าที่ใช้หลักอดทน ยึดหลักข้อกฎหมาย เพื่อไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่งนำไปสู่ความรุนแรง รัฐบาลเป็นห่วงวงจรความขัดแย้งจะกลับมา แต่ถ้ายึดหลักเมตตาธรรม ให้อภัยในฐานะคนไทยด้วยกัน ร่วมให้กำลังใจซึ่งกันและกันเพื่อให้ประเทศเดินหน้า เมื่อถามว่า  การชุมนุมเป็นอุปสรรคต่อการบริหารประเทศหรือไม่ นายกฯ ปฏิเสธที่จะตอบคำถามโดยกล่าวเพียงสั้นๆว่าพอแล้ว และเดินฝ่าวงล้อมสื่อขึ้นไปยังห้องทำงานตึกไทยคู่ฟ้าทันที

“ปู” จัดคิวบึ่ง ตจว.หนีกระแสร้อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่ 5 พ.ย.ภายหลังการประชุม ครม. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และ รมว.กลาโหม มีกำหนดจะเดินทางลงพื้นที่เกาะล้าน เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ขณะที่วันที่ 6 พ.ย. จะเดินทางไปฟังบรรยายสรุปที่สำนักงานนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง ตรวจเยี่ยมบริษัท PTT Global ช่วงบ่ายฟังสรุปการแก้ไขปัญหาราคาผลไม้ ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี อ.เมืองจันทบุรี และไปตรวจเยี่ยมห้องเย็น ต.หนองบัว อ.เมืองระยอง ส่วนในวันที่ 7 พ.ย.ช่วงเช้า น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะเข้าสักการะหลวงพ่ออี๋ และศาลพลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ก่อนเยี่ยมชมการสาธิตการปฏิบัติการทางทหารบนเรือหลวงอ่างทอง ที่ท่าเรือแหลมเทียม และเยี่ยมชมกิจการต่อเรือ ที่อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช และช่วงบ่ายไปฟังบรรยายสรุปภาพรวมแผนพัฒนาและเยี่ยมชมกิจการท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา

มท.ตั้งวอร์รูม–จว.เกาะติดม็อบ

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการดูแลการชุมนุมคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ ว่า รัฐบาลไม่ได้ประมาท เตรียมพร้อมรับมือติดตามสถานการณ์ทุกชั่วโมง กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงมหาด ไทยตั้งศูนย์ปฏิบัติการติดตามการเคลื่อนไหวการชุมนุม ให้หัวหน้าส่วนราชการระดับรองอธิบดี ผลัด เปลี่ยนหมุนเวียนติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนระดับจังหวัดให้ ผวจ. และหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดตั้งแต่ ผกก.บก.ภ.ทุกจังหวัด อัยการจังหวัด รวมกันตั้งเป็นศูนย์ปฏิบัติการดูแลความสงบเรียบร้อยและความเคลื่อนไหวในจังหวัดตัวเอง ประสานกับศูนย์ปฏิบัติการของกระทรวง และให้ทำความเข้าใจประชาชนระดับหมู่บ้าน อำเภอ เน้นการรักษาสถานที่ราชการสำคัญ ห้ามไม่ให้ยึดศาลากลางจังหวัดเด็ดขาด ที่ห่วงคือองค์กรอิสระที่เคยล้มรัฐบาลมาแล้ว จับตาดูให้ดี

“ปึ้ง” อาสาส่งโอไอซีหาตัวคนผิด

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า หากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ออกมายอมรับโทษ และไม่ต้องการที่จะใช้ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม รวมถึงฝ่ายที่เกรงว่าคนผิดจะพ้นการถูกดำเนินคดียังมีทางเลือก ขอเชิญชวนพรรคประชาธิปัตย์ กลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ กลุ่มคนเสื้อแดงบางส่วนที่ไม่เห็นด้วย ให้มายื่นรายชื่อที่กระทรวงการต่างประเทศ และจะเป็นคนกลางประสานไปยังศาลอาญาระหว่างประเทศ ส่วนการกล่าวหา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีคอร์รัปชัน และตั้ง คตส.มาสอบสวนคดี ก็ให้รื้อฟื้นคดีขึ้นมาใหม่

