ไลฟ์สไตล์
100 year

ปลูกต้นไม้ชดเชยที่ทางขึ้นเขาใหญ่

ไทยรัฐออนไลน์
17 พ.ค. 2556 09:00 น.
SHARE

ศาลปกครองสั่งกรมทางฯ ตัดไปเท่าไหร่ คืนมาทุกต้น!

ศาลปกครองสั่งกรมทางหลวงและกระทรวงคมนาคม  นำต้นไม้ชนิดเดียวกันและขนาดเดียวกันกับที่ถูกตัดโค่นไประหว่างทำการขยายถนนเส้นดังกล่าว ไปปลูกทดแทนต้นไม้ที่ถูกตัดโค่นออกไป เพื่อเป็นการเยียวยาระบบนิเวศน์  ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมให้กลับมามีสภาพเหมือนเดิม

ที่ศาลปกครองเมื่อวันที่ 16 พ.ค. นายเสน่ห์ บุญทมานพ ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองกลาง พร้อมองค์คณะ ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษา ให้กรมทางหลวงและกระทรวงคมนาคมร่วมกันนำต้นไม้ชนิดเดียวกับที่ถูกตัดโค่นไปแล้ว ไปปลูกทดแทนตามแนวเขตถนนธนะรัชต์ ตามคำฟ้องที่สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน กับพวกรวม 130 ราย ได้ยื่นฟ้องกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ที่อนุญาตให้บริษัทเอกชนขยายถนนธนะรัชต์ จากแยกทางหลวงหมายเลข 2-ต่อเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ระหว่าง กม.2+000.000 ที่ ต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา-กม.10+100.000 ที่ ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา รวมระยะทาง 8.1 กม.แล้วตัดโค่นต้นไม้ทั้งในและนอกเขตทาง โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่ได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศริมทาง รวมทั้งมีผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง

ทั้งนี้ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า แม้ข้อเท็จจริงจะรับฟังได้ว่า การดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพถนนธนะรัชต์ดังกล่าว จะไม่เข้าข่ายโครงการที่จะต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535 เนื่องจากเป็นเส้นทางที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และเป็นโครงการที่ไม่เข้าข่ายโครงการหรือกิจการ ที่อาจมีผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง รวมทั้งไม่ต้องจัดให้มีกระบวน การรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียก่อน แต่เนื่องจากโครงการดังกล่าวเป็นโครงการของรัฐ ที่ต้องมีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และกำหนดให้ผู้รับผิดชอบโครงการต้องจัดให้มีการเผยแพร่ข้อมูลโครงการให้ประชาชนทราบถึงเหตุผลความจำเป็นและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งจะต้องรับฟังความเห็นของประชาชน เมื่อดำเนินการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนแล้ว จะต้องสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและประกาศให้ทราบภายใน 15 วัน นับแต่วันที่เสร็จสิ้นรับฟังความ คิดเห็น จากข้อเท็จจริงปรากฏว่า ทั้งกรมทางหลวง และกระทรวงคมนาคมไม่ได้ดำเนินการให้ถูกต้องตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

ศาลยังอ่านคำพิพากษาอีกว่า ทั้งไม่ปรากฏว่า กรมทางหลวงและกระทรวงคมนาคมได้มีการพยายามที่จะรักษาต้นไม้บริเวณสองข้างทางถนนธนะรัชต์ ตามข้อเสนอแนะของกรมป่าไม้ ที่ให้ดำเนินการขุดหรือบอนต้นไม้ ไปปลูกในพื้นที่ของหน่วยราชการ แต่อย่างใด ทั้งนี้ในบันทึกของแขวงการทางนครราชสีมา ลงวันที่ 24 ธ.ค.2552 ที่มีการตรวจสอบไม้ในเขตทางหลวงหมายเลข 2 ที่ต้องตัดออกจำนวน 14 ชนิด รวม 128 ต้น ในจำนวนนี้เป็นไม้สะเดา 86 ต้น โดยไม้ต่างๆ มีขนาดเส้นรอบวงต้นไม้ 100 ซม. สูงประมาณ 3 เมตร จึงไม่น่าจะเป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ จนขุดบอนไปปลูกที่อื่นทำได้ยากและมีโอกาสรอดยากแต่อย่างใด

ดังนั้นเมื่อนำการกระทำดังกล่าวของกรมทางหลวงและกระทรวงคมนาคมและหน่วยงานทางปกครองที่เกี่ยวข้องหน่วยอื่นๆ ไปประกอบกับการขออนุญาตทำไม้โดยไม่ถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมายหมายแล้ว เห็นว่า กรมทางหลวงและกระทรวงคมนาคมไม่ได้ตระหนักถึงการปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลในขณะนั้นเกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คุ้มครองและฟื้นฟูพื้นที่อนุรักษ์ที่มีความสำคัญเชิงระบบนิเวศจึงสมควรที่ต้องมีการเยียวยาในส่วนนี้ แม้ว่า ครม. จะมีมติเมื่อวันที่ 8 มิ.ย.2553 ให้กรมทางหลวงและกระทรวงคมนาคมประสานกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งดำเนินการจัดทำแผนฟื้นฟูพื้นที่ที่เสียหายดังกล่าว นอกจากนี้ กรมทางหลวงโดยแขวงการทางนครราชสีมาที่ 2 ได้นำกล้าไม้จากศูนย์เพาะชำกล้าไม้นครราชสีมา จำนวน 2,000 ต้น มาปลูกเสริมบริเวณที่ว่างเขตทางหลวง ซึ่งแม้จะเป็นการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในถนนธนะรัชต์ได้ตามสมควร แต่ก็ยังไม่เป็นการเพียงพอแก่พฤติการณ์แห่งความเสียหายของทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลาย โดยกรมทางหลวงและกระทรวงคมนาคมจึงพิพากษาให้กรมทางหลวงและกระทรวงคมนาคมร่วมกันนำต้นไม้ตามชนิดและขนาดเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน จำนวนเท่ากับต้นไม้ที่ถูกตัดโค่นไปแล้ว ไปปลูกทดแทนตามแนวเขตทางหลวง ถนนธนะรัชต์ จากแยกทางหลวงหมายเลข 2-ต่อเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ระหว่าง กม.2+000.000 ที่ ต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา-กม.10+ 100.000 ที่ ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เป็นการชดเชย

ข่าวแนะนำ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 19 มิถุนายน 2564 เวลา 10:18 น.