ไลฟ์สไตล์
100 year

'ชัยวัฒน์' โต้สีช้าง เป็นคนละตัวกัน

ไทยรัฐออนไลน์
27 เม.ย. 2556 09:00 น.
SHARE

หัวหน้าอุทยานฯแก่งกระจานโต้นักวิจารณ์หลังมองภาพช้างเผือกเป็นแค่ช้างเปื้อนฝุ่น พอลงน้ำแล้วเปลี่ยนสี ชี้ช้างเป็นสัตว์หนังหนาเมื่อเปียกน้ำหนังจะมีสีเข้มขึ้น อีกทั้งช้างที่พบมีสีอ่อนกว่าช้างตัวอื่นที่ลงเล่นน้ำด้วยกัน ยังเดินหน้าค้นหาช้างพิเศษว่าต้องลักษณะคชลักษณ์หรือไม่ ขณะที่กรมอุทยานฯเตรียมนำอากาศยานไร้คนขับสำรวจพิสูจน์ความจริง คุมเข้มนำ ฮ.บินเหนืออุทยานฯ หวั่นช้างตื่น ด้านผู้เชี่ยวชาญ ม.เกษตรฯ เผยอดีตป่าเพชรบุรีเป็นแหล่งกำเนิดและที่อาศัยช้างเผือกหลายตัว หากมองจากภาพมีสีกายบางลักษณะของช้างสำคัญ แม้ไม่ครบลักษณะมงคล 7 ประการ แต่ก็น่าจะถือเป็นช้างสีประหลาด

ยังคงเป็นประเด็นถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง กรณีมีผู้พบเห็นและถ่ายภาพช้างป่าในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ที่มีลักษณะเหมือนช้างเผือกว่า เป็นช้างสำคัญต้องตามคชลักษณ์ หรือเป็นเพียงแค่ช้างเปื้อนโคลนตามที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กัน ต่อมาวันที่ 26 เม.ย. นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ รอง อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผย เรื่องดังกล่าวว่า ได้รับมอบหมายจากนายมโนพัศ หัวเมืองแก้ว อธิบดีกรมอุทยานฯ ให้ลงพื้นที่ป่าแก่งกระจานในช่วงสุดสัปดาห์นี้เพื่อวางแผนการติดตามช้างเผือก ที่ปรากฏในภาพถ่าย รวมทั้งปิดเส้นทางของช้างเพื่อไม่ให้เดินออกนอกเขตประเทศไทย

นายธีรภัทรกล่าวว่า ส่วนประเด็นที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า ช้างที่ปรากฏในภาพถ่ายและคลิปวีดิโอเป็นช้างที่พ่นดินใส่ตัวเพื่อกันแมลง เพราะเมื่อขึ้นจากน้ำแล้วช้างมีสีเข้มขึ้น ซึ่งก็เป็นเรื่องที่วิพากษ์วิจารณ์กันได้ แต่ตนไม่ได้มองประเด็นนี้แต่สนใจลักษณะของช้าง สิ่งสำคัญต้องตามหาช้างให้พบและนำมาพิสูจน์ต่อไป รวมทั้งเป็นการสำรวจช้างทั้งหมดในพื้นที่ ด้วย ส่วนรูปแบบการดำเนินการจะต้องหารือกับคณะทำงานและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่อีกครั้ง เบื้องต้นจะนำกล้องดักถ่ายภาพสัตว์กลางคืน 10-20 ตัว เข้าไปกระจาย ดักถ่ายภาพโขลงช้างที่น่าจะผ่านเข้ามา ควบคู่กับทีม เดินเท้าติดตาม นอกจากนี้ อาจใช้เครื่องบินเล็กควบคุมระยะไกลหรืออากาศยานไร้คนขับ (ยูเอวี) ซึ่งมีเสียงเงียบไม่กระทบกับสัตว์ป่าขึ้นไปถ่ายภาพทางอากาศเพื่อติดตามโขลงช้าง

“ประชากรช้างในป่าแก่งกระจานมีทั้งหมด 400-500 ตัว เคลื่อนย้ายไปมาระหว่างพื้นที่อุทยานฯ แก่งกระจานกับอุทยานฯกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ และชายแดนประเทศพม่า ที่ผ่านมาได้เน้นย้ำให้หัวหน้า อุทยานฯควบคุมในเรื่องคนที่เข้าไปในพื้นที่ที่อาจทำให้ช้างและสัตว์ป่าอื่นๆแตกตื่น รวมทั้งเข้มงวดการนำเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินเหนือพื้นที่ ต้องบินในระยะ สูงจากพื้นดิน ห้ามบินต่ำ เพราะจะยิ่งทำให้ช้างตกใจและหาตัวยากขึ้นได้” รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืชกล่าว