พท.ยืนกรานดันนิรโทษสุดซอย

บ่ายวันเดียวกัน ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย โดยนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นประธาน หารือถึงร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม โดยที่ประชุมยังยืนยันให้เดินหน้าร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบตามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญเสนอ และได้ส่งเรื่องไปที่วุฒิสภาแล้ว ขณะเดียวกันได้ประเมินม็อบว่าการดึงคนทุกภาคส่วนออกมาเพื่อล้ม พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเป็นเกมบังหน้า แต่จริงแล้วต้องการโค่นล้มรัฐบาล ซึ่งเชื่อว่าฝ่ายความมั่นคงและเจ้าหน้าที่ตำรวจรับมือได้ ทั้งนี้พรรคได้จัดทำคู่มือให้กับสมาชิกพรรคไปทำความเข้าใจกับประชาชนว่าเป็นการให้อภัยทุกฝ่ายตามรัฐธรรมนูญ ไม่เกี่ยวกับการคืนเงินให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ และวันที่ 6 พ.ย.จะยื่นผู้ตรวจการแผ่นดินให้สอบพรรคประชาธิปัตย์ที่นำมวลชนเคลื่อนไหวคัดค้าน ขัดหลักจริยธรรมของ ส.ส. ตามแผนบันได 5 ขั้นโค่นล้มรัฐบาล คือ 1. กดดัน ส.ว.ในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม 2. ขยายแผลความขัดแย้ง ระหว่างพรรคเพื่อไทย และ นปช. 3. หาเสียงสำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า 4. ลดความน่าเชื่อถือของรัฐบาลเพื่อหวังล้มรัฐบาล และ 5. ให้นายอภิสิทธิ์กลับมาเป็นนายกฯ

ดิ้นล็อบบี้ ส.ว.เร่งปิดเกมเร็ว

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า แกนนำพรรคเพื่อไทยได้ประสานไปยังวุฒิสภาเพื่อให้เดินหน้าออกกฎหมายนิรโทษกรรมตามร่างที่สภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบไป ผ่านทาง ส.ว.อาวุโสคนหนึ่งในจังหวัดภาคกลาง ซึ่งเป็นคนที่พรรคเพื่อไทยประสานงานอยู่เป็นประจำ โดย ส.ว.คนดังกล่าวจะไปสื่อสารในกลุ่ม ส.ว.เลือกตั้งที่มีสายสัมพันธ์ที่ดีกับรัฐบาลให้เดินหน้าผ่านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับนี้โดยเร็ว หากไม่มีข้อติดขัดผิดพลาด จะสามารถเสร็จสิ้นกระบวนการภายในเวลาไม่เกิน 20 วัน หรือก่อนปิดสมัยประชุมสภาสมัยนี้

กมธ.โยน ส.ว.ปรับแก้ไขร่าง

นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย หารือถึงสถานการณ์การชุมนุมต่อต้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม โดยที่ประชุมเห็นว่าให้เป็นกระบวนการของฝ่ายนิติบัญญัติ คือเป็นหน้าที่ของ ส.ว.ในการพิจารณาแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ หากมีเนื้อหาออกมาอย่างไรค่อยมาว่ากันอีกที ถ้าแก้ไขเนื้อหาไม่มาก พรรคเพื่อไทยพร้อมยอมรับ แต่หากแก้ไขในสาระสำคัญโดยเฉพาะมาตรา 3 ที่ให้นิรโทษกรรมเฉพาะประชาชน ก็ต้องมีการตั้งกรรมาธิการร่วมกันสองสภาเพื่อหาข้อสรุปร่วมกัน นอกจากนี้ที่ประชุมยังขอให้รัฐมนตรีและ ส.ส.ช่วยกันไปทำความเข้าใจชี้แจงสังคม และเร่งปรับความเข้าใจกับกลุ่มคนเสื้อแดงถึงเหตุผลในการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม

“เหลิม” จ่อชงร่างใหม่เว้นคนสั่งฆ่า

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน กล่าวถึงร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมที่จะเข้าสู่ชั้นวุฒิสภาว่า หากร่างดังกล่าวตกไป ได้เตรียมเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมอีกร่างหนึ่งไว้แล้ว มีตนและนายพีรพันธุ์ พาลุสุข รมว.วิทยาศาสตร์ฯ และนายเวียง วรเชษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เป็นหลักยกร่าง ใช้สมาชิก 20 คนเข้าชื่อเสนอสภาฯ มีเนื้อหานิรโทษกรรมเฉพาะผู้ถูกกระทำ คือ คนเสื้อแดง และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะไม่รวมผู้สั่งฆ่าประชาชนอย่างพรรคประชาธิปัตย์เด็ดขาด รายละเอียดนอกเหนือจากนี้จะยึดตามร่างเดิม และขอท้าพรรคประชาธิปัตย์มาตั้งเวทีดีเบตกับตนเมื่อหายดีแล้ว จะออกเงินซื้อเวลาสถานีโทรทัศน์ถ่ายทอดให้ประชาชนทราบ

ชี้ม็อบ ปชป.—อุรุพงษ์แยกเดินร่วมตี

ด้าน พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงการเคลื่อนขบวนของกลุ่มผู้ชุมนุมสถานีรถไฟสามเสนว่า ด้านการข่าวกลุ่มผู้ชุมนุมจะเคลื่อนตัวไปถนนสีลมเพื่อแสดงพลัง ที่จะมีการเป่านกหวีดของชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตยต่อต้านกฎหมายนิรโทษกรรม เวลา 12.34 น. การชุมนุมจะใช้ยุทธวิธีแยกเป็น 2 ส่วน คือ การชุมนุมที่สถานีรถไฟสามเสนเป็นการชุมนุมภาคการเมือง ส่วนเวทีอุรุพงษ์เป็นเวทีภาคสังคม ประชาชน นักวิชาการ มี พล.ต.จำลอง ศรีเมือง อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) เป็นแกนนำกำหนดกลยุทธ์ แต่ยังไม่ถึงขั้น พธม.เปิดหน้าเข้าร่วมเต็มตัว แกนนำคนอื่นๆ ยังมีคดีติดตัวต้องระมัดระวังรอจังหวะ การดูแลรักษาความปลอดภัยเป็นหน้าที่ของ ศอ.รส.ดูแลทำเนียบรัฐบาล รัฐสภา เป็นหลักให้ทำงานได้ และยังไม่มีการขยายพื้นที่ประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ขณะที่รัฐบาลต้องเร่งทำความเข้าใจเร็วที่สุด

