ข่าว
100 year

นาวิกฯ ยกไฟใต้เป็นวาระชาติ เชื่อข้อเสนอ BRN ไม่กระทบปฏิบัติการ

ไทยรัฐออนไลน์19 มิ.ย. 2556 18:40 น.
SHARE

ผบ.ฉก.นย.ยกปัญหา 3 จชต.เป็นวาระแห่งชาติ ยันข้อเสนอ บีอาร์เอ็น ไม่กระทบการปฏิบัติทางทหาร ระบุลงพื้นที่พูดคุยสันติภาพระดับล่างในหมู่บ้านมาตลอดเผยสถิติพื้นที่ก่อเหตุหดตัว

เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่หอประชุมกองทัพเรือ น.อ.สมเกียรติ ผลประยูร ผบ.กรม.ร.3 พล.นย.และผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ ค่ายจุฬาภรณ์  ซึ่งรับผิดชอบการปฏิบัติงานในพื้นที่ 4 อำเภอ จ.นราธิวาส กล่าวบรรยายเรื่อง "การปฏิบัติการทางทหารภายใต้การเจรจาสันติภาพกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ และการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้"  ให้นักศึกษา ร.ร.เสนาธิการทหารเรือ ฟังตอนหนึ่งว่า สิ่งที่ได้เน้นย้ำและปฏิบัติในพื้นที่มาตลอดคือการพูดคุยทำความเข้าใจกับชาวบ้าน ซึ่งถือเป็นการพูดคุยในระดับล่างที่หน่วยปฏิบัติในพื้นที่ทำมาตลอด ถือเป็นการพูดคุยกันในทุกระดับ ที่ผ่านมาก็เดินเข้าไปในหมู่บ้าน และแหล่งบ่มเพาะความคิด ที่มักให้ข้อมูลที่บิดเบือนกับเยาวชนเกี่ยวกับความเชื่อทางศาสนา ตรงนี้ถือเป็นแหล่งผลิตทั้งเยาวชนและอาร์เคเคถ้าเราหยุดตรงนี้ไม่ได้ ก็จะมีการผลิตเติมคนเข้าไปในขบวนการอย่างไม่รู้จบ ซึ่งทำให้จำนวนผู้ก่อความรุนแรงในพื้นที่ไม่ลดลง

“มีคนถามว่า การแก้ไขปัญหาได้ผลดูที่ไหน ผมคิดว่า ซึ่งเอาสถิติหรือจำนวนครั้งในการก่อเหตุมาวัดคงไม่ได้ ต้องดูพื้นที่เกิดเหตุกระจายไปทุกหมู่บ้านหรือไม่ หมู่บ้านอิทธิพล หรือ หมู่บ้านจัดตั้งมากขึ้น แนวร่วม กองกำลังยังปฏิบัติ เตรียมการได้หรือไม่ เพราะนั่นแสดงว่าชาวบ้านไม่มีการแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ตั้งแต่ปี 53 -55 พื้นที่ในความรับผิดชอบของนาวิกโยธิน มีการหดตัวของการก่อเหตุลงจาก 56 เหลือเพียง 37 หมู่บ้าน แสดงให้เห็นว่าประชาชนเริ่มอยู่กับเรามากขึ้น ผมเชื่อว่าถ้าทุกคนเข้าใจปัญหาและเข้าถึง ปัญหาจะคลี่คลายได้ ชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งหมดมี 2.1 ล้านคน ที่จับอาวุธ 3 พันคน เปอมูดอ 3 หมื่นคน ใน 136 หมู่บ้าน รวมแล้วประมาณ 1.3-1.4 แสนคน ถ้าเราเดินหน้าต่อไปเชื่อว่าทุกอย่างจะยุติ” นอ.สมเกียรติ กล่าว

ผบ.ฉก.นย.กล่าวว่า การพูดคุยเพื่อสันติภาพกับบีอาร์เอ็น ถือเป็นเรื่องเชิงนโยบายเราไม่อาจไป ก้าวล่วงได้ ส่วนการปฏิบัติในพื้นที่ก็ยังดำเนินการต่อไป ถามว่าจากการพูดคุยสันติภาพมีผลดีหรือไม่ บอกได้ว่าการปฏิบัติยังคงเหมือนเดิมทุกประการ ถ้าไม่กระทบอะไรมาก เราก็ปฏิบัติตามกฎหมาย เพราะที่ผ่านมาก็ไม่ได้ใช้กำลังขนาดใหญ่ปิดล้อมตรวจค้นอยู่แล้ว ยกเว้นกรณีเกิดเหตุหรือมีหมายจับ เพราะฉะนั้น เราตอบได้ว่า การพูดคุยสันติภาพไม่มีผลกระทบต่อการปฏิบัติทางทหาร เพราะที่ผ่านมาเรายึดในเรื่องกฎหมาย ซึ่งสิ่งที่ต้องรอดู คือช่วงเดือนรอมฎอนที่กำลังจะมาถึง มุสลิมถือว่าเป็นเดือนศักดิ์สิทธิ์ ในส่วนของเจ้าหน้าที่ก็ต้องดู และประเมินว่าจะเกิดอะไรขึ้น

“ผมอยากขอให้การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นวาระแห่งชาติ ทุกคน ทุกสี ทุกบ่าต้องช่วยกัน ไม่มีใครมีบทบาทนำเป็นการเฉพาะ ทหารก็เป็นส่วนหนึ่งที่ต้องพูดคุยทำความเข้าใจด้วย อย่าไปเกี่ยงต้องเป็นหน้าที่ใคร ใครปะทะได้กี่ศพแล้วจะเก่งกว่าใคร ทุกคนมีหน้าที่ต้องปฏิบัติเหมือนกันหมด ต่างแต่ความรับผิดชอบ งานหลักของเราคือเอาประชาชนกลับมา ถ้าเขาทำผิดต้องตามจับ” น.อ.สมเกียรติ กล่าว.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้