นายนริศ ภูมิภาคพันธ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศวิทยาสัตว์ป่า คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาผืนป่าใน จ.เพชรบุรี เคย เป็นที่อยู่อาศัยและแหล่งกำเนิดของช้างเผือกสำคัญมาหลายตัวแล้ว เท่าที่เห็นจากรูปภาพคิดว่าสีช้างตัวดังกล่าวมีบางลักษณะของช้างสำคัญปรากฏให้เห็น โดยเฉพาะสีกาย ซึ่งหากไม่ครบคุณลักษณะมงคลของช้างสำคัญ 7 ประการ ก็น่าจะถือเป็นช้างสีประหลาด อย่างไรก็ตาม ช้างเผือกของลาวเท่าที่ตนเคยทราบข้อมูลนั้น แม้จะมีผิวสีชมพู แต่ก็มีขนหางสีดำอย่างชัดเจน ส่วนของพม่าที่มีอยู่หลายตัวก็มีผิวกายสีชมพู ไม่ได้มีสีเข้มเหมือนพระเศวตอดุลยเดชพาหนฯ ช้างเผือกสำคัญของไทย ดังนั้น จึงต้องดูคุณลักษณะสำคัญอย่างอื่นประกอบด้วย ส่วนกรณีกรมอุทยานฯจะจับช้างมาพิสูจน์นั้น ตนเห็นว่าส่วนหนึ่งก็เป็นเรื่องของธรรมชาติที่ช้างจะมีผิวกายสีขาวแสดงปรากฏออกมา ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับสิ่งมีชีวิต แต่อีกส่วนหนึ่งก็เป็นเรื่องสำคัญตามกฎหมาย พ.ร.บ.สำหรับรักษาช้าง 2464 ที่หากพบช้างเผือก หรือช้างตกลูกออกมาก็ต้องรายงานต่อทางการ เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯถวาย

ที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ประสานงานไปยังคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติเพื่อขอสนับสนุนระบบอากาศยานไร้นักบินมาลาดตระเวนป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดต่อกฎหมายเกี่ยวกับป่าไม้ และสนับสนุนโครงการศึกษาเส้นทาง การเคลื่อนที่และเฝ้าระวังช้างป่า อันจะเป็นการแก้ไขปัญหาการลักลอบล่าช้างป่า และหาแนวทางในการแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า รวมถึงสนับสนุนงานสำรวจวิจัยด้านทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าในอุทยานฯ และการเฝ้าติดตามช้างลักษณะพิเศษที่สื่อมวลชนบันทึกภาพได้

ส่วนเรื่องที่มีกระแสวิพากษ์ในสังคมออนไลน์ว่าช้างลักษณะพิเศษตัวดังกล่าวเมื่อลงน้ำแล้วเปลี่ยนสีไม่เป็นสีขาวนวลอมชมพูดังเดิมนั้น หัวหน้าอุทยานฯแก่งกระจาน กล่าวว่า ช้างเป็นสัตว์หนังหนา เมื่อเปียกน้ำหนังจะมีสีเข้มขึ้น ตนได้พิจารณาจากภาพถ่ายพบว่า เมื่อช้างขึ้นจากน้ำและผิวหนังเริ่มแห้งก็จะมีลักษณะกลับมาสีขาวเช่นเดิมตัดกับสีผิวหนังบางส่วนที่เปียกน้ำอยู่และยังมีสีเข้ม อีกประการสีผิวหนังขณะเปียกน้ำของตัวช้างลักษณะพิเศษก็ยังมีสีอ่อนกว่าช้างตัวอื่นที่ลงเล่นน้ำมาก ภาพที่ปรากฏในโซเชียลมีเดียเป็นภาพที่ถูกสำเนาไปแล้วหลายหน ส่วนใหญ่เป็นภาพที่ดึงไปจากภาพวีดิโอ ทำให้ความคมชัดน้อย ไม่ชัดเจน น่าจะนำภาพนิ่งต้นฉบับมาขยายพิสูจน์

“ที่สำคัญไม่อยากให้ทุกคนมองสีผิวของช้างเป็นประเด็นสำคัญ สีผิวเป็นแค่จุดสังเกตที่ทำให้ช้างตัวนี้โดดเด่นเป็นลักษณะพิเศษ ความจริงเรื่องการพบช้างลักษณะสำคัญนับเป็นเรื่องมงคลสำหรับประเทศชาติ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมจึงมีคนออกมาตั้งข้อสังเกตคัดค้าน เพราะการจะเป็นช้างสำคัญหรือช้างเผือก ต้องรอตรวจคชลักษณ์เท่านั้น” นายชัยวัฒน์กล่าว

วันเดียวกัน มีรายงานว่า นายมณเฑียร ทองนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี มีคำสั่งเชิญคณะกรรมการแก้ไขปัญหาช้างป่าแก่งกระจานร่วมประชุมเพื่อหาแนวทางเพื่อร่วมกันป้องกันแก้ไขปัญหาการล่าสัตว์ป่าในเขตอุทยานฯ โดยเฉพาะช้างป่า โดยจะเชิญ ม.ล.พิพัฒนฉัตร ดิศกุล หัวหน้าโรงช้างต้น สำนักพระราชวังและนายสัตวแพทย์ชำนาญการประจำสำนักพระราชวัง ร่วมให้ข้อคิดเห็นเรื่องช้างลักษณะพิเศษด้วย