ระดม 46 กองร้อยตรึงทำเนียบสภา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การรักษาความปลอดภัยบริเวณโดยรอบทำเนียบรัฐบาลและรัฐสภา ยังคงใช้กำลังเจ้าหน้าที่ 46 กองร้อยควบคุมสถานการณ์ ในช่วงเช้าเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจลาจล ยังคงตรึงกำลังอย่างเข้มข้น โดยทำเนียบรัฐบาลยังคงเปิดทางเข้า-ออกเพียงประตูสะพานอรทัย ขณะที่ประตูด้านน้ำพุสะพานมัฆวานฯเปิดให้เข้าอย่างเดียว ส่วนบริเวณโดยรอบทำเนียบฯและรัฐสภา มีการนำแท่งแบริเออร์มาปิดถนนใน 8 จุด บริเวณแยกการเรือน แยกขัตติยานี ถนนรอบทำเนียบรัฐบาลและรัฐสภา โดยบริเวณทำเนียบรัฐบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการปิดถนนบริเวณแยกพาณิชยการ พร้อมตั้งด่านความมั่นคงด้วย

“บิ๊กอู๋” กำชับ จนท.เกาะติดพื้นที่

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.กล่าวว่า กำชับให้ตำรวจในพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพิ่มอำนวยความสะดวกการจราจร ยึดหลักกฎหมายสากลควบคุมฝูงชน ดำเนินคดีกับผู้ยั่วยุและผู้ก่อเหตุเท่านั้น ขอให้อดทน หลีกเลี่ยงการปะทะ ไม่อยากให้สร้างเงื่อนไขนำไปสู่การปะทะจนบานปลาย

ด้าน พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย โฆษก ศอ.รส. กล่าวว่า รายงานจำนวนผู้ชุมนุมเดินขบวนมาอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ประมาณหมื่นคน ส่วนย่านสีลม มีมวลชนประมาณ 15,000 คนเข้าร่วม ส่วนการจราจรเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ยืนยันเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สกัดกั้นผู้ชุมนุมตามที่เป็นข่าว ศอ.รส.ได้สั่งการไปยัง ผบก.น.1-9 ให้เข้าพื้นที่ตัวเอง เตรียมพร้อมการรักษาความปลอดภัยควบคุมการชุมนุม กรณีกลุ่มมวลชนดาวกระจายไปยังพื้นที่ต่างๆ ให้บช.น.จัดหน่วยเคลื่อนที่เร็วคอยสนับสนุนติดตามใกล้ชิดเน้นพื้นที่ประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ การชุมนุมในพื้นที่ประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ จะพิจารณาเป็นจุดๆไปว่ากระทบต่อเจตนารมณ์ของ ศอ.รส.หรือไม่ อย่างที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยไม่ได้อยู่ในข้อกำหนด ศอ.รส.ว่าห้ามเข้า

“ประชา” เรียก ผบ.ตร.ประเมินม็อบ

ต่อมาเวลา 14.00 น. ที่ตึกบัญชาการทำเนียบรัฐบาล พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกฯ เรียก พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ในฐานะผอ.ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) พร้อมด้วย พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร.และ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.ประเมินสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มต่อต้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม นานครึ่งชั่วโมง จากนั้น พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า รัฐบาลไม่ขัดขวางการเคลื่อนการชุมนุมไปยังจุดต่างๆ ยินดีอำนวยการจราจรให้ด้วย และจะไม่ขยายพื้นที่ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯเพิ่ม แต่ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด ไม่ได้ห่วงว่าหากยังเดินหน้าร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมจะกระทบเสถียรภาพรัฐบาล

ด้าน พล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกฯฝ่ายการเมือง กล่าวว่า เป็นกลุ่มหน้าเดิมๆ ส่วนใหญ่เป็นม็อบใน กทม. ส่วนการชุมนุมต่างจังหวัดมีการเคลื่อนไหวน้อยมาก ถ้าจำนวนคนขนาดนี้และเคลื่อนไหวลักษณะนี้ไม่น่าเป็นห่วงเท่าไหร่

คำร้องฝ่ายค้านพร้อมชงศาล รธน.

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) แถลงว่า วิปฝ่ายค้านมีมติไม่เห็นชอบการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ส่วนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฝ่ายค้านยกร่างคำร้องเสร็จแล้วและจะยื่นคำร้องทันทีที่ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบวุฒิสภา จะติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะเกรงว่าอาจจะลักไก่เหมือนการประชุมสภาฯ ที่พรรคเพื่อไทย กล่าวหาว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เชื่อมั่นระบบรัฐสภา ไปเคลื่อนไหวนอกสภาฯ ใช้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย ถ้าเป็นการชุมนุมภายใต้กรอบกฎหมายทุกคนมีสิทธิทำได้ แต่คนที่ใช้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย คือรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยที่ใช้เสียงข้างมากผลักดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม โดยละเมิดรัฐธรรมนูญไปลบล้างคำพิพากษาของศาลที่ผ่านมา เพื่อประโยชน์ส่วนตัว ประชาชนที่ไม่เห็นด้วยสะท้อนผ่านผลโพลต่างๆที่ออกมา

“นิคม” ไม่หนักใจกระแสกดดัน

ที่รัฐสภา นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมในชั้นวุฒิสภาว่า คาดว่าวุฒิสภาจะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวได้ในวันที่ 11 พ.ย. อยู่กับที่ประชุมวุฒิสภาจะรับหลักการวาระ 1 หรือไม่ หากมีมติไม่รับหลักการ ต้องส่งกลับไปให้สภาฯพิจารณา หลังพักไว้ 180 วัน สภาฯจึงยืนยันตามร่างเดิมได้ แต่หากวุฒิสภารับหลักการตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณาแปรญัตติ โดยกระบวนการทั้ง 3 วาระต้องเสร็จภายใน 60 วัน และต่อเวลาได้ 30 วัน ไม่หนักใจที่กระแสสังคมพยายามกดดันให้วุฒิสภาคว่ำร่างกฎหมายฉบับนี้ ส.ว.เลือกตั้งไม่ได้เป็นทาสพรรคการเมือง มีวิจารณญาณ และจะไม่มีการพิจารณาผ่าน 3 วาระรวด

40 ส.ว.ล็อบบี้คว่ำร่างสุดซอย

วันเดียวกัน กลุ่มเยาวชนทูตความดีแห่งประเทศไทย นำโดยนายสิทธิ วัฒนายากร คณะดำเนินงานคณะทูตความดีแห่งประเทศไทย ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงกลุ่ม 40 ส.ว. ผ่านนายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา เพื่อคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่ทำลายศีลธรรม อำนาจตุลาการ นายคำนูณ กล่าวว่า เชื่อว่าการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯวาระแรกของวุฒิสภา เสียงข้างมากจะไม่รับ หลักการ

นายประสาร มฤคพิทักษ์ ส.ว.สรรหา กลุ่ม 40 ส.ว. กล่าวว่า จะทำความเข้าใจกับ ส.ว.สายกลาง และกลุ่มอื่น ไม่ให้โหวตรับหลักการร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม จะคัดค้านจนถึงที่สุดจนถึงวาระ 3 หากต้านไม่ไหวจริงๆ เชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญจะสกัดกั้นได้ กลุ่ม 40 ส.ว.จะร่วมชุมนุมนอกรัฐสภากับทุกกลุ่ม ถ้ามีเหตุปะทะกับประชาชน รัฐบาลจะอยู่ไม่ได้ ขอแนะนำให้รัฐบาลเสนอวุฒิสภาถอนร่างกฎหมายออกไป

แถลงโหวตขวาง ก.ม.ล้างผิดยกเข่ง

ช่วงเย็นกลุ่ม 40 ส.ว.ภายใต้ชื่อ “กลุ่มสมาชิกวุฒิสภาคัดค้านกฎหมายนิรโทษกรรม” นำโดย นายไพบูลย์ นิติตะวัน นายสมชาย แสวงการ นายคำนูญ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา นางรสนา โตสิตระกูล ส.ว. กทม. นายวันชัย สอนสิริ ส.ว.สรรหา ออกแถลงการณ์ต่อต้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ จะทำการโหวตคว่ำกฎหมายดังกล่าวในที่ประชุมวุฒิสภา และจะร่วมมือกับประชาชนทุกภาคส่วนร่วมกันเคลื่อนไหวคัดค้านให้ถึงที่สุด เนื่องจากขัดต่อรัฐธรรมนูญ ล้างผิดให้คนโกงกินบ้านเมือง หากฝ่ายนิติบัญญัติผ่านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เท่ากับจงใจก้าวก่ายอำนาจการตรวจสอบถ่วงดุลการวินิจฉัยคดีของฝ่ายตุลาการ ให้ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายบริหารสมคบรวบอำนาจวินิจฉัยคดีของตุลาการมาอยู่ในมือของเสียงข้างมาก