ด้านนายดำรงค์ พิเดช อดีตอธิบดีกรมอุทยานฯ ให้สัมภาษณ์เรื่องดังกล่าวว่า  กรณีนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี สั่งห้ามหัวหน้าอุทยานฯแก่งกระจานให้ข่าวเรื่องการพบช้างลักษณะพิเศษที่ต้องลักษณะคชลักษณ์ว่า ไม่เห็นด้วย เพราะเดี๋ยวนี้โลกแห่งความเป็นจริงมันเป็นสังคมเปิดแล้ว การรับรู้ข่าวสารรวดเร็วเป็นเรื่องที่ดี สามารถป้องกันระวังเหตุต่างๆได้ทัน หากมัวไปรอให้อธิบดีเป็นคนให้ข่าวคนเดียวมันไม่ทันกาล อธิบดีไม่ได้อยู่ในพื้นที่จะไปรู้อะไร หัวหน้าหน่วยเขารู้ว่ามีกลุ่มกำลังไล่ล่าช้างดังกล่าวอยู่ รายงานผ่านอธิบดีในเบื้องต้นถูกแล้ว  ส่วนผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นเรื่องของมหาดไทยก็มีหน้าที่ดูแลทุกข์สุขประชาชนก็ว่าไป การรายงานจังหวัดถือเป็นการให้เกียรติเพื่อประสานงานร่วมกัน  เขาทำตามกฎหมายของอุทยานฯถูกต้องแล้ว

อดีตอธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวอีกว่า ส่วนจะไปห้ามไม่ให้ช้างเดินข้ามฝั่งพม่าจะทำได้อย่างไร ช้างก็เดินหากินในเส้นทางของเขา เขามีงบประมาณเท่าไร มีกำลังเจ้าหน้าที่เท่าไร ตอนนี้ต้องถามว่าขาดเครื่องมืออุปกรณ์อะไร ต้องเสริมอะไรเข้าไปจะไปเฝ้าช้างได้อย่างไรว่าตอนนี้ไปอยู่ที่ไหน ตน ได้แนะนำอธิบดีกรมอุทยานฯไปแล้วว่าให้จัดงบฯไปซื้อกล้องอินฟราเรดดักถ่ายสัตว์มาติดให้ทั่วพื้นที่จะได้เห็น จะได้รู้ว่าช้างไปทางไหน เป็นอย่างไร เจ้าหน้าที่ก็จะไม่ได้รับอันตรายด้วย

ขณะเดียวกันคณะสื่อมวลชนท้องถิ่น จ.เพชรบุรี ที่ร่วมกันถ่ายภาพช้างเผือกชุดแรก ได้ออกมาตอบโต้กรณีมีการวิจารณ์ว่าช้างที่พบเปื้อนฝุ่น พอช้างลงน้ำแล้วเปลี่ยนเป็นสีดำว่า ภาพชุดดังกล่าวที่กลุ่มนักวิจารณ์นำมาพูดไม่ใช่ภาพที่ถ่ายที่อ่างเก็บน้ำกะหร่างสาม ต.ป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน แต่เป็นภาพที่ถ่ายที่อุทยานฯกุยบุรี จ.ประจวบฯ แต่มีสื่อบางกระแสอ้างเป็นภาพชุดเดียวกันและถ่ายที่เดียวกัน ข้อเท็จจริงแล้วไม่ใช่ เพราะคณะของสื่อมวลชนที่ถ่ายภาพชุดแรกมีหลายคนทั้งภาพนิ่งและภาพวีดิโอ ไม่เข้าใจว่าการออกมาเปิดประเด็นนี้เพื่ออะไร  แต่คนที่วิจารณ์นั้นพบว่าเป็นคนที่เอาภาพช้างแม่ลูกอ่อนตายที่ป่าเด็งมาเปิดประเด็นว่าเป็นช้างเพศผู้ ทั้งๆที่ไม่ได้ลงพื้นที่เกิดเหตุ และเป็นการไปดึงภาพจากคนอื่นมาวิพากษ์วิจารณ์เพื่อออกมาโจมตีนายชัยวัฒน์ เพราะมีอคติกันอยู่ก่อนหน้า ขอยืนยันว่าภาพชุดที่คณะสื่อมวลชนเพชรบุรีถ่ายทำไว้มีทหารของชุดเฉพาะกิจทัพพระยาเสือยืนอยู่ด้วยเป็นภาพที่บันทึกได้ที่อ่างเก็บน้ำกะหร่างสามอย่างชัดเจนและสามารถเก็บภาพช้างได้หลายมุมด้วยกัน

ข่าวแนะนำ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 22 มิถุนายน 2564 เวลา 19:07 น.