วุฒิฯเสนอปิดซอยตีตกเหมาเข่ง

เมื่อเวลา 14.05 น.ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา เป็นประธาน โดยนางนฤมล ศิริวัฒน์ ส.ว.อุตรดิตถ์ ได้เสนอญัตติด่วนขอให้ที่ประชุมพิจารณาสถานการณ์การชุมนุมของประชาชนต่อต้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม โดยนางนฤมล กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเป็นประเด็นร้อนแรง ไม่เชื่อว่ากฎหมายฉบับนี้จะทำให้ประเทศชาติเดินไปข้างหน้าตามรัฐบาลบอกได้ อยากให้หารือให้ชัดเจนว่าจะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้อย่างไร ไม่เห็นด้วยที่จะให้กฎหมายฉบับนี้ออกมาบังคับใช้ หากเราปิดปากซอยได้จะเป็นวิธีที่ดีที่สุด ซึ่งนายสุรชัยชี้แจงว่าต้องรอมติจากที่ประชุมวิปวุฒิสภาว่าจะบรรจุวาระวันไหน น่าจะเป็นวันที่ 11 พ.ย. เชื่อว่าคงไม่พิจารณา 3 วาระรวด คงต้องไปว่ากันในชั้นกรรมาธิการฯ จากนั้นได้เปิดให้ ส.ว.แสดงความเห็น ส่วน ใหญ่ไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว

มธ.–จุฬาฯบี้ ส.ว.ส่งคืน ก.ม.ร้อน

ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมรองอธิการบดี คณบดี ประธานสภาข้าราชการ สภาอาจารย์ ประธานสภานักศึกษา และนายกองค์การนักศึกษา มธ.ร่วมแถลงข่าวแสดงจุดยืนของ มธ.คัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม โดยนายสมคิดกล่าวว่า การนิรโทษกรรมจะบรรลุวัตถุประสงค์ได้ต่อเมื่อนำมาซึ่งความสงบสุขของบ้านเมือง แต่การนิรโทษกรรมครั้งนี้ส่งผลให้คนที่ดำเนินการในสิ่งไม่ดี และทุจริตคอร์รัปชันได้รับนิรโทษกรรม หากปล่อยให้  พ.ร.บ.นิรโทษกรรมออกมาจะมีผลกระทบต่อสังคมอย่างกว้างขวาง และเป็นตัวอย่างไม่ดีต่อสังคมไทย มธ. ไม่เห็นด้วยและขอเรียกร้องให้ทุกฝ่าย ทั้งวุฒิสภา และฝ่ายการเมืองทั้งหลายดำเนินการให้กฎหมายฉบับนี้ตกไป เพื่อให้สังคมไทยกลับสู่ความสงบอีกครั้ง

วันเดียวกัน คณะผู้บริหารจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และองค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาฯ ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้วุฒิสภาใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญยับยั้งร่างกฎหมายนิรโทษกรรมไว้ก่อน และส่งร่างกฎหมายนิรโทษกรรมคืนไปยังสภาฯพิจารณาทบทวนใหม่ ทั้งนี้ ในจุฬาฯมีการติดประกาศเชิญชวนศิษย์เก่ามารวมตัวกันร่วมชุมนุมคัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ในวันที่ 5 พ.ย.เวลา 16.00 น. ที่คณะอักษรศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ เป็นต้น ก่อนเดินคัดค้านไปยังหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพฯ
ทปอ.ซัดสร้างมาตรฐานไม่ดีให้สังคม

ด้านที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.)ได้ออกแถลงการณ์ คัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเช่นกัน โดยนายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ในฐานะประธาน ทปอ. กล่าวว่า ที่ประชุม ทปอ.ไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เพราะสร้างมาตรฐานที่ไม่ถูกต้องขึ้นในสังคมไทย ทำให้เข้าใจผิดว่าการทุจริตคอร์รัปชันมิใช่สิ่งร้ายแรง หลุดพ้นจากความรับผิดได้ด้วยการนิรโทษกรรม

ขณะที่  นพ.เกรียงศักดิ์  วัชรนุกูลเกียรติ  ประธานชมรมแพทย์ชนบท กล่าวว่า ชมรมแพทย์ชนบท และโรงพยาบาลชุมชนร่วมใจกันเป่านกหวีดต่อต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแบบเหมาเข่ง ขอให้ทุกคนร่วมแสดงพลังต้านการกระทำที่ไม่ชอบธรรม โดยพร้อมใจกันขึ้นป้ายคัดค้าน พ.ร.บ.ดังกล่าว ที่โรงแรมดุสิตธานี องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) พร้อมด้วยภาควิชาการและภาคเอกชน ประชุมร่วมคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม โดยนายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ได้ประสานงานกับภาควิชาการ ภาคเอกชน หารือถึงวิกฤตการณ์ของประเทศไทยและมีความเห็นร่วมกันที่จะออกแถลงการณ์ และนำเสนอต่อสมาชิกวุฒิสภาเพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยและคัดค้าน

“สนธิ” ค้านนิรโทษย้อนหลังปี 47

นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำ พธม. กล่าวถึงการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมว่า คนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับนี้ เพราะออกโดยมิชอบให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯพ้นผิด มีผลย้อนหลังไปถึงเหตุการณ์ปี 47 ซึ่งรวมไปถึงเหตุการณ์กรือเซะและตากใบด้วย ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทำไมจะต้องนิรโทษย้อนหลังไปถึงปี 47 การดันสุดซอยเป็นเหตุจงใจให้เกิดเรื่อง ส่วนการชุมนุมของพรรคประชาธิปัตย์ ถือว่าเขาสู้ในแบบของพรรค นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ ยังไม่สามารถสละหัวโขนนักการเมืองได้ แตกต่างจากกลุ่ม คปท.ที่อุรุพงษ์ ที่พร้อมจะสู้ทุกอย่าง ทั้ง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม และเปลี่ยนแปลงบ้านเมือง ขณะนี้ระบบของบ้านเมืองล้มเหลวถึงเวลาแล้วที่ต้องเปลี่ยนแปลง

นศ.ใต้ขี่ จยย.ค้านนิรโทษฯ

ด้านการชุมนุมต่อต้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ในพื้นที่ต่างจังหวัด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หน้าศาลากลาง จ.สงขลา มีกลุ่มแกนนำต่อต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม นำโดยนายกาจบัณฑิต รามมาก พร้อมผู้ชุมนุมเข้าพบนายกฤษฎา บุญราช ผวจ.สงขลา ยื่นหนังสือคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ขณะที่ภายในเขตเทศบาลนครสงขลา เครือข่ายนักศึกษาจาก 3 สถาบันของ จ.สงขลา รวมตัวขี่รถ จยย.ตระเวนในเขตเทศบาลเชิญชวนเข้าร่วมชุมนุม

ที่ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช กลุ่มมวลชนชาวนครศรีธรรมราช รวมตัวกันเดินเท้าตามถนนราชดำเนิน และมีขบวนรถจักรยานยนต์และรถยนต์ มาหยุดบริเวณกลางสี่แยกท่าวัง ถนนราชดำเนินเรียกร้องให้หยุด พ.ร.บ.ดังกล่าว เช่นเดียวกับที่หน้าศาลากลางจังหวัดพังงา และที่ จ.ยะลา ประชาชน นักเรียนนักศึกษามารวมตัวกันชุมนุมต่อต้าน พ.ร.บ.ฉบับนี้เช่นกัน

มช.–นเรศวรลงชื่อต้าน

ที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี กลุ่มนักศึกษาออกมารวมตัวแสดงพลังคัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม โดยนายทศพล หงส์ศรี นายกสโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เป็นแกนนำอ่านแถลงการณ์แสดงจุดยืนไม่เอา พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเหมาเข่ง ส่วนที่ จ.ขอนแก่น รศ.อำนวย คำตื้อ ผอ.ศูนย์บริการวิชาการ สถาบันพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมคณาจารย์ นักศึกษา รวมตัวประกาศคัดค้านด้วย

ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณาจารย์ นักศึกษาและศิษย์เก่า ร่วมลงชื่อคัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม โดยมีนักศึกษาให้ความสนใจมาร่วมลงชื่อคัดค้านจำนวนมาก ต่อมาที่มหาวิทยาลัยนเรศวร จ.พิษณุโลก อาจารย์ นิสิต รวมทั้งศิษย์เก่าและประชาชน รวมตัวกันลงชื่อเปิดผนึกเพื่อร่วมคัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมดังกล่าว

ทีวีแดงตัดทิ้งรายการแกนนำ นปช.

อีกเรื่องกรณีที่ผู้บริหารสถานีเอเชีย อัพเดท สื่อโทรทัศน์ดาวเทียมกระบอกเสียงของพรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดง เปลี่ยนผังรายการสายฟ้าแลบ ถอดรายการของแกนนำคนเสื้อแดงที่มีความเห็นต่างกับพรรคเพื่อไทยออก เหลือเพียงรายการเหลียวหลังแลหน้าเพื่อประชาธิปไตยของนางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธาน นปช. วันเดียวกัน นายวรุธ ทัฬสุคนธ์ ผอ.สถานีเอเชีย อัพเดท เปิดเผยว่า เหตุผลมาจากแนวคิดที่ต่างกันเรื่องร่างกฎหมายนิรโทษกรรม ทำให้ความเห็นของคนเสื้อแดงแบ่งเป็นสองฝ่าย มีการใช้พื้นที่ในรายการโจมตีกันเอง การถ่ายทอดสดการปราศรัยเวทีสุภาพชนคนรักประชาธิปไตยของกลุ่มนปช. ที่เขตบึงกุ่ม เมื่อคืนวันที่ 2 พ.ย. มีการปราศรัยพาดพิงพรรคเพื่อไทย ส.ส.ตลอดจนบุคคลฟากฝั่งเดียวกัน จึงได้รับการขอร้องจาก ส.ส.เพื่อไทยว่าไม่ควรให้เกิดความแตกแยก

“สมบัติ” เตือน พท.อย่าลนเกินเหตุ

ขณะที่นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด เผยว่า ผู้บริหารสถานีโทร.มาชี้แจงให้ทราบแล้ว ให้เหตุผลว่าไม่อยากให้ความเห็นที่แตกต่างกันลุกลามไป จึงต้องระงับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไว้ก่อน ที่ผ่านมาได้รับการร้องเรียนจากผู้บริหารสถานี ไม่ได้เสนอตัวขอจัดรายการเอง จะไม่กลับไปจัดรายการในเอเชีย อัพเดทอีก เหตุผลที่ถูกตัดจากผังเชื่อว่ามาจากแนวคิดจัดชุมนุมเสื้อแดงหมื่นคนค้านนิรโทษกรรมในวันที่ 10 พ.ย. ยืนยันเดินหน้าจัดชุมนุมต่อ อยากบอกพรรคเพื่อไทยว่าอย่าลนมากเกินไป ตั้งหลักให้ดี ไปคิดว่าสมควรทำกับหมู่มิตรแบบนี้หรือไม่

ด้านนางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธาน นปช. กล่าวว่า รู้สึกเฉยๆ รู้อยู่แล้ววันหนึ่งต้องเกิด แต่ไม่คิดว่าจะเร็วแบบนี้ พรรคต้องการจะควบคุมคนเสื้อแดงให้อยู่ในความคิดเดียวกับพรรค ประเมินหัวใจนักต่อสู้ไม่ตรงกับความเป็นจริง นปช.ยังไม่ใช่ศัตรูกับพรรคเพื่อไทย แต่ทฤษฎีสามขาที่จะอบรมในโรงเรียนผู้นำ นปช. วันที่ 10 พ.ย. ต้องทบทวนใหม่ อีกขาหนึ่งของ นปช.อาจเป็นพรรคอื่น ไม่ใช่พรรคเพื่อไทยก็ได้

ปชป.อารมณ์ค้างรุมจวก “ขุนค้อน”

เมื่อเวลา 10.20 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเป็นพิเศษ เพื่อลงมติในวาระ 3 ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 190 มีนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม ทันทีที่เปิดประชุม ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ฉวยจังหวะย้อนกลับไปโจมตีรัฐบาลที่เร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม อาทิ นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ส.ส.ตรัง นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ส.ส.ยะลา โจมตีนายสมศักดิ์ว่า เร่งรีบรวบรัดจนร่างฯผ่านวาระ 3 โดยนายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นตอบโต้ว่าประธานฯทำหน้าที่ถูกต้องแล้ว กลุ่มคนที่ออกมาประท้วงอยู่เวลานี้สร้างภาพหลอกลวงประชาชนหรือไม่ ขณะที่ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ไม่พอใจพากันส่งเสียงโห่ ซึ่งนายสมศักดิ์ยืนยันว่าทำทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมายและข้อบังคับ แล้วให้นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ชี้แจงว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้หลอก ลวงประชาชน  แต่ทำหน้าที่ปกป้องผู้สูญเสียจากการถูกสั่งฆ่า แต่ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมบิดเบือนปล่อยให้คนฆ่าลอยนวล

รัฐสภาฉลุยวาระ 3 แก้ รธน.190

บรรยากาศทำท่าจะเกิดการโต้เถียงกันไม่หยุด นายสมศักดิ์จึงตัดบทให้เริ่มดำเนินการลงมติด้วยวิธีขานชื่อสมาชิกทีละคนทันที พร้อมสั่งตั้งคณะกรรมการนับคะแนน ท่ามกลางการประท้วงของฝ่ายค้านและกลุ่ม 40 ส.ว. แต่นายสมศักดิ์ยังคงเดินหน้าให้ลงมติต่อไป ทำให้นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ตะโกนต่อว่าอย่างรุนแรงว่า “ประธานสภาทาส” “หน้าตัวเมีย” แต่ที่สุดการลงมติยังคงดำเนินต่อไป ซึ่งปรากฏว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 190 ด้วยคะแนน 381 ต่อ 165 งดออกเสียง 9 นายสมศักดิ์แจ้งว่าผลการลงมติเกินกึ่งหนึ่ง ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบ และสั่งปิดประชุมเมื่อเวลา 12.30 น.

ผู้ทรงเกียรติด่า “เห้...” ลั่นสภาฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างการนับคะแนนอยู่ ได้เกิดความปั่นป่วนขึ้นขณะมีการขานชื่อนายวัชระ เพชรทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แต่นายวัชระกลับหยิบนกหวีดขึ้นมาเป่าเสียงดังลั่นห้องประชุม จนถูก ส.ส.พรรคเพื่อไทยโห่ตะโกนต่อว่า “ทำเห้...ๆ” นายวัชระจึงตะโกนสวนกลับว่า “พวกท่านนั่นแหละเห้...”

“วิรัตน์” ยื่นตีความ ม.190 ขัด ม.68

ที่รัฐสภา นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 จะไปยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่า การแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมมาตรา 190 ที่รัฐสภาได้ลงมติเห็นชอบแล้วว่าเป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขหรือ เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ โดยไม่ได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ โดยกระบวนการพิจารณาร่างกฎหมายเป็นไปโดยไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ทั้งการปิดอภิปรายและการประชุมที่ไม่ครบองค์ประชุม แก้ไขเพิ่มอำนาจและเปิดช่องให้ฝ่ายบริหารทำหนังสือสัญญาที่อาจมีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตประเทศ โดยไม่ต้องขอความเห็นชอบจากรัฐสภา

“ปู” ถกรับมือคดีพระวิหาร

เมื่อเวลา  15.30  น.  วันเดียวกัน  น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เรียกประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคง อาทิ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหม พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร  ผบ.ทหารสูงสุด  พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา ผบ.ทบ. และ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผบ.ทร. เพื่อหารือติดตามสถานการณ์ชายแดน และการเตรียมความพร้อมรับหลังศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) ตัดสินคดีพิพาทปราสาทพระวิหารในวันที่ 11 พ.ย.นี้ โดยใช้เวลาหารือประมาณ 1 ชั่วโมง โดย พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า นายกฯย้ำให้ถ่ายทอดสดคำตัดสินของศาลโลก ส่วน ผบ.ทร. ยืนยันคดีปราสาทพระวิหารจะไม่กระทบเขตแดนทางทะเล ขณะที่รมว.ต่างประเทศระบุว่า  กลุ่มที่ออกมาปลุกปั่นยั่วยุให้เกิดกระแสคลั่งชาติ เชื่อว่าหลังประชาชนฟังคำชี้แจงแล้วจะเข้าใจ

“ไชยวัฒน์” ยื่นค้านอำนาจศาลโลก

ช่วงสายวันเดียวกันนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ แกนนำกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติรักษาแผ่นดิน นำมวลชนไปยังหน้าสำนักงานองค์การสหประชาชาติประจำประเทศไทย ยื่นหนังสือถึงนายบัน กี มูน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ  แสดงเจตนารมณ์คัดค้านอำนาจศาลโลก ขณะที่ช่วงบ่ายที่ด่านเก็บค่าธรรมเนียมขึ้นผามออีแดง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ

นายสมาน ศรีงาม ประธานกลุ่มธรรมยาตรากอบกู้ รักษาผืนแผ่นดินไทยในกรณีเขาพระวิหารมณฑลบูรพา เข้ายื่นหนังสือถึงนายศักดิ์สิทธิ์ พลทรัพย์ศิริ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร คัดค้านการลงนามในคำสั่งปิดอุทยานฯตั้งแต่วันที่ 4 พ.ย.เป็นต้นไป ระบุเป็นการลิดรอนสิทธิประชาชน

รอง ผบช.น.เจรจาขอเปิดเส้นทาง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.00 น. พล.ต.ต. อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น. เข้าเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณถนนราชดำเนิน ขอให้เปิดช่องทางจราจรถนนราชดำเนิน 2 ช่องทาง หลังกลุ่มผู้ชุมนุมปิดเส้นทางทั้งหมด โดยมี พล.ต.ต.อัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าฯ กทม.เป็นคนกลาง เนื่องจากเป็นเส้นทางที่ประชาชนใช้เดินทางไปเคารพพระศพสมเด็จพระสังฆราชฯ ใช้เป็นเส้นทางเสด็จทอดกฐินหลวง และเป็นเส้นทางเสด็จฯเปลี่ยนเครื่องทรงพระแก้วมรกต วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยกลุ่มผู้ชุมนุมยอมเปิดเส้นทางให้ในช่วงเช้าในวันที่ 5 พ.ย.

ขู่ไม่ถอนร่าง “ปู” ระเห็จไปอยู่กับพี่ชาย

ต่อมาเวลา 20.45 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี และแกนนำผู้ชุมนุมต่อต้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมขึ้นเวทีปราศรัยว่า ไม่มีวันถอยหลังจะสู้จนกว่าจะชนะ ถ้าไม่ชนะเราไม่เลิกไม่กลับบ้าน มีตำรวจมาขอเจรจา ได้ปฏิเสธไม่เจรจาด้วย ต้องให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและ รมว.กลาโหม มาเจรจาเอง เพราะมวลชนไม่ยอมอีกต่อไปแล้ว พวกเราเป็นม็อบพลเมืองดีปักหลักชุมนุมถนนราชดำเนิน แต่จะไม่ทำความเดือดร้อนให้ประชาชนและลูกหลาน ยืนยัน ผอ.โรงเรียนสตรีวิทยาไม่ต้องปิดโรงเรียน ให้แจ้งผู้ปกครองให้มาส่งลูกๆเข้าเรียนได้ตามปกติตอนเช้า ตั้งแต่เวลา 06.00 น. วันที่ 5 พ.ย. จะเปิดเส้นทางให้ตามปกติ ขอเตือนนายกฯยิ่งลักษณ์ ไม่ให้เวลารัฐบาลอีกแล้ว หากยังดื้อดึงไม่ถอนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมก็เตรียมไปอยู่กับพี่ชาย

ข่าวแนะนำ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 22 มิถุนายน 2564 เวลา 18:10 น.